- หน้าแรก
- ข้ากลายเป็นทรราชในเกมป้องกันเมือง
- ◈บทที่ 113. [เนื้อเรื่องเสริม] ทหารผ่านศึก (3)
◈บทที่ 113. [เนื้อเรื่องเสริม] ทหารผ่านศึก (3)
◈บทที่ 113. [เนื้อเรื่องเสริม] ทหารผ่านศึก (3)
【แปลโดยฝีมือ...ยักษาแปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ】
【แค่ คอมเมนต์ ก็เหมือนการให้กำลังใจแล้วนะครับ รบกวน comment กันหน่อยน๊า ;-;】
【Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย】
◈บทที่ 113. [เนื้อเรื่องเสริม] ทหารผ่านศึก (3)
“ไม่ใช่หลานแท้ ๆ สินะ”
ฉันพึมพำเบา ๆ ขณะฟังเรื่องราวของจูปิเตอร์ จูปิเตอร์พยักหน้า
“ใช่ค่ะ ฉันกับหลานคนนี้ไม่มีสายเลือดเกี่ยวข้องกันเลยสักหยดเดียว”
“หน้าตาคล้ายกันหลายจุดเลยนะ...นึกว่ามีสายเลือดเกี่ยวข้องกันแน่ ๆ”
“ฮ่า ๆ ๆ คล้ายกันน่ะเหรอ ดีใจจังค่ะ”
จูปิเตอร์ส่ายหน้าเบา ๆ
“ไม่ใช่หลานแท้ ๆ เท่านั้นหรอกค่ะ...แม้แต่ว่าฉันได้ทำหน้าที่เป็นยายแท้ ๆ ของพวกหลานหรือเปล่า ฉันเองก็ยังไม่แน่ใจเลยค่ะ”
“…”
“ฉันเลี้ยงดูเด็ก ๆ เหล่านั้นด้วยความรู้สึกผิดและความรับผิดชอบ แต่พูดกันตรง ๆ ฉันเป็นศัตรูตัวฉกาจของเด็ก ๆ เหล่านั้นต่างหาก”
น้ำเสียงเรียบนิ่งของจูปิเตอร์ดูราวกับมีกลิ่นคาวเลือดปนอยู่
“ฉันเผาบ้านเกิดของพวกเขา และฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ครอบครัวและญาติพี่น้องของพวกเขา”
“…”
“ถึงจะไม่พูดออกมา...แต่พวกเขาก็คงเกลียดฉันอยู่แน่ ๆ”
จูปิเตอร์ยิ้มอย่างขมขื่นก่อนจะยกแก้วเหล้าขึ้นจิบ
“ถึงจะไม่ได้รับการอภัยก็ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ตั้งแต่แรกแล้วบาปที่ฉันก่อไว้ก็ไม่ใช่แบบที่ได้รับการอภัยได้อยู่แล้ว แต่...”
“แต่?”
“ฉันอยากจะขอโทษเด็ก ๆ เหล่านั้นอย่างจริงใจ แต่...ดูเหมือนฉันจะทำมันไม่ได้อย่างสมบูรณ์ นั่นแหละที่ทำให้ฉันรู้สึกกังวลใจ”
ความเสียดายพรั่งพรูอยู่ในดวงตาเดียวของจูปิเตอร์
“จูเนียร์เป็นเด็กที่มีความสามารถยอดเยี่ยมมาก ถ้าพูดถึงความสามารถล่ะก็ มันเหนือกว่าฉันไปไกลมากเลยค่ะ”
นั่นเป็นความจริง ระดับ SSR นั้นจะใช้กับเหล่าอัจฉริยะที่เหนือกว่าความสามารถทั่วไป
“แต่ตอนเด็ก ๆ เพราะโดนฟ้าผ่าของฉันเล่นงานเข้า...ร่างกายของเด็กคนนั้นอ่อนแอลงมาก ส่วนที่เป็นเหมือนหัวใจของเวทมนตร์ ส่วนสำคัญของร่างกายอ่อนแอลง ทุกครั้งที่ใช้เวทมนตร์ มันจะกัดกินอายุขัยของเด็กคนนั้นไปเรื่อย ๆ”
ฉันนึกถึงภาพจูเนียร์ที่เผาสมุนไพรที่มีฤทธิ์บรรเทาอาการปวด แล้วก็ไอเป็นเลือด และอาเจียนเป็นเลือดทุกครั้งที่ใช้เวทมนตร์
นั่นเป็นเพราะบาดเจ็บตอนเด็ก ๆ นั่นเอง
“เพราะอย่างนั้นฉันจึงสั่งห้ามไม่ให้ใช้เวทมนตร์ ไม่เพียงแค่นั้น ฉันยังห้ามไม่ให้เรียนเวทมนตร์ด้วยซ้ำ”
“แล้วทำไมมันถึงเก่งขนาดนั้นล่ะ?”
