เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

◈บทที่ 115. เส้นทางแห่งผู้พิชิต

◈บทที่ 115. เส้นทางแห่งผู้พิชิต

◈บทที่ 115. เส้นทางแห่งผู้พิชิต


【แปลโดยฝีมือ...ยักษาแปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ】

【แค่ คอมเมนต์ ก็เหมือนการให้กำลังใจแล้วนะครับ รบกวน comment กันหน่อยน๊า ;-;】

【Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย】

◈บทที่ 115. เส้นทางแห่งผู้พิชิต

พวกเราถกเถียงกันอย่างดุเดือดว่าจะเลือกเส้นทางไหนดี ห้องสมุด ศาล หรือที่ไหนสักแห่ง

แต่โชคร้ายที่…

“คำตอบคือ ทั้งสามที่ไม่ใช่เลย”

ฉันขีดเครื่องหมาย X ทับทั้งสามเส้นทาง ทุกคนอ้าปากค้าง

“ถ้าเป็นเส้นทางปกติก็ต้องเลือกสักที่หนึ่งในสามที่นี่แหละ แต่ฉันรู้จักดันเจี้ยนนี้ดี”

ใช่ รู้ดีเกินไปด้วยซ้ำ

ฉันวาดเส้นทางใหม่ขึ้นมาจากค่ายฐาน แล้วก็ข้ามเขตที่ 4 ที่เชื่อมต่อกับห้องสมุด สวนสาธารณะขนาดใหญ่ และศาลไปเลย

สามที่นั้นก็ต้องไปอยู่ดีแหละ แต่วันนี้ไม่ใช่

“วันนี้เราจะใช้ทางลับ เลี่ยงเขตที่ 4 ไปเขตที่ 5 เลย”

ชอล์คของฉันหยุดลงที่ตรงนั้น

“เป้าหมายของเราคือ เขตที่ 5 โคลอสเซียม”

แล้วฉันก็เขียนคำว่า โคลอสเซียมตัวโต ๆ แล้วก็จุดวงกลมลงไป

“เราจะบุกที่นี่”

……

ความเงียบครอบงำอยู่ครู่หนึ่ง

เอวานเจลีนที่พูดตะกุกตะกักถามอย่างระมัดระวัง

“ขอโทษนะคะ เขตที่ 5 มันยากกว่าเขตที่ 4 ไม่ใช่หรอคะ? ตอนนี้เราเคลียร์ได้หรอคะ?”

“แน่นอน”

จริง ๆ แล้วตอนนี้ที่นี่แหละที่เคลียร์ได้ง่ายที่สุด

“เพราะว่ามีวิธีลัด”

ทั้งกลไกของดันเจี้ยนและบอสก็ด้วย

ดันเจี้ยนนี้เหมาะที่สุดสำหรับการใช้กลโกง จริง ๆ แล้วตั้งใจจะมาที่นี่ตั้งแต่ค่ายฐานเปิดแล้ว

“ไม่ต้องห่วงเรื่องการเคลียร์ ฉันมีวิธีการอยู่แล้ว”

ฉันพูดด้วยความมั่นใจพลางลากมือไปตามเส้นทางระหว่างค่ายฐานกับโคลอสเซียม

“แต่ อย่างที่เห็น ระยะทางค่อนข้างไกล”

ระดับความลึกของค่ายฐานคือ 3

จากที่นี่ต้องเข้าไปถึงโคลอสเซียมที่มีความลึก 5

นั่นหมายความว่าต้องลุยเข้าไปในส่วนลึกของดันเจี้ยน

“ระยะทางไกลมาก จำเป็นต้องพักหนึ่งคืนสองวันแน่นอน”

“จริงด้วย……”

“เดี๋ยวค่อยอธิบายเรื่องวิธีลัด ระยะทางก็ไกลขนาดนี้ นอกจากคุยกันก็ไม่มีอะไรทำแล้ว”

ฉันวางชอล์คลงแล้วเช็ดมือด้วยผ้าเช็ดหน้า

“แค่นี้แหละ คำถาม…… เดี๋ยวค่อยถามระหว่างทางก็ได้”

เอวานเจลีนและจูเนียร์ที่ดูเหมือนจะมีคำถามมากมายจึงลดมือลงด้วยความเสียดาย ฉันยิ้ม

“ถ้าไม่อยากพักสองคืนสามวันก็รีบออกเดินทางกันเถอะ พวกนายนี่ใช้เวลากับการเตรียมตัวนานเหลือเกิน”

***

[Now Loading……กำลังเคลื่อนย้าย]

[Tip - ค่ายฐานมีทางเชื่อมต่อกับสถานที่ต่าง ๆ ในดันเจี้ยนอาณาจักรทะเลสาบมากมาย ลองสำรวจดูได้อย่างอิสระ!]

