- หน้าแรก
- ข้ากลายเป็นทรราชในเกมป้องกันเมือง
- ◈บทที่ 134. [ด่านที่ 5] ภูผาเลือดทะเลเดือด (3)
◈บทที่ 134. [ด่านที่ 5] ภูผาเลือดทะเลเดือด (3)
◈บทที่ 134. [ด่านที่ 5] ภูผาเลือดทะเลเดือด (3)
【แปลโดยฝีมือ...ยักษาแปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ】
【แค่ คอมเมนต์ ก็เหมือนการให้กำลังใจแล้วนะครับ รบกวน comment กันหน่อยน๊า ;-;】
【Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย】
◈บทที่ 134. [ด่านที่ 5] ภูผาเลือดทะเลเดือด (3)
เซเลนดิออนปรารถนาความตาย
เขาแสวงหาศัตรูที่จะมาเป็นจุดจบชีวิตอมตะอันยาวนานและน่าเบื่อหน่ายของตน
แต่เขาก็ไม่ปรารถนาความพ่ายแพ้
เขาคิดว่าการยอมแพ้ให้ศัตรูฆ่าตายนั้น น่าอับอายกว่าการฆ่าตัวตายเสียอีก
ดังนั้นเขาจึงไม่ปราณีศัตรู และจะไม่ยอมแพ้โดยง่าย
ความตายในแบบที่เขาใฝ่ฝันคือ การต่อสู้ด้วยเกียรติยศ เสี่ยงทุกอย่างที่มีกับศัตรู และจากไปอย่างสงบสุขหลังจากการต่อสู้ที่ยุติธรรม
นั่นคือความตายในอุดมคติที่เขาปรารถนา
***
《……》
ขณะที่เห็นเหล่าทหารของตนตายลงเหมือนแมลงอยู่ใต้กำแพง
ขณะที่รับรู้ถึงชีวิตที่สูญเสียไปอย่างไม่สามารถกู้คืนได้ เหมือนเม็ดทรายที่ร่วงหล่นจากมือ
เซเลนดิออนรู้สึกตื่นเต้นจนขนลุกซู่เป็นครั้งแรกในรอบหลายร้อยปี
《ทำไมฉันถึงอดทนกับความบันเทิงอันเร้าใจเช่นนี้มานานนักนะ》
การทิ้งขว้างชีวิตอันล้ำค่าที่เก็บสะสมไว้อย่างไม่ใยดีราวกับขยะลงสู่พื้นดิน เกมแห่งความตายนี้
ทำไมเขาถึงลืมมันไปได้นานนัก
《จงมองดูความฟุ่มเฟือยในการสิ้นเปลืองชีวิตอันหรูหราเช่นนี้》
เซเลนดิออนพึมพำด้วยความยินดีขณะที่มองกองศพทหารของตนที่กองรวมกันเป็นเนินอยู่ใต้กำแพง
《ฉันอดทนกับเรื่องสนุกสนานเช่นนี้มานานเหลือเกิน คงเป็นตัวฉันเองนี่แหละที่ทำให้ใจด้านชา》
อัลฟ่าและเบต้าหัวเราะอย่างมีความสุขเมื่อเห็นเจ้านายที่กำลังมีความสุขอย่างแท้จริง
《พวกเราทุกคนก็มีความสุขเช่นกันเพราะท่านจ้าวมีความสุข》
《แต่แค่นี้มันยังไม่เพียงพอที่จะไปถึงจุดหมายหรอกนะครับ》
กองทัพชุดที่ 1 ถูกทำลายล้างจนหมดสิ้นที่ใต้กำแพง
กองทัพชุดที่ 2 ปีนขึ้นไปบนกำแพงได้ แต่สุดท้ายก็ตายหมด
《ส่งพวกที่เหลือออกไปทั้งหมด ให้ใช้ชีวิตเป็นเส้นทาง》
เซเลนดิออนหรี่ตาสีเลือดลงมองกองทัพผีดิบที่เหลืออยู่
《อย่างที่เราเคยทำมาเสมอ》
《ครับ รับทราบครับ》
อัลฟ่าโค้งคำนับเซเลนดิออนก่อนจะตะโกนใส่กองทัพผีดิบ
《กองทัพชุดที่ 3! เตรียมพร้อมออกศึก-!》
ริมฝีปากของอัลฟ่าก็มีรอยยิ้มคล้ายกับเจ้านายของมัน
《ไปต่อ! ไปสร้างทางจากน้ำแข็งและซากศพ-!》
***
สายเลือดต้องสาปคนสุดท้าย ลูคัสและเอวานเจลีนแทงศัตรูพร้อมกัน
“ดาบของฉันคือสิ่งที่ทำลายแก่นวิญญาณก่อน”
“ตลกจัง! หอกของฉันเร็วกว่า!”
