เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

◈บทที่ 124. แสงทองคำ

◈บทที่ 124. แสงทองคำ

◈บทที่ 124. แสงทองคำ


【แปลโดยฝีมือ...ยักษาแปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ】

【แค่ คอมเมนต์ ก็เหมือนการให้กำลังใจแล้วนะครับ รบกวน comment กันหน่อยน๊า ;-;】

【Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย】

◈บทที่ 124. แสงทองคำ

“แค่ก แค่ก!”

จูเนียร์ไอออกมาเสียงดัง ตัวงออยู่ใต้ผ้าห่มบนเตียง

ทุกครั้งที่ไอ เลือดก็ไหลออกมาไม่หยุดจากลำคอที่แห้งผาก

“ฮือ…ฮู…”

จูเนียร์จ้องมองผ้าเช็ดหน้าเปื้อนเลือดในมือด้วยสายตาเศร้าสร้อย

หลังจากใช้เวทมนตร์อย่างหนัก ก็มักจะต้องมาทนทุกข์ทรมานกับอาการข้างเคียงแบบนี้เสมอ

‘ยิ่งคราวนี้…โดนหนักกว่าเดิมด้วยมั้ง…เลยเจ็บกว่าปกติ’

เวทมนตร์ของจูเนียร์ถูกยกเลิกโดยการคำนวณเวทมนตร์ของจ้าวแวมไพร์อย่างหมดทางสู้

ถึงจะไม่แสดงออก แต่กระบวนการนั้นก็สร้างความเสียหายให้เธอมากพอสมควรอยู่แล้ว

‘แต่ก็ได้เรียนรู้เยอะเลยนะ’

การยกเลิกเวทมนตร์ของจ้าวแวมไพร์นั้นแฝงไปด้วยหลักการเวทมนตร์ที่เรียบง่ายแต่ลึกซึ้ง

‘ถ้าศึกษาให้ดี ก็สามารถนำมาเป็นของตัวเองได้’

ความรู้ใหม่กำลังอยู่ใกล้แค่เอื้อม จูเนียร์รู้สึกได้ถึงเวทมนตร์ของตัวเองที่กำลังก้าวไปสู่ขั้นต่อไป

แต่ว่า…

‘…ถึงมันจะเป็นของฉันแล้ว ก็คงใช้ได้ไม่นานหรอกมั้ง’

ความตายที่ใกล้เข้ามาทุกทีก็กำลังมาพร้อมกันด้วย

จูเนียร์กำผ้าเช็ดหน้าเปียกชื้นด้วยเลือดแน่นในมือ

- ห้ามแตะต้องเวทมนตร์เด็ดขาดนะ

เสียงของคนคนนั้น…ยังคงดังก้องอยู่ในหู

ถ้าหากเธอไม่ได้เรียนรู้เวทมนตร์…เธอก็คงมีชีวิตอยู่ได้นานกว่านี้มากแค่ไหน

สิบปี? หรือบางที…ยี่สิบปี?

‘คิดอะไรไร้สาระเนี่ย….’

จูเนียร์ส่ายหัวไปมา ในจังหวะนั้นเอง

ก๊อก ๆ

เสียงเคาะประตูห้องพักดังขึ้นจากทางประตู จากนั้นก็มีเสียงคุ้นเคยดังขึ้นมา

“จูเนียร์? อยู่ข้างในไหม?”

เป็นเสียงของแอช ผู้บัญชาการและเจ้าของเมืองแนวหน้าแห่งนี้

จูเนียร์ที่ตกใจ รีบลุกขึ้นจากเตียงแล้วเดินไปที่ประตู

“ท…ท่าน…มาแล้วเหรอคะ? แค่ก แค่ก!”

พร้อมกับการเปิดประตู เลือดก็พุ่งออกมาจากในลำคอ จูเนียร์ปิดปากแล้วไออย่างรุนแรง

“ฮือ…ฮือ…เลือดนี่มันออกมาไม่เลือกเวลาจริง ๆ เลยนะคะ ฮ่า ๆ …”

เมื่อจูเนียร์เงยหน้าขึ้น หลังจากไอจนหยุดได้แล้ว

ตรงหน้าเธอคือแอชที่ทำหน้าตกใจ…และจูปิเตอร์ก็ยืนอยู่ด้วย

จูปิเตอร์มองหลานสาวที่กำลังไอเป็นเลือดด้วยใบหน้าที่เหมือนจะใจสลาย ในมือถือของอะไรบางอย่างที่ห่อหุ้มอย่างบรรจงเอาไว้ราวกับจะให้หลานสาว

