- หน้าแรก
- ข้ากลายเป็นทรราชในเกมป้องกันเมือง
- ◈บทที่ 110. [เนื้อเรื่องเสริม] โบนัส
◈บทที่ 110. [เนื้อเรื่องเสริม] โบนัส
◈บทที่ 110. [เนื้อเรื่องเสริม] โบนัส
【แปลโดยฝีมือ...ยักษาแปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ】
【แค่ คอมเมนต์ ก็เหมือนการให้กำลังใจแล้วนะครับ รบกวน comment กันหน่อยน๊า ;-;】
【Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย】
◈บทที่ 110. [เนื้อเรื่องเสริม] โบนัส
หลังจากกลับถึงคฤหาสน์
ฉันตัดสินใจแยกไอเทมที่ได้มาจากห้องทองคำออก แล้วจ่ายเงินและอัญมณีส่วนที่เหลือเป็นโบนัสให้สมาชิกปาร์ตี้
นี่เป็นสิ่งที่พวกเขาสมควรได้รับหลังจากทุ่มเทอย่างหนักขนาดนี้
ทุกคนทำงานหนัก แต่โดยเฉพาะสมาชิกหลักของปาร์ตี้ พวกเขาต้องเผชิญกับความยากลำบากอย่างแท้จริงจนแทบเอาชีวิตไม่รอด
ฉันใส่เงินของแต่ละคนลงในถุงแล้วแจกจ่ายให้
“แทนที่จะให้ผม ฝ่าบาทน่าจะเอาไปเป็นกองทุนทหารของฝ่าบาทมากกว่า……”
“โอ้ หนักจัง รุ่นพี่ใจดีจริง ๆ”
“เจ้าชาย ไม่ต้องให้มากขนาดนี้ก็ได้……”
แต่พอแจกจริง ๆ ลูคัส เอวานเจลีน และดาเมียน ทั้งสามคนต่างก็รู้สึกเกรงใจ
ฉันหัวเราะพลางถอนหายใจเบา ๆ
“ความจงรักภักดีไม่ควรแลกด้วยเงินเพียงอย่างเดียว แต่ถ้าผู้ปกครองไม่ให้ค่าตอบแทนอย่างเหมาะสม ก็ไม่มีเหตุผลที่จะพูดถึงความจงรักภักดี”
ฉันตบไหล่ทั้งสามคนทีละคน
“นี่คือค่าตอบแทนที่สมควรได้รับจากการทำงานหนักของพวกนาย รับไปเถอะ แล้วใช้มันอย่างสบายใจ”
สุดท้ายแล้วทั้งสามคนก็รับถุงเงินไป
ฉันต้องส่งให้จูเนียร์และจูปิเตอร์ด้วยนะ
ลิลลี่ก็ด้วย และต้องให้กองกำลังเงาและกองทหารรับจ้างดิออนด้วย
‘ฉันควรจะสั่งให้จ่ายโบนัสเพิ่มในเงินเดือนหน้าให้กับกองทัพสนธยาและทหารธรรมดาด้วย’
เอาล่ะ ฉันให้ทั้งสามคนไปพักผ่อน วันนี้ใช้เงินนี้ซื้ออะไรอร่อย ๆ กินกันให้เต็มที่นะ~
***
เย็นวันนั้น
ฉันขึ้นรถม้าไปยังเมืองครอสโรด
เนื่องจากได้จ่ายโบนัสไปแล้ว ฉันอยากจะส่งเงินให้สมาชิกหลักของปาร์ตี้ทุกคนในวันนี้
ถ้าบางคนได้บางคนไม่ได้ มันจะดูไม่ดี
ฉันแวะไปที่โรงงานของนักเล่นแร่แปรธาตุก่อนเพื่อให้ลิลลี่ ลิลลี่รับมันด้วยความขอบคุณ แต่ใบหน้าของเธอดูเป็นกังวล เธอถามฉัน
“แต่ว่า ฉันยังเป็นสมาชิกหลักของปาร์ตี้ใช่มั้ยคะ……?”
