เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

◈บทที่ 121. [การเผชิญหน้าครั้งสำคัญ] การพบกันโดยบังเอิญ (2)

◈บทที่ 121. [การเผชิญหน้าครั้งสำคัญ] การพบกันโดยบังเอิญ (2)

◈บทที่ 121. [การเผชิญหน้าครั้งสำคัญ] การพบกันโดยบังเอิญ (2)


【แปลโดยฝีมือ...ยักษาแปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ】

【แค่ คอมเมนต์ ก็เหมือนการให้กำลังใจแล้วนะครับ รบกวน comment กันหน่อยน๊า ;-;】

【Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย】

◈บทที่ 121. [การเผชิญหน้าครั้งสำคัญ] การพบกันโดยบังเอิญ (2)

เส้นทางแห่งผู้พิชิต เมื่อเข้าไปครั้งแรก ทักษะทั้งหมดจะถูกปิดผนึก

นั่นหมายความว่า ยกเว้นกับดักแรก ๆ ก็แทบไม่มีอันตรายอื่นใด

แต่เมื่อเอาชนะโคลอสเซียมแล้วกลับมา ข้อจำกัดการเดินทางที่ไปได้แค่ขาไปจะหายไป และข้อจำกัดอื่น ๆ เช่น การปิดผนึกทักษะ ก็จะถูกยกเลิกเช่นกัน

กล่าวคือ…… หมายความว่า อาจเกิดการต่อสู้ภายในเส้นทางได้

‘ไม่สิ ก็มันอาจจะเกิดขึ้นได้อยู่แล้ว’

ฉันมองไปรอบ ๆ ที่เพื่อนร่วมทีมที่หมดสติล้มอยู่ แล้วก็เหงื่อตก

‘แต่ว่าจะให้พวกปีศาจระดับราชามันซุ่มโผล่มาแบบนี้มันก็เกินไปหน่อยนะเว้ย!’

ตรงหน้าฉัน ผู้ต้องสงสัยที่ทำให้เกิดเหตุการณ์นี้ยืนอยู่เฉย ๆ

แวมไพร์ ราชาหรือก็คือบอสของด่านถัดไป ราชาอมตะ เซเลนดิออน

แค่หน้าตาก็ดูเหมือนเด็กอายุสิบกลาง ๆ แต่ห้ามหลงกลนะ เพราะจริง ๆ แล้วมันเป็นปีศาจแก่เฒ่าอายุหลายร้อยปี

《…….》

เซเลนดิออนกำลังมองฉันอย่างเงียบ ๆ ด้วยดวงตาสีแดงสดใส

สายตาของมันเหมือนกับเด็กที่กำลังดูแมลงที่จับได้ ทำให้ฉันขนลุก

《เริ่มอยากคุยกับฉันแล้วเหรอ ผู้เล่น?》

ฉันตอบคำพูดของเด็กหนุ่มด้วยคำพูดที่แหลมคม

“แอช”

《หือ?》

“แอช ชื่อฉัน แอช แอช ‘บอนไฮเตอร์’ เอเวอร์แบล็ก”

พวกมันชอบเรียกคนแต่ไม่เรียกชื่อ เรียกแต่ ผู้เล่น

คิดว่าถ้าถามชื่อแล้วฉันจะไม่บอกเหรอ? ชื่อ ไอ้เวรแอชน่ะดังไปทั่วแล้ว ฉันแจกฟรีเลยนะ

หลังจากได้ยินชื่อฉัน เซเลนดิออนก็กะพริบตาเล็กน้อย แล้วก็ปรบมือ

《อ๋อ จริงด้วย ใช่แล้ว พวกนายก็มีชื่อสินะ》

“อะไรนะ?”

《นายเองก็เวลาเห็นมดก็เรียกมดใช่ไหม ไม่เห็นจะไปถามชื่อมด》

เซเลนดิออนก้มหัวลงเล็กน้อย

《อย่างไรก็ตาม ขอโทษด้วย ฉันไม่รอบคอบเอง》

“…….”

《ฉันขอพูดอีกครั้ง ฉันไม่มีเจตนาจะทำให้นายไม่พอใจ และฉันก็ไม่ได้มีเจตนาจะทำร้ายพวกนายด้วย》

“ไม่มีเหรอ? แล้วนี่มันอะไรล่ะ?”

