- หน้าแรก
- ข้ากลายเป็นทรราชในเกมป้องกันเมือง
- ◈บทที่ 116. [สำรวจอิสระ] เส้นทางแห่งผู้พิชิต (2)
◈บทที่ 116. [สำรวจอิสระ] เส้นทางแห่งผู้พิชิต (2)
◈บทที่ 116. [สำรวจอิสระ] เส้นทางแห่งผู้พิชิต (2)
【แปลโดยฝีมือ...ยักษาแปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ】
【แค่ คอมเมนต์ ก็เหมือนการให้กำลังใจแล้วนะครับ รบกวน comment กันหน่อยน๊า ;-;】
【Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย】
◈บทที่ 116. [สำรวจอิสระ] เส้นทางแห่งผู้พิชิต (2)
พวกเรานั่งพักกันที่ทางเข้าอุโมงค์ประมาณหนึ่งชั่วโมง
เพิ่งจะฝ่าความมืดมนที่เต็มไปด้วยคำสาปแบบนั้นมา ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องรีบเร่ง
ระหว่างพักก็ดื่มน้ำกัน กินขนมเล็ก ๆ น้อย ๆ ด้วย
พอทุกคนเริ่มรู้สึกดีขึ้น ฉันก็ลุกขึ้นพร้อมกับคบเพลิงนิลกาฬในมือ
“อืม ที่นี่ไม่ใช่ที่ตั้งแคมป์หรอกนะ งั้นค่อย ๆ เริ่มเคลื่อนตัวกันดีกว่ามั้ย?”
สมาชิกปาร์ตี้ทุกคนลุกขึ้นพรวด
ลูคัสนำหน้า ดาเมียนตามมาเป็นลำดับที่สอง ฉันอยู่ตรงกลาง ตามด้วยจูเนียร์และเอวานเจลีน
พวกเราเดินเป็นแถว เริ่มเดินตามทางในอุโมงค์
เดินไปได้สักพัก
“อึ อื้อ…….”
ดาเมียนที่ก้มหน้าลงต่ำ ส่งเสียงแปลก ๆ ออกมา ฉันถามด้วยความเป็นห่วง
“เป็นอะไรหรือเปล่า ดาเมียน? เจ็บตรงไหนหรือเปล่า?”
“ไม่ใช่เจ็บนะครับ…….”
ดาเมียนใช้มือทั้งสองข้างปิดหน้า แล้วร้องออกมาว่า อุแอะ ๆ ๆ -
“คือรู้สึกอายครับ…….”
“เฮ้ อายอะไรกันเล่า”
“ผมไม่เข้าใจเลยว่าทำไมผมถึงทำแบบนั้นไป อื้อ…….”
“ไม่เป็นไรหรอก พวกเราก็เจอเรื่องน่ากลัวมาเหมือนกันหมดนั่นแหละ ทุกคนเข้าใจนายนะ”
ฉันหัวเราะอย่างสดใส กำหมัดขึ้นมาพร้อมกับท่าทางแบบไฟต์ติ้ง!
“สู้ ๆ นะ ดาเมียน!”
“สู้ ๆ !”
“สู้ ๆ ค่ะ!”
“สู้ ๆ กันเถอะ~!”
สมาชิกปาร์ตี้คนอื่น ๆ ตะโกนคำขวัญสลับกันไปมา เหมือนกับเมื่อกี้
“คำพูดเดิม ๆ แบบนั่นแหละ…… ขอร้องล่ะ หยุดเถอะ…… อึก…….”
