- หน้าแรก
- ข้ากลายเป็นทรราชในเกมป้องกันเมือง
- ◈บทที่ 109. การสำรวจอิสระ: ห้องแห่งทองคำ
◈บทที่ 109. การสำรวจอิสระ: ห้องแห่งทองคำ
◈บทที่ 109. การสำรวจอิสระ: ห้องแห่งทองคำ
【แปลโดยฝีมือ...ยักษาแปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ】
【แค่ คอมเมนต์ ก็เหมือนการให้กำลังใจแล้วนะครับ รบกวน comment กันหน่อยน๊า ;-;】
【Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย】
◈บทที่ 109. การสำรวจอิสระ: ห้องแห่งทองคำ
“อืม ๆ ก็คือว่า……”
ดาเมียนที่รีบร้อนโดยสารประตูมิติมาถึงค่ายฐานตามการเรียกของฉันทำหน้าตาอึ้ง ๆ งง ๆ
“ท่านหมายถึงให้เข้าไปในนั้นเหรอครับ?”
“ใช่”
ตรงหน้าเรามีประตูเวทมนตร์ที่กำลังปล่อยอนุภาคสีทองออกมาทั่วทุกสารทิศเปิดอยู่
มันคือประตูที่ยายโคโค่เปิดให้ ประตูสู่ ‘ห้องแห่งทองคำ’
เนื่องจากความรู้สึกมันแตกต่างจากประตูมิติที่เคยเห็นมา ดาเมียนเลยดูจะตึงเครียดอยู่
“แล้วก็ มีแค่พวกเราเหรอครับ? คุณจูจูล่ะ?”
ฉันตอบคำถามของดาเมียนอย่างเฉยชา
“ไม่ได้เรียกมา”
มันไม่ใช่ดันเจี้ยนที่จำเป็นต้องใช้เวทมนตร์
“เพราะเธอดูไม่ค่อยสบายร่างกายหรือเปล่าครับ?”
“ก็มีส่วนอยู่นะ……”
นั่นแหละ หล่อนก็เหมือนยายของหล่อน มีนิสัยชอบของทองคำอยู่
แล้วดันเจี้ยนนี้ก็เป็นห้องแห่งทองคำ ถ้าพาไปด้วยคงวุ่นวายน่าดู ไม่พาไปดีกว่า
‘จริง ๆ แล้วที่นี่ไม่จำเป็นต้องใช้พวกอัศวินด้วยซ้ำ มีแต่ดาเมียนก็พอแล้ว’
ดาเมียนสามารถเล่นคนเดียวได้ ที่จริงมันไม่ได้ยากอะไรหรอก แค่เป็นดันเจี้ยนอีเวนต์ที่มีกลไกเกมน่ารำคาญเท่านั้น
ฉันให้ดาเมียนถือปืนใหญ่เวทมนตร์ ส่วนลูคัสกับเอวานเจลีนให้ถือถุงปุ๋ยใบใหญ่ ๆ
ลูคัสกับเอวานเจลีนดูจะกังวลเมื่อฉันบอกให้เข้าไปโดยไม่มีดาบหรือโล่
“ฝ่าบาท พวกผมถืออาวุธไปด้วยน่าจะดีกว่านะครับ?”
“ใช่ค่ะ! ไม่รู้ว่าข้างในจะมีอะไรโผล่มาบ้าง!”
“ไม่เป็นไร ๆ ไม่ต้องหรอก ถือไปก็หนักเปล่า ๆ เสียแรง”
“ครับ? หนักเหรอครับ?”
“พอถึงเวลาออก ถุงนั้นจะเต็มไปหมดแล้ว ถ้าถืออาวุธไปด้วยจะหนักกว่าเดิมอีกเยอะ”
ลูคัส เอวานเจลีน และดาเมียนต่างก็ทำหน้าเหมือนไม่เข้าใจ
ฉันไม่สนใจแล้วเดินนำไป ไปดูก็รู้เองแหละ
“เอาล่ะ ไปกันเถอะ! ไปหาของดีกัน!”
