- หน้าแรก
- ข้ากลายเป็นทรราชในเกมป้องกันเมือง
- ◈บทที่ 104. [เนื้อเรื่องเสริม] ปฏิบัติการยึดคืน (2)
◈บทที่ 104. [เนื้อเรื่องเสริม] ปฏิบัติการยึดคืน (2)
◈บทที่ 104. [เนื้อเรื่องเสริม] ปฏิบัติการยึดคืน (2)
【แปลโดยฝีมือ...ยักษาแปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ】
【แค่ คอมเมนต์ ก็เหมือนการให้กำลังใจแล้วนะครับ รบกวน comment กันหน่อยน๊า ;-;】
【Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย】
◈บทที่ 104. [เนื้อเรื่องเสริม] ปฏิบัติการยึดคืน (2)
“พวกนายมาครบแล้วสินะ”
ฉันพยักหน้าพลางมองเหล่าผู้กล้าที่รวมตัวกันอยู่ในห้องรับแขก
ถึงจะมีความวุ่นวายอยู่บ้าง แต่สุดท้ายแล้วก็ได้ตามแผนที่วางไว้ สามปาร์ตี้มาครบแล้ว
“ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ฉันจะอธิบายเกี่ยวกับปฏิบัติการยึดคืนฐานทัพ”
ทุกคนจ้องมองฉันด้วยแววตาที่เปล่งประกาย ฉันสบตาพวกเขาทีละคน
“ปาร์ตี้ที่เข้าร่วมมีทั้งหมดสามปาร์ตี้ ได้แก่ ปาร์ตี้หลักของฉัน กองกำลังเงา และกองกำลังทหารรับจ้างดิออน”
ปาร์ตี้หลัก – ฉัน ลูคัส เอวานเจลีน ดาเมียน และจูปิเตอร์ จูเนียร์
และก็อตแฮนด์เป็นหัวหน้ากองกำลังเงา ส่วนดิออนเป็นหัวหน้ากองกำลังทหารรับจ้างดิออน
รวมทั้งหมด 15 คน
นี่คือจำนวนคนสูงสุดเท่าที่เคยถูกส่งเข้าไปในดันเจี้ยนใต้ทะเลสาบมาก่อน
‘ที่น่าเป็นห่วงที่สุดก็คือกองกำลังทหารรับจ้างดิออนนี่แหละ’
ฉันเหลือบมองไปทางกองกำลังทหารรับจ้างดิออนที่ประกอบด้วยพวกมือใหม่ระดับ N
กองกำลังทหารรับจ้างดิออน… พวกเขาฝึกฝนอย่างหนักใน ‘ยมโลก’ มาตลอดหนึ่งสัปดาห์
พวกเขาพยายามสำรวจเขตที่ 2 อย่างต่อเนื่อง
พวกเขาเคยล้มเหลวและหนีมาถึงสี่ครั้ง เคยเกือบจะถูกกวาดล้างไปหมดทั้งทีมอยู่ครั้งหนึ่ง
แต่สุดท้ายก็สามารถเคลียร์ด่านได้ด้วยตัวเอง
ในระหว่างนี้พวกเขาก็ได้เลเวลขึ้นไปเยอะ และที่สำคัญไปกว่านั้นคือสมาชิกทั้งห้าคนได้สะสมประสบการณ์และสร้างความสามัคคีในทีมขึ้นอย่างมาก
‘ถึงจะจัดตั้งขึ้นมาอย่างเร่งด่วน แต่ก็ใช้การได้ในสนามรบแล้ว’
นั่นหมายความว่าพวกเขามีพลังการต่อสู้เพียงพอที่จะส่งเข้าร่วมปฏิบัติการในครั้งนี้ได้
เพื่อวันนี้ ฉันจัดหาอุปกรณ์ใหม่ให้พวกเขาครบครัน รวมทั้งชุดเครื่องแบบใหม่ด้วย
ตอนนี้พวกเขายิ้มแฉ่งกับชุดและอุปกรณ์ใหม่ของตัวเอง พวกเด็กน้อย
‘เอาเถอะ ถ้าจะให้พูดตามตรงก็ไม่มีปาร์ตี้ไหนที่ไม่น่าเป็นห่วงหรอก’
ฉันหันไปดูอีกสองปาร์ตี้
ก็อตแฮนด์เพิ่งหายจากอาการบาดเจ็บ และปาร์ตี้หลักก็ยังปรับตัวกันไม่ลงตัวหลังจากที่ได้ผู้ใช้เวทย์มนต์คนใหม่เข้ามา
‘ถึงแม้ว่าทั้งสองปาร์ตี้จะร่วมกันสำรวจเขตที่ 3 อย่างง่าย ๆ ไปแล้ว แต่ก็แค่นั้น’
ปัจจัยเสี่ยงมีอยู่ทุกที่ทุกเวลา
แต่
‘การเอาชนะปัจจัยเสี่ยงเหล่านั้นนั่นแหละ คือสิ่งที่ฉันต้องทำ’
ไม่มีเวลาให้ลังเลอีกต่อไปแล้ว ฉันตะโกนเสียงดัง
“ฉันจะสั่งการปฏิบัติการตั้งแต่บัดนี้!”