“……กองกำลังสำรองต่างหาก กองกำลังสำรอง”
อย่าทำหน้าเหมือนทหารที่ปลดประจำการแล้วแต่กลับได้รับคำสั่งให้กลับมาประจำการอีกเลยนะ
แต่ถึงอย่างนั้น ถ้าประเทศชาติเรียกร้อง หน่วยกำลังสำรองก็ต้องออกไป ถึงจะรู้สึกแย่แค่ไหน ที่นี่ก็เป็นแบบนี้แหละ
ฉันส่งเงินให้ลิลลี่แล้ว ที่เหลือก็คือจูปิเตอร์กับจูเนียร์
‘จูปิเตอร์อยู่ที่วิหารใช่มั้ยนะ? จูเนียร์ล่ะ…….’
ฉันได้ยินมาว่าจูเนียร์พักอยู่ที่โรงแรมแห่งเดียวในเมือง ‘น้ำผึ้งแห่งเอทิ’
จากโรงงานของนักเล่นแร่แปรธาตุ โรงแรมอยู่ใกล้กว่า ฉันเลยตัดสินใจไปที่นั่นก่อน
‘ตอนนี้ก็เย็นแล้ว ลองชวนไปทานข้าวด้วยกันดีมั้ย’
แตกต่างจากสมาชิกหลักคนอื่น ๆ กับจูเนียร์เรายังไม่ค่อยสนิทกันเท่าไหร่
เพราะเราไม่ได้ใช้เวลาร่วมกันมากนัก
ลองใช้โอกาสนี้สร้างความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นก็น่าจะไม่เลว
ไม่จำเป็นต้องสนิทกับสมาชิกปาร์ตี้ทุกคน แต่การที่รู้จักกันพอสมควรก็ช่วยได้
ดังนั้น ฉันจึงไปที่โรงแรม ‘น้ำผึ้งแห่งเอทิ’
“ฝ่าบาทเสด็จมาแล้ว!”
“ฝ่าบาทเสด็จมาแล้ว!”
“อืม…… อ่า……”
ฉันเดินผ่านเจ้าของและพนักงานที่ต้อนรับอย่างเกินไป เข้าไปในโรงแรม
พรมและโคมระย้าที่หรูหราเกินไปยังคงอยู่
ดูเหมือนว่าพวกเขาจะยังคงรักษาสภาพโรงแรมหรูที่ฉันสั่งให้ตกแต่งใหม่ไว้อยู่
‘ฉันทำให้โรงแรมที่อบอุ่นในเมืองเล็ก ๆ หายไปตลอดกาลแล้วหรือเปล่า……?’
ฉันรู้สึกผิดเล็กน้อย(?) ขณะเดินไปที่เคาน์เตอร์
เจ้าของรีบเข้าไปในเคาน์เตอร์แล้วส่งยิ้มที่ดูไม่เป็นธรรมชาติมาให้ อืม
“มีแขกชื่อจูปิเตอร์และจูเนียร์มั้ย? พวกเขาเป็นทหารรับจ้างที่ฉันจ้างมา”
“อ๋อ หมายถึงคุณนักเวทคนนั้นสินะคะ ขอฉันดูแป๊บนึงนะคะ…… พักอยู่ห้องในสุดชั้น 3 ค่ะ”
“อยู่ห้องตอนนี้มั้ย?”
“ค่ะ วันนี้ยังไม่ออกไปไหนเลยค่ะ”
จากนั้นเจ้าของก็ทำหน้าสงสัย
“แต่ว่า…… ดูเหมือนว่าไม่กี่วันที่ผ่านมา เธอจะอยู่แต่ในห้อง……”
“…….”
ฉับพลัน ภาพของจูเนียร์ที่หน้ามืดเป็นลมพลางมีเลือดกำเดาไหลเมื่อไม่กี่วันที่แล้วก็ผุดขึ้นมาในหัว
บางทีเธออาจจะป่วยมาตลอดก็ได้?
ถ้าเธอป่วยและอยากปกปิดมัน ฉันคิดว่าฉันไปคนเดียวดีกว่า ฉันหันไปมองลูคัส
“ลูคัส รอฉันอยู่ชั้น 1 นะ”
“แต่ว่า”
“เพราะมันอาจเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวของจูเนียร์”
ลูคัสพยักหน้าอย่างไม่เต็มใจ
“ครับ ฝ่าบาท แต่ถ้าเกิดอะไรขึ้น โปรดเรียกผมด้วยนะครับ”
ถึงจะไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็เถอะ
ฉันขึ้นบันไดไปชั้น 3 คนเดียว
‘ห้องในสุดใช่มั้ย นี่หรือเปล่า?’