ฉันวิ่งเข้าไปในทางเข้าห้องแห่งทองคำก่อน
วูบ-!
***
[กำลังโหลด……กำลังเคลื่อนย้าย]
[Tip - ว้าว! ก็อบลินอำพัน!]
…….
ทุกครั้งที่เห็นข้อความแนะนำนี่ ฉันก็โมโหนัก นี่ปกติแล้วเหรอเนี่ย ไหนคำอธิบายที่ช่วยเล่นเกมล่ะเฮ้ย……?
***
ตุ๊บ!
พอการเคลื่อนย้ายเสร็จสิ้น ก็ปรากฏห้องทรงโดมกลมกว้าง
แว๊บ ๆ
ทั่วทุกทิศทางส่องแสงระยิบระยับราวกับว่าชุบด้วยทองคำ เหมือนกับเอาทองคำมาทาเป็นสีเลยทีเดียว
“ว้าว?!”
“นี่มันอะไรกัน!”
พวกพรรคพวกที่ตามเข้ามาต่างตกใจ ฉันลูบตาที่แสบเพราะแสงสีทองแล้วอธิบาย
“ที่นี่คือดันเจี้ยนอีเวนต์ ห้องแห่งทองคำ กติกาง่ายมาก”
ตอนนั้นเอง ฝั่งตรงข้ามของห้องแสงวาบขึ้นมา แล้วก็มีสัตว์ประหลาดสามตัวปรากฏตัว
คิกคิก!
คิกคิกคิก! คิกคิก!
เสียงหัวเราะที่แหลมคมและน่ารำคาญของปีศาจตัวเล็ก ๆ สามตัว
“……ก็อบลินเหรอ?”
เอวานเจลีนที่สังเกตเห็นตัวตนของปีศาจชี้ไป
“นั่นก็อบลินใช่ไหมคะ?”
“ก็ก็อบลินแหละ แต่ไม่เหมือนตัวอื่น”
“อ้อ จริงด้วย ผิวมันวาว ๆ สีทอง”
ก็อบลิน เป็นปีศาจที่อ่อนแอ แต่ฉลาดและอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม
แม้จะเป็นพวกเดียวกับก็อบลิน แต่พวกนี้มันต่างออกไปหน่อย
“พวกมันคือก็อบลินอำพัน เป็นพวกที่คลั่งไคล้ของมีค่าและอัญมณีเป็นพิเศษ……”
ตูม!
ก่อนที่ฉันจะพูดจบ ก็อบลินอำพันสามตัวก็กระโดดแล้ววิ่งไปตามผนังด้วยความเร็วเหลือเชื่อ
“……เร็ว แข็งแกร่ง และน่ารำคาญชะมัด”
“…….”
“…….”
ลูคัสกับเอวานเจลีนอ้าปากค้างมองพวกมันวิ่งด้วยความเร็วที่แทบจะมองไม่เห็น
พร้อม ๆ กันนั้น หน้าต่างระบบก็โผล่ขึ้นมาตรงหน้าฉัน
ติ๊ง!
[Event Dungeon - ห้องแห่งทองคำ]
- จับก็อบลินอำพันให้ได้!
- เวลาที่เหลือ : 59 วินาที
“กติกาง่าย ๆ จับพวกมันให้ได้ภายในเวลาที่กำหนด ก็จะได้ไอเทม”
เวลาที่กำหนดคือ 1 นาที
ก็อบลินอำพันที่วิ่งหนีไปทั่วห้องมีทั้งหมดสามตัว
เร็วมากและแข็งแกร่งมาก
ปกติแล้วจะจับได้แค่ตัวเดียว ถ้าโชคดีและดักได้พร้อมกันก็ได้แค่สองตัว
“ดาเมียน”
แต่ทางเรามีทีเด็ดอยู่นะ
“ยิง!”
“ครับ!”
ดาเมียนที่ถือปืนใหญ่เวทมนตร์ขึ้นมาพร้อมกับท่าทางเตรียมยิง หายใจเข้าลึก ๆ แล้ว
ปัง-!
