เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

◈บทที่ 135. [ด่านที่ 5] ภูผาเลือดทะเลเดือด (4)

◈บทที่ 135. [ด่านที่ 5] ภูผาเลือดทะเลเดือด (4)

◈บทที่ 135. [ด่านที่ 5] ภูผาเลือดทะเลเดือด (4)


【แปลโดยฝีมือ...ยักษาแปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ】

【แค่ คอมเมนต์ ก็เหมือนการให้กำลังใจแล้วนะครับ รบกวน comment กันหน่อยน๊า ;-;】

【Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย】

◈บทที่ 135. [ด่านที่ 5] ภูผาเลือดทะเลเดือด (4)

ผีดิบตายเรียบ

โดนคอมโบธาตุน้ำบวกธาตุฟ้าผ่าเข้าไปเต็ม ๆ

พวกมันทรุดลงเหมือนฟางข้าวที่ถูกเหยียบย่ำ ไม่มีวันลุกขึ้นมาได้อีกแล้ว

“ฮิฮิ”

จูเนียร์หัวเราะออกมาอย่างภาคภูมิ ถึงแม้ว่าจะจมูกเลือดไหลเป็นทางอยู่ก็เถอะ แต่ทำได้ดีจริง ๆ

นี่แหละคือความสามารถที่แท้จริงของนักเวทธาตุที่ใช้ธาตุได้พร้อมกันหลายธาตุ

ถึงจะไม่เก่งกาจในด้านใดด้านหนึ่งเท่ากับนักเวทธาตุสายเดียวก็เถอะ

แต่สามารถใช้ธาตุหลายธาตุผสานกันเพื่อเพิ่มพลังทำลายได้

พูดให้เข้าใจง่ายก็คือ ถ้าสร้างคอมโบเองได้ ก็จะโคตรแรง!

“…….”

จูปิเตอร์ที่เหม่อมองความเก่งกาจของหลานสาวอยู่เงียบ ๆ กระซิบเบา ๆ

“……ทำได้ดีนะ”

“ห๊ะ?”

จูเนียร์ที่ตกใจสุดขีดหันไปมองคุณยาย

“คุณยายพูดว่าอะไร…….”

“อึก แค่ก!”

จูปิเตอร์ไอแล้วหันหน้าหนีไป

จูเนียร์เบิกตาโพลงมองด้วยความงงงวย ส่วนฉันก็ถอนหายใจออกมา

“พวกนักเวทนั่น ค่อยไปถ่ายละครครอบครัวกันทีหลังแล้วมาตั้งรับกันดี ๆ เถอะนะ”

เพราะมันยังอีกยาวไกลกว่าจะจบ

กรรร!

ก๊าซซซ!

ทันทีที่ฉันพูดจบ ฝูงผีดิบและสายเลือดสาปก็ปีนขึ้นกำแพงมา

พวกผีดิบที่วิ่งมาบนทุ่งราบ เพิ่งโดนคอมโบลูกธนูเงินบวกน้ำท่วมไป แต่พวกที่กำลังปีนกำแพงอยู่ หลบอยู่มุมบอดของการโจมตีเวทย์จึงรอดมาได้

“กองทัพสนธยา!”

ฉันหันไปตะโกนสั่ง

ทหารผ่านศึกสามร้อยนายที่รออยู่ ตะโกนตอบรับ “ครับ!” พร้อมกับชูอาวุธขึ้น

ทหารธรรมดา มีเพียงกองทัพสนธยาสามร้อยนายเท่านั้นที่จัดเป็นหน่วยรบประชิด ส่วนที่เหลืออยู่หน่วยยิงระยะไกล

‘จริง ๆ แล้วถ้าทำได้ ก็ไม่อยากส่งทหารธรรมดาไปรบประชิด’