พวกเขาทะเลาะกัน สุดท้ายฉันเลยเข้าไปไกล่เกลี่ย
“แบ่งกันคนละครึ่ง ได้ 0.5 คะแนน รวม 2.5 ต่อ 2.5 โอเคไหม?”
“ถ้าฝ่าบาทตรัสเช่นนั้น……”
“อืม ช่วยไม่ได้”
พวกเขาทั้งสองพยักหน้ารับและถอยออกไป นี่มันอะไรกันเนี่ย
อย่างไรก็ตาม บรรยากาศในแนวรบตอนนี้ไม่เลวร้ายขนาดนั้น ถึงแม้ฝ่ายเราจะใช้ไพ่ไปพอสมควร แต่ก็กำจัดศัตรูไปได้มากกว่าครึ่งโดยไม่สูญเสียอะไรเลย
เรียกได้ว่าเริ่มต้นได้ดีมาก
ฉันยกกล้องส่องทางไกลขึ้นมาส่องดูแนวหลังศัตรู ทีนี้ เซเลนดิออนจะทำอย่างไร?
‘พวกแกตายไป 60% แล้ว! น่าจะเริ่มร้อนรนแล้วล่ะ?’
แต่ว่า
“……?”
เซเลนดิออนที่ปรากฏในกล้องส่องทางไกลกำลังยิ้มอยู่
ยิ้มจนริมฝีปากฉีกกว้างไปทั้งสองข้าง
อย่างชั่วร้าย อย่างร้ายกาจ จนน่าสะพรึงกลัว
เหมือนกับ……แวมไพร์อย่างแท้จริง
‘มันน่าสนุกนักหรือไง?’
ฉันกลืนน้ำลายลงคอด้วยความไม่เข้าใจ
ถึงแม้ชีวิตที่สะสมไว้ในกองทัพจะหายไป 60% แล้ว แต่ทำไมมันถึงดูสนุกสนานขนาดนั้น……
“แกกำลังหัวเราะอยู่หรือไง ไอ้ปีศาจเวร!”
ตุ้บ! ตุ้บ! ตุ้บ! ตุ้บ!
แล้วกองทัพผีดิบก็เริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง
ครั้งนี้กำลังพลส่วนใหญ่ที่เหลืออยู่เตรียมพร้อมที่จะบุก
ผีดิบประมาณ 400 ตัว
สายเลือดต้องสาป 10 ตัว
กำลังพลที่เหลือทั้งหมด ยกเว้นแวมไพร์
กรรรรรรรรร-!
ครืนนน……!
เสียงคำรามที่เหมือนจะบาดแก้วหู พวกมันกระโจนเข้ามา
ตุ๊บ ๆ ๆ ๆ -!
ฉันไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อเห็นพวกมันเข้ามาใกล้
ทำไม?
พวกมันไม่ได้เห็นกองทัพชุดที่ 1 และ 2 ถูกทำลายไปหรือไง?
พวกมันน่าจะรู้แล้วว่าการบุกอย่างไม่คิดเช่นนี้ จะทำให้ตัวเองตกอยู่ในอันตราย และตายไปโดยเปล่าประโยชน์ แต่ทำไมถึงยังทำแบบนี้?
“ทำไม……ใช้กลยุทธ์เดิม?”
เหมือนกับขอให้ฆ่า
เหมือนกับขอร้องให้ฆ่าพวกมัน เหมือนกับกำลังคลานเข้ามาในสถานการณ์อันตรายด้วยตัวเอง!
ตุ๊บ ๆ ๆ ๆ ๆ -!