ยิงออกไป
กระสุนเวทมนตร์ที่พุ่งออกไปก็ไปโดนเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ คือก็อบลินที่กำลังวิ่งอยู่ตามผนัง
ฉึก!
แกร๊ก-?!
ทะลุอกไป
ก็อบลินอำพันพ่นทองคำออกมาทั่วทุกสารทิศก่อนจะล้มลง
“เยี่ยมเลย!”
[ตาเหยี่ยว] สุดยอดไปเลย! ของดีมาก!
ขณะที่ฉันตะโกน สองอัศวินก็คุยกันกระซิบกระซาบ
“ทุกครั้งที่เห็นก็เจ๋งไปเลยนะคะ คุณมือปืน ทำยังไงถึงยิงได้แม่นขนาดนั้นล่ะคะ?”
“อืม ๆ ผม ดาเมียน และฝ่าบาทเป็นเพื่อนร่วมงานที่ผจญภัยด้วยกันมาตั้งแต่ฐานปฏิบัติการแนวหน้า ความสัมพันธ์ในฐานะเพื่อนร่วมทีมกับคุณหนูมันต่างกันอยู่นะ”
“นี่คุณลุงพูดอะไรไม่รู้เรื่องเลย จะพูดอะไรกันแน่คะ……?”
ฉันทำท่าทางให้ทั้งสองที่กำลังทะเลาะกันหยุด
“หมดเวลาคุยกันแล้วนะ คู่หูอัศวิน”
อัศวินทั้งสองเบิกตากว้างมองฉัน ฉันยิ้มแล้วชี้ไปที่ซากศพของก็อบลินอำพัน
กรุ๊ง!
แวบ ๆ ๆ ๆ -!
ทันทีที่ปรากฏการ์ตาย ซากศพของก็อบลินอำพันก็เปลี่ยนเป็นแสงแล้วพ่นไอเทมต่าง ๆ ที่ระยิบระยับออกมาอย่างมหาศาล
“…….”
“…….”
ฉันทำท่าทางให้ทั้งสองที่อ้าปากค้างมองภาพนี้
“เก็บมา”
ในขณะที่พวกเรากำลังทำอย่างนั้น ดาเมียนก็ยังคงยิงต่อไปโดยไม่หยุดพัก
ปัง!
กรึบ?!
ปั้ง-!
แกร๊ก!
ยิงทีเดียวตาย
ด้วยกระสุนเวทมนตร์ของดาเมียนที่ทะลุจุดอ่อนอย่างแม่นยำ ก็อบลินอำพันทั้งสามตัวที่ปกติแล้วจะทำให้หัวเสียและความดันขึ้น กลับถูกจัดการได้อย่างง่ายดาย
ทันทีที่ก็อบลินตัวสุดท้ายล้มลงพร้อมพ่นทองคำ
ติ๊ง!
[Event Dungeon - ห้องแห่งทองคำ]
- จับก็อบลินอำพันให้ได้! <กำจัดทั้งหมด!>
- เวลาที่เหลือจนกว่าห้องจะปิด : 4 นาที 59 วินาที
เปรี้ยงปร้าง~!
เสียงเพลงฉลองการเคลียร์ดันเจี้ยนอีเวนต์ดังขึ้น ขอบคุณมากสำหรับการร่วมฉลอง
ที่ที่ก็อบลินตาย มีทองคำกระจายอยู่เหมือนฝนตก และมีอัญมณีกับไอเทมกระจัดกระจายอยู่เต็มไปหมด
“นายยอดเยี่ยมมากเลยนะ ดาเมียน”
ฉันเป่าปากแล้วลูบหัวดาเมียน ดาเมียนหัวเราะเขิน ๆ
“เอาล่ะ รีบเก็บกันเถอะ~ อีก 5 นาทีก็จะถูกบังคับให้ออกไปแล้ว”
ฉันจะปล่อยให้เก็บกันจนเต็มที่ก็ได้ แต่ดันกำหนดเวลาให้ออกภายใน 5 นาที งกชะมัด
ลูคัสกับเอวานเจลีนที่ตกใจกับคำพูดของฉันรีบโยนทองคำและอัญมณีลงในถุงปุ๋ย
ดาเมียนก็รีบเก็บของที่ระยิบระยับอยู่บนพื้น
ฉันเก็บแต่ของที่มีราคาแพง ๆ บนพรมทองคำและอัญมณี
เอาจริง ๆ ก็คงเอาออกไปหมดไม่ได้ เก็บแต่ของมีค่าไว้ดีกว่า
แก๊ง!
