เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

◈บทที่ 113. [เนื้อเรื่องเสริม] ทหารผ่านศึก (3)

◈บทที่ 113. [เนื้อเรื่องเสริม] ทหารผ่านศึก (3)

◈บทที่ 113. [เนื้อเรื่องเสริม] ทหารผ่านศึก (3)


【แปลโดยฝีมือ...ยักษาแปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ】

【แค่ คอมเมนต์ ก็เหมือนการให้กำลังใจแล้วนะครับ รบกวน comment กันหน่อยน๊า ;-;】

【Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย】

◈บทที่ 113. [เนื้อเรื่องเสริม] ทหารผ่านศึก (3)

“ไม่ใช่หลานแท้ ๆ สินะ”

ฉันพึมพำเบา ๆ ขณะฟังเรื่องราวของจูปิเตอร์ จูปิเตอร์พยักหน้า

“ใช่ค่ะ ฉันกับหลานคนนี้ไม่มีสายเลือดเกี่ยวข้องกันเลยสักหยดเดียว”

“หน้าตาคล้ายกันหลายจุดเลยนะ...นึกว่ามีสายเลือดเกี่ยวข้องกันแน่ ๆ”

“ฮ่า ๆ ๆ คล้ายกันน่ะเหรอ ดีใจจังค่ะ”

จูปิเตอร์ส่ายหน้าเบา ๆ

“ไม่ใช่หลานแท้ ๆ เท่านั้นหรอกค่ะ...แม้แต่ว่าฉันได้ทำหน้าที่เป็นยายแท้ ๆ ของพวกหลานหรือเปล่า ฉันเองก็ยังไม่แน่ใจเลยค่ะ”

“…”

“ฉันเลี้ยงดูเด็ก ๆ เหล่านั้นด้วยความรู้สึกผิดและความรับผิดชอบ แต่พูดกันตรง ๆ ฉันเป็นศัตรูตัวฉกาจของเด็ก ๆ เหล่านั้นต่างหาก”

น้ำเสียงเรียบนิ่งของจูปิเตอร์ดูราวกับมีกลิ่นคาวเลือดปนอยู่

“ฉันเผาบ้านเกิดของพวกเขา และฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ครอบครัวและญาติพี่น้องของพวกเขา”

“…”

“ถึงจะไม่พูดออกมา...แต่พวกเขาก็คงเกลียดฉันอยู่แน่ ๆ”

จูปิเตอร์ยิ้มอย่างขมขื่นก่อนจะยกแก้วเหล้าขึ้นจิบ

“ถึงจะไม่ได้รับการอภัยก็ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ตั้งแต่แรกแล้วบาปที่ฉันก่อไว้ก็ไม่ใช่แบบที่ได้รับการอภัยได้อยู่แล้ว แต่...”

“แต่?”

“ฉันอยากจะขอโทษเด็ก ๆ เหล่านั้นอย่างจริงใจ แต่...ดูเหมือนฉันจะทำมันไม่ได้อย่างสมบูรณ์ นั่นแหละที่ทำให้ฉันรู้สึกกังวลใจ”

ความเสียดายพรั่งพรูอยู่ในดวงตาเดียวของจูปิเตอร์

“จูเนียร์เป็นเด็กที่มีความสามารถยอดเยี่ยมมาก ถ้าพูดถึงความสามารถล่ะก็ มันเหนือกว่าฉันไปไกลมากเลยค่ะ”

นั่นเป็นความจริง ระดับ SSR นั้นจะใช้กับเหล่าอัจฉริยะที่เหนือกว่าความสามารถทั่วไป

“แต่ตอนเด็ก ๆ เพราะโดนฟ้าผ่าของฉันเล่นงานเข้า...ร่างกายของเด็กคนนั้นอ่อนแอลงมาก ส่วนที่เป็นเหมือนหัวใจของเวทมนตร์ ส่วนสำคัญของร่างกายอ่อนแอลง ทุกครั้งที่ใช้เวทมนตร์ มันจะกัดกินอายุขัยของเด็กคนนั้นไปเรื่อย ๆ”