***

เราผ่านประตูมิติมาถึงค่ายฐาน

คราวนี้ไม่มีช่างตีเหล็กเคลลิเบย์ มีเพียงแม่มดโคโค่เท่านั้นที่มารอรับเรา

“อุฮิฮิ หลาน ๆ ของฉัน! มาเที่ยวอีกแล้วเหรอ?”

เปล่าครับ ไม่ได้มาเที่ยว เรากำลังสำรวจอย่างเอาเป็นเอาตายอยู่นะครับ

“โอ้โห ดูผอมลงกว่าครั้งที่แล้วอีกนะ? รอหน่อยเดี๋ยวยายคนนี้จะให้ของอร่อย ๆ”

“อ่า…… ขอโทษนะครับ คุณยายโคโค่ ตอนนี้พวกผมยุ่งมากจริง ๆ”

ยายโคโค่กำลังจะหยิบเยลลี่อะไรบางอย่างจากห้องทำงานของตัวเอง แต่ฉันขัดไว้แล้วมองไปรอบ ๆ

“แล้วเคลลิเบย์ล่ะครับ?”

“คนแคระแก่คนนั้นเหรอ? อืม… ดูเหมือนจะไปหาของอะไรสักอย่างข้างในดันเจี้ยนนะ”

“อืม……”

เคลลิเบย์เป็น NPC ที่มาประจำการที่นี่ตลอด แล้วทำไมถึงไม่อยู่ล่ะเนี่ย

ช่างมันเถอะ ยังไงซะตอนนี้เคลลิเบย์ก็เลเวลสูงกว่าเราและแข็งแกร่งกว่า คงไม่ตายง่าย ๆ หรอก

“งั้นคุณยายโคโค่ มีอีกอย่างที่อยากขอ……”

ฉันพายายโคโค่มาที่กลางค่ายฐาน

กลางค่ายฐานมีฝาปิดท่อระบายน้ำอะไรสักอย่างอยู่ ฉันชี้ไปที่มัน

“ช่วยเปิดผนึกให้หน่อยครับ”

“อุฮิฮิ แน่ใจนะ? ทางลับนี้แหละคือ เส้นทางแห่งผู้พิชิต ที่เลื่องลือนะ”

ยายโคโค่ก้มตัวลงมองฉันพร้อมกับรอยยิ้มที่พยายามกลั้นไว้

“ระหว่างทางอาจท้อแท้ได้นะ”

“ไม่เป็นไรครับ ไม่ท้อแน่นอน”

“ถ้าไม่สามารถพิชิตสนามรบสุดท้ายได้ก็กลับมาไม่ได้ มันจะเป็นทางไปขาเดียว แน่ใจนะ?”

“ไม่เป็นไรครับ ผมจะพิชิตให้ได้”

“อุฮิต อุฮิฮิฮิ! เคลลิเบย์บอกว่าเด็กใหม่คนนี้ไม่ธรรมดาจริง ๆ ด้วย!”

ยายโคโค่หัวเราะจนท้องคัดท้องแข็งแล้วโบกมือเบา ๆ

ตุ๊บ!

แล้วแสงก็วาบออกมาจากฝาปิดท่อระบายน้ำ แล้วก็เปิดออกเบา ๆ

“เอาล่ะ ไปเถอะ! ฉันรอฟังเรื่องราวความกล้าหาญของพวกเธอนะ”

“ขอบคุณครับ คุณยาย”

ยายโคโค่ถอยหลังไป ฉันชี้ไปที่ด้านล่างของท่อระบายน้ำแล้วส่งสัญญาณให้เพื่อน ๆ ในทีม

“เอาล่ะ ไปกันเถอะ!”