จูเนียร์พึมพำอย่างไม่เต็มใจขณะที่มองจูปิเตอร์

“…คุณยายคะ”

ยายและหลานสาวจ้องมองกันอยู่นานโดยไม่พูดอะไร

- ถึงหนูจะไม่เรียนรู้เรื่องพวกนั้น คุณยายคนนี้ก็เลี้ยงหนูได้จนตายเลยนะ

ภาพเหตุการณ์เมื่อนานมาแล้ว…

ฉายเข้ามาในสมองของจูเนียร์

***

สิบปีก่อน

แนวรบตะวันออก จักรวรรดิเอเวอร์แบล็ก หมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งหนึ่งที่มองเห็นทะเลได้

“คุณยาย!”

มือเล็ก ๆ กระดิกไปมา

“ตื่นสิคะคุณยาย! เช้าแล้ว!”

“อืม?!”

จูปิเตอร์ที่กำลังหลับ ๆ ตื่น ๆ อยู่บนเก้าอี้ลืมตาขึ้นอย่างตกใจ

เมื่อหันไปมองข้าง ๆ ก็เห็นเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ทำหน้าจริงจังอยู่

แสงแดดในตอนเช้าส่องลงบนใบหน้าของเธอ

“ตื่นสิ! เวลาจะหมดแล้ว ต้องไปกินข้าวแล้วไปทำงาน!”

เด็กหญิงที่ใช้ผมปิดบังแผลไหม้บนใบหน้าข้างซ้าย หลานสาวของจูปิเตอร์ ‘จูเนียร์’

จูเนียร์เลิกคิ้วเล็กน้อยขณะมองยายที่กำลังจ้องมองเธออย่างเหม่อลอย

“ทำไมคะ? ฝันร้ายอีกแล้วเหรอ?”

“…เปล่า ๆ แค่…”

จูปิเตอร์หาวอย่างลากยาวแล้วกลับไปนอนซบกับเก้าอี้

“ให้พักหน่อยเถอะ…เมื่อคืนทำงานด่วนจนต้องกลับบ้านดึกมากเลยนะ ฮือออ”

“งั้นไม่ไปทำงานเหรอคะ?”

“เปล่า ๆ ก็ไม่ได้หมายความอย่างนั้น…”

งานหัวหน้าทหารรักษาการณ์ของหมู่บ้าน

ถึงเงินเดือนจะน้อย แต่ก็เป็นรายได้หลักของครอบครัวจูปิเตอร์

ถึงจะอยากหยุดทำงานสักอาทิตย์ก็ตาม แต่มันทำไม่ได้

“งั้นก็รีบลุกขึ้นมาเตรียมตัวไปทำงานสิ! หนูทำอาหารเช้าไว้ที่โต๊ะแล้วนะ อย่าลืมกินข้าวแล้วมาทำงานสายล่ะ”

จูปิเตอร์มองหลานสาวที่กำลังบ่นอยู่เรื่อย ๆ อย่างเงียบ ๆ แล้วอ้าปากกว้าง

“คุณยายเหนื่อยมากเลย ป้อนข้าวให้ไม่ได้เหรอ จูเนียร์?”

“อีกแล้วเหรอ? คุณยายงอแงตลอดเลยนะ”

“คุณยายจะเป็นคุณยายที่ดีที่ทำงานหนักนะ ป้อนให้หน่อยสิ”

จูเนียร์ถอนหายใจออกมาพร้อมกับวางมือเล็ก ๆ บนเอวของจูปิเตอร์

“เฮ้อ…ก็ได้”

ไม่นาน จูเนียร์ก็ถือชามมา ป้อนโอลีฟให้จูปิเตอร์ด้วยช้อน

“ค่ะ อ้า~”

“อ้า~”

จูเนียร์ถามจูปิเตอร์อย่างระมัดระวัง

“เป็นไงคะ? อร่อยไหม?”

“ไม่ อร่อย หลานสาวทำอาหารไม่เก่งเลย”

“อะไรเนี่ย! คุณยายทำเองสิ!”

