- หน้าแรก
- ข้ากลายเป็นทรราชในเกมป้องกันเมือง
- ◈บทที่ 103. [เนื้อเรื่องเสริม] ปฏิบัติการยึดคืน (1)
◈บทที่ 103. [เนื้อเรื่องเสริม] ปฏิบัติการยึดคืน (1)
◈บทที่ 103. [เนื้อเรื่องเสริม] ปฏิบัติการยึดคืน (1)
【แปลโดยฝีมือ...ยักษาแปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ】
【แค่ คอมเมนต์ ก็เหมือนการให้กำลังใจแล้วนะครับ รบกวน comment กันหน่อยน๊า ;-;】
【Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย】
◈บทที่ 103. [เนื้อเรื่องเสริม] ปฏิบัติการยึดคืน (1)
ห้าวันต่อมา
โรงงานของนักเล่นแร่แปรธาตุ
คลิก
กรุ๊งกริ๊ง
ตุ๊บ
แขนเทียมที่ติดอยู่กับมือของก็อตแฮนด์ส่งเสียงเรียบลื่นขณะทำงาน
มันให้ความรู้สึกเหมือนถุงมือที่ทำอย่างประณีต แต่ด้วยฝีมือช่างโลหะของก็อตแฮนด์ มันจึงขยับได้ราวกับมือจริง ๆ
พวกเรามองด้วยความทึ่งเมื่อแขนเทียมนั้นสร้างรูปร่างเหมือนเกมเป่ายิ้งฉุบ กำปั้น-กรรไกร-กระดาษ พร้อมกับเสียงคลิก ๆ
“โอ้โห……”
“วิเศษจัง”
“เหมือนจริงมากเลยเนี่ย เหมือนมือจริง ๆ เลย”
ตุ๊บ!
ก็อตแฮนด์หยุดการหมุนของมือ แล้วส่งยิ้มอ่อน ๆ ออกมา
“เยี่ยมไปเลย เบากว่าและใช้สะดวกกว่าแขนเทียมตัวเก่ามาก”
“แน่นอนอยู่แล้ว นี่มันโลหะวิเศษที่แพงที่สุดที่โรงงานนี้ผลิตได้นี่นา”
ลิลลี่ที่ร่วมกันสร้างแขนเทียมกับก็อตแฮนด์ยกไหล่ขึ้น
“เบาแต่แข็งแรง และตอบสนองต่อพลังเวทได้รวดเร็ว นายจะควบคุมมันได้ง่ายขึ้นด้วยพลังเวทที่น้อยลงและความเข้มข้นที่น้อยลง”
“ขอบคุณมากครับ ลิลลี่”
ก็อตแฮนด์เก็บแขนเทียมที่เหมือนมือจริงเข้าในอก จากนั้นหยิบกระเป๋าเงินออกมา
“ราคาแขนเทียมคือ…….”
“ไม่ต้องหรอกค่ะ ถือว่าเป็นค่าหัว”
ลิลลี่พูดอย่างเฉยเมย เมื่อเห็นก็อตแฮนด์จ้องมอง เธอก็ขมวดคิ้ว
“ฉันจะไปรับเงินจากเรื่องนั้นทำไมกันล่ะคะ? ฉันรู้สึกผิดที่ยังไม่ได้ใช้มันอยู่แล้ว”
“แต่ว่า ลิลลี่…….”
“อ้าว แต่ว่าอะไรกันล่ะคะ! รีบออกไปจากที่นี่ซะ! ฉันมีงานที่ฝ่าบาทมอบหมายให้ทำเยอะแยะอยู่แล้ว และฉันก็ใช้เวลาหลายวันในการสร้างแขนเทียมนี่ด้วย”
ลิลลี่ทำท่าอ้อน ๆ แล้วควบคุมรถเข็นแล้วเข้าไปในโรงงานอย่างรวดเร็ว
‘เธอน่ารักจังแฮะ…….’