ดาเมียนอายจนแทบจะอยากตายไปซะ สมาชิกปาร์ตี้คนอื่นหัวเราะคิกคักอย่างเจ้าเล่ห์ สนุกจัง
อุโมงค์ค่อนข้างยาว ไม่มีลวดลายอะไรเลย ซ้ำซากจำเจ ถึงขนาดที่ว่าเริ่มรู้สึกงง ๆ ว่าตัวเองเดินถูกทางอยู่หรือเปล่า
เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่น่าเบื่อ ฉันจึงอธิบายกลไกและเทคนิคต่าง ๆ ของโคลอสเซียมตามที่บอกไปเมื่อกี้
“โคลอสเซียมมันมีวิธีการเล่นที่แตกต่างจากดันเจี้ยนทั่วไปนะ”
ดันเจี้ยนในอาณาจักรแห่งทะเลสาบแห่งนี้ โดยพื้นฐานแล้วประกอบด้วยห้องและทางเดิน
วิธีการเล่นคือ เคลียร์ห้องที่มีอีเวนต์ต่าง ๆ เกิดขึ้น แล้วเดินผ่านทางเดินไปยังห้องถัดไป
“ห้องของโคลอสเซียมมีแค่ห้องเดียว และศัตรูจะปรากฏตัวขึ้นเรื่อย ๆ ในห้องนี้ ทั้งหมดเจ็ดระลอก”
แค่ฟังถึงตรงนี้ ก็เหมือนกับดันเจี้ยนแบบป้องกันระลอกที่เจอบ้างครั้ง
แต่โคลอสเซียมมีจุดที่พิเศษกว่านั้น
“โคลอสเซียมมีระบบการเดิมพันนะ”
“การเดิมพันเหรอ?”
“ในโคลอสเซียม จะมีการพนันกันว่าใครจะเป็นฝ่ายชนะ เช่น สมมติว่าฉันกับลูคัสต่อสู้กันในสนามประลอง”
ลูคัสที่เดินนำหน้าอยู่ สะดุ้งโหยงขึ้นมาเมื่อได้ยินฉันพูด
“งั้นผมจะตัดคอตัวเองถวายให้ท่านเลยครับ ฝ่าบาท!”
“ไม่ใช่…… แค่ยกตัวอย่างอยู่นะ…… อย่าตายสิ…….”
พูดอะไรไม่ออกเลยวะ
“เอาล่ะ เริ่มใหม่ สมมติว่าฉันกับลูคัสต่อสู้กันในสนามประลอง คิดว่าใครจะชนะ?”
“อืม…….”
ดาเมียนมองหน้าฉัน แล้วตอบอย่างระมัดระวัง
“ท่านลูคัส……หรือเปล่าครับ?”
“ความคิดเห็นของคนอื่นล่ะ?”
“คุณลูคัสค่ะ”
“ฉันก็คิดว่าท่านลูคัสจะชนะเหมือนกันค่ะ”
เอวานเจลีนและจูเนียร์ก็คาดการณ์ว่าลูคัสจะเป็นฝ่ายชนะ ลูคัสส่ายหัวอย่างแรง
“ฝ่าบาทจะชนะแน่นอนครับ!”
“ใช่ ใช่ เอาล่ะ งั้นอัตราการคาดการณ์ชัยชนะเป็นยังไง 3 ต่อ 1 ใช่มั้ย?”
ฉันยิ้มแล้วอธิบายต่อ
“งั้นอัตราการจ่ายเงินรางวัลล่ะ สมมติว่าทุกคนวางเดิมพันไปคนละ 100 อาเดล ถ้าลูคัสชนะ พวกนายจะได้เท่าไหร่?”
เอวานเจลีนทำท่าคิดเลขในใจ
“รวมเงินเดิมพันทั้งหมด 400 อาเดล…… ถ้าแบ่งกันสามคน ก็คนละ 133 อาเดลสินะคะ”
“ถูกต้อง วางเดิมพันไป 100 อาเดล แต่ได้กลับมา 133 อาเดล นั่นแปลว่าอัตราการจ่ายเงินรางวัลของฝ่ายที่วางเดิมพันกับลูคัสคือ 1.33 เท่า เข้าใจมั้ย?”
