เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

◈บทที่ 127. [เนื้อเรื่องเสริม] การเตรียมพร้อมสู่สงคราม (4)

◈บทที่ 127. [เนื้อเรื่องเสริม] การเตรียมพร้อมสู่สงคราม (4)

◈บทที่ 127. [เนื้อเรื่องเสริม] การเตรียมพร้อมสู่สงคราม (4)


【แปลโดยฝีมือ...ยักษาแปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ】

【แค่ คอมเมนต์ ก็เหมือนการให้กำลังใจแล้วนะครับ รบกวน comment กันหน่อยน๊า ;-;】

【Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย】

◈บทที่ 127. [เนื้อเรื่องเสริม] การเตรียมพร้อมสู่สงคราม (4)

เอวานเจลีนทำลายอุปกรณ์ SSR ไปแล้วสี่ชิ้น

อันแรกคือ หอกและโล่ของทหารม้าที่เธอได้รับเป็นของขวัญจบการศึกษาจากสถาบัน

ฉันเป็นคนทำมันพัง เพราะตอนที่ฉันหวด [ถุงมือแห่งโชคชะตา] ดันไปได้แจ็คพ็อต 777 ซะงั้น

ถัดมาคือ ชุดหอกและโล่ของทหารม้าที่ซื้อจาก ไร้นาม แม่ค้า NPC ในดันเจี้ยน นั่นคือ [หอกปีศาจ] และ [โล่ยักษ์]

อันนี้พังเพราะเราสองคนไปล้มโกเลม 50 ตัว

‘ทำไมมันถึงเกี่ยวกับฉันหมดเลยเนี่ย’

อย่างไรก็ตาม อุปกรณ์ทั้งสี่ชิ้นนั้นพังไปเพราะสถานการณ์ที่เลี่ยงไม่ได้(?)

ฉันเลยเอาอุปกรณ์ที่พังไปทั้งสี่ชิ้นนี้ไปให้โรงตีเหล็กถอดแยกชิ้นส่วน

ผลปรากฏว่า โชคดีที่ได้แกนพลังระดับ SSR มาหนึ่งชิ้น ฉันเลยเอาแกนพลังเวทย์นี้ไปสั่งทำเกราะ

เพราะเป็นแกนพลังเวทย์ที่ได้จากการถอดแยกชิ้นส่วนอุปกรณ์ของเอวานเจลีน แน่นอนว่าฉันก็สั่งทำเกราะให้เอวานเจลีน

“แล้วสิ่งที่ได้ออกมาคือ!”

หลังจากพูดอธิบายยาวเหยียด ฉันก็ฉีกห่อของเกราะที่วางอยู่ข้าง ๆ ฉันออก

“นี่เลย! เกราะโกเลม!”

“…….”

เอวานเจลีนอ้าปากเล็กน้อย มองเกราะที่ฉันเปิดเผยออกมา

“นี่มันอะไรกันคะ?”

“ฮ่า ๆ ประทับใจขนาดนั้นเลยเหรอ รุ่นน้อง ก็ฉันคิดหนักอยู่นานกว่าจะตัดสินใจสั่งทำเกราะชิ้นนี้ให้เธอไงล่ะ นี่! ร้องไห้ด้วยความซาบซึ้งในน้ำใจของรุ่นพี่ก็ได้นะ”

“ไม่ใช่แบบนั้นค่ะ”

เอวานเจลีนชี้ไปที่เกราะ แล้วตะโกนเสียงดัง

“มันไม่สวยนี่คะ!”

ไอ้เด็กนี่ พูดแรงไปไหม เกราะมันจะเสียใจเอานะ

“บอกว่ามันดูแข็งแรงหน่อยได้ไหม?”

“ไม่ใช่ค่ะ แข็งแรงจนเกินไปแล้ว! นี่มันเหมือนสวมกำแพงไปออกรบเลยนี่คะ!”

เอวานเจลีนเคาะ ๆ ที่แผ่นเกราะหนาหนักด้วยมือ แล้วรีบชักมือกลับอย่างตกใจ

“แข็งมากเลย! นี่มันอะไรกัน!”

