- หน้าแรก
- ข้ากลายเป็นทรราชในเกมป้องกันเมือง
- ◈บทที่ 114. [เนื้อเรื่องเสริม] หนึ่งคืนสองวัน
◈บทที่ 114. [เนื้อเรื่องเสริม] หนึ่งคืนสองวัน
◈บทที่ 114. [เนื้อเรื่องเสริม] หนึ่งคืนสองวัน
【แปลโดยฝีมือ...ยักษาแปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ】
【แค่ คอมเมนต์ ก็เหมือนการให้กำลังใจแล้วนะครับ รบกวน comment กันหน่อยน๊า ;-;】
【Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย】
◈บทที่ 114. [เนื้อเรื่องเสริม] หนึ่งคืนสองวัน
ถึงแม้ดาเมียนจะอัพคลาสครั้งที่สองแล้ว เรียนทักษะเพิ่มอีกสองอย่าง แต่เนื่องจากพื้นฐานเป็นผู้รักษา ระดับ N ทักษะที่ได้มาคงไม่ใช่ทักษะอะไรที่เก่งกาจนักหรอก
ทักษะติดตัวคือการรักษาปกติ ทักษะแรกคือทักษะแก้พิษ ……งั้นทักษะที่สองก็น่าจะเป็นอะไรที่แก้สถานะผิดปกติประมาณนั้นล่ะมั้ง
แต่ฉันไม่รู้เลยว่าทักษะที่สองของฉันคืออะไร ไม่มีแม้แต่เบาะแส
‘เพราะอย่างนั้นแหละถึงได้กลายเป็นตัวแปร’
อาชีพของฉันตอนนี้ ‘ผู้บัญชาการ’ มีการจัดเรียงทักษะที่ค่อนข้างยุ่งยาก
ทักษะติดตัวคือป้องกันสถานะผิดปกติทางจิตใจแบบกลุ่ม
ทักษะแรกคือการควบคุมจิตใจแบบกลุ่ม
ดูเหมือนจะมีความเกี่ยวโยงกันอยู่ แต่ก็ดูเหมือนจะไม่มี เหมือนจะเห็นแต่ก็ไม่ชัด
‘ได้แต่ทักษะที่เกี่ยวข้องกับด้านจิตใจอยู่เนี่ย…….’
ทักษะที่สองก็น่าจะเป็นอะไรที่เกี่ยวข้องกับด้านนั้นอยู่เหมือนกัน
‘จะไม่ให้ทักษะทำลายจิตใจอะไรแบบนั้นบ้างเหรอ……?’
อย่างเช่น ทักษะโจมตีที่ทำลายจิตใจของศัตรูให้พังยับเยิน หรือทักษะที่ทำให้หัวระเบิดตุ๊บ! อะไรแบบนั้น จะไม่ให้ทักษะโจมตีที่เจ๋ง ๆ สักอย่างบ้างเหรอเนี่ย
ฉันดื่มด่ำกับความคิดฟุ้งซ่าน จนกระทั่งสติกลับคืนมา
ไม่ใช่ ๆ คิดเพ้อเจ้อไปก็ไม่มีประโยชน์อะไรหรอก
อาจจะได้ทักษะที่สองมาแล้วกลับเป็นอะไรที่คาดไม่ถึงก็ได้นะ
อย่างเช่น อาจจะได้ทักษะบ้า ๆ บอ ๆ อย่าง ‘ให้ผู้ใต้บังคับบัญชาระดมพลังโจมตีทางกายภาพ’ อะไรแบบนี้ก็ได้ ไม่น่าแปลกใจเลย
ก็อาชีพนี้ไม่มีข้อมูลอะไรเลยนี่นา
‘อย่างไรก็ตาม มีสิ่งหนึ่งที่แน่ชัด’
เพื่อการบุกเซเลนดิออน เราต้องหาตัวแปรเพิ่มขึ้นมาอีกสักอย่าง
และเพื่อสิ่งนั้น การอัพเลเวลของฉันกับดาเมียนคือสิ่งที่สำคัญ
โดยเฉพาะฉันที่ต้องอัพอีก 11 เลเวล งั้นฉันขออัพเลเวลแบบเน้น ๆ หน่อยแล้วกัน
‘ดูเหมือนเงื่อนไขจะพร้อมแล้ว’
ฉันยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย
‘ลองอัพเลเวลแบบจัดหนักดูมั้ยเนี่ย?’