ถ้าตายเพราะกองทัพโลหิต พวกมันจะเอาชีวิตไปใช้ และใช้เป็นชีวิตของพวกมัน

ในสนามรบ ทหารธรรมดามีอัตราการตายสูงกว่าผู้กล้าตัวละครหลักมาก

ถ้าส่งลงไป ก็ต้องมีผู้บาดเจ็บล้มตายเป็นแน่

ดังนั้น ถ้าเป็นไปได้ ฉันอยากให้แต่ตัวละครหลักรบประชิด

‘……นี่เป็นเหตุผลด้านการคำนวณ’

พูดตรง ๆ ก็คือ ฉันไม่อยากเห็นใครตายอีกแล้ว

เพราะได้รับความเสียหายน้อยมากในด่านก่อนหน้าหรือเปล่า

ฉันกลายเป็นผู้บัญชาการที่กลัวการตายของลูกน้องไปแล้ว

แต่ฉันก็รู้ ฉันก็เข้าใจ

ไม่มีสงครามไหนที่ไม่ต้องแลกด้วยการเสียสละ

เพราะฉะนั้น…….

“ฆ่าพวกมันให้หมด-!”

ฉันสั่งให้พวกเขาโจมตี

ย๊ากกก!

กองทัพสนธยาตะโกนลั่น วิ่งไปยังขอบกำแพง

ลูคัส เอวานเจลีน กองกำลังทหารรับจ้างไดออน และกองทัพสนธยา

สมาชิกหน่วยรบประชิด ใช้ดาบฟาดฟันสายเลือดสาปและเหวี่ยงผีดิบลงไปข้างล่าง

ศพของพวกมันกองสูงเป็นภูเขา อยู่ด้านล่างกำแพง

สูงเกือบครึ่งหนึ่งของกำแพง น่าขยะแขยงเหลือเกิน

‘ถ้าอย่างนี้ ก็ฆ่าสายเลือดสาปและผีดิบได้เกือบหมดแล้ว!’

ฉันคิดไปพลาง มองดูคู่หูอัศวินและกองกำลังทหารรับจ้างไดออนกำลังต่อสู้กับสายเลือดสาปที่เหลืออยู่ไม่กี่ตัว

‘กำจัดกองทัพโลหิตไปได้เยอะแล้ว! ถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไป…….’

“ฝ่าบาท!”

จู่ ๆ ดาเมียนก็เรียกฉันเสียงดัง ฉันรีบหันไป

“อะไรเหรอ?”

“ดูนั่น!”

ดาเมียนชี้ไปทางที่ราบทางใต้ ใบหน้าซีดเผือดแล้วตะโกน

“หัวหน้าของพวกมัน……กำลังเคลื่อนทัพ!”

“……!”

ฉันกัดฟันมองไปทางนั้น

แวมไพร์เจ็ดตน สวมเกราะและเสื้อคลุมที่หรูหรา

จ้าวแวมไพร์เซเลนดิออน นั่งอยู่บนเสลี่ยงที่ลอยอยู่กลางอากาศ

และผู้บัญชาการกองทัพแวมไพร์อีกสองคน ยืนอยู่ข้าง ๆ เสลี่ยง คนหนึ่งแต่งกายเป็นสาวใช้ อีกคนแต่งกายเป็นพ่อบ้าน

แวมไพร์สิบคน เพิ่งเริ่มเคลื่อนทัพ

‘ไม่เข้าใจจริง ๆ’

ฉันบ่นพึมพำในใจ

‘เข้าใจว่ามันเป็นกฏของที่นี่ ที่มันจะทยอยกันมา แต่ทำไมมันถึงเยอะขนาดนี้’

พวกมันนิ่งเฉยมาตลอด ตั้งแต่ผีดิบไปจนถึงสายเลือดสาปตายไปหมดแล้ว

ตอนนี้ เกือบทั้งหมด 99 %ตายไปหมดแล้ว พวกมันถึงค่อย ๆ เคลื่อนทัพมา

‘คิดดูสิ ในเกมก็เป็นแบบนี้’

กองทัพโลหิต มันมักจะทำแบบนี้เสมอ

หลังจากที่สายเลือดสาปและผีดิบถูกกำจัดไปหมดแล้ว พวกผู้บัญชาการแวมไพร์ถึงจะเคลื่อนทัพมาทีหลัง

ไม่รู้ว่านี่เป็นการแสดงความมั่นใจว่าชนะได้ หรือว่า…….