“ฮ่า ๆ …… นี่เป็นผลงานการวิจัยชิ้นส่วน [ถุงมือโกเลม] ที่นักเล่นแร่แปรธาตุทุ่มเทกันมาใช่ไหมล่ะ? แน่นอนว่ามันต้องแข็งแรงอยู่แล้ว”

ฉันหัวเราะเยาะ ๆ แล้วไปยืนข้าง ๆ เกราะที่เต็มไปด้วยแผ่นเกราะ

มันดูเหมือนแผ่นเหล็กมาต่อ ๆ กันแบบไร้ศิลปะ…… อ๊ะ ไม่สิ มันดูหนักแน่นดีมากกว่า

[เกราะโกเลม(SSR) Lv.35]

- ประเภท : เกราะ

- การป้องกัน : 70-80

- ความทนทาน : 40/40

- พลังชีวิต+25

- ทุกแผ่นเกราะเสริมจะเพิ่มค่าความต้านทานทั้งกายภาพและเวทย์มนตร์ของผู้สวมใส่ขึ้น 5 เปอร์เซ็นต์ (รวม 50 เปอร์เซ็นต์)

- ทุกแผ่นเกราะเสริมจะลดความเร็วการเคลื่อนที่และการโจมตีของผู้สวมใส่ลง 2 เปอร์เซ็นต์ (รวม 20 เปอร์เซ็นต์)

เป็นผลงานวิจัยจาก ‘ชิ้นส่วนเกราะของกองทัพโกเลม’ ที่ได้มาจากการกำจัดกองทัพโกเลมในด่านที่ 3

ทำให้สามารถสร้างเกราะที่มีการป้องกันเหนือกว่าโลหะทั่วไปได้

‘ถุงมือโกเลมจะได้เปรียบด้านความต้านทานกายภาพและเวทย์มนตร์ แต่หนักมากจนทำให้ความเร็วการเคลื่อนที่และการโจมตีลดลง’

ปกติแล้วจะผสมแผ่นเกราะแค่หนึ่งหรือสองชิ้นเพื่อลดผลเสียเหล่านั้น

แต่ครั้งนี้คิดกลับกัน

‘ถ้าใช้ถุงมือโกเลมทำเกราะทั้งตัวเลยล่ะ?’

นั่นก็คือเกราะชิ้นนี้ เกราะโกเลม

ได้ความต้านทานกายภาพและเวทย์มนตร์มหาศาล แต่ก็ต้องแลกกับความเร็วการเคลื่อนที่และการโจมตีที่ลดลงอย่างหนัก

โดยเฉพาะการลดความเร็วในการเคลื่อนที่จะเป็นอันตรายอย่างมากในสนามรบที่ดุเดือด

‘แต่หากคับขันขึ้นมา เอฟเฟกต์เฉพาะตัว [มิอาจหยุดยั้ง] ของเอวานเจลีนจะทำงาน!’

เอฟเฟกต์เฉพาะตัว [มิอาจหยุดยั้ง] ของเอวานเจลีนจะช่วยให้เธอต้านทานสถานะผิดปกติที่ทำให้การเคลื่อนไหวติดขัดได้ 100 เปอร์เซ็นต์

ดังนั้น เอวานเจลีนจึงสามารถเพิกเฉยต่อผลเสียที่ลดความเร็วในการเคลื่อนที่ของเกราะชิ้นนี้ได้

กล่าวคือ เธอจะได้รับผลเสียแค่ความเร็วการโจมตีที่ลดลง แต่ได้ค่าความต้านทานกายภาพและเวทย์มนตร์เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล

แบบนี้ก็กลายเป็นอุปกรณ์ที่ได้เปรียบมากกว่าเสียเปรียบแล้ว

‘เป็นเกราะที่เหมาะสมที่สุดสำหรับเอวานเจลีนในช่วงต้นถึงกลางเกม’

แม้ว่าเธอจะมีทักษะที่ช่วยในการโจมตี แต่สุดท้ายแล้วเอวานเจลีนก็เป็นแท็งค์ล้วน ๆ

เธอต้องดึงความสนใจของศัตรูและรับดาเมจแทนคนอื่นในใจกลางกองทัพศัตรู

ฉันรู้สึกกังวลมาตลอดที่เห็นเธอใช้แต่โล่สู้ แต่ถ้ามีเกราะแข็ง ๆ แบบนี้สวมใส่ก็คงจะสบายใจขึ้น

“……หนาจัง”

สุดท้ายแล้ว หลังจากลองใส่เกราะดูแล้ว เอวานเจลีนก็พึมพำออกมาพลางเดินเซ ๆ

เกราะหนาและใหญ่เกินไปสำหรับร่างกายเล็ก ๆ ของเอวานเจลีน มันไม่เข้ากันเลย

เหมือนกับพนักงานงานเทศกาลที่ใส่ชุดตุ๊กตาที่ไม่พอดีตัวแล้วเดินเซ ๆ อยู่ในงาน หรือเปล่านะ……?