ไอเดอร์ก็ลากกระดานที่มีแผนที่วาดไว้ล่วงหน้ามาอีกเช่นเคย
ฉันชี้ไปที่แผนที่บนกระดานพลางอธิบาย
“ปาร์ตี้หลักและกองกำลังทหารรับจ้างดิออนจะเคลื่อนที่ร่วมกัน สองปาร์ตี้จะใช้ประตูมิติเพื่อเข้าไปยังใจกลางศัตรูโดยตรง”
พวกเราจะใช้ประตูมิติที่เชื่อมต่อกับฐานทัพเพื่อบุกเข้าไปอย่างกะทันหัน
ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะโจมตีทันที แต่คงไม่ง่ายขนาดนั้น
“เก้าสิบเปอร์เซ็นต์ ศัตรูเตรียมตัวรออยู่แล้ว คาดว่าจะมีการต่อต้านอย่างรุนแรง อาจจะได้รับบาดเจ็บหนักพอสมควร”
พวกเราต้องรับมือกับกระสุนปืนของพวกมันที่ยิงมาอย่างต่อเนื่อง
ฉันพยักหน้าไปทางกลุ่มนักรบในทีม
“แต่พวกเราต้องดึงความสนใจของพวกมัน”
ใช่แล้ว
ในปฏิบัติการนี้ พวกเราคือเหยื่อล่อ
“แล้วก็… กองกำลังเงา”
ฉันหันไปมองก็อตแฮนด์และพวกเอลฟ์ตัวเล็ก ๆ
“ถึงแม้ว่าก็อตแฮนด์เพิ่งหายจากอาการบาดเจ็บ แต่ฉันก็ต้องมอบภารกิจที่ยากที่สุดให้นาย”
ก็อตแฮนด์ถามด้วยสีหน้าไม่ค่อยพอใจ
“หมายความว่ามีงานที่หนักกว่าการบุกเข้าไปในค่ายศัตรูและรับมือกับการโจมตีเหรอครับ?”
“ใช่”
นี่คือหัวใจสำคัญของปฏิบัติการนี้
ฉันยิ้มเจ้าเล่ห์พลางอธิบายภารกิจที่กองกำลังเงาต้องทำ
“ภารกิจของพวกนายก็คือ…”
***
หลังจากอธิบายปฏิบัติการเสร็จสิ้น
กองกำลังเงาเป็นกลุ่มแรกที่ออกจากห้องรับแขก
ปาร์ตี้หลักและกองกำลังทหารรับจ้างดิออนกำลังเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้โดยการตรวจเช็คอุปกรณ์ของพวกเขา
“…….”
ฉันค่อย ๆ เดินเข้าไปหาหนึ่งในนั้น
ดาเมียนกำลังนอนตรวจเช็คปืนไรเฟิลหกกระบอกที่วางอยู่บนพื้น
“ดาเมียน”
“อะ… ฝ่าบาทครับ”
สายตาของฉันและดาเมียนสบกัน
ฉันถามสั้น ๆ
“ยิงได้ไหม?”
“…….”
นี่เป็นสิ่งที่ดาเมียนไม่เคยทำมาก่อน
การยิงคน
ถ้าทำไม่ได้ก็ไม่ควรพาไปร่วมรบครั้งนี้ และนั่นจะเป็นปัญหาต่อการใช้ดาเมียนในเชิงกลยุทธ์ในอนาคตด้วย
ดาเมียนก้มศีรษะลง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบตาฉันด้วยสีหน้าที่มุ่งมั่น
“ผมจะยิงครับ ถ้าเป็นคำสั่งของฝ่าบาท”
“ตัดสินใจได้แล้วเหรอ?”