หน้าห้องในสุดของทางเดิน ฉันเคาะประตูอย่างเบามือ
ก๊อก ก๊อก
“จูเนียร์? อยู่ข้างในมั้ย?”
แต่ไม่มีเสียงตอบรับ ออกไปข้างนอกหรือเปล่า?
แล้วก็ มีเสียงอะไรบางอย่างดังมาจากในห้อง ฉันตั้งใจฟัง อะไรกัน?
“แค่ก แค่ก! ฮือ อึก……”
มันเป็นเสียงของคนที่ป่วยอย่างแน่นอน
“จูเนียร์? เป็นอะไรหรือเปล่า? จูเนียร์?”
“แค่ก แค่ก……”
ฉันเริ่มร้อนใจ เหมือนมีเหตุการณ์ฉุกเฉินอะไรบางอย่าง!
“จูปิเตอร์ จูเนียร์ ตอบสิ! ป่วยหนักขนาดตอบไม่ได้เลยหรือไง?”
“ฮือ อะ……? ฝ่าบาท?”
“เดี๋ยวฉันจะเปิดประตูเข้าไป! อยู่นิ่ง ๆ นะ!”
“ชะ ช้าก่อนค่ะ! อย่าเข้ามา-”
ฉันถอยห่างจากประตูเล็กน้อย แล้ววิ่งเข้าไปชนประตูด้วยไหล่
ปัง!
กลอนประตูที่ง่าย ๆ พังลงมา ประตูเปิดออกกว้าง
ฉันวิ่งเข้าไปแล้วมองไปรอบ ๆ
“จูเนียร์! เกิดอะไรขึ้น! ขอโทษนะ……แต่……”
……ไม่ใช่แบบนั้น
จูเนียร์นั่งอยู่ที่พื้นห้องน้ำในห้อง ดูสภาพแย่มาก แตกต่างจากปกติ
ผมที่มักจะปิดบังใบหน้าด้านซ้ายของเธอรุงรังไปหมด
และเพราะอย่างนั้น ใบหน้าด้านซ้ายของเธอจึงโผล่มาให้เห็น
รอยไหม้ที่ชัดเจน
ตั้งแต่หน้าผากไปจนถึงแก้มซ้าย ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยรอยไหม้ นี่เองที่ทำให้เธอใช้ผมปิดบังไว้
‘ไม่ใช่ ตอนนี้ปัญหาไม่ใช่รอยไหม้!’
เลือด เลือด!
อ่างล้างหน้าและพื้นเต็มไปด้วยเลือดที่เหมือนกับเธออาเจียนออกมา และตอนนี้เธอก็กำลังมีเลือดกำเดาไหลอยู่
“ฝ่าบาท? มาที่นี่ได้ยังไงกันคะ? ไม่สิ ไม่ใช่แบบนั้นค่ะ”
เธอพยายามลุกขึ้น รีบยกมือขึ้นมาปิดบังใบหน้าด้านซ้ายของตัวเอง แต่
“แค่ก?!”
เธออาเจียนเป็นเลือด
บริเวณโดยรอบที่เปื้อนเลือดอยู่แล้ว ก็ยิ่งแดงฉานขึ้นไปอีก ฉันตกใจจนกระโดดถอยหลัง
“โอ้แม่เจ้า! เป็นอะไรหรือเปล่า?!”
“เอ่อ อืม……”
หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จูเนียร์ก็ยิ้มอย่างเบลอ ๆ
“ไม่เป็นไรค่ะ”
ตุ๊บ!
ทันใดนั้น จูเนียร์ก็ล้มลงไปที่พื้นห้องน้ำ
หน้าของเธอกระแทกพื้น และไม่ได้ขยับตัวอีกเลย
“โอ๊ยยยยย!”
ฉันร้องออกมาโดยไม่รู้ตัว
“มีคนตาย! มีคนตาย! โอ๊ยยยย! ช่วยด้วยเร็ว ๆ !”