กองทัพชุดที่ 3 เข้ามาใกล้ในพริบตา ลูคัสหันมามองฉันอย่างร้อนใจ
“ฝ่าบาท! พวกมันใกล้เข้ามาแล้วครับ! ขอคำสั่งครับ!”
“……!”
ใช่แล้ว ไม่ใช่เวลาจะสับสน
ฉันไม่รู้ว่ามันคิดอะไรถึงสั่งกลยุทธ์โง่ ๆ แบบนี้ แต่มันก็ไม่ใช่ว่าการบุกของพวกมันจะง่าย
ถ้าไม่รับมืออย่างถูกต้อง แนวหน้าจะพัง
“หน่วยทหารราบ! เริ่มยิงพร้อมกัน! ชะลอเวลาพวกมัน! หน่วยบัลลิซต้า ทำเช่นเดียวกัน! ยิง!”
“ครับ! ยิง-!”
“ยิง-!”
ฟิ้วฟิ้วฟิ้ว!
ฟู่มมม ๆ ๆ ๆ ……!
ปืนใหญ่บนกำแพงพ่นไฟ บัลลิซต้าปล่อยลูกศรออกมา
“หน่วยธนู เริ่มยิง! และเบิร์นเอาท์!”
ฉันมองไปทางกองกำลังเงา บัลลิซต้าดัดแปลง บอดี้แบ็กกำลังบรรจุลูกศรเงินด้วยเวทมนตร์ควบคุมจิต
“ยิงซ้ำทันทีที่บรรจุเสร็จ!”
บอดี้แบ็กที่บรรจุลูกศรนัดสุดท้ายแล้วตะโกน
“เสร็จแล้วค่ะ ฝ่าบาท!”
“เบิร์นเอาท์! ยิง!”
ดวงตาของเบิร์นเอาท์ที่จับปืนเต็มไปด้วยแสงสีแดง แล้วทันใดนั้น
ฟิ้วว-!
ลูกศรเงินหลายร้อยนัดพุ่งทะลุอากาศไปยังแนวหลังศัตรู
ปั๊กปั๊กปั๊กปั๊ก!
ลูกศรเงินที่บรรจุคุณสมบัติระเบิดทำลายล้างที่ราบทางใต้ของกำแพงในพริบตา
แต่ในกองทัพชุดที่ 3 ครั้งนี้……มีผีดิบที่ได้รับการเสริมกำลังพิเศษปะปนอยู่มากมาย
พวกที่กล้ามเนื้อเจริญเติบโตเกินไป พวกที่ว่องไว พวกที่เสริมพลังให้ผีดิบรอบ ๆ ฯลฯ
‘ไม่ใช่เกมยิงซอมบี้ ทำไมถึงมีพวกพันธุ์แปลก ๆ แบบนี้ด้วยเนี่ย’
อย่างไรก็ตาม เพราะพวกนี้สถานการณ์จึงแตกต่างจากก่อนหน้านี้
ตูม! ปั๊กปั๊กปั๊กปั๊ก!
ผีดิบตัวใหญ่ ๆ กระโดดขึ้นไปบนอากาศ รับลูกศรเงินที่พุ่งเข้ามาด้วยตัวของมันเอง
พวกมันก็แตกเป็นเสี่ยง ๆ ไปในอากาศ แต่ผีดิบที่อยู่ข้างล่างส่วนใหญ่ก็ยังเคลื่อนที่ต่อไปได้โดยไม่ค่อยได้รับความเสียหาย
ฟุ้บ! ฟับ ๆ ๆ !
พวกที่ว่องไวหลบการยิงของหน่วยธนูได้หมด วิ่งไปทางด้านหน้าเป็นเส้นซิกแซก
“ฮึก!”
“เร็วมาก……!”
สกัลและโอลด์เกิร์ลครางเสียงอื้ออึงทุกครั้งที่พวกมันหลบการยิงได้
กรรรรรรร-!
สุดท้ายพวกที่เสริมพลังสิบกว่าตัวส่งเสียงคำรามพร้อมกัน ทำให้กองทัพชุดที่ 3 ได้รับการเสริมพลัง
ดวงตาสีแดงของพวกปีศาจยิ่งเข้มขึ้น
ผีดิบที่เคยวิ่งสองขาเริ่มวิ่งสี่ขา เร็วขึ้นมาก
ตุ๊บ ๆ ๆ ๆ ๆ -!