ฉันนึกถึงภาพจูเนียร์ที่เผาสมุนไพรที่มีฤทธิ์บรรเทาอาการปวด แล้วก็ไอเป็นเลือด และอาเจียนเป็นเลือดทุกครั้งที่ใช้เวทมนตร์

นั่นเป็นเพราะบาดเจ็บตอนเด็ก ๆ นั่นเอง

“เพราะอย่างนั้นฉันจึงสั่งห้ามไม่ให้ใช้เวทมนตร์ ไม่เพียงแค่นั้น ฉันยังห้ามไม่ให้เรียนเวทมนตร์ด้วยซ้ำ”

“แล้วทำไมมันถึงเก่งขนาดนั้นล่ะ?”

“ฉันจะไปห้ามเธอได้ยังไงล่ะคะ?”

จูปิเตอร์หัวเราะคิกคัก

“การคัดค้านของผู้ใหญ่เป็นเพียงอุปสรรคเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น เมื่อเทียบกับความสามารถและความกระตือรือร้นของเด็ก”

“…”

“เธอเริ่มเรียนรู้ด้วยตัวเอง แล้วก็เก่งขึ้นเรื่อย ๆ จนเกินกว่าเด็กวัยเดียวกัน ตอนนี้เธอเก่งกว่าฉันแล้วด้วยซ้ำ”

ในครั้งก่อน จูปิเตอร์พ่ายแพ้ให้กับจูเนียร์

ถึงแม้ว่าสภาพร่างกายของจูปิเตอร์จะไม่ดี แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่จูปิเตอร์รับรู้ด้วยตัวเอง ถ้าทั้งคู่ใช้พลังทั้งหมด จูปิเตอร์จะเป็นฝ่ายแพ้

“ถ้าไม่ใช่เพราะเรื่องที่ฉันก่อไว้ จูเนียร์คงเป็นจอมเวทย์ที่โลกจดจำได้แล้ว”

จูปิเตอร์พึมพำขณะเทเหล้าใส่แก้วใหม่

“หรืออาจจะใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายและมีความสุขในหมู่บ้านเล็ก ๆ นั้นก็ได้”

“…”

“ในวันนั้นเมื่อ 15 ปีที่แล้ว ฉันเผาทำลายความเป็นไปได้ทั้งสองอย่างนั้นไปแล้ว”

จูปิเตอร์มองใบหน้าตัวเองที่สะท้อนอยู่ในแก้วเหล้าอย่างเงียบ ๆ

กำลังมองดวงตาซ้ายที่หายไปเมื่อ 15 ปีที่แล้ว หรือเปล่า

หรือกำลังมองทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอทำให้อีกฝ่ายสูญเสียไปเมื่อ 15 ปีที่แล้ว หรือเปล่า

ฉันไม่รู้ ฉันแค่ฟังเรื่องราวของเธอยืนอยู่ข้าง ๆ เท่านั้น

“แต่ฉัน...จะขอโทษมันได้ยังไงล่ะคะ?”

จูปิเตอร์ถอนหายใจเบา ๆ

“ถึงแม้ว่าฉันจะคุกเข่าขอโทษ ชีวิตที่พังพินาศของเด็กคนนั้นก็จะกลับมาไม่ได้หรอก ฉันจะทำร้อยครั้งพันครั้งก็ไม่ช่วย แต่...มันไม่มีทางแก้ไขแล้วนี่นา”

“…”

“ฉันไม่เพียงแต่ไม่ได้ช่วยเหลือความฝันของมันในฐานะจอมเวท ฉันยังขัดขวางมันเสียอีก ฉันหวังว่าเธอจะไม่ใช้ชีวิตสั้น ๆ ของเธอไปกับเวทมนตร์ แต่สิ่งที่ฉันทำก็ไม่ต่างอะไรกับการขัดขวางความฝันของเธอ”

จูปิเตอร์ดื่มเหล้าในแก้วหมดไปอย่างรวดเร็ว

“แต่ฉันก็ไม่สามารถให้ความสุขอย่างเรียบง่ายแก่เด็กคนนั้นได้ เพราะฉันเผาบ้าน เผาพ่อแม่ของเธอไปหมดแล้ว”

“…”

“ฉันไม่สามารถชดเชยสิ่งที่ฉันพรากไปได้เลย สักอย่างเดียว”

กึก!