***
แล้วก็ประมาณเที่ยงกว่า ๆ ของวันเดียวกัน
ดาเมียนกับจูเนียร์ถูกเรียกตัวไปที่คฤหาสน์
ทั้งสองคนรู้ตั้งแต่ตอนที่ฉันเรียกไปแล้วว่านี่คือภารกิจสำรวจอิสระ
“เหนื่อยจัง! ผมมาแล้วครับ……!”
ดาเมียนมาถึงพร้อมกับเหงื่อโชก เหตุผลก็คือเขาแบกปืนกลหกกระบอกมาด้วย……
‘ฉันให้ของหนักเกินไปให้เด็กคนนี้หรือเปล่าเนี่ย’
หมายความตามตัวอักษรเลย ฉันให้เด็กแบกอาวุธหนัก ๆ ถึงหกกระบอกโดยไม่คิดอะไรเลย ขอโทษนะ
‘ควรหาคนขนของให้เขาหน่อยมั้ยเนี่ย ทำยังไงดี’
แต่เขาควรจะเน้นแค่การยิงซุ่มยิงนะ
ให้เด็กผอมบางอย่างมันแบกอาวุธหนักขนาดนี้ จะให้เขาทำอะไรได้มากกว่าแค่แบกอีกเนี่ย
ฉันกำลังคิดว่าจะทำยังไงดี ดาเมียนก็หัวเราะเบา ๆ
“ไม่เป็นไรหรอกครับ ถือว่าเป็นการออกกำลังกายด้วยก็ดีนะครับ!”
อย่าไปยิ้มแบบเทวดาอย่างนั้นสิ ฉันจะดูเป็นคนเลวร้ายเอานะ
“ถ้าผมแบกปืนกลแบบนี้ไปเรื่อย ๆ สักวันผมก็อาจจะมีกล้ามเหมือนท่านลูคัสก็ได้นะครับ? แล้วก็สูงขึ้นด้วย!”
“…….”
แล้วลูคัสที่นั่งฟังอยู่ก็ยิ้มอ่อนโยนออกมา
รู้สึกเหมือน…ได้ยินเป้าหมายของคนที่เพิ่งเริ่มเล่นเวทว่า ‘จะยกน้ำหนักได้ 350 กิโล’ แล้วก็คิดในใจว่า ‘แกทำไม่ได้หรอกไอ้โง่’ ประมาณนั้น…แต่คงคิดไปเองใช่ไหม? ใช่ไหมลูคัส? อืม?
“ฮึ่ม! ดาเมียน เอาแค่ปืนกลสักหนึ่งหรือสองกระบอกไปในการสำรวจครั้งนี้ แล้วใช้หน้าไม้เป็นหลักนะ”
ดาเมียนตาโตเมื่อได้ยินคำพูดของฉัน
“หน้าไม้เหรอครับ?”
“อืม ฉันทำลูกธนูเงินมาหลายชุดแล้วล่ะ”
ปืนกลนั้นแม้จะมีพลังทำลายสูง แต่ลูกธนูเงินก็จะเพิ่มพลังโจมตีกับเผ่าพันธุ์โลหิตได้มากอยู่เหมือนกัน
ฉันจะลองทดสอบดูว่าระหว่างปืนกลกับลูกธนูเงิน อะไรจะได้ผลกับเผ่าพันธุ์โลหิตมากกว่ากัน
ถ้าโอเค ฉันก็จะทำหน้าไม้ใหม่ให้สักอัน
ฉันหยิบหน้าไม้ระดับ N ที่เตรียมไว้จากโกดังให้ดาเมียน มันเป็นของที่ดาเมียนเคยใช้
พร้อมกับลูกธนูเงินอีกสามชุด
แต่แบบนี้ก็หนักพอ ๆ กับปืนกลหลายกระบอกแล้วมั้งเนี่ย……?