“ฉันจะไปห้ามเธอได้ยังไงล่ะคะ?”
จูปิเตอร์หัวเราะคิกคัก
“การคัดค้านของผู้ใหญ่เป็นเพียงอุปสรรคเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น เมื่อเทียบกับความสามารถและความกระตือรือร้นของเด็ก”
“…”
“เธอเริ่มเรียนรู้ด้วยตัวเอง แล้วก็เก่งขึ้นเรื่อย ๆ จนเกินกว่าเด็กวัยเดียวกัน ตอนนี้เธอเก่งกว่าฉันแล้วด้วยซ้ำ”
ในครั้งก่อน จูปิเตอร์พ่ายแพ้ให้กับจูเนียร์
ถึงแม้ว่าสภาพร่างกายของจูปิเตอร์จะไม่ดี แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่จูปิเตอร์รับรู้ด้วยตัวเอง ถ้าทั้งคู่ใช้พลังทั้งหมด จูปิเตอร์จะเป็นฝ่ายแพ้
“ถ้าไม่ใช่เพราะเรื่องที่ฉันก่อไว้ จูเนียร์คงเป็นจอมเวทย์ที่โลกจดจำได้แล้ว”
จูปิเตอร์พึมพำขณะเทเหล้าใส่แก้วใหม่
“หรืออาจจะใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายและมีความสุขในหมู่บ้านเล็ก ๆ นั้นก็ได้”
“…”
“ในวันนั้นเมื่อ 15 ปีที่แล้ว ฉันเผาทำลายความเป็นไปได้ทั้งสองอย่างนั้นไปแล้ว”
จูปิเตอร์มองใบหน้าตัวเองที่สะท้อนอยู่ในแก้วเหล้าอย่างเงียบ ๆ
กำลังมองดวงตาซ้ายที่หายไปเมื่อ 15 ปีที่แล้ว หรือเปล่า
หรือกำลังมองทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอทำให้อีกฝ่ายสูญเสียไปเมื่อ 15 ปีที่แล้ว หรือเปล่า
ฉันไม่รู้ ฉันแค่ฟังเรื่องราวของเธอยืนอยู่ข้าง ๆ เท่านั้น
“แต่ฉัน...จะขอโทษมันได้ยังไงล่ะคะ?”
จูปิเตอร์ถอนหายใจเบา ๆ
“ถึงแม้ว่าฉันจะคุกเข่าขอโทษ ชีวิตที่พังพินาศของเด็กคนนั้นก็จะกลับมาไม่ได้หรอก ฉันจะทำร้อยครั้งพันครั้งก็ไม่ช่วย แต่...มันไม่มีทางแก้ไขแล้วนี่นา”
“…”
“ฉันไม่เพียงแต่ไม่ได้ช่วยเหลือความฝันของมันในฐานะจอมเวท ฉันยังขัดขวางมันเสียอีก ฉันหวังว่าเธอจะไม่ใช้ชีวิตสั้น ๆ ของเธอไปกับเวทมนตร์ แต่สิ่งที่ฉันทำก็ไม่ต่างอะไรกับการขัดขวางความฝันของเธอ”
จูปิเตอร์ดื่มเหล้าในแก้วหมดไปอย่างรวดเร็ว
“แต่ฉันก็ไม่สามารถให้ความสุขอย่างเรียบง่ายแก่เด็กคนนั้นได้ เพราะฉันเผาบ้าน เผาพ่อแม่ของเธอไปหมดแล้ว”
“…”
“ฉันไม่สามารถชดเชยสิ่งที่ฉันพรากไปได้เลย สักอย่างเดียว”
กึก!