ฉันคิดพลางมองทั้งสองคน ก็อตแฮนด์ที่ยิ้มแห้ง ๆ เดินเฉันมาหาฉัน
เมื่อเขาปิดแขนเสื้อและสวมถุงมือแล้ว ทั้งสองแขนของเขาก็ดูสมบูรณ์ดี
“ผมฟื้นตัวแล้วครับ และไม่มีปัญหาในการกลับไปปฏิบัติหน้าที่ครับ”
“ดีแล้ว”
ถึงแม้ว่าเขาจะสูญเสียส่วนแขนด้านล่างข้อศอกไป ผมอยากให้เขาพักผ่อนมากกว่านี้หน่อย
แม้ว่าตารางงานจะโหดร้าย แต่ก็ไม่มีทางเลือกอื่น เราต้องรีบดำเนินการโดยเร็วที่สุด
“ให้รวบรวมกองกำลังเงาทั้งหมดที่คฤหาสน์ของท่านเจ้าเมืองภายในสามทุ่ม เราจะออกเดินทางคืนนี้ เป็นปฏิบัติการกลางคืน ดังนั้นให้พวกทหารได้พักผ่อนก่อนในตอนกลางวัน”
“รับทราบ”
ก็อตแฮนด์โค้งคำนับแล้วเหลือบมองไปที่โรงงานของนักเล่นแร่แปรธาตุอีกครั้ง ก่อนจะหันไปทางวิหาร
ฉันเดินเฉันไปในโรงงาน เห็นลิลลี่กำลังนั่งมองเครื่องจักรโบราณที่กำลังซ่อมแซมอยู่ด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“ลิลลี่”
“ค่ะ ท่าน มีอะไรเหรอคะ? เครื่องจักรโบราณที่ท่านสั่งให้ซ่อมนั้นจะเสร็จภายในคืนนี้ค่ะ-”
“ในปฏิบัติการครั้งนี้ เธอ…….”
“ฮิ๊ยยย?!”
“……จะไม่ได้ไปด้วย อย่ากังวลเลย”
แค่พูดถึงเธอก็ตกใจแล้ว ก่อนหน้านี้ เธอบอกว่าอยากจะไปอยู่แนวหน้าทุกวัน แต่สุดท้ายก็เป็นแค่คำพูดโอ้อวดงั้นเหรอ
“ต่อไปนี้ ถ้าไม่มีอะไรผิดปกติ เธอจะไม่ต้องไปแนวหน้าแล้ว แต่เนื่องจากเพื่อนคนนี้เข้าร่วมปาร์ตี้หลักแล้ว”
ฉันชี้ไปที่จูเนียร์ที่ยืนอยู่ฉันงหลัง
ฉันให้ลิลลี่และจูเนียร์ได้ทักทายกันไว้ก่อนหน้านี้แล้วหลายวัน
ต่อไปนี้ เมื่อใดก็ตามที่รับสมัครนักเวทใหม่ ฉันจะให้เขาไปทักทายลิลลี่ก่อนเสมอ
“จูจู……”
ลิลลี่จับมือจูเนียร์แน่น แล้วกระซิบกระซาบ
“ถ้าฝ่าบาทใช้งานหนักเกินไป มาบอกฉันนะ เราจะไปประท้วงด้วยกัน พวกเราต้องสามัคคีกันใช่ไหมล่ะ?”
“ค่ะ เราจะช่วยเหลือซึ่งกันและกัน”
พวกเธอดูจะตั้งกลุ่มนักเวทกันเลยทีเดียว เอาเถอะ เล่นกันให้สนุก
“งั้นฉันไปก่อนนะ ซ่อมเครื่องจักรโบราณให้ดีล่ะ”
“ค่ะ ท่าน แล้วก็…….”
ลิลลี่ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าด้วยสีหน้าเด็ดเดี่ยว
“โปรดเรียกฉันไปแนวหน้าเมื่อใดก็ตามที่ต้องการ ฉันพร้อมแล้ว”
“…….”
ขณะที่เดินออกจากโรงงาน ฉันคิดในใจ
‘พร้อมเมื่อต้องการสินะ…….’
อีกสามสัปดาห์ต่อมา กองกำลังโลหิตจะบุกมา
ฉันอยากให้ลิลลี่ทำหน้าที่ดูแลเครื่องจักรโบราณในสถานที่เท่านั้น แต่ถ้าเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น เธอก็ต้องต่อสู้กับเหล่าปีศาจอีกครั้ง
‘การเกษียณของเธอมันช่างยากเย็นเหลือเกิน ลิลลี่’
สักวันหนึ่ง ลิลลี่คงจะได้ทำงานในสำนักงานเท่านั้น
วันที่นั้นคือวันที่แนวรบสงบลง ฉันหวังให้วันนั้นมาถึงโดยเร็วที่สุด
“ไปกันเถอะ”
ฉันพยักหน้าไปทางลูคัสและจูเนียร์ที่เดินตามมา
“ต้องเตรียมตัวออกเดินทางแล้ว”
ฉันสั่งให้สมาชิกคนอื่น ๆ มารวมตัวกันที่คฤหาสน์ด้วย
ในที่สุด……ก็ถึงเวลาปฏิบัติการยึดคืนฐานที่มั่นแล้ว
***
และเมื่อมาถึงคฤหาสน์
“หือ?”