ด้านในท่อระบายน้ำมืดสนิท ความมืดสามมิติที่เป็นเอกลักษณ์ของดันเจี้ยนแผ่ขยายออกไป

ที่นี่มืดอยู่แล้ว ยิ่งเป็นทางเข้าใต้ดินด้วยแล้ว ยิ่งมืดกว่าเดิมอีก

เมื่อเข้าไปใกล้ ๆ ข้อความแจ้งเตือนก็ปรากฏขึ้นมา

[เส้นทางแห่งผู้พิชิต]

- ระหว่างเดินทางผ่านทางนี้ ทักษะทั้งหมดจะถูกปิดการใช้งาน

- ถ้าไม่เคลียร์เส้นทางนี้ ทางนี้จะปิด

- มีเพียงผู้กล้าหาญเท่านั้นที่จะท้าทาย

ซ่า ๆ ๆ ……

เสียงเหมือนแมลงกัดแทะที่เป็นเอกลักษณ์ของที่นี่ดังก้องอยู่ในทางเดิน

……

……

ทุกคนดูไม่ค่อยอยากไป แม้แต่ลูคัสก็ด้วย

มันก็เป็นเรื่องปกติ เพราะเป็นเรื่องของสัญชาตญาณ

“ฉันไปก่อน”

ดูท่าฉันต้องไปนำหน้าสิ

“เอ๊ะ? ฝ่าบาท ขอโทษนะครับ-”

ก่อนที่ลูคัสจะพูดอะไร ฉันก็หยิบคบเพลิงนิลกาฬออกมาจากช่องเก็บของ

คบเพลิงที่ได้มาเป็นรางวัล ไม่เคยดับเลย

ฉันโยนมันลงไปในทางเดินก่อน

คบเพลิงส่องแสงสีฟ้าไปทั่วแล้วตกลงไป ในทางเดินทรงกระบอกแนวตั้งมีบันไดติดตั้งอย่างหนาแน่น

ตุ๊ง!

เปลวไฟกระเด้งขึ้นมาหลังจากตกลงไปไม่นาน

“ไม่ลึกเท่าไหร่?”

ฉันยิ้มแล้วปีนลงไปในทางเดินก่อน

เพื่อน ๆ ในทีมทุกคนมีสีหน้าที่มุ่งมั่นแล้วตามฉันลงไป

***

ถ้าความมืดมีเจตจำนง มันจะทำอะไรได้?

ระหว่างปีนลงไปตามทางเดินแนวตั้ง ฉันก็คิดแบบนั้น

ซ่า ๆ ๆ ……

เสียงแมลงกัดแทะดังอยู่ข้างหูตลอดเวลา

รู้สึกเหมือนพวกมันกำลังกัดกินหูฉันอยู่ด้วยซ้ำ

รู้สึกเหมือนเห็นอะไรบางอย่างที่ขอบสายตาตลอดเวลา แต่พอหันไปดูก็ไม่มีอะไร

ซ่า ๆ ๆ ……

เหมือนความมืดกำลังกระซิบอะไรบางอย่าง

ยิ่งลงไปลึกเท่าไหร่ เสียงแมลงก็ยิ่งชัดเจนขึ้น กลายเป็นคำพูดที่ได้ยินชัดเจนในหู

ตาย

ตาย

แตกสลายไปซะ

ตายตายตายตายตายตายตายตายตายตายตายตายตายตายตายตายตายตายตายตายตายตายตายตายตายตายตายตายตายตายตายตายตายตายตายตายตายตายตายตายตายตายตายตายตายตายตายตายตายตายตายตายตายตาย

……

……

น่ากลัว

น่ากลัวจริง ๆ ด้วย

แต่

‘มันน่ากลัวน้อยกว่าเกมโอเวอร์’

ต้องผ่านที่นี่ไปถึงโคลอสเซียม ต้องไปถึงโคลอสเซียมถึงจะได้ผลึกแห่งความมืดมิด ต้องได้ผลึกแห่งความมืดมิดถึงจะมีวิธีรับมือกับราชาแห่งแวมไพร์