จูปิเตอร์วางแก้วลง แล้วหัวเราะคิกคัก
“ฉันไม่รู้ว่าจะทำยังไงดี ตอนนี้...เอาจริง ๆ แล้ว ฉันกลัวเด็กคนนั้น”
“กลัว?”
“ตอนนี้ฉันเหลือแค่ชีวิตแก่อย่างฉัน ไม่มีอะไรจะให้แล้ว ถ้าวันใดวันหนึ่ง เด็กคนนั้นมาบอกฉันว่า ‘คืนสิ่งที่คุณพรากไปจากฉันมา’ ฉันจะชดใช้มันได้ยังไง?”
จูปิเตอร์ปิดบังดวงตาข้างซ้ายที่หายไปด้วยมือ แล้วหลับตาข้างขวาลง
“ทุกครั้งที่สบตาเด็กคนนั้น ฉันกลัวมาก...ฉันอยากจะหนีไปซ่อนตัวในรูหนู”
“…”
“ฉันอยากขอโทษ แต่ฉันไม่รู้วิธีแล้ว”
ฉันพูดอะไรไม่ออก
เพราะมันเป็นปัญหาที่ยากเกินกว่าที่ฉันซึ่งเป็นบุคคลภายนอกจะเข้าไปยุ่งได้ ฉันเองก็ไม่กล้าคิดหาทางแก้ไขเช่นกัน
ฉันกับจูปิเตอร์เงียบไปสักพัก ดื่มเหล้าเงียบ ๆ
เหล้าในขวดที่เต็มอยู่ ตอนนี้หมดลงแล้ว
จูปิเตอร์เทเหล้าที่เหลือให้ฉัน แล้วพูด
“ฝ่าบาท ฉันภูมิใจในความจริงที่ว่าฉันรับใช้เป็นทหารของจักรวรรดิ ช่วงเวลาที่ฉันได้อุทิศตนเพื่อองค์จักรพรรดิและราชวงศ์นั้น เป็นช่วงเวลาที่งดงามที่สุดในชีวิตฉัน”
“อย่างนั้นก็ดีแล้วล่ะนะ”
“พร้อม ๆ กับนั้น ฉันก็เกลียดชังสิ่งที่ฉันได้ก่อไว้”
บนหน้าอกของจูปิเตอร์ยังมีเหรียญกล้าหาญมากมายแขวนอยู่
จูปิเตอร์มองเหรียญกล้าหาญเหล่านั้นด้วยสายตาเจ็บปวด
“และเหนือสิ่งอื่นใด ฉันเกลียดชังตัวเองที่ทำตามคำสั่งโดยไม่มีความคิด กระทำการสังหารและการทำลายล้างอย่างโง่เขลา”
“…”
“ฉันหลงระเริงอยู่ในบทบาทของทหาร ในบทบาทของผู้บัญชาการกองกำลังเวทมนตร์หน่วยที่ 2 ฉันทิ้งตัวเองไป และใช้ชีวิตเป็นเพียงชิ้นส่วนหนึ่งของกองทัพอย่างโง่เขลา...ฉันเกลียดชังตัวเองอย่างนั้น”
ฟึบ-
จูปิเตอร์ดื่มเหล้าที่เหลือหมด แล้วก้มหัวให้ฉัน
“ฝ่าบาท ขอพระองค์อย่าให้บทบาทกลืนกินพระองค์”
“บทบาท...กลืนกินเหรอ?”