มีคนไม่คาดคิดยืนอยู่ที่ทางเข้าคฤหาสน์
ฉันพูดชื่อของเธอด้วยความตกใจ
“จูปิเตอร์?”
“…….”
จูปิเตอร์สวมโค้ทเก่า ๆ ของกองกำลังจักรวรรดิทับชุดคนไข้ของวิหาร เธอยืนพิงเสาทางเข้าคฤหาสน์ด้วยสีหน้าซีดเซียว
“ร่างกายยังไม่หายดีเลยนี่ ต้องพักผ่อนอีก มาทำอะไรที่นี่?”
“ฝ่าบาท”
จูปิเตอร์เหลือบมองจูเนียร์ที่ยืนอยู่ข้างหลังผม แล้วลดเสียงลง
“ฉันได้ยินว่าท่านจะออกเดินทางวันนี้”
“ใช่”
“โปรดพาฉันไปด้วยเถอะค่ะ”
“อะไรนะ?”
“จะไปจัดการพวกที่ทำให้ฉันกลายเป็นแบบนี้ใช่ไหมคะ? โปรดให้โอกาสฉันแก้แค้น”
มือของจูปิเตอร์กำชายเสื้อของฉันแน่น จูปิเตอร์เข้ามาใกล้ฉันแล้วกระซิบ
“จูเนียร์”
“?”
“หลานสาวของฉัน……โปรดอย่าพาเธอไปด้วยเลบ”
น้ำเสียงของจูปิเตอร์เป็นน้ำเสียงที่ผมไม่เคยได้ยินมาก่อน
“อย่าให้เด็กคนนั้นต้องเจอกับสงครามเลย”
ฉันมองจูปิเตอร์ที่ทำให้ฉันตกใจอย่างเงียบ ๆ จูปิเตอร์พูดออกมาด้วยความจริงใจ
“ได้โปรดด้วยเถิด ฝ่าบาท……!”
จูปิเตอร์วิงวอน
ทันใดนั้น
“แค่ยืนก็ยังไม่มั่นคงเลย คุณยายเนี่ย”
จูเนียร์ที่เดินเข้ามาดึงจูปิเตอร์ออกจากฉันอย่างเบามือ
“ด้วยสภาพแบบนี้จะไปสำรวจดันเจี้ยนได้ยังไง”
“จูเนียร์……!”
จูปิเตอร์เกาะแขนหลานสาว
“ได้โปรดเถอะ ยังไม่สายเกินไป มาหยุดกันเถอะนะ?”
“หมายความว่ายังไง”
“หมายถึงการกระโจนเข้าไปในสมรภูมิรบครั้งนี้นั่นแหละ”
แววตาเศร้าหมองปรากฏอยู่ในตาเดียวของจูปิเตอร์
“เพื่อที่จะขัดขวางไม่ให้พวกเธอทั้งสองเข้ามานี่ ฉันพยายามมาตลอด เธอก็รู้”
“…….”
จูเนียร์ถอนหายใจเบา ๆ
“เพราะแบบนั้นคุณยายถึงได้เจ็บหนักแบบนี้ไง อย่ากังวลมากเกินไปสิ เรื่องของคุณยาย ฉันจะรับช่วงต่อเอง”
“ไม่ได้!”
จูปิเตอร์ส่ายหัวอย่างรุนแรง
“เป็นไปไม่ได้ ไมได้เด็ดขาด ฉัน……ถึงแม้จะใช้ชีวิตอย่างสกปรกมาจนถึงทุกวันนี้ ก็เพื่อสิ่งนี้”
จูเนียร์โอบไหล่ของจูปิเตอร์ไว้เบา ๆ
“คุณยาย หนูทำสัญญาจ้างกับฝ่าบาทแล้ว และวันนี้ก็เป็นวันปฏิบัติการ”
“……!”
“ถ้าคุณยายมางอแงที่นี่ ฝ่าบาทก็ลำบาก หนูก็อึดอัด ไปพักที่วิหารก่อน แล้วค่อยคุยกันนะ?”