“ยายก็ทำไม่เป็น…”

เธอใช้ชีวิตอยู่ในสนามรบมาตลอด ชีวิตเธอมีแต่ข้าวที่เหล่าทหารนำมาให้

จูปิเตอร์ไม่มีความสามารถในการใช้ชีวิตเลย ไม่ว่าจะเป็นการทำอาหาร การทำความสะอาด การซักผ้า สักอย่างเธอก็ทำไม่เป็น

“แล้วคุณยายทำอะไรเป็นบ้างคะเนี่ย!”

“ก็มีแต่เวทมนตร์…”

ยายแบบนี้คงไม่ผ่านเกณฑ์จริง ๆ สินะ

จูปิเตอร์คิดในใจ จูเนียร์บ่นพึมพำแต่ก็ยังป้อนโอลีฟให้ต่อไป

จูปิเตอร์ก็กินอย่างเอร็ดอร่อย

หลังจากกินเสร็จ

“งั้นยายไปแล้วนะ”

จูปิเตอร์พูดพลางสวมโค้ทของกองทัพจักรวรรดิทับเสื้อยับ ๆ

เมื่อเหลือบมองไปในบ้าน ก็เห็นเหลน ๆ คนอื่นยังคงนอนหลับอยู่

จูเนียร์ผู้เป็นพี่ใหญ่เป็นคนตื่นแต่เช้าเพื่อทำอาหารเช้าให้ทุกคนในครอบครัว

“โอ้โห หลานสาวฉันเก่งจัง”

“อุ๊ย! ห่างออกไปสิ! คุณยายบ้า!”

จูเนียร์รีบถอยหนีทันทีที่จูปิเตอร์เข้ามากอด และยื่นมือออกมา

จูปิเตอร์เบิกตาข้างเดียวอย่างงง ๆ

“ทำไม? อะไรเหรอ?”

“ขอเงินหน่อยสิคะ คุณยาย! เงิน! เงินหมดแล้ว!”

“อะไรนะ? หมดแล้วเหรอ? พึ่งให้ไปไม่ใช่เหรอ?”

“บ้านนี้มีคนอยู่กี่คนกันคะ เงินแค่นั้นจะอยู่ได้เหรอ?”

จูปิเตอร์ทำหน้าเบื่อหน่ายกับคำพูดที่ห้วน ๆ ของจูเนียร์

วันนั้น เด็ก ๆ ที่เธอช่วยเหลือไว้มีทั้งหมดสิบเอ็ดคน

ถึงแม้จะหักค่าใช้จ่ายในการรักษาอาการข้างเคียงจากเวทมนตร์ออกไปแล้ว ก็ยังคงต้องใช้เงินมหาศาลในการเลี้ยงดูพวกเขา

เงินเก็บเก่า ๆ หมดไปนานแล้ว เธอยังคงใช้ชีวิตอย่างยากลำบากด้วยเงินเดือนหัวหน้าทหารรักษาการณ์

จูปิเตอร์ขมวดคิ้วพลางคำนวณเงินในบัญชี

“ถึงวันจ่ายเงินเดือนยังอีกนานเลยนะ”

“ยังไงก็เงินหมดแล้ว! คุณยายต้องหาเงินมาให้ได้ ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนก็ตาม!”

จูเนียร์มองไปที่คุณยายที่กำลังจะออกจากบ้านอย่างไม่พอใจ

“หาเงินมา!”

***

นอกเขตหมู่บ้าน ที่ทำการรักษาการณ์

“ฉันมาแล้วนะพวกนาย”

เมื่อจูปิเตอร์เดินเข้ามาอย่างเชื่องช้า ทหารที่กำลังนอนหลับอยู่ภายในที่ทำการรักษาการณ์ก็ลุกขึ้นยืนพร้อมกับยกมือเคารพ

“สวัสดีครับ!”

“สวัสดีครับ! ท่านมาแล้วเหรอครับ”

“อืม ครับ…พวกนายไม่ต้องขนาดนั้นหรอกน่า ฉันบอกกี่ครั้งแล้ว ไม่มีใครเห็นหรอก พักผ่อนเถอะ!”

ทหารที่ผ่อนคลายตัวลงนั่งลงบนเก้าอี้ จูปิเตอร์ก็ทำตัวสบาย ๆ บนที่นั่งของเธอเช่นกัน

“ไม่มีอะไรผิดปกติใช่ไหม?”