“ครับ! อืม…งั้นก็จะเอาปืนกลอันไหนไปดีล่ะครับ……?”
ดาเมียนวางปืนกลหกกระบอกลงบนพื้น แล้วเริ่มคิดว่าจะเอาอันไหนไปดี
“เอา ราชินีทมิฬ ไปด้วยนะ จำเป็น”
“อ่า ครับ!”
อย่างไรก็ตาม ดาเมียนมีสัมภาระเยอะมาก ถ้าหนักเกินไปจริง ๆ เดี๋ยวให้ลูคัสช่วยแบกแทนก็ได้
แกร่ก!
ตอนนั้นเองประตูห้องรับแขกก็เปิดออก และจูเนียร์ก็ปรากฏตัว
“อ้าว ฉันมาช้าที่สุดสินะคะ”
จูเนียร์ยิ้มบาง ๆ ด้วยหางตาที่ตก แล้วทักทายทุกคน
แล้วสายตาก็จับกับฉัน เธอก็บอกด้วยสีหน้าจริงจัง
“แข็ง! แรง! แล้วค่ะ!”
ฉันตอบรับไปอย่างไม่เต็มใจ
“อืม…ก็…ใช่…แข็งแรงดีนะ…”
“จริง ๆ นะคะ ช่วงนี้ฉันพักผ่อนอย่างเต็มที่ แล้วก็กินแต่ของบำรุงร่างกายอย่างดี”
จูเนียร์ตบหน้าท้องตัวเองอย่างมั่นใจ
ดูท่าทางจะอ้วนขึ้นเล็กน้อย น่าจะทานอาหารมาอย่างอิ่มหนำสำราญ
“ครั้งนี้ฉันจะไม่ทำให้เป็นห่วง จะแสดงให้เห็นถึงความแข็งแรงสมบูรณ์!”
พูดเร็วไปหน่อยจนลิ้นพันกัน
จูเนียร์กัดลิ้นตัวเอง แล้วเลือดก็กระเด็นออกไปทั่ว
“…….”
ฉันมองภาพนั้นด้วยความหวาดกลัว นี่มันอะไรกันเนี่ย น่ากลัวจัง……
“แค่ก…แค่ก…”
จูเนียร์กลายเป็นสภาพที่แทบไม่ต่างจากอาเจียนเลือด เขามองไปรอบ ๆ แล้วเช็ดมุมปากพลางพึมพำ
“มุข…มุขตลกน่ะค่ะ……”
“อืม…อืม…”
ตอนนี้ฉันไม่อยากจะต่อล้อต่อเถียงแล้ว ถือซะว่าเป็นมุขตลกก็แล้วกัน……
“ผมจะใช้เวทย์รักษาให้ครับ จูจูครับ ยื่นลิ้นออกมาหน่อย”
“ขอบคุณค่ะ คุณมือยิง…ผู้รักษา…อืม คุณดาเมียนค่ะ”
จูเนียร์ยื่นลิ้นออกมา ดาเมียนรักษาแผลให้ ระหว่างนั้นฉันก็เริ่มพูดถึงการสำรวจอิสระ
“อย่างแรก ภารกิจสำรวจครั้งนี้เป็นเวลาหนึ่งคืนสองวัน”
เมื่อฉันพูดจบ ทั้งสององครักษ์ที่กำลังเก็บของ และนักยิงธนูกับนักเวทที่กำลังรักษาและรับการรักษาอยู่ก็ตาโต ทำไมกันล่ะ
“ถ้าเส้นทางวกวน อาจจะใช้เวลาสองคืนสามวันก็ได้ เราต้องไปไกลหน่อย”
ลูคัสก็ลุกขึ้นยืนอย่างกระทันหัน อะไรกัน ทำไมล่ะ?!