จูปิเตอร์วางแก้วลง แล้วหัวเราะคิกคัก

“ฉันไม่รู้ว่าจะทำยังไงดี ตอนนี้...เอาจริง ๆ แล้ว ฉันกลัวเด็กคนนั้น”

“กลัว?”

“ตอนนี้ฉันเหลือแค่ชีวิตแก่อย่างฉัน ไม่มีอะไรจะให้แล้ว ถ้าวันใดวันหนึ่ง เด็กคนนั้นมาบอกฉันว่า ‘คืนสิ่งที่คุณพรากไปจากฉันมา’ ฉันจะชดใช้มันได้ยังไง?”

จูปิเตอร์ปิดบังดวงตาข้างซ้ายที่หายไปด้วยมือ แล้วหลับตาข้างขวาลง

“ทุกครั้งที่สบตาเด็กคนนั้น ฉันกลัวมาก...ฉันอยากจะหนีไปซ่อนตัวในรูหนู”

“…”

“ฉันอยากขอโทษ แต่ฉันไม่รู้วิธีแล้ว”

ฉันพูดอะไรไม่ออก

เพราะมันเป็นปัญหาที่ยากเกินกว่าที่ฉันซึ่งเป็นบุคคลภายนอกจะเข้าไปยุ่งได้ ฉันเองก็ไม่กล้าคิดหาทางแก้ไขเช่นกัน

ฉันกับจูปิเตอร์เงียบไปสักพัก ดื่มเหล้าเงียบ ๆ

เหล้าในขวดที่เต็มอยู่ ตอนนี้หมดลงแล้ว

จูปิเตอร์เทเหล้าที่เหลือให้ฉัน แล้วพูด

“ฝ่าบาท ฉันภูมิใจในความจริงที่ว่าฉันรับใช้เป็นทหารของจักรวรรดิ ช่วงเวลาที่ฉันได้อุทิศตนเพื่อองค์จักรพรรดิและราชวงศ์นั้น เป็นช่วงเวลาที่งดงามที่สุดในชีวิตฉัน”

“อย่างนั้นก็ดีแล้วล่ะนะ”

“พร้อม ๆ กับนั้น ฉันก็เกลียดชังสิ่งที่ฉันได้ก่อไว้”

บนหน้าอกของจูปิเตอร์ยังมีเหรียญกล้าหาญมากมายแขวนอยู่

จูปิเตอร์มองเหรียญกล้าหาญเหล่านั้นด้วยสายตาเจ็บปวด

“และเหนือสิ่งอื่นใด ฉันเกลียดชังตัวเองที่ทำตามคำสั่งโดยไม่มีความคิด กระทำการสังหารและการทำลายล้างอย่างโง่เขลา”

“…”

“ฉันหลงระเริงอยู่ในบทบาทของทหาร ในบทบาทของผู้บัญชาการกองกำลังเวทมนตร์หน่วยที่ 2 ฉันทิ้งตัวเองไป และใช้ชีวิตเป็นเพียงชิ้นส่วนหนึ่งของกองทัพอย่างโง่เขลา...ฉันเกลียดชังตัวเองอย่างนั้น”

ฟึบ-

จูปิเตอร์ดื่มเหล้าที่เหลือหมด แล้วก้มหัวให้ฉัน

“ฝ่าบาท ขอพระองค์อย่าให้บทบาทกลืนกินพระองค์”

“บทบาท...กลืนกินเหรอ?”