ฉันชี้ไปที่ตัวเอง
“ในทางกลับกัน ถ้าฉันชนะลูคัส จะได้เท่าไหร่?”
“400 อาเดลทั้งหมดเลยครับ ฝ่าบาท!”
“ใช่ อัตราการจ่ายเงินรางวัลล่ะ 4 เท่า เข้าใจใช่มั้ย”
ลูคัสกำหมัดแน่น
“ผมเชื่อมั่นในฝ่าบาทมาตลอดครับ!”
“บางครั้งความจงรักภักดีของนายก็ทำให้ฉันกลัวนะ ลูคัส…….”
ความจงรักภักดี บางทีอาจเป็นการแสดงออกถึงความบ้าบิ่นที่บิดเบี้ยว บางครั้งฉันชักรู้สึกกลัวนายนะ
“นี่เป็นแค่การคำนวณแบบง่าย ๆ ในโคลอสเซียมจริง ๆ จะมีค่าธรรมเนียมที่ต้องหักออกไปด้วย และแต่ละคนก็วางเดิมพันไม่เท่ากัน ดังนั้นจึงจะมีตัวเลขและสมการที่ซับซ้อนกว่านี้ แต่คิดว่าทุกคนคงเข้าใจแล้วล่ะนะ”
ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาอธิบายการดำเนินงานของโคลอสเซียมจริง ๆ แต่เป็นการอธิบายกลไกพิเศษของดันเจี้ยนครั้งนี้ เอาเป็นว่าข้ามไปก่อนละกัน
“เอาล่ะ อัตราการจ่ายเงินรางวัลของแต่ละคนคือ 1.33 และ 4 ใช่มั้ย?”
“ครับ”
“ในดันเจี้ยนโคลอสเซียมที่กำลังมุ่งหน้าไปอยู่นี้ จะเพิ่มพลังโจมตีให้มากขึ้นตามอัตราการจ่ายเงินรางวัลนี้”
“ยังไงนะครับ?”
“ลูคัสจะมีพลังโจมตีเพิ่มขึ้น 1.33 เท่า ส่วนฉันจะมีพลังโจมตีเพิ่มขึ้น 4 เท่า แล้วค่อยต่อสู้กัน”
ทุกคนมองฉันด้วยสายตาที่เหมือนไม่เข้าใจ ฉันยิ้ม
“การต่อสู้ครั้งนี้ค่อนข้างสนุกสำหรับฉันเลยนะ นั่นหมายความว่า ยิ่งเป็นฝ่ายที่คาดว่าจะแพ้ ก็ยิ่งได้เปรียบ เป็นการสร้างสมดุลในแบบหนึ่ง เพื่อให้เกมสนุกขึ้น”
“แต่ถ้าอย่างนั้น…….”
จูเนียร์ขมวดคิ้ว
“ฝ่ายที่อ่อนแอก็จะได้เปรียบเสมอเหรอคะ แบบนั้นดูไม่สนุกเท่าไหร่เลยค่ะ”
“ใช่ อย่างนั้นฝ่ายที่แข็งแกร่งจะเสียเปรียบเกินไป ดังนั้นจึงไม่ใช่ว่าจะเพิ่มพลังโจมตีไปเรื่อย ๆ”
ฉันชูแขนขึ้นมา
“เฉพาะครั้งแรก เฉพาะการโจมตีครั้งแรกเท่านั้นที่ใช้ค่านี้”
เฉพาะการโจมตีครั้งแรก ลูคัสจะโจมตีฉันแรงกว่าปกติ 1.3 เท่า ส่วนฉันจะโจมตีลูคัสแรงกว่าปกติ 4 เท่า
“ค่อนข้างซับซ้อนนะครับ แต่ถ้าสรุปง่าย ๆ ก็คือ”
ลูคัสที่กำลังพยักหน้าไปมา สรุปให้ฟัง
“ฝ่ายที่อ่อนแอกว่าและไม่ค่อยได้รับความนิยม จะได้เปรียบในการโจมตีครั้งแรกสินะครับ”
“ใช่ เพราะการลุกขึ้นสู้ของฝ่ายที่ด้อยกว่านั้นมันสนุกเสมอ เลยมีการปรับสมดุลในระบบเข้าไป”
จริง ๆ แล้วฝ่ายที่แข็งแกร่งก็ไม่ได้เสียเปรียบมากนัก
อย่างไรก็ตาม พลังโจมตีครั้งแรกของทั้งสองฝ่ายจะแข็งแกร่งขึ้น แค่โจมตีให้เร็วและแรงกว่า แล้วก็จบเกม
“งั้นก็”
ฉันปรบมือ แล้วหันไปมองสมาชิกปาร์ตี้ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง
“ถ้าจะใช้กฎข้อนี้ให้เป็นประโยชน์ เราควรทำอย่างไร?”