“ครับ ท่านหัวหน้า นอกจากคนร้ายที่จับได้เมื่อวานแล้วก็ไม่มีอะไรแล้วครับ”

ทหารชี้ไปที่ภายในที่ทำการรักษาการณ์

ภายในนั้นมีห้องขังที่สร้างอย่างหยาบ ๆ และมีชายหนุ่มคนหนึ่งถูกขังอยู่

เป็นพ่อค้าลักลอบนำของเถื่อนที่ถูกจับได้เมื่อคืนนี้

“ถ้าจะทำก็ไปทำที่อื่นสิ มาทำอะไรที่หมู่บ้านเล็ก ๆ อย่างนี้…”

เมื่อจูปิเตอร์บ่นพึมพำ พ่อค้าลักลอบนำของเถื่อนก็ตะโกนออกมาจากหลังลูกกรง

“ไม่สิ ท่านเจ้าหน้าที่ คิดให้ดีนะครับ! ถ้าแค่ปิดตาข้างเดียว ผมจะให้เงินส่วนแบ่ง 40% ไม่สิ! 50% เลยครับ! ได้ไหมครับ?”

“…”

“เงินเดือนของทหารรักษาการณ์ในหมู่บ้านเล็ก ๆ แบบนี้คงไม่ต้องพูดถึง ลองคิดดูนะครับ! เหมือนมีอาชีพเสริม ดีขนาดไหน! ผมก็ได้ทำมาหากินอย่างสบายใจ พวกท่านก็ได้เงินโดยไม่ต้องทำอะไร ลูกค้าของผมก็ได้ของ ทุกคนก็มีความสุข!”

จูปิเตอร์ที่กำลังฟังอยู่ลุกขึ้นและเดินไปที่ห้องขัง

พ่อค้าลักลอบนำของเถื่อนพูดอย่างตื่นเต้น

“โดยเฉพาะท่านหัวหน้าทหารรักษาการณ์! ผมไม่รู้หรอกว่าทำไมคนใช้เวทมนตร์อย่างท่านถึงมาอยู่ที่นี่ แต่คิดดูให้ดีสิครับ! ตอนนี้เป็นแค่การลักลอบนำของเข้าเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ถ้ามีคนใช้เวทมนตร์ช่วยเหลือล่ะก็…”

เปรี้ยง!

ฟ้าผ่าลงมา

เมื่อจูปิเตอร์ดีดนิ้ว ฟ้าผ่าก็ตกลงมาทำให้ลูกกรงห้องขังร้อน พ่อค้าลักลอบนำของเถื่อนตกใจและล้มลงไปด้านหลัง

“เหวอ!”

“ระวังคำพูดหน่อยนะ ไอ้โจรเวร”

ควาง!

จูปิเตอร์เหยียบรองเท้าลงบนลูกกรงและคำรามอย่างดุร้าย

“ฉันคือจูปิเตอร์ จูปิเตอร์ผู้ใช้เวทมนตร์สายฟ้าผู้เคยเป็นหัวหน้ากองกำลังเวทมนตร์แห่งจักรวรรดิ ถึงเงินจะไม่มีก็ช่างมัน ฉันจะไม่ทำเรื่องลักลอบนำของเข้ามาหรอกนะ”

“อึก…เหวอ…”

“เวรเอ้ย โชคไม่ดีจริง ๆ เลย”

จูปิเตอร์ถ่มน้ำลายลงพื้นแล้วหันหลังกลับ

“จับตาไอ้คนนั้นไว้ให้ดี พรุ่งนี้จะมีเจ้าหน้าที่จากเมืองหลวงมา”

“ครับ”

“ฉันจะไปตรวจตราหมู่บ้านก่อน”

“ไปมาดีนะครับ”

“ไปมาดีนะคะ!”

จูปิเตอร์ออกจากที่ทำการรักษาการณ์พร้อมกับการส่งของเหล่าทหาร

ปกติแล้ว เธอจะสั่งให้ทหารไปตรวจตราเองแล้วก็หลับตาพริ้ม แต่คราวนี้ไม่ใช่

หมู่บ้านที่ติดทะเลวุ่นวายกว่าแต่ก่อนมาก

สายตาของชาวประมงที่กำลังแล่นเรือดูน่ากลัว อาจจะเป็นเพราะศพที่ลอยมาเมื่อไม่นานมานี้ก็ได้

‘สถานการณ์ความปลอดภัยแย่ลงทุกวัน ๆ เลยนะ’