“โอ้”
แล้วก็เจอเข้า
ฉันเก็บแกนพลังเวทมนตร์สีทองขึ้นมาอย่างระมัดระวัง
[แกนพลังเวทมนตร์ระดับ SSR มาตรฐาน]
ได้ของดีแล้ว
ฉันเก็บแกนพลังระดับ SSR ลงในคลังของอย่างระมัดระวัง ฉันคิดว่าอย่างน้อยก็ต้องมีซักอันแหละ
ฉันลองดูว่ามีอะไรอีกไหม แต่ก็มีแค่แกนพลังระดับ SSR นี้ เจอแกนพลังระดับ SR อีกแค่สองอัน
เวลา 5 นาทีผ่านไปอย่างรวดเร็ว ประตูที่เหมือนกับตอนเข้ามาเปิดขึ้น ฉันปรบมือ
“เอาล่ะ ทุกคนหยุดเก็บแล้ว เตรียมตัวออกกันเถอะ”
“อื้อ ยังเหลืออีกเยอะเลย”
“เสียดายที่เอาไปไม่หมด……”
“เจ้าชายมีทองคำมากกว่านี้อีกเยอะ เอาล่ะ ออกกันเถอะ”
ขณะที่เอวานเจลีนเลียริมฝีปากอย่างเสียดายที่มองทองคำอยู่ใต้ฝ่าเท้า
วูบ-!
ประตูสีทองที่อยู่ไกลออกไปขยายใหญ่ขึ้น แล้วก็กลืนพวกเราหายไปเหมือนกับปากปีศาจ อะไรกันเนี่ย?!
สุดท้ายเราก็ถูกบังคับให้ออกไป
***
พอรู้สึกตัวอีกทีก็อยู่ที่ค่ายฐานแล้ว
“……นึกว่าจะไล่ออกไปยังไงซะอีก ที่แท้ก็แบบนี้นี่เอง”
ฉันกำลังงง ๆ อยู่ ก็ได้ยินเสียงเอวานเจลีนร้อง “ว้าว-” เกิดอะไรขึ้น
“ทองคำของฉัน……”
ทองคำที่เอวานเจลีนถืออยู่นั้นแตกเป็นสองท่อน
นี่มันไม่ให้เอาของที่ถือมาด้วยออกไปเหรอเนี่ย เป็นห้องแห่งทองคำที่เรื่องมากจริง ๆ
“ฉันเริ่มเข้าใจยายจูปิเตอร์แล้ว……”
เอวานเจลีนที่วางถุงปุ๋ยหนัก ๆ ลงบนพื้นบ่นพึมพำ
“ไม่คิดเลยว่าทองคำจะเป็นของที่สวยงามขนาดนี้ ฉันเกือบจะหลงใหลไปแล้ว”
“แต่ก็อย่าไปแอบเก็บเหมือนจูปิเตอร์นะ เดี๋ยวฉันจะแบ่งให้ตามส่วน เอาออกมาหมดก่อนเลย”
“เชอะ”
เอวานเจลีนถอนหายใจแล้วเอาทองคำออกมาจากกระเป๋า
นี่มันเริ่มเลียนแบบจูปิเตอร์แล้วเหรอเนี่ย
ลูคัสทำหน้ามั่นใจแล้วส่งถุงปุ๋ยของตัวเองให้ฉัน
“ผม ลูคัส ไม่ได้ทำอะไรผิดหรือทุจริตแม้แต่น้อย สมบัติของผมทั้งหมดเป็นของฝ่าบาท”
“บางทีก็อยากให้นายทำอะไรผิดบ้างนะ”
นี่มันขยันเกินไปแล้วนะ หยุดเป็นคนดีได้แล้ว ลองขโมยทองคำดูบ้างสิ
“เจ้าชาย นี่ครับ……”
สุดท้ายดาเมียนก็เอามือไปหาอะไรบางอย่าง
“อันนี้ ฝากฝ่าบาทหน่อยได้ไหมครับ?”