“ถ้าอยากรู้เหตุผล ก็ต้องใช้ดาบถามกันดูสิ”

ฉันหัวเราะอย่างดุร้าย แล้วชูมือขึ้น

“ถ้าพวกแกกล้าเข้ามาถึงระยะนั้นนะ ไอ้พวกยุงตัวแสบ!”

ฉันชี้มือไปข้างหน้า

“ยิง-!”

“ครับ! ยิง!”

“ยิง!”

ปัง! ตูม!

ปืนใหญ่ยิงพร้อมกัน กระสุนปืนใหญ่หลายสิบนัดพุ่งตรงไปยังแวมไพร์

ด้วยประสบการณ์และการฝึกฝน ฝีมือการยิงของฝ่ายเราเก่งกาจมาก

แต่

สำหรับแวมไพร์พวกนี้ ความแม่นยำของการยิงไม่ใช่ปัญหา

ฟุ่บ!

แวมไพร์สาวใช้กระโดดขึ้น ถือขวานที่ดูใหญ่กว่าตัวเธอเอง

คิ๊งงง-!

เสียงดังในหูที่ราวกับจะฉีกแก้วหู แวมไพร์สาวใช้ฟาดขวานไปยังกระสุนปืนใหญ่

แล้ว

ปัง ๆ ๆ ๆ ๆ !

ราวกับว่าชนกับอะไรบางอย่าง กระสุนปืนใหญ่ก็ระเบิดขึ้นกลางอากาศ ฉันเบิกตาโพลง

‘แค่ฟาดขวาน ก็สร้างแรงอัดแล้วใช้มันสะบั้นการยิงของฝ่ายเราได้งั้นเหรอ?’

ฉันโมโหสุดขีด มองดูแวมไพร์สาวใช้ ฉันรู้ตัวตนของมันอยู่แล้ว เพราะในเกม มันมักจะอยู่คู่กับเซเลนดิออนเสมอ

‘แวมไพร์ที่แข็งแกร่งที่สุดในกองทัพเซเลนดิออน…… เบต้า!’

ปีศาจที่เหมือนแท๊งค์ เชี่ยวชาญทักษะการเสริมสร้างร่างกายของแวมไพร์

เบต้าลงมายืนบนพื้นอย่างสง่างาม หลังจากที่ควันหายไป ก็จับชายกระโปรงโค้งคำนับ

เซเลนดิออนหัวเราะอย่างพึงพอใจ มองดูภาพนั้นเหมือนดูเด็กน้อยแสดงความสามารถ

“ไอ้พวกเวร…….”

ฉันกัดฟันกรอด หันไปทางหลัง

“เบิร์นเอาท์! ยิงได้ไหม?”

การยิงกระสุนปืนใหญ่ เหมือนกับการทักทายในศึก ฉันยิงไปโดยรู้ว่ามันไม่เข้าเป้า

แต่ครั้งนี้ต่างออกไป ลองดูซิว่าพวกมันจะรับมือกับลูกธนูเงินของเรายังไง!

บอดี้การ์ดที่ช่วยเบิร์นเอาท์บรรจุลูกธนู ตอบอย่างรวดเร็ว

“บรรจุเสร็จแล้วค่ะ! ยิงได้แล้วค่ะ!”

เหลือลูกธนูเงินอีกสิบกล่อง มันสิ้นเปลืองจริง ๆ

แต่ฉันไม่คิดจะประหยัดตั้งแต่แรก ฉันตะโกน

“ยิงเต็มกำลัง เบิร์นเอาท์! เอาให้พวกมันเจ็บไปเลย!”

“……!”

เบิร์นเอาท์พยักหน้า สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แล้ววางนิ้วบนไกปืน

ดวงตาที่ปิดแล้วเปิด เหมือนมีเปลวไฟลุกโชน

“ยิงงงง-!”