“ผมขอไปเอาใบมีดโกนหน่อยครับ”
“ห๊ะ?”
“ผมซึ่งเป็นอัศวินแห่งราชวงศ์ ต้องโกนหนวดให้เรียบร้อยเสมอ ต้องโกนวันละครั้ง”
แล้วเขาก็วิ่งไปที่ห้องของตัวเองอย่างรวดเร็ว
นี่มันยังไงกัน? นายมีหนวดด้วยเหรอ? ฉันนึกว่ามันไม่เคยขึ้นเลย ที่แท้ก็ดูแลตัวเองอย่างสุดขั้วนั่นเองเหรอ?
“ฮึบ ๆ ฮึบ ๆ”
เอวานเจลีนกำลังดมกลิ่นตามตัว เธอทำอะไรอีกเนี่ย?
“ฉันกำลังคิดว่าอาบน้ำเมื่อไหร่ ฉันว่าน่าจะก่อนนอนเมื่อวาน”
“งั้นก็ไม่เป็นไรนี่”
“แต่ตอนเช้าฉันซ้อมอยู่! ฉันว่าฉันเหงื่อออกอยู่นะ…”
ยังไงก็เถอะ ไปถึงที่นั่นกลิ่นเลือดปีศาจจะแรงกว่านี้อีกเยอะ คุณหนูเอ๋ย
เอวานเจลีนชูแขนขึ้น ดมกลิ่นใต้วงแขนอย่างระมัดระวัง แล้วก็ทำหน้าบึ้ง แล้วก็ร้องเสียงหลง
“แย่จัง! ฉันขอไปอาบน้ำก่อน!”
“…….”
นี่มันอะไรกัน เด็กสาววัยรุ่นจริง ๆ หรือว่านิสัยมาร์กราฟที่ไม่สนใจมารยาทจะสืบทอดแบบนี้กันล่ะ
ฉันค่อย ๆ บอกเอวานเจลีน
“อย่าทำแบบนี้ต่อหน้าคนอื่นสิ”
“คะ? ทำไมล่ะคะ? ฉันก็ไม่เห็นจะอายอะไรเลยนี่”
“ไม่ใช่ คนอื่นจะรู้สึกแย่ต่างหาก”
ฉันเกือบจะสติแตกแล้ว นั่นแหละ ฉันทนได้เพราะทักษะติดตัวนี่แหละ
เอาเป็นว่าต่อไปอย่าทำแบบนี้นะ ไปทำคนเดียวเงียบ ๆ ที่ไหนสักที่นะ
“คือ…ฝ่าบาท……”
ดาเมียนทำตัวไม่ถูก นายนี่มันยังไงกัน
“ที่จริงแล้ว ผมเลี้ยงสัตว์เลี้ยงไว้ที่วิหารนะครับ……”
“เหรอ? เลี้ยงอะไรล่ะ?”
“แฮมสเตอร์ครับ ชื่อ โปดองกิ ครับ”
นายก็แอบทำอะไรน่ารัก ๆ อยู่อีกแล้วสินะ
“แล้วไง?”
“ถ้าฉันไม่อยู่สักวัน โปดองกิคงอดตายแน่เลย……”
“…….”
ฉันให้ไอเดอร์ไปบอกที่วิหาร บอกว่าดาเมียนเลี้ยงแฮมสเตอร์ไว้ที่ห้อง ให้เอาอาหารไปให้พรุ่งนี้ด้วย
“บอกให้เปลี่ยนน้ำด้วยนะครับ! ด้วยความกรุณา!”
ดาเมียนตะโกนใส่ไอเดอร์ที่วิ่งไปทางวิหาร
‘…นี่มันชมรมสำรวจดันเจี้ยนหรือปาร์ตี้หลักกันแน่เนี่ย?’