“การโจมตีครั้งแรก…….”
เอวานเจลีนหมุนกำปั้นไปมา
“ต้องโจมตีให้แรงที่สุดใช่มั้ยคะ?”
“ใช่ โจมตีให้แรงที่สุด แรงจนล้มลงไปเลย ให้ล้มไปทีเดียว”
ฉันมองไปที่ปืนไรเฟิลยาวที่ดาเมียนแบกอยู่ด้วยความภาคภูมิใจ
“เลยเอาอันนี้มาด้วย”
ราชินีทมิฬ
อาวุธที่ทรงพลังที่สุดที่พวกเรามี
เป็นอาวุธที่มีพลังทำลายล้างสูงอยู่แล้ว ถ้าได้โบนัสการโจมตีครั้งแรกของโคลอสเซียมด้วยล่ะก็
ไม่ว่าจะเจออะไร ก็คงจะฆ่าได้ทีเดียว
“โคลอสเซียมเป็นดันเจี้ยนในเขตที่ 5 ด้วยวิธีการปกติ ด้วยเลเวลของพวกเราตอนนี้คงสู้ไม่ได้”
ฉันยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์
“กล่าวอีกนัยหนึ่ง ทุกคนคงคิดว่าพวกเราจะแพ้ อัตราการจ่ายเงินรางวัลจะสูงมาก”
รอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของสมาชิกปาร์ตี้ที่เข้าใจกลไกนี้แล้ว ฉันพยักหน้า
“โชว์ให้ดูกันเถอะ การลุกขึ้นสู้ของฝ่ายที่ด้อยกว่า ด้วยหอกแห่งความตาย”
ฉันกล่าวถึงรายชื่อบอสสัตว์ประหลาดที่ปรากฏในโคลอสเซียมอย่างย่อ ๆ
ส่วนใหญ่แล้ว พวกมันแข็งแกร่งเกินกว่าที่พวกเราจะรับมือได้ แต่ถ้าใช้กลไกนี้ ก็คงจะเอาชนะได้
ปัญหาอยู่ที่บอสระลอกสุดท้าย ระลอกที่ 7
“และสุดท้าย…… ราชากลาดิเอเตอร์ จาคัล ผู้ครอบครองโคลอสเซียมจะปรากฏตัว”
บอส NPC จาคัล
เป็นบอสรูปร่างมนุษย์ที่มีอยู่ไม่กี่ตัวในอาณาจักรแห่งทะเลสาบแห่งนี้
“นี่แหละตัวจริง มันแข็งแกร่งมาก ๆ พวกเราห้าคน คงจะเอาชนะมันไม่ได้ แม้จะพยายามสักแค่ไหนก็ตาม”
“ถึงแม้จะได้รับผลจากอัตราการจ่ายเงินรางวัลก็ตามเหรอคะ?”