“อย่าให้บทบาทของเจ้าชายลำดับที่ 3 บทบาทของผู้บัญชาการ บทบาทของเจ้าของดินแดน กลืนกินพระองค์ นั่นไม่ใช่แก่นแท้ของพระองค์”

ฉันดื่มเหล้าที่เหลือลงคอ ขณะฟังคำพูดของจูปิเตอร์

“จงใช้ชีวิตในฐานะตัวตนของพระองค์เอง แอช ‘บอนไฮเตอร์’ เอเวอร์แบล็ก”

“…”

“นี่คือคำแนะนำของคนแก่ที่ไร้ประโยชน์อย่างฉัน ที่ยังให้กับพระองค์ที่ยังหนุ่มอยู่ได้”

คำแนะนำของจูปิเตอร์ ราวกับเหล้าแรง ๆ ที่เผาไหม้คอ เข้ามาทำร้ายฉัน

ในที่สุดฉันคืออะไรกัน

เจ้าชายลำดับที่ 3 ผู้บัญชาการ เจ้าของดินแดน แอช

หรือผู้เล่น เนิร์ดคลาสสิค

ไม่ว่าจะทางไหน ฉันใช้ชีวิตของฉัน...อย่างถูกต้องแล้วหรือ

“ขอบคุณที่ฟังฉันบ่นนะคะ ฝ่าบาท แค่ได้ระบายออกมาก็รู้สึกดีขึ้นแล้วค่ะ”

จูปิเตอร์หัวเราะคิกคัก แล้วเก็บขวดเหล้าที่ว่างเปล่า

ฉันไม่รู้ว่าเราสองคนดื่มไปกี่ขวดแล้ว อึก ตอนนี้เริ่มเมาแล้ว

“ฉันจะ...คุยกับจูเนียร์อย่างจริงจังดู”

จูปิเตอร์พึมพำเบา ๆ ขณะส่งฉันออกไปนอกสมาคม

“ยังไงเสีย เธอก็เป็นหลานสาวของฉัน หลานสาวที่สืบทอดนามสกุลของฉัน ถ้าได้คุยกันด้วยใจเปิดกว้าง...ก็คงจะเห็นทางออก”

ลูคัสที่รออยู่ด้านนอก เปิดประตูรถม้าให้

จูปิเตอร์ยักไหล่ แล้วส่งยิ้มให้ฉัน ขณะที่ฉันขึ้นไปนั่งในรถม้า

“หวังว่าจะเป็นอย่างนั้นนะ”

ฉันก็หวังอย่างนั้น ด้วยใจจริง

ขณะนั่งรถม้ากลับไปที่คฤหาสน์ ฉันมองดูจูปิเตอร์ที่ยืนอยู่คนเดียว แล้วคิด

ไม่ว่าทั้งสองคนจะลงเอยอย่างไร...ขอให้พวกเขาอย่าได้เสียใจเลย

***

ไม่กี่วันต่อมา

อาวุธเงินจากโรงตีเหล็กมาถึงแล้ว ไม่ใช่ทั้งหมด แต่เป็นส่วนหนึ่งที่สั่งไว้ มาเป็นตัวอย่าง

[ดาบเงิน (R) Lv.30]

- ประเภท : ดาบยาว

- พลังโจมตี : 20-40

- ความทนทาน : 3/3

- เมื่อต่อสู้กับศัตรูประเภทชั่วร้าย จะเพิ่มความเสียหาย 100%

ความทนทานแย่จัง

แต่ตัวเลือกดีมาก

‘ความเสียหายเพิ่ม 100% นี้ ไม่ใช่แค่พลังโจมตีปกติของอาวุธเท่านั้น แต่ยังเป็นโบนัสของทักษะด้วย’

ถึงจะเป็นอาวุธที่ใช้ต่อสู้กับศัตรูกลุ่มเล็ก ๆ แต่ก็ทำให้ชนะทางพวกมันได้ 100%

แคร๊ง-!