“ครับ”
“ไม่ต้องฝืนตัวเองนะ ฉันไม่ได้คิดจะบังคับให้นายละทิ้งความเชื่อของตัวเองหรอก”
“ความเชื่อของผม… ไม่ได้มีปัญหาอะไรครับ”
ดาเมียนก้มตาลงพลางพูดออกมาอย่างตรงไปตรงมา
“แค่… กลัวครับ”
“กลัวการฆ่าคนเหรอ?”
“ไม่ใช่ครับ”
ดาเมียนมองมือของตัวเองอย่างแผ่วเบา
“ถ้าผมเล็งไปที่คนแล้วเหนี่ยวไก… ผมรู้สึกว่าอะไรบางอย่างภายในตัวผม… จะเปลี่ยนไปตลอดกาลครับ”
“…….”
ฉันวางมือลงบนบ่าของดาเมียนเบา ๆ
“ไม่จำเป็นต้องฆ่าให้ตายก็ได้ ด้วยฝีมือของนาย นายก็สามารถเอาชนะพวกเขาได้โดยไม่ต้องฆ่าก็ได้”
ไม่จำเป็นต้องยิงไปที่จุดสำคัญเสมอไป
การยิงที่มือหรือขาเพื่อทำให้พวกเขาไม่สามารถต่อสู้ได้ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง
“ดาเมียน ต่อไปนายจะเติบโตเป็นมือปืนแบบไหน ฉันไม่รู้”
ฉันยิ้มเล็กน้อย
“แต่ไม่ว่านายจะเลือกทางไหน นายก็ยังเป็นเอซของปาร์ตี้เราอยู่เสมอ อย่าลืมจุดนั้นล่ะ”
ดาเมียนมองฉันตาว่าง ก่อนจะพยักหน้าช้า ๆ
“……ครับ ฝ่าบาท”
“ดีมาก”
ฉันลูบไหล่ดาเมียนเบา ๆ แล้วมองนาฬิกา
22.00 น.
ยังเหลือเวลาอีกนิดหน่อยก่อนเวลาปฏิบัติการ 02.00 น.
“ไอเดอร์! เตรียมที่นอนไว้ในห้องว่างหน่อยนะ จะได้นอนหลับพักผ่อน”
หลังจากสั่งงานไอเดอร์แล้ว ฉันก็สั่งสมาชิกในทีม
“พวกเราพักผ่อนกันหน่อยเถอะ เดี๋ยวไปง่วงตอนอยู่ในค่ายศัตรูกันนะ”
ทันใดนั้นเอง พระจันทร์ก็ส่องแสงสว่างจ้าอยู่บนท้องฟ้า
ฉันจ้องมองแสงจันทร์ส่องแสงสว่างจ้าแล้วพึมพำ
“คืนนี้คงเป็นคืนที่ยาวนาน”
***
และแล้ว เวลา 02.00 น. ก็มาถึง
เวลาเริ่มปฏิบัติการ
ที่ลานด้านหลังของคฤหาสน์ หน้าประตูมิติ มีสมาชิกปาร์ตี้หลักและกองกำลังทหารรับจ้างดิออนรวม 10 คนยืนอยู่
ฉันกำหนดลำดับการเข้าไป
“เอวานเจลีน เป็นผู้นำ ลูคัสตามหลัง”
“ค่ะ!”
“ครับ ฝ่าบาท”
“อาจจะมีการโจมตีทันทีที่เคลื่อนย้ายเสร็จ ให้เตรียมพร้อมรับมือ”
ทั้งเอวานเจลีนและลูคัสต่างเตรียมโล่ไว้แล้ว
เป็นการเลือกอุปกรณ์ที่คำนึงถึงสถานการณ์ที่พวกเขาต้องเข้าไปในใจกลางศัตรู
“ต่อด้วยจูเนียร์ เธอต้องทำการป้องกันเวทย์มนต์ เตรียมคาถาก่อนเข้าไป”
“ไว้ใจฉันได้เลยค่ะ”
จูเนียร์ยิ้มตาปิด น่าไว้ใจจริง ๆ สมกับระดับ SSR
“ฉันกับดาเมียนตามหลัง”
ดาเมียนพยักหน้าเบา ๆ เมื่อสบตาฉัน
ดาเมียนจะรับผิดชอบในการทำให้ศัตรูที่ใช้ระยะไกลและปืนใหญ่ไม่สามารถใช้งานอาวุธได้ ส่วนฉันจะรับผิดชอบในส่วนอื่น ๆ
“ต่อมาก็ กองกำลังทหารรับจ้างดิออน เข้าไปตามลำดับที่ฉันอธิบายไว้ก่อนหน้านี้”
กองกำลังทหารรับจ้างดิออนจะส่งนักรบเข้าไปสามคนก่อน พวกเขาจะตั้งโล่เพื่อสร้างแนวป้องกันเพิ่มเติม
สุดท้ายจะมีโจรสองคนถืออุปกรณ์ที่ใช้ในสถานการณ์เข้าไป ประมาณนี้
“เอาล่ะ ไม่ต้องรอช้า มาเริ่มกันเลย”
ฉันพยักหน้าให้ลูคัสและเอวานเจลีน
“เข้าไป!”