“อย่าให้บทบาทของเจ้าชายลำดับที่ 3 บทบาทของผู้บัญชาการ บทบาทของเจ้าของดินแดน กลืนกินพระองค์ นั่นไม่ใช่แก่นแท้ของพระองค์”
ฉันดื่มเหล้าที่เหลือลงคอ ขณะฟังคำพูดของจูปิเตอร์
“จงใช้ชีวิตในฐานะตัวตนของพระองค์เอง แอช ‘บอนไฮเตอร์’ เอเวอร์แบล็ก”
“…”
“นี่คือคำแนะนำของคนแก่ที่ไร้ประโยชน์อย่างฉัน ที่ยังให้กับพระองค์ที่ยังหนุ่มอยู่ได้”
คำแนะนำของจูปิเตอร์ ราวกับเหล้าแรง ๆ ที่เผาไหม้คอ เข้ามาทำร้ายฉัน
ในที่สุดฉันคืออะไรกัน
เจ้าชายลำดับที่ 3 ผู้บัญชาการ เจ้าของดินแดน แอช
หรือผู้เล่น เนิร์ดคลาสสิค
ไม่ว่าจะทางไหน ฉันใช้ชีวิตของฉัน...อย่างถูกต้องแล้วหรือ
“ขอบคุณที่ฟังฉันบ่นนะคะ ฝ่าบาท แค่ได้ระบายออกมาก็รู้สึกดีขึ้นแล้วค่ะ”
จูปิเตอร์หัวเราะคิกคัก แล้วเก็บขวดเหล้าที่ว่างเปล่า
ฉันไม่รู้ว่าเราสองคนดื่มไปกี่ขวดแล้ว อึก ตอนนี้เริ่มเมาแล้ว
“ฉันจะ...คุยกับจูเนียร์อย่างจริงจังดู”
จูปิเตอร์พึมพำเบา ๆ ขณะส่งฉันออกไปนอกสมาคม
“ยังไงเสีย เธอก็เป็นหลานสาวของฉัน หลานสาวที่สืบทอดนามสกุลของฉัน ถ้าได้คุยกันด้วยใจเปิดกว้าง...ก็คงจะเห็นทางออก”
ลูคัสที่รออยู่ด้านนอก เปิดประตูรถม้าให้
จูปิเตอร์ยักไหล่ แล้วส่งยิ้มให้ฉัน ขณะที่ฉันขึ้นไปนั่งในรถม้า
“หวังว่าจะเป็นอย่างนั้นนะ”
ฉันก็หวังอย่างนั้น ด้วยใจจริง
ขณะนั่งรถม้ากลับไปที่คฤหาสน์ ฉันมองดูจูปิเตอร์ที่ยืนอยู่คนเดียว แล้วคิด
ไม่ว่าทั้งสองคนจะลงเอยอย่างไร...ขอให้พวกเขาอย่าได้เสียใจเลย
***
ไม่กี่วันต่อมา
อาวุธเงินจากโรงตีเหล็กมาถึงแล้ว ไม่ใช่ทั้งหมด แต่เป็นส่วนหนึ่งที่สั่งไว้ มาเป็นตัวอย่าง
[ดาบเงิน (R) Lv.30]
- ประเภท : ดาบยาว
- พลังโจมตี : 20-40
- ความทนทาน : 3/3
- เมื่อต่อสู้กับศัตรูประเภทชั่วร้าย จะเพิ่มความเสียหาย 100%
ความทนทานแย่จัง
แต่ตัวเลือกดีมาก
‘ความเสียหายเพิ่ม 100% นี้ ไม่ใช่แค่พลังโจมตีปกติของอาวุธเท่านั้น แต่ยังเป็นโบนัสของทักษะด้วย’
ถึงจะเป็นอาวุธที่ใช้ต่อสู้กับศัตรูกลุ่มเล็ก ๆ แต่ก็ทำให้ชนะทางพวกมันได้ 100%
แคร๊ง-!