งั้นก็ต้องไปต่อ

ถ้ามันเป็นทางเดียวสู่การเคลียร์ ไม่ว่าจะอยู่ในความมืดหรือในลาวา ก็ต้องกระโดดลงไป

ตุ๊บ

การปีนทางเดินแนวตั้งที่ยาวนานเหมือนเป็นนิจนิรันดร์จบลง ปลายเท้าของฉันแตะพื้น

ในทันทีนั้น เสียงแมลงกัดแทะ คำสาป และสิ่งที่คลุมเครือที่ทำให้สายตาพร่ามัวก็หายไปราวกับเป็นเรื่องโกหก

……

ฉันเก็บคบเพลิงนิลกาฬที่อยู่บนพื้นแล้วชูขึ้น

ทางเดินหินอ่อนสีขาวที่ถูกตัดแต่งอย่างเรียบร้อยทอดยาวออกไปข้างหน้า

‘เส้นทางแห่งผู้พิชิต’

ชื่อมันก็ดูเท่ดีนะ แต่จริง ๆ แล้วมันก็แค่ทางลับ

ผู้เล่นที่เน้นความเร็วในการเคลียร์ปกป้องจักรวรรดิจะใช้ทางนี้ไปโคลอสเซียม

มันเป็นเกม RPG แต่ทำไมถึงมีการสปีดรันล่ะเนี่ย แต่ชื่อความสำเร็จตอนเคลียร์ Achievement มันเป็นอย่างนั้นจริง ๆ ……

ตุ๊บ!

ตอนนั้นลูคัสก็กระโดดลงมาจากทางเดินด้านหลังฉันอย่างคล่องแคล่ว ฉันหันไปมองเขา

“ลงมาได้แล้วเหรอลูคัส?”

……

ลูคัสหันมามองฉันด้วยใบหน้าซีดเผือดที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ แล้วถามอย่างระมัดระวัง

“ขอ…ขอพักได้ไหมครับ ฝ่าบาท?”

“แน่นอน รอจนทุกคนลงมาหมดก่อน”

ทันทีที่พูดจบ ลูคัสก็ทรุดตัวลงนั่งราวกับหมดแรง

ฉันไม่ได้ถามว่าเขาเห็นหรือได้ยินอะไร ฉันแค่ยืนข้าง ๆ เขาแล้ววางมือลงบนไหล่ของเขา

“……ขอบคุณครับ”

ลูคัสก็สงบลงอย่างรวดเร็ว โชคดีจัง

‘ในเส้นทางแห่งผู้พิชิต ทักษะทั้งหมดจะถูกปิดการใช้งาน’

นั่นหมายความว่าทักษะติดตัวของฉัน [ผู้บัญชาการที่ไม่ย่อท้อ] ก็ถูกปิดใช้งานด้วย

ฉันช่วยป้องกันสภาพจิตใจผิดปกติของเพื่อน ๆ ในทีมไม่ได้ ฉันทำได้แค่หวังว่าพวกเขาจะผ่านการทดสอบนี้ไปได้ด้วยดี

โครม!

คนต่อไปที่ลงมาคือดาเมียน

ดาเมียนเกือบจะกลิ้งลงมาจากทางเดิน แล้วก็ตัวสั่นและคุกเข่าลงที่มุมห้อง

“ขอโทษครับ ขอโทษครับ ขอโทษครับ! อย่า…ฮือ…อย่าตีผมนะ……”

“ดาเมียน”

“ขอโทษนะครับ ผมขอโทษ ขอโทษที่ยังมีชีวิตอยู่ ผมทำผิด งั้น……”

“ดาเมียน!”

ฉันจับไหล่ของดาเมียนไว้แล้วมองตาเธอ

“ฉันอยู่นี่ไง”

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า……”

“ไม่ว่าข้างบนจะมีอะไร ตอนนี้มันจบแล้ว และฉันจะไม่รังนายนายอีกแล้ว”

ดาเมียนมองฉันด้วยดวงตาที่สั่นไหวแล้วพึมพำด้วยเสียงที่แผ่วเบา

“ฝ่าบาท ช่วยจับมือผมหน่อยได้ไหมครับ……”

“ได้สิ”

“ท่านลูคัสด้วยครับ ได้โปรด”

“ได้สิ”

ฉันกับลูคัสจับมือของดาเมียนคนละข้าง ดาเมียนหลับตาแน่นแล้วตัวสั่น

ตุ๊บ-

ต่อมาคือจูเนียร์

“อืม”

จูเนียร์มองทางเดินด้วยสายตาที่น่าสนใจแล้วดึงหมวกของตัวเองลงมา

“อ้อ เป็นคำสาปที่ทำงานแบบนี้สินะ…น่าสนใจจัง”

“น่าสนใจเหรอ?”