“นี่มันอะไรกันเนี่ย……”

เอวานเจลีนทำหน้าเศร้า แต่ฉันกลับชอบมาก จึงพยักหน้าหงึก ๆ

‘แท็งค์ตัวจริงต้องมีลุคที่ดูแข็งแกร่ง น่าเชื่อถือแบบนี้สิ’

เห็นเธอใช้แขนขาเล็ก ๆ บอบบางรับมือกับการโจมตีของพวกปีศาจ ฉันก็ใจหายมาตลอด ตอนนี้คงไม่ต้องเป็นห่วงแล้วสินะ?

“อย่างที่เห็น แผ่นเกราะเสริมที่ติดอยู่ที่ตัวนี้ถอดออกได้”

ฉันอธิบายพร้อมกับเคาะ ๆ แผ่นเกราะเสริมที่ติดอยู่ทั่วตัว เอวานเจลีนมองฉันด้วยสายตาเศร้าหมอง ฉันดูตื่นเต้นเกินไปหน่อย

“ถ้าแผ่นเกราะเสริมพังไปเยอะในระหว่างการต่อสู้ ก็แค่กดตรงนี้…… มันก็จะหลุดออก การป้องกันจะลดลง แต่ความคล่องตัวจะเพิ่มขึ้น”

เกราะโกเลมสามารถถอดชิ้นส่วนเกราะเสริม(Purge) ออกได้

นี่เป็นเหตุผลที่ฉันสามารถสร้างมันได้โดยไม่ต้องวัดขนาด

เพราะเป็นเกราะที่ประกอบด้วยชิ้นส่วนต่าง ๆ มาต่อกัน จึงเป็นฟรีไซส์

‘ถึงจะบอกว่าฟรีไซส์ แต่ว่า……มันดูใหญ่ไปหน่อยนะ…….’

เดี๋ยวเอวานเจลีนก็โตขึ้น คงจะพอดีตัวขึ้นแหละ

หลังจากฟังคำอธิบายยาว ๆ ของฉัน เอวานเจลีนก็พึมพำเบา ๆ

“ฉันคงตายแล้วค่ะ……”

“หา? อะไรนะ”

“จินตนาการของฉันที่มีต่อเกราะตัวแรกค่ะ”

“เจ้าเด็กนี่ อย่าไปสนใจเรื่องความสวยงามของเกราะเลย ความทนทานสำคัญที่สุด”

มันดูใหญ่เกินไปหน่อยก็จริง แต่มันแข็งแรงนี่นา

“ไม่เอา! เทรนด์อัศวินสมัยนี้คือการแต่งตัวให้เก๋ด้วยเกราะนะคะ! ต้องใส่เกราะที่วิบวับ! สวมหมวกที่ดูดี! และต้องมีผ้าคลุมที่พลิ้วไหวด้วย!”

เอวานเจลีนร้องเสียงดัง แล้วก้มหน้าลง

“รุ่นพี่ช่วยสัญญาอะไรให้ฉันอย่างนึงได้ไหมคะ?”

“อะไร”

“ถ้าฉันได้ใส่เกราะตัวใหม่ ช่วยเลือกตัวที่สวย ๆ ให้ฉันหน่อยนะคะ”

“อื้อ…”

ถึงจะบอกว่าเป็นเรื่องในอนาคต แต่เกราะสุดยอดอย่าง [สโนว์ไวท์] ก็สวยมากจริง ๆ

สวยขนาดที่รูปเอวานเจลีนใส่เกราะตัวนั้นถูกใช้เป็นรูปโปรโมทเกมเลยล่ะ

“ได้ ๆ ฉันสัญญา แต่ตอนนี้ต้องไปต่อสู้กับพวกแวมไพร์ก่อน ทนใส่ตัวนี้ไปก่อนนะ”

“ฉันจะกำจัดพวกแวมไพร์ให้หมดเลย……”

ประกายความแค้นที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อนลุกโชนขึ้นในดวงตาของเอวานเจลีน

แต่เห็นเธอดูตลก ๆ ……ไม่สิ มันเท่ดีนะ ที่ใส่เกราะแล้วเดินเซ ๆ แบบนั้น

ฉันหันไปมองหัวหน้าช่างตีเหล็ก หลังจากละสายตาจากเอวานเจลีนที่กำลังโมโห

“ถุงมือโกเลมที่จะแจกจ่ายให้ทหารธรรมดาละ?”