“ครับ!”
“ไว้เจอกันนะคะ!”
ลูคัสและเอวานเจลีนกระโดดเข้าไปในประตูมิติที่หมุนวนอยู่
“งั้นฉันด้วย”
จูเนียร์โบกมือลาแล้วกระโดดเข้าไปในประตูมิติ
ฉันหันหลังกลับแล้วก็ยิ้ม
“จัดการให้ไว ๆ ไปกัน!”
ฉันก็กระโดดเข้าไปในประตูมิติเช่นกัน
แสงสว่างจ้าสาดเข้ามาตรงหน้า
ฉับ!
***
[Now Loading……กำลังเคลื่อนย้าย]
[Tip - NPC ในดันเจี้ยนมีความสัมพันธ์กันหลากหลาย การใช้ประโยชน์จากพวกเขาอย่างชาญฉลาดเป็นหนทางลัดสู่การพิชิตดันเจี้ยน]
อยากจะลองใช้ NPC ดูบ้างจัง!
ส่ง NPC ที่สามารถมีปฏิสัมพันธ์ได้มาให้ฉันบ้างเถอะ! ไม่ใช่พวกที่โจมตีด้วยธนูและเวทย์มนต์
***
แคร้ง!
ทันทีที่ผ่านประตูมิติมา ฉันก็ชักไม้เท้า ‘มาเอสโตร’ ขึ้นมาชี้ไปข้างหน้า
ลูคัสและเอวานเจลีนที่ไปถึงก่อนตั้งโล่ขึ้นและกำลังมองดูรอบ ๆ อย่างระมัดระวัง
จูเนียร์ก็ดูเคร่งเครียดกว่าปกติเล็กน้อยและกำลังร่ายเวทย์ธาตุ
“…….”
“…….”
“…….”
ความเงียบกดดันแผ่ปกคลุม
ฐานทัพปกคลุมไปด้วยความมืดมิด
กองไฟตรงกลางค่ายเริ่มอ่อนแรง แทบจะดับลงอยู่แล้ว
‘ไม่มีเหรอ?’
ฉันกลืนน้ำลายลงคอพลางใช้สายตามองซ้ายขวาของฐานทัพ
‘ไม่มีจริง ๆ เหรอ? จริง ๆ น่ะเหรอ?’
ไม่ใช่ ไม่ใช่แน่ เป็นไปไม่ได้
พวกนี้คอยอยู่ที่นี่ตั้งแต่ก่อนที่เราจะผ่านเขตที่ 3 พวกมันไม่มีทางไปไหน
ยิ่งกว่านั้น
ตุ้บ! ตุ้บ! ตุ้บ!
พวกมันล้อมเราไว้แล้ว!
NPC ประมาณสิบกว่าคนวิ่งออกมาจากที่ต่าง ๆ ในลานโล่ง แล้วเล็งอาวุธต่าง ๆ เช่น ธนูและเครื่องยิงลูกดอกใส่พวกเรา
ฉันยิ้มอย่างขมขื่น นี่มันภาพคุ้นตาเหลือเกิน รู้สึกว่าเคยเจอแบบนี้มาแล้ว
“คงคิดว่าเราจะไม่เข้าทางนี้สินะ…”
แล้วเสียงทุ้มที่คุ้นเคยก็ดังขึ้น
“ไม่คิดว่าพวกแกจะเดินเข้ามาเองด้วยซ้ำ”
เมื่อหันไปมอง ก็เห็นผู้ชายคนหนึ่งในชุดนักร้องเพลงเร่ร่อน สวมหน้ากากยิ้มและหมวกทรงสูงสีดำกำลังเดินเข้ามา
คราวน์
หัวหน้ากองกำลังพรายราตรี
“พวกแกมั่นใจอะไรนักหนาถึงได้เดินเข้ามาที่นี่เอง ‘ผู้เล่น’ ?”