ฉันชี้ไปที่เพื่อนร่วมทีมที่ล้มอยู่รอบ ๆ เซเลนดิออนก็ก้มมองเพื่อนร่วมทีมของฉัน

《เข้าใจเถอะ มนุษย์ การที่ฉันจะไม่ฆ่าแต่จะต้องจับพวกนายนั้น เป็นเรื่องที่ลำบากมาก》

“…….”

《ฉันแค่ต้องการจะคุยด้วยเท่านั้น》

ฉันมั่นใจทันทีหลังจากเห็นมันขอโทษ

‘ไอ้พวกนี้ไม่ได้มาฆ่าเรา’

ถ้ามันคิดจะฆ่า พวกเราคงตายไปแล้ว

แต่ทั้งการจับ และการเริ่มด้วยการพูดคุย

เป้าหมายของเซเลนดิออนไม่ใช่การฆ่าเรา ฉันมั่นใจในเรื่องนี้

แต่ว่า

‘ทำไม?’

พวกเราที่เป็นแค่ชีวิตแมลง อย่างที่มันพูด ชีวิตที่มันสามารถบี้ให้แหลกได้ด้วยปลายนิ้วเพียงนิ้วเดียว…… ทำไมมันถึงต้องปล่อยให้เราอยู่รอด

“…….”

แต่ก็ได้

ถ้ามันอ่อนน้อมถ่อมตนขนาดนี้ ฉันก็ไม่มีเหตุผลที่จะไม่คุยด้วยนี่นา

ตุ้บ!

ฉันนั่งลงกับพื้นในห้องโถง เซเลนดิออนมองฉันด้วยสายตาที่แปลกใจ

《ทำอะไรอยู่?》

“ก็นั่งอยู่ไง นายก็มานั่งสิ”

《หือ?》

“มานั่งตรงนี้สิ ไม่รู้ว่าจะคุยอะไร แต่อยู่แบบนี้มันก็ดูเคอะเขินใช่ไหม?”

《…….》

เซเลนดิออนดูเหมือนจะสับสน (คงไม่เคยเจอวัฒนธรรมการนั่งแบบนี้มาก่อนมั้ง) ก็เลยนั่งลงอย่างระมัดระวังตรงหน้าฉันเงียบ ๆ

พวกเรานั่งมองหน้ากัน

ฉันจ้องมันตาเขม็ง แต่เซเลนดิออนกลับมีหน้าตาที่สงบ

ถ้าเป็นไปได้ ฉันอยากจะต่อยหน้ามันสักหมัด แต่ถ้าทำอย่างนั้น ฉันก็คงตายเหมือนกัน……

อย่างไรก็ตาม ฉันก็กลั้นใจแล้วถาม

“งั้นก็บอกมาสิ อยากคุยอะไรกับฉันนักหนา? อะไรทำให้แกกังวล? เรื่องเรียน? เรื่องอนาคต? วัยรุ่น? อย่างไหน?”

《……? ฉันไม่เข้าใจว่ามันหมายความว่ายังไง》

เซเลนดิออนค่อย ๆ พูด

《สิ่งที่ฉันอยากถาม สิ่งที่ฉันอยากรู้ มีอยู่หนึ่งอย่าง》

“พูดมาเถอะ ถ้าฉันตอบได้ก็จะตอบ”

ถ้าไม่ตอบ ฉันคงถูกฆ่าแน่

ฉันก็คิดว่ามันจะถามอะไรถึงต้องมาเอง แต่คำถามถัดมาคือสิ่งที่ฉันคาดไม่ถึง

《นายฆ่า ออลลอป ได้ยังไง?》

“……อะไรนะ?”

ฉันขมวดคิ้วแล้วถามกลับ

“ออลลอป?”

《ผู้บัญชาการกองทัพแมงมุม ผู้เป็นมรดาของแมงมุมทั้งหมด ราชินีแห่งทารันทูลา - ออลลอป นั่นแหละ》

“นั่นมันอะไรกันวะ ไอ้พวกบ้า…… อ้าว รอแป๊บ”

ถ้าเป็นผู้บัญชาการกองทัพแมงมุมล่ะก็……

‘หมายถึง ราชินีแมงมุมที่ฉันฆ่าในภารกิจแนวหน้าใช่ไหม?’

ราชินีแมงมุมที่ฉันจัดการในด่านที่ 0 ด่านฝึกหัด

ชื่อของมันคือ ออลลอป นี่เอง

‘ตอนนั้นมันไม่ได้ระบุว่าเป็นตัวละครมีชื่อนะ…… มันคือราชินีของเหล่าทารันทูลาเหรอ?’