“ตอนนี้โรงตีเหล็กกำลังผลิตถุงมือโกเลมอย่างเต็มกำลัง ก่อนเริ่มป้องกันก็จะแจกจ่ายให้ทุกคนได้”

“ดีมาก”

ฉันตัดสินใจแจกจ่ายถุงมือโกเลมชิ้นเดียวให้กับทหารธรรมดา

เพื่อให้พวกเขาสามารถติดตั้งไว้ที่ส่วนใดส่วนหนึ่งของเกราะหรือติดไว้ที่โล่ก็ได้

‘แม้จะดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ก็ต้องค่อย ๆ สะสมการอัพเกรดเหล่านี้ไปทีละอย่าง’

ถ้าเหล่าผู้กล้าเป็นค้อน ทหารธรรมดาก็คือทั่ง

ต้องมีทั่ง ค้อนจึงจะทุบลงไปได้

และทั้งสองฝ่ายต้องแข็งแกร่ง ถึงจะบดขยี้พวกปีศาจให้แหลกละเอียดได้

ฉันต้องพัฒนาอุปกรณ์ของทหารธรรมดาควบคู่ไปกับการจัดหาอุปกรณ์ให้กับเหล่าผู้กล้า

ถึงแม้ว่าจะดูเหมือนฉันกำลังอวดเกราะชิ้นเล็ก ๆ นี้มากเกินไปก็ตาม

หลังจากสั่งการต่าง ๆ เพิ่มเติมให้กับหัวหน้าช่างตีเหล็ก ฉันก็หันไปหาสมาชิกในปาร์ตี้

“เย็นนี้จะมีการประชุมเกี่ยวกับยุทธวิธีในการป้องกันครั้งนี้”

เอวานเจลีนที่กำลังเดินเซ ๆ ด้วยชุดเกราะใหม่ ลูคัสที่หัวเราะเยาะเย้ยเธอ(ไอ้คนนี้!) และดาเมียนที่หัวเราะปิดปาก(ไอ้คนนี้ด้วย!) มองมาที่ฉัน

“พักผ่อนกันให้เต็มที่ แล้วมาที่คฤหาสน์ของท่านเจ้าเมืองเวลาหกโมงเย็นด้วย”

ฉันยิ้มให้

“เราไปทานข้าวด้วยกัน”

การป้องกันครั้งนี้จะเป็นการต่อสู้ที่โหดร้ายและยากลำบาก

ฉันเลยคิดว่าจะอธิบายแผนการไปพร้อมกับการเลี้ยงอาหารอร่อย ๆ

***

เนื่องจากการประชุมครั้งนี้เป็นการแจ้งยุทธวิธีการป้องกันโดยรวม ฉันจึงไปตามสมาชิกคนอื่น ๆ ด้วย

กองกำลังทหารรับจ้างดิออน อยู่ที่ค่ายทหาร

เวลาเลยเที่ยงมาหน่อยแล้ว พวกเขากำลังฝึกซ้อมในสนามฝึกภายในค่ายทหารอย่างเต็มที่

“หนึ่ง!”

“สอง!”

“สาม!”

“การป้องกันยังไม่ดีพอ! ทำอีกครั้ง!”

โจรสองคนกำลังโจมตีนักรบสามคนที่ถือโล่

นักรบใช้โล่ร่วมกันเพื่อไม่ให้การป้องกันถูกทำลาย ส่วนโจรก็พยายามจะฝ่าการป้องกันให้ได้

ถึงแม้จะเป็นแค่ไม้ฝึกและโล่ไม้ แต่การต่อสู้ก็ดุเดือดมาก

“ดูดีจัง”

พอฉันพึมพำออกมา ดิออนก็ตกใจเมื่อรู้ว่าฉันมาถึง

“อ้าว! ฝ่าบาทเสด็จมา!”

“อ้าว?!”

“ฝ่าบาทเสด็จมา!”