เมื่อห้าปีก่อน นี่เป็นหมู่บ้านที่สงบสุขมาก

สงครามพิชิตของจักรวรรดิทำให้เกิดผู้ลี้ภัยจำนวนมาก ความปลอดภัยที่สั่นคลอนจากชายแดนส่งผลกระทบต่อภายในจักรวรรดิ

‘แค่ฉันอยากอยู่เงียบ ๆ จนเด็ก ๆ โตก็พอแล้ว…’

เงินก็หมด งานหัวหน้าทหารรักษาการณ์ก็เหนื่อยล้า

จูปิเตอร์รู้สึกอยากสูบบุหรี่ขึ้นมาทันที

แต่เพราะเลี้ยงเด็ก ๆ และฐานะที่ยากจน เธอเลยเลิกสูบไปนานแล้ว

‘ถึงจะเป็นจูปิเตอร์ ก็ตายได้เหมือนกัน’

เมื่อนึกถึงตัวเองในสมัยที่รุ่งเรือง การที่เธออดสูบบุหรี่เพราะไม่มีเงินซื้อมันดูตลกไปเลย

‘…บุหรี่…’

จูปิเตอร์นึกขึ้นมาได้

‘อ้อ สินค้านำเข้าผิดกฎหมายที่ยึดมาได้นั้นมีใบยาสูบด้วยใช่ไหม…?’

ในจังหวะนั้นเอง

“อะไรนะ?”

ครืนน…

เมฆดำพัดมาอย่างรวดเร็วจากฟากฟ้า

เปรี้ยง-!

ฟ้าผ่าลงมาเป็นเส้นเล็ก ๆ

ไม่ใช่สภาพอากาศปกติ เห็นได้ชัดว่าเป็นฟ้าผ่าที่ถูกสร้างขึ้นโดยมนุษย์

‘เวทมนตร์?’

และฟ้าผ่าก็กำลังตกมายังนอกหมู่บ้าน บ้านของจูปิเตอร์

ตุ้บ ตุ้บ ตุ้บ!

“…นี่มันอะไรกันเนี่ย”

ตุ้บ ตุ้บ ตุ้บ!

จูปิเตอร์รีบวิ่งไปที่บ้านทันที

เมื่อมาถึงบ้าน ก็เห็นศพชายและหญิงที่ไหม้เกรียมนอนอยู่หน้าบ้าน

ทั้งสองคนถือมีดและไม้กวาดอยู่ในมือ

แล้วจูเนียร์ก็กำลังตัวสั่นอยู่ตรงนั้น

“จูเนียร์?! ไม่เป็นไรใช่ไหม?!”

จูเนียร์พูดเสียงสั่น น้ำตาคลอเบ้า ใบหน้าซีดเผือด

“ค…คุณยายค่ะ…”

“ค…คนพวกนี้เปิดประตูเข้ามาแล้วก็บอกว่าถ้าไม่ให้เงินก็จะฆ่าพวกเราหมด หนูกลัวมาก เลย…เลย…”

เหลน ๆ คนอื่นกำลังมองมาทางนี้ด้วยสีหน้าที่ตกใจ

พี่ใหญ่จูเนียร์พยายามปกป้องน้อง ๆ จนทำให้เธอมีพรสวรรค์ในการใช้เวทมนตร์หรือเปล่า?

จูปิเตอร์กอดหลานสาวไว้แน่น

“ไม่เป็นไรแล้วนะจูเนียร์ ไม่เป็นไรแล้วนะ ไม่เป็นไรแล้วนะ”

“แค่ก…แค่ก!”

“จูเนียร์?”

จูปิเตอร์ที่กำลังพยายามปลอบหลานสาวรู้สึกถึงบางอย่างที่ผิดปกติและมองจูเนียร์

จูเนียร์กำลังไอเป็นเลือดออกมาทางจมูกและปาก

“ที่รัก ไม่เป็นไรใช่ไหม? ที่รัก”

“คุณย…าย…”

จูเนียร์ล้มลงไป เลือดไหลออกมาจากตาและหู

จูปิเตอร์อุ้มหลานสาวไว้และลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว

“นี่มัน…อะไรกันเนี่ย!”