“ใช่ เอาชนะไม่ได้”
นั่นก็เพราะ จาคัลมีพลังพิเศษคือ ‘การหลบหลีกการโจมตีครั้งแรกได้อย่างแน่นอน’
บอสของดันเจี้ยนดันมีพลังที่ใช้รับมือกับกลไกของดันเจี้ยนซะเอง ในแง่หนึ่ง ก็ถือว่าเป็นการออกแบบที่ดีทีเดียว
“แต่ ก็ยังมีช่องโหว่”
ฉันยกไหล่ขึ้น
“ฉันคงอธิบายอะไรยากหน่อย เพราะมันไม่มีอะไรให้พูดได้อีกแล้ว อธิบายยากมาก”
สมาชิกปาร์ตี้ทุกคนพยักหน้าพร้อมกัน
“เอาเถอะครับ ผมเชื่อมั่นในฝ่าบาท”
“ตั้งแต่แรกก็มาถึงที่นี่ด้วยความเชื่อมั่นในรุ่นพี่แล้วนะคะ”
“เฮ้ ๆ ฉันไว้ใจเจ้าชายคนเดียวเท่านั้นค่ะ”
จูเนียร์ที่กำลังฟังปฏิกิริยาของสมาชิกปาร์ตี้คนอื่นอยู่ กระซิบกับฉันเบา ๆ
“ท่านได้รับความไว้วางใจมากเลยนะคะ”
“อืม ก็พวกเราเคยผ่านความตายมาด้วยกันไง”
“ดีจังเลยนะคะ”
“ถ้าร่วมกันต่อสู้จนผ่านด่านต่าง ๆ ไปได้หลายครั้ง เธอก็จะกลายเป็นแบบนี้เอง ไม่ว่าจะอยากหรือไม่ก็ตาม”
“ฮ่า ๆ”
จูเนียร์ยิ้มบาง ๆ แล้วพึมพำเบา ๆ
“อย่างนั้นสินะคะ…… ถ้าเป็นอย่างนั้นได้ ก็คงจะดีนะคะ”
***
พวกเราเดินในอุโมงค์ที่ยาวนานนี้มาหลายชั่วโมงแล้ว
ทัศนียภาพของอุโมงค์ที่ดูเหมือนจะไม่เปลี่ยนแปลง ก็เริ่มเปลี่ยนไป
กำแพงฝั่งตรงข้ามเริ่มใกล้เข้ามา และเริ่มมองเห็นอุโมงค์แนวตั้งที่มีบันไดติดตั้งอยู่
“ดูเหมือนจะถึงแล้วนะครับ”
“เดินมาได้นานแค่ไหนแล้วเหรอ?”
“น่าจะเกินสามชั่วโมงแล้วนะ”
อยู่ที่แบบนี้ ความรู้สึกเรื่องเวลาจะแย่ลง ฉันเอา นาฬิกาพก ออกมาดู
“ว้าว เดินมาประมาณห้าชั่วโมงแล้วนะ”
แม้จะพักบ้างเป็นระยะ ๆ แต่ก็เดินมาโดยไม่หยุดพักเป็นส่วนใหญ่
“จริงเหรอครับ ฝ่าบาท? ขาไม่เป็นไรเหรอครับ?”
“ฉันไม่เป็นไรหรอก ไม่ต้องห่วง”
“ฉันไม่ไหวแล้วค่ะ รู้สึกเจ็บขาตั้งนานแล้ว…… อ๊าาาา”
“ผมปวดหลังแล้วสิ…… มีใครต้องการเวทย์มนตร์รักษาไหมครับ?”
ทุกคนพูดทีละคน จูเนียร์พูดช้ากว่าคนอื่น
“แค่ก!”
“อย่าบอกนะว่า อาเจียนก่อนเลย?!”
ไม่ว่าเจ็บตรงไหน ก็ต้องอาเจียนก่อนใช่ป่ะ? เฮ้ย?