ห้าคนที่วางโล่และไม้ฝึกไว้รีบวิ่งเข้ามาหาฉันแล้วก้มหัว ฉันยิ้มให้

“ขอโทษนะ ที่มาขัดจังหวะการฝึกซ้อม ดูดีมากเลย”

“เปล่าเลยครับ! ดีเสียอีกที่ท่านได้มาดูการซ้อม”

ดิออนรู้สึกเขินอายอย่างจริงใจ แต่ฉันกำลังประเมินพวกเขาอยู่

‘ไม่ต้องสั่งการ แต่พวกเขากลับฝึกการประสานงานกันเอง’

พวกเขาเป็นผู้กล้าระดับ N ไม่มีค่าสถานะหรือทักษะอะไรน่าประทับใจ

สุดท้ายแล้วสิ่งที่พวกเขาแสดงให้เห็นก็มีไม่มาก แต่หนึ่งในนั้นคือการทำงานเป็นทีมที่ยอดเยี่ยม

‘ถ้าห้าคนนี้สามารถประสานงานกันในการโจมตีและป้องกันได้ พวกเขาก็สามารถเอาชนะข้อจำกัดของระดับ N เลเวลต่ำ และค่าสถานะต่ำได้’

พวกเขารู้แน่ชัดว่าตัวเองควรจะไปในทิศทางไหน

ดิออนมองไปที่สมาชิกในทีมแล้วหัวเราะอย่างเขินอาย

“เหล่าผู้กล้าที่อยู่ใต้บัญชาของฝ่าบาทล้วนมีความสามารถสูงส่ง แต่พวกเรานั้นธรรมดา จึงไม่อยากทำให้เป็นภาระ จึงต้องฝึกฝนอย่างหนัก”

“…….”

ฉันไม่ได้ปฏิเสธคำพูดนั้น

พวกเขาต้องพยายามอย่างหนักเพื่อให้มีศักยภาพ และเพื่อเอาชีวิตรอดในสนามรบ

“เย็นนี้หกโมงเย็น มาประชุมกันที่คฤหาสน์ของเจ้าเมืองนะ”

ฉันตบไหล่ทั้งห้าคนของกองกำลังทหารรับจ้างดิออน

“ไปอาบน้ำให้สะอาดนะ ฝึกหนักขนาดนี้ต้องกินของอร่อย ๆ ด้วย”

***

กองพลเงาพักอยู่ที่เรือนแยกหลังเล็ก ๆ ห่างจากคฤหาสน์ของท่านเจ้าเมืองเล็กน้อย

เพราะเป็นเอลฟ์ พวกเขาเลยรู้สึกกังวลกับสายตาของคนอื่น ฉันเลยจัดหาเรือนแยกให้พวกเขา

ฉึก! ฟิ้ว!

ด้านหลังของเรือนแยกนั้นมีลานฝึกธนูที่ฉันเตรียมไว้

มีเป้าหมายวางอยู่กระจัดกระจาย และมีหุ่นไล่กาที่ถูกยิงด้วยลูกธนูเต็มไปหมด

นักธนูสามคนกำลังยิงธนู ส่วนนักเวทสองคนกำลังเคลื่อนย้ายเป้าหมายเพื่อช่วยในการฝึกซ้อม

พวกนี้ฝึกซ้อมเป็นระบบมากเลยนะ

“โอลด์เกิร์ล ความแม่นยำในการยิงระยะไกลยังต่ำอยู่ ต้องเพิ่มอีกหนึ่งคะแนนภายในวันนี้ สกัล ความเร็วในการยิงระยะใกล้ช้าเกินไป ต้องฝึกฝนความเร็วในการตอบสนอง หวนคืนสู่จุดเริ่มต้น เบิร์นเอาท์ เธอนี่… จะซ้อมแต่การทิ้งระเบิดไปถึงเมื่อไหร่? ถ้าทำได้แค่นั้นก็ตายแน่ ๆ”

ก็อตแฮนด์ที่กำลังให้คำแนะนำแก่นักธนู รู้สึกตัวว่ามีคนเข้ามา แล้วหันมามองฉัน

“ฝ่าบาทเสด็จมา”

“ขยันกันจัง”

“ฝ่าบาทเสด็จมา!”

“ฝ่าบาทเสด็จมา!”

สมาชิกคนอื่น ๆ ในกองพลเงานั้นโค้งคำนับฉัน

มีแค่โอลด์เกิร์ลที่โบกมือเล็กน้อย อืม ยังเหมือนเดิม

ฉันจ้องมองมือของก็อตแฮนด์

“มือเป็นยังไงบ้าง?”