“อืม? อะไรเหรอ?”
พอฉันรับมาดู ก็พบกับเลนส์แก้วที่ประณีต
“ตาผมมองของที่อยู่ไกล ๆ ได้ดีอยู่แล้วนะครับ แต่พอทำอย่างนั้นก็ใช้พลังงานจิตเยอะ”
ดาเมียนอธิบายด้วยสีหน้าเขิน ๆ
“แต่ถ้าผมเอาอันนี้ไปทำเป็นกล้องเล็ง คงจะมองได้สะดวกขึ้นนะครับ……”
“…….”
ฉันพยักหน้าแล้วส่งเลนส์คืนให้ดาเมียน
“เอาไปเลย แล้วก็เอาทองคำไปเพิ่มด้วย”
“ครับ? ไม่ต้องหรอกครับ! ค่าจ้างที่ท่านให้ก็มากพอแล้ว!”
“มากพออะไร เฮ้ เป็นทหารรับจ้างก็ต้องเรียกร้องค่าตอบแทนให้มากขึ้นหน่อยสิ”
แต่ก็อย่าไปเหมือนจูปิเตอร์นะ อยู่ตรงกลางระหว่างจูปิเตอร์กับลูคัสดีกว่า
เอาเป็นว่า เนื่องจากได้ทองคำและอัญมณีมาเยอะ ฉันเลยตัดสินใจให้โบนัสกับปาร์ตี้
เดี๋ยวค่อยมาตรวจสอบทองคำที่คฤหาสน์แล้วค่อยแจก
ฉันมอบอัญมณีให้ยายโคโค่เพื่อเป็นการขอบคุณที่เปิดประตูให้ แล้วก็เดินไปหาช่างตีเหล็กเคลลิเบย์
ก๊อง! ก๊อง! ก๊อง!
ตอนนี้กำลังจุดไฟในเตาเผาและใช้เครื่องเป่าลม ดูเหมือนว่ากำลังมีแรงบันดาลใจในการทำงานเต็มที่
“เอาของมาส่งแล้วครับ”
ฉันวางแกนพลังเวทมนตร์สามอันบนโต๊ะทำงานข้าง ๆ เคลลิเบย์
แกนพลังเวทมนตร์ระดับ SSR มาตรฐานที่ได้มาในครั้งนี้
และแกนพลังเวทมนตร์ของหัวหน้าการ์กอยล์ที่ได้มาครั้งก่อน สองอัน
รวมเป็นแกนพลังระดับ SSR สามอัน
“……เตรียมตัวมาอย่างดีเลยนะ อนาคตสดใส สดใสจนฟ้าเป็นสีฟ้าเลยทีเดียว”
เคลลิเบย์ที่ถือแกนพลังเวทมนตร์แล้วตรวจดู ยกริมฝีปากขึ้น
“ดีมาก! งั้นก็เหลือแค่ส่วนผสมสุดท้ายแล้ว”
ฉันพยักหน้า
“ผลึกแห่งความมืดมิด”
“รู้ไหมว่าหาได้จากไหน?”
“แน่นอนครับ”
ฉันหันไปมองความมืดด้านนอกค่ายฐาน
“บอสตัวร้ายที่อยู่ใกล้ ๆ นี่แหละ มันเก็บเอาไว้ในท้องมัน”
พอออกจากค่ายฐาน สู่เขตถัดไป
ก็ถึงเวลาออกไปสำรวจอิสระแล้ว
ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_