“วิธีการของห้าร้อยปีก่อน ดูล้าสมัยไปหน่อย แต่น่าสนใจจริง ๆ”

ฉันชี้ไปที่ขาของจูเนียร์

“ขาเธอสั่นนะ”

“เปล่า นี่คือ…คือ…นักเวทไม่ถนัดเรื่องใช้กำลัง ไม่ใช่กลัวอะไรหรอกนะคะ”

“เอาเถอะ ก็ช่างมันเถอะ”

ตอนนั้นจูเนียร์หันมามองฉันแล้วหรี่ตาลง

“แล้วพวกคุณกำลังทำอะไรกันอยู่ล่ะคะ?”

“มานี่สิ มาจับมือดาเมียนหน่อย”

“คะ?”

“เร็วเข้า ไม่เห็นเหรอว่าเด็กคนนี้กำลังกลัว ต้องการความอบอุ่นของมนุษย์”

จูเนียร์เดินเข้ามาอย่างลังเลแล้วเอื้อมมือไปวางบนมือของดาเมียน

ตุ๊บ-!

คนสุดท้ายที่ลงมาคือเอวานเจลีน เธาวางโล่ลงแล้วลงมาอย่างเท่ นี่มันกัปตันครอสโรดใช่มั้ยเนี่ย?

“ว้าว! ตัวเปียกโชกไปหมดเลย”

เอวานเจลีนปัดผมที่เปียกชุ่มออกไปแล้วบ่นพึมพำ

“ถ้าขนาดนี้ ทำไมต้องอาบน้ำด้วยล่ะ?”

ฉันถามเธออยู่นะ ยัยเด็กน้อยเอ๊ย

แล้วเอวานเจลีนก็หันมามองฉัน และทำปฏิกิริยาเหมือนกับจูเนียร์

“พวกคุณกำลังทำอะไรกันอยู่ล่ะ?”

“กำลัง…เล่นเกมจับมือกันเหรอคะ?”

……

เธอมองมาด้วยสายตาที่ดูไม่พอใจ แล้วเอวานเจลีนก็ยื่นมือออกไป แล้ววิ่งปรี่เข้ามา

“ฉันด้วยค่ะ”

“เอาด้วย”

ฟึบ

มือเล็ก ๆ ของเอวานเจลีนก็วางทับมือของดาเมียน

“……คือ…ว่า”

แล้วก็เป็นแบบนั้นอยู่พักหนึ่ง

ดาเมียนกลอกตาไปมาแล้วแอบมองพวกเรา

“คือ…ผมไม่เป็นไรแล้วครับ……”

“หืม? ไม่ใช่ ๆ ยังสั่นอยู่เลย มาจับกันอีกนิดเถอะ”

“มัน…ค่อนข้าง…น่าอาย…”

“เปล่า ไม่เป็นไรหรอก! การกลัวคำสาปแบบนั้นไม่ใช่เรื่องน่าอายเลย! สู้ ๆ นะ ดาเมียน!”

“สู้ ๆ !”

“สู้ ๆ ค่ะ!”

“สู้ ๆ กันเถอะ~!”

“ฮือออ”

ดาเมียนหน้าแดงก่ำ แล้วก้มหน้าลง

พวกเรามองดาเมียนแล้วหัวเราะ แกล้งเขาสนุกจัง

ฉันไม่รู้ว่าดาเมียนมีอดีตที่เลวร้ายแค่ไหน และมีบาดแผลที่ลึกแค่ไหน

แต่ที่นี่มีเพื่อน ๆ ในทีมอยู่ด้วย

อยากให้ลบความทรงจำที่เจ็บปวดออกไปเหมือนกับการล่าสัตว์ประหลาดจังเลยนะ ฉันได้แต่คิดแบบนั้น

ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_

จบบทที่ ◈บทที่ 115. เส้นทางแห่งผู้พิชิต

คัดลอกลิงก์แล้ว