ราชินีของเหล่าทารันทูลา

เป็นชื่อที่ปรากฏในหนังสือข้อมูลจักรวรรดิ หมายถึงมารดาของแมงมุมปีศาจทั้งหมด

มันมีอยู่ในหนังสือข้อมูลอย่างเดียว ไม่มีในเกม ฉันเลยคิดว่ามันมีแค่ในข้อมูลเท่านั้น

นั่นหมายความว่า ไอ้ตัวในด่านฝึกหัดนั้นเป็นตัวสำคัญขนาดนั้นงั้นเหรอ?

‘แหม ก็ว่าไหงมันตายยากตายเย็น เป็นผู้บัญชาการกองพลนี่เอง’

ฉันพยักหน้า เซเลนดิออนก็พยักหน้ารับ

《ดูเหมือนจะนึกออกแล้วสินะ》

“ก็แน่นอนสิ ฉันเกือบตายเพราะมันนะ”

ฉันเกือบเกมโอเวอร์ตรงนั้นเลยล่ะ ตรงนั้นแหละ

《โดยปกติแล้ว ออลลอปจะไม่ปรากฏตัวในสนามรบ แต่ตอนนั้นเป็นช่วงฤดูผสมพันธุ์ เธอเลยต้องการที่จะกินร่างกายของมนุษย์และความสิ้นหวัง》

“อื้อหือ”

ฉันทำหน้าเบื่อหน่าย ไม่ต้องมาเล่าเรื่องน่ากลัวขนาดนั้นก็ได้

《แต่ว่าเธอตายแล้ว》

เซเลนดิออนจ้องฉัน

《โดยฝีมือนาย นายใช้ปืนใหญ่ยิงเธอตายใช่ไหม》

“ก็ใช่นะ”

จริง ๆ แล้วไม่ใช่ฉัน แต่เป็น ดาเมียน แต่ก็ช่างเถอะ

“แล้วไง? ฉันฆ่ามันก็จริง แต่ตอนนี้มาแก้แค้นเหรอ?”

《แก้แค้น?》

ฮึ

รอยยิ้มเยาะเย้ยปรากฏขึ้นที่ริมฝีปากของเซเลนดิออน

นั่นเป็นครั้งแรกที่แวมไพร์ตนนี้แสดงสีหน้าออกมา

《เพื่อไอ้แมงมุมตัวนั้นเหรอ? ไม่ใช่แน่ ๆ 》

“…….”

《ฉันบอกพระราชาว่าฉันจะไปแก้แค้น แต่นั่นเป็นเพียงเหตุผลที่ใช้พูดเท่านั้น…… ฉันไม่เคยมีน้ำใจช่วยเหลือแมงมุมต่ำต้อยนั้นเลย》

“แล้วทำไม?”

ระหว่างที่ฉันฆ่าราชินีแมงมุมกับที่มันตามมาหาฉัน มันมีความเกี่ยวข้องกันยังไง?

คำตอบก็ได้รับการเปิดเผยในทันที

《ฉัน》

เพราะเซเลนดิออนพูดออกมาด้วยปากของมันเอง อย่างชัดเจน

《อยากตาย》

“……?”

ฉันชะงักไป ไม่เข้าใจ

“อะไรนะ?”

《ฉันบอกว่าอยากตาย มนุษย์ ฉัน…… อยากตาย》

เซเลนดิออนค่อย ๆ มองดูฝ่ามือของตัวเอง

《ฉันกลับมาเกิดใหม่ที่นี่มาห้าร้อยปีแล้ว…… ฉันกำลังมองหาคนที่สามารถฆ่าฉันได้อีกครั้ง》

กลับมาเกิดใหม่?

อยากตายอีกครั้ง?

นี่มันอะไรกันเนี่ย ฉันกะพริบตาไปมาเพราะไม่เข้าใจ เซเลนดิออนก็ยังคงพึมพำอยู่คนเดียว

《แต่ไม่มีใคร…… ที่จะฆ่าฉันได้ แม้แต่จะทำร้ายฉันให้บาดเจ็บสาหัสยังไม่ได้เลย》

“…….”