พวกผีดิบจำนวนมากที่ได้รับความเสียหายน้อยกว่าเดิมวิ่งเข้าใส่กำแพงอย่างรวดเร็ว
“ยิงสิ่งประดิษฐ์โบราณที่ยังยิงได้อยู่ทั้งหมด!”
“ครับ! ใช้สิ่งประดิษฐ์โบราณ!”
“รับทราบครับ!”
นักเล่นแร่แปรธาตุตะโกนพร้อมกัน สิ่งประดิษฐ์โบราณแบบยิงที่อยู่บนกำแพงเริ่มยิงพร้อมกัน
จากสิ่งประดิษฐ์โบราณยิงเปลวเพลิงที่ด่านที่ 2 สิ่งประดิษฐ์โบราณวายุอัสนีบาตที่ด่านที่ 4 และสิ่งประดิษฐ์โบราณอื่น ๆ ที่ทำให้ช้าลง ทุกอย่างถูกใช้งาน
แต่ทุกอย่างสามารถชะลอเวลาได้เท่านั้น ไม่สามารถหยุดพวกมันได้
สิ่งประดิษฐ์โบราณยิงเปลวเพลิงไม่สามารถทะลุคุณสมบัติการแช่แข็งของผีดิบ ส่วนสิ่งประดิษฐ์โบราณวายุอัสนีบาตก็แค่พ่นลมแรง ๆ เท่านั้น
ฟู่ม ๆ ๆ ๆ -!
ป้อมปืนอัตโนมัติที่ตั้งอยู่ตรงกลางกำแพงและเงียบมาตลอดก็เริ่มพ่นไฟ แต่ยังไม่เพียงพอ
ตอนนี้พวกมันอยู่ตรงหน้าแล้ว
‘ต้องใช้เวทมนตร์แบบกลุ่ม’
ฉันมองไปทางจูปิเตอร์
“เหนื่อย…เหนื่อย……”
ดูเหมือนว่าการยิงฟ้าผ่าเมื่อครู่จะทำให้จูปิเตอร์เหนื่อย เธอและเพื่อนร่วมงานหน้าซีดและกำลังหายใจหอบ
‘แกล้งทำเป็นแข็งแรง แต่สุดท้ายก็ยิงต่อเนื่องไม่ได้จริง ๆ สินะ’
ฉันหันไปทางด้านข้าง
“ช่วยไม่ได้แล้ว จูเนียร์ต้องออกมาเองแล้ว”
จูเนียร์ที่รออยู่ก็ยิ้มตาเป็นประกาย
“ฉันคิดว่าถึงตาฉันแล้วค่ะ ฝ่าบาท”
“ไหวไหม?”
จูเนียร์ได้รับมอบหมายหน้าที่สำคัญในการต่อสู้กับแวมไพร์
ถึงแม้จะใช้พลังก่อนหน้านี้ แต่จะสามารถควบคุมสภาพร่างกายได้ไหม
‘พวกแม่มดเริ่มไม่ไหวกันหมดแล้ว……’
ถึงแม้ฉันจะกังวล แต่จูเนียร์ก็หัวเราะเบา ๆ เหมือนบอกให้ฉันอย่ากังวล
“ไม่มีปัญหาอะไรเลยค่ะ ยิ่งกว่านั้น ฉันคิดว่าควรจะวอร์มร่างกายไว้ก่อน ฉันเลยขออาสาออกมาเองค่ะ”
“……งั้นก็ได้”
ในเวลานั้น
“ฝ่าบาท!”
จูปิเตอร์ที่สังเกตเห็นบางอย่างรีบพูดกับฉัน
“ผู้ใช้เวทมนตร์หมู่ในสนามรบแห่งนี้เป็นฉัน ทำไม……”
“พักผ่อนซะ จูปิเตอร์ เรายังต้องสู้กันอีกนาน”
“แต่ว่า!”
“เบิร์นเอาท์! เหลือเวลายิงครั้งต่อไปอีกนานแค่ไหน!”
ฉันไม่สนใจคำพูดของทหารผ่านศึกที่บาดเจ็บ พลางถามกองกำลังเงา
บอดี้แบ็กที่กำลังบรรจุลูกศรให้บัลลิซต้าของเบิร์นเอาท์ตอบทันที
“อีก 1 นาทีค่ะ!”