ฉันมอบดาบยาวให้ลูคัส ลูคัสชักดาบออกมา ฟาดเบา ๆ แล้วพยักหน้า

“เป็นไง?”

“สมดุลดีมากครับ ดูดีมากเลยครับ”

“ดี ดี ต้องสั่งให้ทำแบบนี้แหละ”

ครั้งนี้ได้ดาบเงินลูกศร กริช หอก มาอย่างละสองเล่ม และธนูสามชุด

ฉันมอบดาบยาวสองเล่มให้ลูคัส และมอบหอกสองเล่มให้เอวานเจลีน

“คิดซะว่าเป็นของใช้แล้วใช้ให้เต็มที่เลย”

“ดูแพงจังเลยค่ะ ไม่เป็นไรเหรอคะ...?”

เอวานเจลีนรับหอกเงิน แล้วลองหอกดูอย่างชำนาญ

ฟึบ-!

ฟับ!

เอวานเจลีนมักใช้หอกม้า แต่เธอก็ใช้หอกทั่วไปได้ดีเช่นกัน

เธอหมุนหอกไปมา แล้วแทงออกไปอย่างรวดเร็ว เก่งจัง!

ฉันกับลูคัสปรบมือ เอวานเจลีนหน้าแดง

“อย่ามาชมกันออกนอกหน้าแบบนี้สิ! ฉันอายนะคะ”

เปล่า ปฏิกิริยาตอบรับของเธอต่อปฏิกิริยาตอบรับของพวกเรา มันสนุกดีนี่นา

ซึ่งอุปกรณ์ที่ทำมาก็ถือว่ามีประสิทธิภาพสูง ทำได้ดีเลยนิ!

“ถึงจะไม่ใช่หอกม้า แต่ก็ใช้เก่งจังนะ?”

“ก็แน่นอนสิคะ หลักการพื้นฐานเหมือนกันนี่นา”

อืม อาวุธประเภทหอก จะใช้ทักษะร่วมกัน เข้าใจแบบนี้แล้วก็เข้าใจแล้วล่ะ

‘...เดี๋ยวนะ ฉันคิดแบบเกมเมอร์เกินไปหรือเปล่า?’

ฉันคิดทบทวนความบ้าคลั่งของตัวเองที่เปลี่ยนทุกอย่างเป็นเกม เอวานเจลีนก็ยกไหล่ขึ้นอย่างภาคภูมิ

“จริงสิ ฉันเองก็ได้คะแนน A+ ในการทดสอบความเหมาะสมกับอาวุธทุกประเภทจากสถาบันด้วยค่ะ ถ้าให้ดาบยาว ฉันก็มั่นใจว่าจะใช้ได้เก่งเหมือนคุณลูคัสค่ะ”

“โอ้ เก่งเท่าผมเหรอ?”

ดวงตาของลูคัสดูดุ เอวานเจลีนทำตาโต พวกนี้มาอีกแล้ว

“ไปฝึกซ้อมกันเองทีหลัง ตอนนี้ไปเตรียมอุปกรณ์กันก่อน เกราะ และโล่ด้วย”

สองอัศวินมองฉันด้วยสายตาตกใจ เมื่อได้ยินที่ฉันพูด

“หมายความว่ายังไงครับ?”

“ใช่แล้ว”

ฉันล้วงกริชเงินออกมา เสียบไว้ที่เอว แล้วก็ยิ้ม

“ถึงเวลาออกเดินทางไปยังพื้นที่ถัดไปของดันเจี้ยนแล้ว”

รอคอยมานานแล้ว

อุปกรณ์เงินที่รอคอยก็มาถึงแล้ว ในที่สุดก็ถึงเวลาเพิ่มความคืบหน้าในการสำรวจอิสระแล้ว

***

ครั้งนี้ จะทำการสำรวจอิสระด้วยปาร์ตี้หลักเท่านั้น

อย่างแรก พื้นที่ที่จะไปในครั้งนี้ อันตรายเกินกว่าที่จะพาหน่วยทหารรับจ้างดิออนไปด้วย