พร้อมกับเสียงตะโกนของฉัน

ฟิ้ววว!

ลูกธนูเงินหลายร้อยนัดถูกยิงออกมาจากบัลลิสต้าดัดแปลงพร้อมกัน

‘นี่น่ะลูกธนูเงินระเบิด ไอ้พวกแวมไพร์!’

หรือจะเรียกว่า ไม้ตียุงที่ติดไฟก็ได้มั้ง?!

ถ้าจะใช้แรงอัดเหมือนเมื่อกี้ ก็จะโดนฝุ่นเงินโปรยปรายลงหัว พวกแกคงไม่ชอบใช่ไหม? มาสิ จะรับมือยังไง!

ทันทีที่ลูกธนูเงินใกล้จะตกใส่หัวของแวมไพร์

ฉึก

แวมไพร์ที่แต่งกายเป็นคนรับใช้ เดินออกมาข้างเซเลนดิออน

ฟู่-!

เสียงของพลังเวทย์ที่เคลื่อนไหว แวมไพร์คนรับใช้ชูมือขึ้น แล้ว

หยุด

ลูกธนูหลายร้อยนัด หยุดนิ่งกลางอากาศ เหมือนกับหยุดภาพยนตร์

“อะไรกัน…….”

ฉันงงงวย เมื่อได้เห็นภาพที่เหลือเชื่อ เหมือนเวทย์มนตร์

วืบ-

แวมไพร์คนรับใช้ขยับมืออีกครั้ง ลูกธนูที่หยุดนิ่งกลางอากาศ ก็หมุนตัวกลับไป180 องศา

แล้วก็ยิงออกมา

ฟุบ ๆ ๆ -

วี้ด!

ในทิศทางตรงกันข้าม

ยิงไปยังพวกเรา ที่ยิงลูกธนูไป โดยเฉพาะไปทางเบิร์นเอาท์

“อะไร…….”

ฉันช็อคไปชั่วขณะหนึ่ง สติดับวูบ

ฉันถึงกับสติกลับคืนมา เมื่อลูกธนูใกล้เข้ามาแล้ว ตะโกน

“ลูกธนูระเบิด! ยกโล่-!”

แล้วลูกธนูเงินก็ตกลงมาใส่หัวเรา

ปัง! ตูม ๆ ๆ ๆ ๆ !

“ฝ่าบาท-!”

ลูคัสวิ่งมาปกป้องฉัน ใช้ดาบปัดป้อง เอวานเจลีนที่วิ่งตามมา กางโล่ปกป้องพวกนักเวทและนักธนูรอบ ๆ ตัวฉัน

ตูม ๆ ๆ ๆ -!

“อ๊าก!”

“กรี๊ดดด!”

ลูกธนูเงินที่ตกลงมา ระเบิดไปทั่ว ทหารที่โดนระเบิด กรีดร้อง

สักพัก ลูกธนูเงินก็ตกหมด

“ไอ้หมาบ้า…….”

ฉันจ้องมองแวมไพร์ที่แต่งกายเป็นคนรับใช้ ท่ามกลางควันและเปลวไฟ

‘แวมไพร์ผู้ใช้เวทย์โลหิตที่เก่งที่สุดในกองทัพเซเลนดิออน อัลฟ่า!’

ปีศาจที่เชี่ยวชาญทักษะเวทย์โลหิต

แต่ในเกม ถึงมันจะใช้ทักษะพร่ำเพรื่อ มันก็ไม่เคยทำอย่างนี้ มันไม่เคยสะท้อนลูกธนูกลับมา!

‘โลกแห่งความจริงนี่มัน มันกลับใช้เวทย์ได้อย่างแยบยลจริง ๆ !’

อัลฟ่าและเบต้า ผู้บัญชาการกองทัพแวมไพร์

หนึ่งคนใช้พลัง อีกคนใช้เวทย์ ไม่เพียงแต่ป้องกันการโจมตีของเรา ยังเอาคืนซะอีก

‘พวกมันแต่ละตัว มันคือบอสระดับสูง…….’