“ดี จูเนียร์ ใช้เวทมนตร์พร้อมกับการโจมตีด้วยลูกศรเงินของเบิร์นเอาท์ ทำได้ใช่ไหม?”
“ได้สิคะ ฝ่าบาท”
จูเนียร์มองไปที่คุณยาย แล้วยิ้มอย่างมั่นใจ
“ฝากด้วยนะ”
กรรรรรรร-!
กองทัพผีดิบเข้ามาใกล้กำแพง
พวกมันกระโดดข้ามคูน้ำ เกาะกำแพง ใช้มือและเท้าปีนกำแพง ฉันเลียริมฝีปาก
“ดาเมียน ยิงสายเลือดต้องสาปที่เหลือให้หมด”
“ครับ!”
“ลูคัส เอวานเจลีน แล้วก็……”
ฉันหันหลังกลับ
ฉันเห็นมือใหม่ห้าคนที่กำลังเฝ้าดูอยู่ตลอดการต่อสู้
“กองกำลังรับจ้างดิออน 5 คน”
ทำไมพวกเขาถึงดูมีความสุขในสนามรบที่โหดร้ายเช่นนี้กันนะ
เมื่อฉันเรียกพวกเขา กองกำลังรับจ้างดิออน 5 คนก็ยิ้มกว้าง
“การต่อสู้ระยะประชิด ห้ามให้พวกมันขึ้นมาเด็ดขาด”
“ถึงตาพวกเราแล้ว!”
“รออยู่แล้ว~!”
“จะให้พวกปีศาจได้เห็นดีกัน!”
ฉันพูดเสียงเย็น
“สงบสติอารมณ์ แค่กันไว้ อย่าโลภอยากได้คะแนนแล้วบาดเจ็บ ใช้พลังอย่างใจเย็น ๆ ค่อย ๆ ทำ เข้าใจไหม?”
“ครับ!”
อืม ตอบรับกันดีจริง ๆ พวกเด็กใหม่นี่
พวกผีดิบเริ่มปีนกำแพง
“ฮึบ!”
“ฮึบ ๆ ~!”
ลูคัสและเอวานเจลีนรีบเข้าไปเขี่ยพวกมันลง
“หนึ่ง สอง สาม! หนึ่ง สอง สาม!”
กองกำลังรับจ้างดิออนก็ตีพวกมันลงไปทีละตัว
“เตรียมยิงเสร็จแล้วครับ!”
เวลา 1 นาทีที่เหมือนกับเป็นนิจนิรันดร์ผ่านไป เมื่อพวกมันเกาะกำแพงแน่น ฉันก็ส่งสัญญาณ ฉันตะโกนออกไปทันที
“ยิง!”
เบิร์นเอาท์ทันทีดึงไกปืน
ฟิ้ววว-!
ลูกศรเงินหลายร้อยนัดพุ่งขึ้นไปบนอากาศ แล้วโจมตีแนวหลังของผีดิบ
ปั๊กปั๊กปั๊กปั๊ก!
พร้อมกันนั้น เวทมนตร์สองอย่างก็รวมตัวกันที่มือของจูเนียร์ หนึ่งเป็นธาตุน้ำ อีกหนึ่งเป็นธาตุสายฟ้า
“เดี๋ยวจะให้ดูเอง”
จูเนียร์ยิ้มให้คุณยายที่แข็งทื่ออยู่
“ว่าหนูน่ะจะใช้สายฟ้ายังไง”
เวทมนตร์ธาตุน้ำและธาตุสายฟ้าที่รวมตัวกันที่ปลายนิ้วของจูเนียร์หายไป
ซ่าาาาาาา-!
ทันใดนั้น ฝนตกหนักจากท้องฟ้า
พวกผีดิบที่กำลังสะบัดสะบอมเพราะลูกศรเงินและการระเบิดต่างก็มองขึ้นไปบนฟ้าอย่างประหลาดใจ
ครืนนน……
แล้วก็
เปรี้ยง-!
สายฟ้าขนาดมหึมาพุ่งลงมาบนหัวพวกมันที่เปียกฝนในทันที
ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_