ถึงแม้ว่าปาร์ตี้หลักจะเจอสถานการณ์คับขัน แต่การดูแลเด็กใหม่ ๆ ด้วย มันยากเกินไป

กองกำลังเงา ถึงจะมีกำลังรบที่โอเค แต่ครั้งนี้ การจัดทีมเป็นอุปสรรค

‘การจัดทีมนั้นรุกมากเกินไป’

นักเวทสองคน นักธนูสามคน

เวลาสำรวจพื้นที่อื่น ก็โอเค แต่ที่ที่จะไปวันนี้ เป็นดันเจี้ยนแคบ ๆ

กองกำลังเงาที่มีการโจมตีระยะไกลเป็นหลัก อันตราย เพราะงั้นเลยไม่เอา

ฉันตัดสินใจใช้ปาร์ตี้เล็ก ๆ กลุ่มเดียว ค่อย ๆ ทำ อย่างปลอดภัย

‘เอาจริง ๆ แล้ว มันเป็นข้อแก้ตัวทั้งนั้นแหละ’

ฉันอยากให้ปาร์ตี้หลักได้ประสบการณ์เยอะ ๆ เพื่อเพิ่มเลเวลให้เร็วขึ้น

ในตอนปะทะเซเลนดิออน คนที่จะต้องต่อกรกับเซเลนดิออนโดยตรง ก็คือปาร์ตี้หลัก

‘ถ้าเพิ่มเลเวลขึ้นเยอะ ๆ แล้วเรียนทักษะสูงสุดได้ ก็จะดีมาก’

ทักษะขั้นสูงสุด ที่เสริมความสมบูรณ์ให้ตัวละคร ทักษะขั้นสูงสุด

ตัวละครที่เรียนทักษะขั้นสูงสุด กับตัวละครที่ไม่ได้เรียน ความแตกต่างนั้น ถ้าพูดให้เกินจริงก็ต่างกันเป็นสองเท่า

ถ้ามีตัวละครที่เรียนทักษะสูงสุด ในตอนปะทะเซเลนดิออน ก็จะง่ายขึ้นมาก

แต่ทักษะขั้นสูงสุด จะเปิดใช้งานเมื่อเลเวล 50 และเปลี่ยนอาชีพครั้งที่ 3

ในเหล่าตัวละครของฉัน ที่เลเวลสูงที่สุดก็คือลูคัสกับเอวานเจลีน ตอนนี้เลเวล 30 ปลาย ๆ ยังห่างไกลอยู่

‘ถ้าเพิ่มเลเวลตามปกติ ต้องไปถึงดันเจี้ยนชั้นที่ 10 ทักษะขั้นสูงสุดถึงจะเปิดใช้งาน’

ฉันกับดาเมียน น่าจะลองเพิ่มทักษะได้

ตอนนี้ฉันเลเวล 24 ดาเมียนเลเวล 33

เลเวล 35 เปลี่ยนอาชีพครั้งที่ 2 แล้วเรียนทักษะที่ 2 น่าจะลองได้

‘...เดี๋ยวนะ จะเพิ่มเลเวล 11 เลเวลในการลงดันเจี้ยนครั้งเดียวจะเป็นไปได้เหรอ?’

แต่ถ้าทำได้ มันก็ไม่เลวนะ?

ฉันเลียริมฝีปาก แล้ววางแผนเพิ่มเลเวลอย่างบ้าคลั่งในหัว

‘เกมชั่ว ๆ ปล่อยประสบการณ์มาซะ!’

ปล่อยทักษะต่อไปมาซะ! แบบโกง ๆ ด้วย! แบบที่สามารถทำเกมพังได้เลย!

ปล่อยมาให้ฉันเดี๋ยวนี้!

ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_

จบบทที่ ◈บทที่ 113. [เนื้อเรื่องเสริม] ทหารผ่านศึก (3)

คัดลอกลิงก์แล้ว