***

วิหารในหมู่บ้าน

นักบวชที่เป็นแพทย์ประจำตัวของหลาน ๆ จูปิเตอร์ถอนมือออกจากจูเนียร์

จูเนียร์ที่ได้รับการรักษาด้วยเวทมนตร์ดูดีขึ้น

“นี่เป็นแค่การรักษาชั่วคราวเท่านั้น ไม่หายขาดหรอกนะครับ”

นักบวชพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา เช็ดเหงื่อบนหน้าผาก

“พลังเวทมนตร์กำลังไหลย้อนกลับมาจากบาดแผลของพลังเวทมนตร์ที่ยังคงอยู่ในหัวใจ ยิ่งเด็กคนนี้มีพรสวรรค์ในการใช้เวทมนตร์ยิ่งเป็นปัญหาใหญ่ เพราะบาดแผลทำให้เธอควบคุมพลังเวทมนตร์ของตัวเองไม่ได้”

“…”

“เด็กคนนี้จะตาย คงอยู่ได้ไม่นานหรอก”

ริมฝีปากของจูปิเตอร์ที่กัดแน่นจนซีดเผือดมีเลือดซึมออกมา นักบวชมองอย่างเฉยชา

“คุณรู้ตั้งแต่แรกแล้วไม่ใช่เหรอ? ว่าเด็กพวกนี้จะอยู่ได้ไม่นาน”

“…ถ้าอยากจะรักษาให้หาย”

จูปิเตอร์ถามเสียงเบา

“ถ้าอยากให้พวกเขาอยู่ได้นานขึ้นอีกสักนิดล่ะ?”

“คงต้องพาไปวิหารใหญ่ในเมืองหลวง ถ้าให้บาทหลวงใหญ่ดูล่ะก็ จะได้รับการรักษาด้วยเวทมนตร์ระดับสูงสุด แต่…ค่าใช้จ่ายก็จะสูงมาก”

จูปิเตอร์ขบฟันแล้วลูบหน้าผาก

“ฉันจะมีเงินที่ไหนมาจ่ายล่ะ…”

“งั้นก็หมายความว่า เด็กคนนี้จะตายนั่นแหละ”

“…”

“ยังไงก็คงอยู่ได้ไม่นาน ก็ให้กินอะไรอร่อย ๆ หน่อยสิ เด็กคนนี้ผอมเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก”

จากเสื้อผ้าเก่า ๆ และแขนขาที่ผอมแห้งของเด็กคนนี้ มันก็บอกอะไรได้หลายอย่างแล้ว

“…”

จูปิเตอร์ได้แต่ครุ่นคิด

เธอแค่รับเด็ก ๆ เหล่านี้มาเลี้ยงดู แต่จริง ๆ แล้วเธอค่อย ๆ ฆ่าพวกเขาอยู่นี่เองหรือเปล่า

เธอไม่ได้รักษาพวกเขาอย่างถูกต้อง และปล่อยให้พวกเขาต้องดิ้นรนกับความยากจน

‘เงิน…เงิน…’

จูปิเตอร์กำมือแน่นขณะที่มองใบหน้าของหลานสาวที่หลับไป

‘เงิน…!’

***

กลางคืน ทหารรักษาการณ์ทุกคนกลับบ้านไปหมดแล้ว

พ่อค้าลักลอบนำของเถื่อนที่กำลังง่วงอยู่ภายในห้องขังสะดุ้งตื่นเพราะเสียงประตูที่เปิดออก

“อะ อะ อะ อะไรกันเนี่ย?”

เจ้าหน้าที่จากเมืองหลวงมาถึงแล้วเหรอ? ถึงเวลาตายแล้วใช่ไหม? พ่อค้าลักลอบนำของเถื่อนคิดพลางตัวสั่น

ตุ้บ ตุ้บ

ในที่สุดก็มีคนเดินมาที่ห้องขัง…หัวหน้าทหารรักษาการณ์ จูปิเตอร์

“ไง ไอ้ขยะ”

มือข้างหนึ่งถือกุญแจห้องขัง อีกมือหนึ่งถือบุหรี่มวนที่ทำมาจากของที่ยึดได้

ฟู่-

จูปิเตอร์สูบบุหรี่เข้าไปแล้วค่อย ๆ พ่นควันออกมา

“เรื่องลักลอบนำของเข้ามาเมื่อกี้น่ะ เล่ารายละเอียดมาให้หมด”

ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_

จบบทที่ ◈บทที่ 124. แสงทองคำ

คัดลอกลิงก์แล้ว