กองกำลังเงาจะดูเป็นมืออาชีพกว่านี้
ก็พวกนั้นผ่านการฝึกฝนจากหน่วยรบพิเศษนรกมาแล้วนี่นา มันก็ควรจะเป็นแบบนี้ล่ะนะ
อย่างไรก็ตาม ขณะที่กลุ่มคนประหลาดเหล่านี้กำลังเตรียมตัวสำหรับการทัศนศึกษาหรือการสำรวจดันเจี้ยนก็ไม่รู้ จูเนียร์ก็กำลังครุ่นคิดอยู่อย่างเงียบ ๆ
เธอก็ดูไม่ปกติเหมือนกัน ฉันค่อย ๆ เดินไปหาเธอ
“เธอทำอะไรอยู่”
“……ฉันพูดความจริงได้ไหมคะ?”
นี่ฉันจะไปบอกว่าอย่าพูดความจริงเหรอ? แน่นอนว่าต้องตอบอย่างตรงไปตรงมาสิ
จูเนียร์ลังเลอยู่พักหนึ่ง แล้วก็กระซิบข้างหูฉันเบา ๆ
“ฉันกำลังคำนวณดูว่าจะกลั้นอาเจียนเลือดได้นานแค่ไหนค่ะ”
“…….”
“คือ…ถ้าฉันอาเจียนเลือดทุกคนก็เป็นห่วงนะคะ เลยคิดว่าจะปกปิดได้นานแค่ไหน”
“ก็พูดมาเลยสิ พูดให้หมดเลย…”
แต่ตัวละครเธอมันไม่ปกติไปหน่อยเหรอ? อาเจียนเป็นเลือดไม่ใช่เรื่องตลก ไม่ใช่ลักษณะเฉพาะตัวด้วยนะ หยุดทำแบบนี้เถอะ
ฉันกอดอก แล้วถอนหายใจออกมา
“จะทำยังไงถึงจะทำให้ร่างกายดีขึ้นได้?”
“ฮ่า ๆ ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ”
จูเนียร์ยิ้มตาหยีแบบเฉพาะตัว
“ถ้าฉันไม่เอาชีวิตแบบดิ้นรน ก็คงจะสบายขึ้นบ้างล่ะมั้ง”
ฉันขมวดคิ้ว
ชีวิตแบบดิ้นรนย่อมมีการเจ็บปวดอยู่ด้วย
ไม่ใช่แค่จูเนียร์ที่มีชีวิตอยู่แบบจำกัดเวลาเท่านั้น แต่คนอื่น ๆ ก็เป็นเหมือนกัน
อย่างไรก็ตาม ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นเพราะแผนการหนึ่งคืนสองวันก็สงบลง
หลังจากที่ลูคัสกลับมาจากการไปเอาใบมีดโกน และเอวานเจลีนกลับมาจากการอาบน้ำ
ฉันจึงเริ่มพูดต่อ
“การสำรวจอิสระที่ผ่านมา มันเป็นเส้นทางตรง เราแค่ต้องเดินตามเส้นทางที่กำหนดไว้ก็พอ”
ฉันก็เอาแผ่นกระดานที่วาดแผนที่คร่าว ๆ มาด้วย
“แต่ตั้งแต่ตอนนี้ไปจะไม่ใช่แบบนั้นแล้ว เส้นทางจะกว้างขึ้น”
ฉันชี้ไปที่วงกลมใหญ่ตรงกลางกระดาน นี่คือค่ายฐาน
“จากค่ายฐาน เราสามารถสำรวจอาณาจักรแห่งทะเลสาบได้อย่างอิสระ แน่นอนว่าเส้นทางที่เชื่อมต่อโดยตรงมีไม่กี่เส้น มีอยู่ประมาณสามเส้น”
ฉันชี้ไปที่สามเส้นทางที่ทอดยาวขึ้นไปทีละเส้น
“สามเส้นทางนี้จะเชื่อมต่อกับพื้นที่ต่าง ๆ”
ฉันเขียนชื่อสถานที่ลงบนกระดานด้วยชอล์ก
“เส้นทางแรกคือ ‘ห้องสมุด’ เส้นทางที่สองคือ ‘สวนสาธารณะขนาดใหญ่’ เส้นทางที่สามคือ ‘ศาล’”
ลูคัสที่กำลังฟังอยู่ก็ยกมือขึ้นถาม
“ฝ่าบาท แล้วจำนวนเขตจะเป็นอย่างไรครับ? สามแห่งนี้คือเขตที่ 4, 5, และเขตที่ 6 ตามลำดับเหรอครับ?”