ฉันมอบดาบยาวให้ลูคัส ลูคัสชักดาบออกมา ฟาดเบา ๆ แล้วพยักหน้า
“เป็นไง?”
“สมดุลดีมากครับ ดูดีมากเลยครับ”
“ดี ดี ต้องสั่งให้ทำแบบนี้แหละ”
ครั้งนี้ได้ดาบเงินลูกศร กริช หอก มาอย่างละสองเล่ม และธนูสามชุด
ฉันมอบดาบยาวสองเล่มให้ลูคัส และมอบหอกสองเล่มให้เอวานเจลีน
“คิดซะว่าเป็นของใช้แล้วใช้ให้เต็มที่เลย”
“ดูแพงจังเลยค่ะ ไม่เป็นไรเหรอคะ...?”
เอวานเจลีนรับหอกเงิน แล้วลองหอกดูอย่างชำนาญ
ฟึบ-!
ฟับ!
เอวานเจลีนมักใช้หอกม้า แต่เธอก็ใช้หอกทั่วไปได้ดีเช่นกัน
เธอหมุนหอกไปมา แล้วแทงออกไปอย่างรวดเร็ว เก่งจัง!
ฉันกับลูคัสปรบมือ เอวานเจลีนหน้าแดง
“อย่ามาชมกันออกนอกหน้าแบบนี้สิ! ฉันอายนะคะ”
เปล่า ปฏิกิริยาตอบรับของเธอต่อปฏิกิริยาตอบรับของพวกเรา มันสนุกดีนี่นา
ซึ่งอุปกรณ์ที่ทำมาก็ถือว่ามีประสิทธิภาพสูง ทำได้ดีเลยนิ!
“ถึงจะไม่ใช่หอกม้า แต่ก็ใช้เก่งจังนะ?”
“ก็แน่นอนสิคะ หลักการพื้นฐานเหมือนกันนี่นา”
อืม อาวุธประเภทหอก จะใช้ทักษะร่วมกัน เข้าใจแบบนี้แล้วก็เข้าใจแล้วล่ะ
‘...เดี๋ยวนะ ฉันคิดแบบเกมเมอร์เกินไปหรือเปล่า?’
ฉันคิดทบทวนความบ้าคลั่งของตัวเองที่เปลี่ยนทุกอย่างเป็นเกม เอวานเจลีนก็ยกไหล่ขึ้นอย่างภาคภูมิ
“จริงสิ ฉันเองก็ได้คะแนน A+ ในการทดสอบความเหมาะสมกับอาวุธทุกประเภทจากสถาบันด้วยค่ะ ถ้าให้ดาบยาว ฉันก็มั่นใจว่าจะใช้ได้เก่งเหมือนคุณลูคัสค่ะ”
“โอ้ เก่งเท่าผมเหรอ?”
ดวงตาของลูคัสดูดุ เอวานเจลีนทำตาโต พวกนี้มาอีกแล้ว
“ไปฝึกซ้อมกันเองทีหลัง ตอนนี้ไปเตรียมอุปกรณ์กันก่อน เกราะ และโล่ด้วย”
สองอัศวินมองฉันด้วยสายตาตกใจ เมื่อได้ยินที่ฉันพูด
“หมายความว่ายังไงครับ?”