“ดีแล้วครับ พร้อมเต็มที่ครับ”

“ดีแล้ว พรุ่งนี้ต้องขยับตัวแล้วล่ะ”

ฉันส่งสายตาไปให้ลูคัสที่เดินตามฉันมา

ลูคัสขึ้นไปบนรถที่ลากมาจากด้านหลัง แล้วเปิดกล่องที่อยู่บนรถ

กึก-

ในกล่องเต็มไปด้วยโลหะสีเทาที่แวววาว

เป็นแท่งเงิน

“ของนาย ก็อตแฮนด์”

ฉันนำเงินที่เหลือจากการผลิตอุปกรณ์มาให้เขาหมดแล้ว

“……เงินจำนวนนี้สามารถจ้างทหารได้ทั้งกองทัพเลยนะครับ”

ก็อตแฮนด์ตกใจแล้วมองมาที่ฉัน

“ทำไมถึงให้ผม?”

“นายคงได้ยินแล้วใช่ไหมว่าศัตรูในการป้องกันครั้งนี้คือแวมไพร์”

ฉันยิ้มออกมาอย่างร้ายกาจ

“และจุดอ่อนของพวกแวมไพร์ก็คือเงิน ก็อตแฮนด์ นายเป็นช่างโลหะที่สามารถควบคุมโลหะได้ตามใจชอบ”

“……!”

“ไงล่ะ ถ้ามีเงินขนาดนี้ ก็คงจะเอาชนะแวมไพร์ได้เยอะใช่ไหมล่ะ?”

ก็อตแฮนด์ที่เข้าใจเจตนาของฉันแล้วก็ยิ้มบาง ๆ

“ผมควรจะทำอะไรครับ ฝ่าบาท?”

“หกโมงเย็นมาที่ห้องอาหารของคฤหาสน์ เรากินข้าวไปคุยกันไป……อ้อ”

ฉันส่งสายตาไปให้พวกเด็ก ๆ

“อยากกินอะไรเป็นอาหารเย็น บอกมาเลย”

ทันทีที่ฉันพูดจบ นักธนูทั้งสามคนก็รีบยกมือขึ้น พวกเด็กตะกละนี่

***

ฉันส่งคนไปตามจูเนียร์ และได้รับคำตอบว่าจะมาถึงเวลาหกโมงเย็น

ตอนนี้ได้เรียกสมาชิกทุกคนมาเรียบร้อยแล้ว

ในขณะที่รอ ฉันก็พักผ่อนบ้าง ฉันนั่งลงบนเตียงในห้อง มองไปยังอากาศว่างเปล่า

“…….”

หน้าจอระบบปรากฏขึ้นตรงหน้าฉัน

[ข้อมูลศัตรู - ด่านที่ 5]

- Lv.? จ้าวแวมไพร์ : 1 ตัว

- Lv.? ผู้บัญชาการกองพลแวมไพร์ : 2 ตัว

- Lv.? หัวหน้าแวมไพร์: 7 ตัว

- Lv.25 หัวหน้าสายเลือดต้องสาป: 20 ตัว

- Lv.20 ผีดิบเหมันต์ : 970 ตัว

- เวลาเริ่มต้น : 9 วัน

‘มันกำลังจะมาแล้ว’

ฉันรู้สึกวิงเวียนหัวเมื่อเห็นข้อมูลศัตรูที่ปรากฏขึ้น แล้วปิดหน้าจอระบบ

‘พวกมันกำลังเข้าใกล้แล้ว’

ด่านนี้ ยาก

ถึงแม้จะเตรียมพร้อมอย่างมั่นใจสำหรับการป้องกันครั้งนี้ แต่ฉันก็รู้จากประสบการณ์ดี

ฉันรู้ว่าด่านนี้จะโหดร้ายและยากลำบากอย่างที่สุด

แต่เพราะรู้ว่ามันเลี่ยงไม่ได้ จึงทำได้แค่เตรียมพร้อมรับมือกับคลื่นศัตรู

‘ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง การป้องกันทุกครั้ง ไม่สิ ทุกช่วงเวลา ล้วนเป็นการเดิมพันครั้งสำคัญ’

ฉันจะเดิมพันด้วยมือเดียว เพื่อชะตาของโลก

เหมือนกับที่ฉันเคยทำมาเสมอ นี่แหละคือหน้าที่ของฉัน

ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_

จบบทที่ ◈บทที่ 127. [เนื้อเรื่องเสริม] การเตรียมพร้อมสู่สงคราม (4)

คัดลอกลิงก์แล้ว