“อย่าเรียกฉันว่าผู้เล่นเลย ฉันมีชื่อนะ”
ฉันชี้ไปที่ตัวเองแล้วแนะนำตัว
“ฉันชื่อแอช แอช ‘บอนไฮเตอร์’ เอเวอร์แบล็ก”
“เอเวอร์แบล็ก…? อืม เคยได้ยินบ้าง”
“แน่นอนว่านายต้องเคยได้ยินเกี่ยวกับจักรวรรดิเอเวอร์แบล็ก ฉันเป็นเจ้าชายองค์ที่สามของประเทศนั้น ถ้าอยากแสดงความเคารพก็คุกเข่าลงไปได้นะ”
คราวน์ที่กำลังงุนงงอยู่ก็ดีดนิ้ว
“อ้อ จักรวรรดิเล็ก ๆ ที่อยู่ห่างไกลนั่นสินะ”
“อะไรนะ?”
“ประเทศเล็ก ๆ แต่กลับอวดอ้างว่าเป็นจักรวรรดิมานานมากแล้วสินะ นี่มัน… ทำให้ฉันรู้สึกแก่ขึ้นทุกทีเลย”
ฉันขมวดคิ้วเพราะไม่เข้าใจ
จักรวรรดิเอเวอร์แบล็กยึดครองอำนาจบนทวีปมานานกว่าหนึ่งร้อยปีแล้ว
เป็นประเทศที่แข็งแกร่งที่สุดโดยแท้จริง ปกครองครึ่งหนึ่งของโลก
แต่ดันบอกว่าเป็นประเทศเล็ก ๆ นี่มันเรื่องอะไรกัน
‘เขาอายุหลายร้อยปีจริง ๆ หรือไงเนี่ย…?’
“เอาเถอะ ไม่จำเป็นต้องคุยกันให้เสียเวลาแล้ว”
เมื่อคราวน์ยกมือขึ้น เหล่ากองกำลังพรายราตรีก็เตรียมพร้อมที่จะยิง
พวกมันจะยิงออกมาได้ทุกเมื่อ
“งั้นเราก็เริ่มการสังหารที่ค้างคาไว้ต่อเลยดีกว่า? ยิ่งพวกแกเดินเข้ามาเองด้วยนี่… คงเตรียมใจตายมาแล้วสินะ?”
ฉันตอบคราวน์อย่างเย็นชา
“ไม่ ฉันไม่ได้เตรียมใจตาย”
ฉับ!
ดาเมียนที่โผล่ออกมาจากประตูมิติก็เล็งปืนไรเฟิลทันที และตามด้วยนักรบของกองกำลังทหารรับจ้างดิออนที่ตั้งโล่เป็นแนวป้องกัน
สุดท้าย ดิออนและโจรหญิงก็มาถึงพร้อมอุปกรณ์ขนาดใหญ่
ดิออนติดตั้งและเปิดใช้งานอุปกรณ์ที่นำมาทันที
ฟฟู่มมม-!
นี่คือสิ่งประดิษฐ์โบราณระดับ SR ที่ลิลลี่และนักเล่นแร่แปรธาตุได้ซ่อมแซมเสร็จเรียบร้อยเมื่อวานนี้
กำแพงป้องกันขีปนาวุธเวทย์มนต์ (Anti-Missile Barrier)
เป็นสิ่งประดิษฐ์โบราณที่ยอดเยี่ยมที่สุดในการรบแบบประชิดตัว ใช้ในการชะลอความเร็วของวัตถุโจมตีและลดความเสียหาย
“โอ้?”
คราวน์ที่รู้ว่าสิ่งประดิษฐ์โบราณชิ้นนี้เป็นอะไรก็ตกใจ
“พวกนายควรคิดให้ดี ๆ นะ”
ฉันยิ้มเยาะ
“ศัตรูบุกมาถึงค่ายใหญ่แล้ว ฐานทัพกำลังจะพัง รีบยอมแพ้แล้วหนีไปเถอะ!”
ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_