《แต่ ออลลอป》

เซเลนดิออนมองฉันอีกครั้ง

ครั้งนี้ มันมองไม่ใช่ภายนอกของฉัน แต่เหมือนกับกำลังมองอะไรบางอย่างข้างในฉัน

《ออลลอป ผู้บัญชาการกองพลเหมือนฉัน ตายเพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด ตายเพราะปืนใหญ่ของมนุษย์ธรรมดา ๆ 》

“…….”

《ตอนนั้นฉันก็รู้สึกตัว คิดว่าถ้าเป็นคนที่ฆ่าออลลอปได้ ก็คงจะฆ่าฉันได้เหมือนกัน》

ดวงตาสีแดงของเซเลนดิออนเต็มไปด้วยความปรารถนา

《นาย…… สามารถฆ่าฉันได้ไหม?》

“…….”

《สามารถปลดปล่อยฉันจากความฝันที่ไม่สิ้นสุดนี้ได้ไหม? สามารถส่งฉันกลับไปยังความมืดมิดแห่งความตายได้อีกครั้งหรือไม่?》

ฉันฟังมันอยู่นาน แล้วก็

“อ้าว นี่มันอะไรกัน……”

ฉันพูดแล้วก็เริ่มคำราม

“จะฆ่าแกได้ไหม? แกอยากถามอย่างนั้นเองสินะ ไอ้ปีศาจ?”

《หือ?》

“ตั้งแต่แรก ฉันก็มาเพื่อฆ่าพวกแก”

ฉันลุกขึ้นอย่างช้า ๆ

“ฉันมาเพื่อตัดหัวพวกปีศาจพวกแก ฉีกเนื้อหนังพวกแก เผาให้เป็นเถ้าถ่าน เพื่อทำลายพวกแกให้สิ้นซาก”

ฉันจำได้

ผู้คนล้มตาย เลือดกระเด็นไปทั่ว โดนปีศาจทำร้าย

“แน่นอน ฉันจะฆ่าแก และไม่ใช่แค่แก แต่จะฆ่าลูกน้องแก ครอบครัวแก รวมถึงไอ้ราชากาก ๆ ของแกด้วย!”

ฉันจำได้

มาร์คกราฟที่ตายในอ้อมกอดฉัน หลังจากที่ต่อสู้กับปีศาจมาตลอดชีวิต จนสุดท้ายก็พังทลาย

“ทั้งหมด! ทั้งหมด! ฉันจะฆ่ามัน! ทั้งหมด! ไม่เหลือซาก!”

ฉันจำได้

ศพกว่าสามพันศพ ที่อยู่บนทุ่งโล่ง

ไฟสีฟ้าที่ลุกไหม้ท่ามกลางศพพวกนั้น

“นั่นคือสิ่งที่ฉันทำในแนวรบแห่งนี้ และนั่นคือเป้าหมายเดียวที่ฉันทำทุกอย่างแลกมา!”

เสียงปืนใหญ่ในงานศพ เสียงร้องไห้คร่ำครวญของนักร้องประสานเสียง ความเงียบสงบที่ตามมาหลังจากการไว้อาลัย

ฉันจำเคน เทน ลอน จียา เฟก และทหารกล้าอีกนับไม่ถ้วนที่แม้แต่ชื่อก็ไม่ได้ถูกบันทึกไว้

ฉันจำได้

จำได้ดี

เพราะฉะนั้น ฉันจึงเกลียดพวกมัน และนั่นคือหน้าที่ของฉัน ในฐานะผู้บัญชาการแห่งแนวรบนี้

“ไม่ต้องขอร้อง ฉันก็จะฆ่าแกอยู่แล้ว อย่าห่วงเลย ราชาแวมไพร์! เตรียมตัวรอเสียงกรีดร้องเวลาที่แกตายในคมดาบของฉันเถอะ!”