***
โชคดีที่
จูเนียร์ไม่ได้ตาย เธอแค่เอาหน้าลงไปกระแทกกับพื้นเพราะไม่อยากให้ฉันเห็นใบหน้าที่ไหม้เกรียม
เพราะเธอพูดว่า ‘ขอเวลาจัดการใบหน้าสักหน่อย’ ฉันเลยยืนรออยู่หน้าห้องด้วยความหวั่นไหว
ฉันรอประมาณ 20 นาที ความคิดที่เลวร้ายต่าง ๆ ก็ผุดขึ้นมาในหัวอย่างไม่หยุด
ประตูห้องเปิดออกอย่างเบา ๆ กรี๊ด-
แล้วจูเนียร์ก็ยื่นหน้าออกมาดูรอบ ๆ สายตาของเราก็มาบรรจบกัน
“…….”
“…….”
จูเนียร์กลับมาเป็นเหมือนเดิมอย่างสมบูรณ์
เธอใช้ผมสีเหลืองทองที่ยุ่ง ๆ ปิดบังใบหน้าด้านซ้าย และใบหน้าของเธอก็ดูสงบ ถึงแม้จะซีดไปบ้างก็เถอะ
“…….”
“…….”
ความเงียบอึดอัดผ่านไป
จูเนียร์มองฉันเล็กน้อยก่อนที่จะพูด
“……อ่า ตอนนี้ก็เย็นแล้ว…… ฝ่าบาททานอาหารเย็นหรือยังคะ?”
ตอนนี้
ชั้น 1 ของโรงแรม ห้องอาหาร
ฉันไม่อยากทานอะไร เลยมีแค่แก้วน้ำวางอยู่ตรงหน้า เรานั่งมองหน้ากัน ลูคัสเฝ้าดูอยู่ห่าง ๆ
จูเนียร์ลังเลอยู่พักหนึ่งก่อนที่จะพูดอย่างระมัดระวัง
“ขอโทษนะคะ ฝ่าบาท”
“อืม? อะไรเหรอ?”
“ฉันทำให้ฝ่าบาทเห็นภาพที่ไม่น่าดู ฉันป่วยเล็กน้อย”
“ไม่ใช่เล็กน้อยหรอกนะ! เหมือนจะตายเลยนะ! ไม่เป็นไรจริง ๆ เหรอ?”
เธอเปื้อนเลือดไปทั้งตัว ฉันคิดว่าเธอถูกผีดิบกัดจนกลายเป็นซอมบี้หรืออะไรทำนองนั้น
‘ฉันคิดว่าจะเป็นฉากซอมบี้ระบาดในโลกจินตนาการซะอีก’
ฉันคิดไปสารพัดใน 20 นาทีที่รอเธอ เจ้าชายกลัวมากเลยค่ะ
“ป่วยหนักขนาดนั้นเลยเหรอ……”
จูเนียร์ยิ้มอย่างขมขื่นแล้วพยักหน้าช้า ๆ
“ฉันเป็นโรคระยะสุดท้าย เหลือเวลาอีกแค่ 3 ปีเท่านั้น”
ฉันรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงหัวใจเต้นแรง
ฉันไม่รู้ว่าจะตอบยังไง เลยลังเลอยู่ จูเนียร์ค่อย ๆ ยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม แล้ว
“แค่ก!”
เธอไอออกมาดังมาก ทำอะไรเนี่ย?!
จูเนียร์เช็ดคางที่เปื้อนน้ำแล้วหัวเราะเบา ๆ
“อันนี้เป็นมุกค่ะ รู้สึกว่าบรรยากาศมันเครียดเกินไป”
“ไม่ใช่ อย่าเอาการอาเจียนเป็นเลือดมาเป็นมุกสิ!”
ไม่ตลกเลย! แค่รู้สึกกลัวต่างหาก!
“เฮ้อ……”
ฉันส่ายหัวแล้วถาม
“ทำไมไม่บอกฉัน?”
“อะไรคะ?”
“ว่าเธอป่วย”
“ถ้าบอก ฝ่าบาทจะจ้างฉันมั้ยคะ?”
ฉันเงียบไป จูเนียร์ก้มหน้าลง
“นักเวทที่ไม่รู้ว่าจะตายเมื่อไหร่ จะจ้างเหรอคะ?”
“…….”