ฉันกัดฟัน ด้วยพลังที่ไม่อาจคาดเดาได้ ถามลูคัส

“สถานการณ์ความเสียหายเป็นยังไง?!”

“กำลังตรวจสอบอยู่ครับ แต่ไม่เยอะมากครับ”

หือ? ทำไมล่ะ?

ฉันมองไปรอบ ๆ กำแพง

มีคนบาดเจ็บเยอะ ปืนใหญ่และบัลลิสต้าบางกระบอกพัง แต่ความเสียหายน้อยกว่าที่คิดไว้มาก

และก็มีเหตุผล

“อ้อ……สถานการณ์คับขันมาก เลยเปิดใช้งานไปก่อนเลยครับ…….”

สิ่งประดิษฐ์โบราณป้องกันระดับ SR ระบบป้องกันขีปนาวุธเวทย์มนตร์ สิ่งประดิษฐ์โบราณที่ดีที่สุดสำหรับการป้องกันขีปนาวุธ มันสามารถลดความเร็วและความเสียหายของขีปนาวุธศัตรู

ลิลลี่ยืนอยู่ข้างสิ่งประดิษฐ์โบราณ ด้วยสีหน้าสับสน เธอเป็นคนเปิดใช้งานมัน เพื่อสะท้อนลูกธนูของศัตรูกลับไป

“ฉันทำผิดไปหรือเปล่าคะ ฝ่าบาท?”

ฉันส่ายหัว แล้วชูหัวแม่โป้งขึ้น

“ทำได้ดีมาก ลิลลี่”

ถ้าอัลฟ่าใช้การสะท้อนลูกธนูกับกำแพงทั้งหมด ความเสียหายก็จะไม่สามารถควบคุมได้

เพราะมันเหมือนเป็นการยิงมาใส่กำแพง จึงสามารถลดความเสียหายด้วยสิ่งประดิษฐ์โบราณได้

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่มีความเสียหาย

“อั๊ก อึก……!”

บัลลิสต้าดัดแปลงของเบิร์นเอาท์ถูกยิงจนพังยับ เบิร์นเอาท์เองก็ไม่รอดพ้น

ก็อตแฮนด์หน้าเครียด กำลังดึงลูกธนูที่ปักอยู่บนตัวเบิร์นเอาท์ออก

“จะเคลื่อนย้ายคนบาดเจ็บไปที่ด้านหลังครับ”

ฉันพยักหน้า แล้วตะโกน

“มาร์เกอริตา!”

นักบุญหญิงมาร์เกอริตาและพวกของเธอ รีบวิ่งมา

“ค่ะ ฝ่าบาท!”

“พาคนเจ็บไปรักษา! รักษาพลธนูคนนี้เป็นพิเศษ เธออาจจะต้องกลับมาต่อสู้ใหม่”

มาร์เกอริตาพยักหน้า ประสานมือ รวมพลังเวทย์สีขาว แล้วปล่อยออกไป

ฟุ่บ-

เวทย์รักษาพลังกว้าง แผ่กระจายไปทั่ว ใบหน้าของทหารที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย แสดงความโล่งใจ

“พาคนเจ็บไปทางนี้! ใครว่าง ช่วยด้วย!”

หลังจากใช้เวทย์มนตร์รักษาแล้ว มาร์เกอริตาก็จับมือพยุงคนเจ็บ ไปด้านหลังกำแพง

ฉันหันไปทางใต้ มองดูเบิร์นเอาท์และทหารที่ได้รับบาดเจ็บ ถูกพาไป

ตุ้บ ตุ้บ ตุ้บ

แวมไพร์กำลังเข้ามาใกล้ เหมือนกับเดินเล่นในวันแดดดี ๆ เดินเบาสบาย ๆ

ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_

จบบทที่ ◈บทที่ 135. [ด่านที่ 5] ภูผาเลือดทะเลเดือด (4)

คัดลอกลิงก์แล้ว