เพราะว่าที่ผ่านมาเราได้ผ่าน [ท่อระบายน้ำที่แห้งเหือด], [ตรอกลับ], [ทางเหนือของป้อมปราการด้านนอก] ซึ่งเป็นเขตที่ 1, 2, และเขตที่ 3 ตามลำดับ คำถามของลูคัสจึงสมเหตุสมผล
แต่ก็ไม่ใช่แบบนั้นทั้งหมด
“ไม่ใช่แบบนั้น เพราะว่าตัวเลขของแต่ละเขตไม่ได้หมายถึงลำดับ แต่หมายถึงความลึกของดันเจี้ยน”
พูดให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือ นี่คือการแสดงระดับความยาก ความลึกแต่ละระดับจะมีสัตว์ประหลาดและเลเวลที่แตกต่างกัน
และห้องสมุด, สวนสาธารณะขนาดใหญ่, และศาล ทั้งสามแห่งอยู่ในระดับความลึกเดียวกัน กล่าวคือ
“ห้องสมุด, สวนสาธารณะขนาดใหญ่, และศาล ทั้งหมดอยู่ในเขตที่ 4”
“อ่า งั้นความยากของทั้งสามแห่งก็คงคล้าย ๆ กันสินะครับ”
“ก็ไม่เชิง…”
นี่แหละคือจุดที่แย่
แม้ว่าจะอยู่ในระดับความลึกเดียวกัน แต่ความยากของทั้งสามแห่งก็แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
“พวกนายคิดว่าที่ไหนยากที่สุด?”
ฉันถามสมาชิกในทีม
ดาเมียนเป็นคนแรกที่ยกมือ
“ห้องสมุดครับ”
“ทำไม?”
“เพราะว่ามีหนังสือเยอะ เลยรู้สึกว่าคงมีพวกนักเวทเป็นศัตรูทะลักออกมาเยอะแน่เลยครับ”
“โอ้ เป็นการคาดเดาที่น่าสนใจ แต่ไม่ใช่คำตอบ”
คราวนี้เอวานเจลีนยกมือขึ้นอย่างรวดเร็ว
“ศาลค่ะ!”
“ทำไม?”
“เพราะเป็นที่ที่มีอำนาจมากที่สุดในสามแห่ง……?”
“เป็นคำตอบที่สร้างสรรค์มาก แต่ก็ไม่ใช่คำตอบ”
ฉันบอกคำตอบ
“คำตอบคือ สวนสาธารณะขนาดใหญ่ เพราะว่าเป็นที่โล่งกว้างไม่มีสิ่งกีดขวาง ต้องป้องกันคลื่นสัตว์ประหลาดที่โจมตีจากทุกทิศทุกทาง”
“อ่า……”
“ที่นี่ไปไม่ได้ตอนนี้ ยากมาก”
ต้องมีสี่คนเป็นกลุ่ม ต้องมีอย่างน้อยยี่สิบคนถึงจะลองได้ ตอนนี้ยังไม่ไหว
ฉันเคยเห็นผู้เล่นหลายคนที่ไม่รู้เรื่องนี้ แล้วไปที่นี่ก่อน สุดท้ายก็เลิกเล่นเกมไปเลย
ฉันลากเส้น X ทับเส้นทางที่ไปสวนสาธารณะขนาดใหญ่ แล้วก็ยิ้มให้กับสมาชิกในทีม
“งั้นวันนี้เราจะไปที่ไหนกันดี?”
ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_