ฉันตอบไม่ได้ง่าย ๆ
แน่นอน……ฉันคงจ้างเธอ เพราะนักเวทเป็นทรัพยากรที่มีค่า
แต่ฉันคงไม่ให้เธออยู่ในปาร์ตี้หลัก
เพราะปาร์ตี้หลักควรประกอบด้วยคนที่สามารถเล่นเกมนี้ไปได้ในระยะยาว
ฉันคงไม่เอาคนที่ไม่รู้ว่าจะตายเมื่อไหร่เข้าไปในปาร์ตี้หลักหรอก อย่างมากก็คงใช้ในปาร์ตี้สำรอง
“ฉันต้องการเงินค่ะ ฝ่าบาท ฉันต้องเลี้ยงดูครอบครัว”
จูเนียร์พูดอย่างตรงไปตรงมา
“คุณยายที่เป็นหัวหน้าครอบครัวมาตลอดป่วย ฉันเลยต้องหาเงินเอง”
“…….”
“ในสถานการณ์แบบนี้ ฉันไม่สามารถบอกให้คนอื่นรู้ว่าฉันป่วยได้”
ฉันถามอย่างระมัดระวัง
“ไม่จำเป็นต้องทำงานหนักขนาดนั้นก็ได้ ถึงแม้ว่าจะต้องเลี้ยงดูครอบครัวก็เถอะ……”
“ฉันก็คงอยู่ได้ไม่นานอยู่แล้ว”
คำตอบที่ได้รับกลับมาเรียบเฉย
“งั้นก็ควรช่วยเหลือใครสักคนก่อนตายน่าจะดีกว่า”
“…….”
“อย่ากังวลค่ะ ถึงจะป่วยแบบนี้ แต่ก็ไม่กระทบต่อการต่อสู้หรอกค่ะ ฉันมั่นใจในความสามารถและทักษะของตัวเอง”
ฉันกำลังจะบอกว่าฉันไม่ได้กังวลเรื่องนั้น แต่ก็หยุดไป
เพราะมันเป็นความจริง
จริง ๆ แล้วสิ่งที่ฉันกังวลที่สุดคือ จูเนียร์จะล้มลงระหว่างการต่อสู้…… ทำให้แผนล้มเหลวและแนวรบพังทลาย
ฉันไม่กังวลเรื่องความปลอดภัยของจูเนียร์ แต่กังวลเรื่องการขาดผู้โจมตีที่ทรงพลังซึ่งจะทำให้แนวรบเสียหาย
เพราะฉันคือผู้บัญชาการ
นั่นคือความจริง
“การป้องกันครั้งนี้เป็นช่วงทดลองงานของฉัน”
จูเนียร์เงยหน้าขึ้นมองฉันด้วยตาที่เศร้าสร้อย
“ฝ่าบาทลองดูว่าสุขภาพของฉันจะส่งผลกระทบต่อการต่อสู้หรือไม่ ถ้าไม่ดีขึ้นก็ไล่ออกฉันได้เลยค่ะ”
“…….”
“และฉัน มั่นใจว่าจะทำได้ค่ะ”
ฉันเงียบไป จูเนียร์ยิ้มให้ฉัน
“ขอบคุณสำหรับโบนัสนะคะ ฝ่าบาท ขอบคุณที่แวะมาหาและเป็นห่วง แล้วก็……”
จูเนียร์ก้มหน้าลง แล้วพูดเสียงเบา ๆ
“อย่าบอกคุณยายนะคะว่าฉันอาเจียนเป็นเลือดนะคะ”
***
พอออกจากโรงแรมก็มืดแล้ว
ฉันไปที่วิหารเพื่อส่งโบนัสให้จูปิเตอร์เป็นคนสุดท้าย แต่จูปิเตอร์ไม่อยู่
ฉันถามนักบวชว่าเธอไปไหน ก็ได้คำตอบว่า
“ทุกคืนเธอจะแอบออกจากห้องพักแล้วหายไป แล้วก็กลับมาตอนเช้า”
คุณยายนี่มัน! ควรจะพักผ่อนอย่างสงบสิ!
‘ฉันเดาได้เลยว่าเธอไปไหน’
ฉันเลยไปที่สมาคมทหารรับจ้าง
แกร่ก-
ฉันเปิดประตูเข้าไป และก็ไม่ผิดคาด
จูปิเตอร์นั่งอยู่ในบาร์ภายในสมาคม ดื่มวิสกี้คนเดียวอยู่
ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_