ไม่ว่ายังไง ก็มาถึงปลายทางแล้ว เลยพักกันอีกครั้ง
ความเหนื่อยล้าที่ไม่ได้รู้สึกตอนเดิน กลับมาเล่นงานอย่างรุนแรง
พวกเรานั่งลง พักขาที่เหนื่อยล้าจากการเดินเป็นเวลานาน
แต่ไม่ได้มาถึงที่นี่เพื่อจะมานั่งพักตลอดไปหรอกนะ
เมื่อความเหนื่อยล้าบรรเทาลงบ้างแล้ว ฉันจึงสั่งให้เดินหน้าต่อ
“ครั้งนี้ไม่มีคำสาปแบบเมื่อกี้นะ”
ฉันพูดพลางมองขึ้นไปยังอุโมงค์แนวตั้งที่ทอดยาวขึ้นไปข้างบน
เห็นแสงสว่างอยู่ด้านบน
การออกไปยังที่สว่าง รู้สึกดีกว่าการเข้าไปในความมืดมนแบบเมื่อกี้นะ
ฉันคลายไหล่ แล้วตะโกนเสียงดัง
“งั้นไปกันเถอะ!”
***
ตอนลงอุโมงค์แนวตั้งที่มืดมนเมื่อกี้ รู้สึกเหมือนใช้เวลานานมาก ๆ
แต่ครั้งนี้การขึ้นอุโมงค์แนวตั้งที่สว่างไสว ใช้เวลาเพียงชั่วพริบตา ดูเหมือนจะไม่สูงเท่าไหร่
“ฮึบ! ขึ้นมาแล้ว”
ฉันที่ปีนบันไดมาถึงด้านบน พูดออกมา ต่อจากลูคัสที่ขึ้นมาถึงก่อน
“…….”
ลูคัสที่ขึ้นมาถึงก่อน เงียบไป ฉันรู้สึกงุนงงเล็กน้อย
“ลูคัส? เป็นอะไรหรือเปล่า?”
“ฝ่าบาท”
ลูคัสหันมามองฉันด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“ที่นี่…….”
“ที่นี่?”
“……เป็นที่มั่นของศัตรู”
ห้ะ? นั่นหมายความว่ายังไง?
ฉันเงยหน้าขึ้น เพื่อมองดูรอบ ๆ และในทันใดนั้น
ปัง!
ฟุ่บ!
แสงสว่างจ้าสาดส่องมาจากทุกทิศทุกทาง อ๊าก! อะไรกัน!
หลังจากนั้นไม่นาน ฉันก็ปรับสายตาให้เข้ากับแสงสว่างได้ แล้วมองไปดู
[เขตที่ 5 : โคลอสเซียมแห่งเปลวเพลิง]
หน้าต่างระบบปรากฏขึ้นตรงหน้า
และสถานที่ที่พวกเรายืนอยู่ ก็คือ- กลางสนามโคลอสเซียม
พวกเราเปิดฝาตะแกรงที่พื้นสนาม แล้วปีนขึ้นมา
“โฮลี่ชิต”
นี่มันอะไรกัน ทำไมกลางสนามถึงมีฝาตะแกรงอยู่ล่ะ?!
เอวานเจลีนที่เดินตามฉันเข้ามาในสนาม ถามฉันด้วยสีหน้าที่งุนงง
“นี่รุ่นพี่? รุ่นพี่ไม่ได้บอกว่าจะเข้ามาในสนามเลยนี่คะ!”
“ก็…….”
ฉันอึ้งไป แล้วก็ตะโกนเสียงดังออกมา
“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน ไอ้บัดซบเอ้ย!”
แม้แต่ในเกมก็ไม่มีการโหลด แล้วก็ต่อสู้กันเลย ไม่นึกเลยว่าจะเป็นแบบนี้ นึกว่าเกมจะตัดฉากไปเอง แต่ที่ไหนได้ เพราะในโลกนี้ พอเข้ามาก็เจอศัตรูเลย สมจริงเกินไปแล้ว!
ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_