“ใช่แล้ว”
ฉันล้วงกริชเงินออกมา เสียบไว้ที่เอว แล้วก็ยิ้ม
“ถึงเวลาออกเดินทางไปยังพื้นที่ถัดไปของดันเจี้ยนแล้ว”
รอคอยมานานแล้ว
อุปกรณ์เงินที่รอคอยก็มาถึงแล้ว ในที่สุดก็ถึงเวลาเพิ่มความคืบหน้าในการสำรวจอิสระแล้ว
***
ครั้งนี้ จะทำการสำรวจอิสระด้วยปาร์ตี้หลักเท่านั้น
อย่างแรก พื้นที่ที่จะไปในครั้งนี้ อันตรายเกินกว่าที่จะพาหน่วยทหารรับจ้างดิออนไปด้วย
ถึงแม้ว่าปาร์ตี้หลักจะเจอสถานการณ์คับขัน แต่การดูแลเด็กใหม่ ๆ ด้วย มันยากเกินไป
กองกำลังเงา ถึงจะมีกำลังรบที่โอเค แต่ครั้งนี้ การจัดทีมเป็นอุปสรรค
‘การจัดทีมนั้นรุกมากเกินไป’
นักเวทสองคน นักธนูสามคน
เวลาสำรวจพื้นที่อื่น ก็โอเค แต่ที่ที่จะไปวันนี้ เป็นดันเจี้ยนแคบ ๆ
กองกำลังเงาที่มีการโจมตีระยะไกลเป็นหลัก อันตราย เพราะงั้นเลยไม่เอา
ฉันตัดสินใจใช้ปาร์ตี้เล็ก ๆ กลุ่มเดียว ค่อย ๆ ทำ อย่างปลอดภัย
‘เอาจริง ๆ แล้ว มันเป็นข้อแก้ตัวทั้งนั้นแหละ’
ฉันอยากให้ปาร์ตี้หลักได้ประสบการณ์เยอะ ๆ เพื่อเพิ่มเลเวลให้เร็วขึ้น
ในตอนปะทะเซเลนดิออน คนที่จะต้องต่อกรกับเซเลนดิออนโดยตรง ก็คือปาร์ตี้หลัก
‘ถ้าเพิ่มเลเวลขึ้นเยอะ ๆ แล้วเรียนทักษะสูงสุดได้ ก็จะดีมาก’
ทักษะขั้นสูงสุด ที่เสริมความสมบูรณ์ให้ตัวละคร ทักษะขั้นสูงสุด
ตัวละครที่เรียนทักษะขั้นสูงสุด กับตัวละครที่ไม่ได้เรียน ความแตกต่างนั้น ถ้าพูดให้เกินจริงก็ต่างกันเป็นสองเท่า
ถ้ามีตัวละครที่เรียนทักษะสูงสุด ในตอนปะทะเซเลนดิออน ก็จะง่ายขึ้นมาก
แต่ทักษะขั้นสูงสุด จะเปิดใช้งานเมื่อเลเวล 50 และเปลี่ยนอาชีพครั้งที่ 3
ในเหล่าตัวละครของฉัน ที่เลเวลสูงที่สุดก็คือลูคัสกับเอวานเจลีน ตอนนี้เลเวล 30 ปลาย ๆ ยังห่างไกลอยู่
‘ถ้าเพิ่มเลเวลตามปกติ ต้องไปถึงดันเจี้ยนชั้นที่ 10 ทักษะขั้นสูงสุดถึงจะเปิดใช้งาน’
ฉันกับดาเมียน น่าจะลองเพิ่มทักษะได้
ตอนนี้ฉันเลเวล 24 ดาเมียนเลเวล 33
เลเวล 35 เปลี่ยนอาชีพครั้งที่ 2 แล้วเรียนทักษะที่ 2 น่าจะลองได้
‘...เดี๋ยวนะ จะเพิ่มเลเวล 11 เลเวลในการลงดันเจี้ยนครั้งเดียวจะเป็นไปได้เหรอ?’
แต่ถ้าทำได้ มันก็ไม่เลวนะ?
ฉันเลียริมฝีปาก แล้ววางแผนเพิ่มเลเวลอย่างบ้าคลั่งในหัว
‘เกมชั่ว ๆ ปล่อยประสบการณ์มาซะ!’
ปล่อยทักษะต่อไปมาซะ! แบบโกง ๆ ด้วย! แบบที่สามารถทำเกมพังได้เลย!
ปล่อยมาให้ฉันเดี๋ยวนี้!
ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_