เซเลนดิออนฟังเสียงตะโกนดังของฉันเงียบ ๆ

《……น่าสนใจ เป็นอย่างนั้นเองสินะ》

มันยิ้มบาง ๆ

แตกต่างจากรอยยิ้มเยาะเย้ยเมื่อครู่ เป็นรอยยิ้มที่เงียบสงบ และดูอ่อนโยน

《ถึงแม้ว่าท่าทางของนายจะดูโอ้อวด แต่ฉันก็ดีใจนะ เพราะฉันคิดว่าความเกลียดชังของนายนั้นเป็นของจริง》

เซเลนดิออนลุกขึ้นอย่างช้า ๆ

《แต่ว่าฉันไม่เข้าใจเลย พวกสัตว์เล็ก ๆ อย่างพวกนายจะใช้วิธีไหนฆ่าฉัน มีวิธีนั้นอยู่จริงเหรอ?》

“ก็มีอยู่แล้วสิ”

แกคิดว่าฉันฆ่าแกไปกี่ครั้งแล้ว ไอ้แวมไพร์บ้า

ฉันตะโกนอย่างมั่นใจ

“เช็ดคอให้สะอาดแล้วค่อยปีนกำแพงฉันมา ฉันจะรับผิดชอบในการยุติชีวิตอันน่าเบื่อของแกเอง!”

《…….》

...มันยิ้มกว้าง

รอยยิ้มบนริมฝีปากของเซเลนดิออนเบิกกว้างขึ้น

ชั่วพริบตา มันดูไม่เหมือนเด็กวัยรุ่น แต่กลับเหมือนคนแก่ที่อายุแปดสิบเก้า

แต่ในวินาทีต่อมา มันก็กลับมาเป็นหน้าตาเดิม หน้าของเด็กหนุ่มอายุสิบกว่า

《ฉันจะมาหานาย ฉันหวังว่าคำพูดเมื่อกี้ของนายจะไม่ใช่คำโกหกนะ》

ตุ้บ ตุ้บ

ร่างกายของเซเลนดิออนที่เดินผ่านฉันไปเริ่มกลายเป็นหมอก

《และ พวกลูกน้องของนาย พวกมันคงกำลังตั้งใจจะโจมตีฉันอยู่ใช่ไหม?》

“หือ?”

《อย่าทำเลยจะดีกว่า เพราะฉันหวังว่าพวกนายจะอยู่ในสภาพพร้อมรบในวันนั้น》

ฉันตกใจ มองไปที่เพื่อนร่วมทีมที่ล้มอยู่บนพื้น

ไม่รู้ว่าตื่นขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ พวกเขากำลังถืออาวุธเสริม เตรียมพร้อมที่จะโจมตีเซเลนดิออน

ฉันรีบยกมือขึ้นปัดป่าย พอเถอะ พอเถอะ! ตอนนี้ก็ทำดาเมจอะไรไม่ได้อยู่ดี!

《งั้น ผู้เล่น…… ไม่สิ แอช》

เซเลนดิออนกระซิบเบา ๆ ขณะที่มันกลายเป็นหมอกสีดำแล้วหายไป

《ฉันรออยู่ ฉันหวังว่าในวันนั้น นายจะฆ่าฉันได้จริง ๆ 》

ฟู่

หมอกสีดำพุ่งกระหน่ำ มันก็หายไปแล้ว

ฉันจ้องมองไปที่ที่ราชาแวมไพร์หายไป แล้วก็พึมพำ

“ถ้าอยากตายนักก็ไปฆ่าตัวตายซะสิ นี่มันอะไรกัน……”

ต้องมาวุ่นวายให้ฉันมาฆ่า

ไปฆ่าตัวตายซะ! เขียนชื่อฉันลงในจดหมายลาตายด้วย! อย่างนั้นก็ดีทั้งสองฝ่าย!

‘แต่ว่ามันคงทำอย่างนั้นไม่ได้’

ฉันไม่ต้องไปเข้าใจเรื่องของปีศาจหรอก

ฉันบ่นพึมพำ แล้วมองลงไปที่เพื่อนร่วมทีม พวกเขาลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล ด้วยสีหน้าเจ็บปวด

“ไม่ต้องท้อแท้กับความแตกต่างของพลัง เขี้ยวของพวกเรา จะต้องไปถึงคอของมันแน่!”

ฉันช่วยพยุงเพื่อนร่วมทีมที่กำลังร้องคราง คนละคน

“ฉันจะทำให้มันเป็นอย่างนั้น และพวกนายก็จะทำได้”

ฉันพยักหน้าให้เพื่อนร่วมทีมที่กำลังมองฉันด้วยสีหน้าที่ดูเหมือนมีอะไรอยากจะพูด

“กลับกันเถอะ”

เรายังมีเรื่องอะไรต้องทำอีกมากมาย

ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_

จบบทที่ ◈บทที่ 121. [การเผชิญหน้าครั้งสำคัญ] การพบกันโดยบังเอิญ (2)

คัดลอกลิงก์แล้ว