จูปิเตอร์กัดฟัน แล้วหันมามองผม
“ฝ่าบาทคะ?”
“หือ?”
“ถ้าฉันแข็งแรง และแข็งแกร่งกว่าหลานสาว ก็แค่พาฉันไปดันเจี้ยนก็พอ ใช่ไหมคะ?”
ผมขมวดคิ้ว
“คุณยายอยากจะพูดอะไร จูปิเตอร์”
“ขอท้าประลอง……ค่ะ”
“หือ?”
นี่มันอะไรกัน
“ก็คือ อืมมม……จะสู้กับจูเนียร์ใช่ไหม? คุณยาย?”
“ใช่ค่ะ”
จูปิเตอร์ขอให้ผมให้เธอได้ต่อสู้กับหลานสาวของเธอ
“ถ้าฉันแข็งแกร่งกว่า ก็ไม่จำเป็นต้องพาหลานสาวฉันไปดันเจี้ยนหรือสนามรบใช่ไหมคะ ไม่ใช่เหรอคะ?”
“อืมมม……นั่นก็……”
“นักรบรับจ้างดูที่ความสามารถ! ความสามารถเท่านั้นที่สำคัญที่สุด”
จูปิเตอร์จ้องไปที่หลานสาวอย่างดุร้าย
“ถ้าเธออ่อนแอกว่าฉัน ก็ไม่จำเป็นต้องมารับเงินเดือนที่นี่”
“…….”
จูเนียร์ถอนหายใจอีกครั้ง
“ต้องถึงขนาดนี้เลยเหรอ คุณยาย?”
“ใช่ ต้องถึงขนาดนี้ ฉันถอยไม่ได้”
“ได้สิ งั้นฉันจะรับมือเอง”
จูเนียร์ยิ้มบาง ๆ แล้วหยิบบุหรี่ขึ้นมา
“ถึงเวลาที่ฉันจะได้แสดงฝีมือที่เรียนรู้มาจากคุณยายแล้วล่ะนะ?”
รอยยิ้มอันน่ากลัวปรากฏบนริมฝีปากของจูปิเตอร์
“อย่ามาทำเป็นทะลึ่ง ยัยหนู แม้แต่ความสามารถพิเศษของเธอ……ก็ไม่สามารถเทียบกับประสบการณ์ที่ฉันสั่งสมมาได้ตลอดชีวิตหรอก!”
ครืนนน ครืนนน……
เสียงฟ้าร้องเริ่มดังขึ้นจากฟากฟ้า
“ฝ่าบาทครับ หลบไปก่อนเถอะครับ”
ลูคัสรีบจับฉันแล้วถอยหลัง
ไม่สิ ขอโทษนะ ฉันควรจะห้ามพวกเธอไว้ก่อนไม่ใช่เหรอ?
แต่ก่อนที่ฉันจะได้ห้าม การต่อสู้ก็เกิดขึ้นแล้ว
“ฮึ่บ-!”
สายฟ้าแลบออกมาจากตาข้างเดียวของจูปิเตอร์
ในขณะเดียวกัน สายฟ้าก็พุ่งออกมาจากปลายนิ้วของจูปิเตอร์ที่ยื่นออกไป และในขณะเดียวกัน
“แก่แล้วนะ คุณยาย”
เสียงจูเนียร์ดังขึ้น
ฉับ!
สายฟ้าขนาดใหญ่ก็ตกลงมาจากท้องฟ้า ตามการเคลื่อนไหวของบุหรี่ที่จูเนียร์ชี้ไป
สายฟ้าที่ตกลงมาจากฟ้าได้กลืนกินสายฟ้าที่ออกมาจากมือของจูปิเตอร์ และพุ่งลงสู่พื้นดิน เผาไหม้ทุกอย่างให้ดำเป็นตอตะโก
ปัง! ปัง! ปัง!
“สวนของฉัน!”
ฉันตกใจกระโดดเมื่อเห็นกำแพงหินและสนามหญ้าถูกสายฟ้าเผาไหม้
พวกนักเวทพวกนี้! ไปเล่นสายฟ้าที่อื่นเถอะ!
“อึก……ฮึก!”
จูปิเตอร์ร้องออกมาแล้วทรุดตัวลง เลือดไหลออกมาจากจมูกของแม่มดชรา
การต่อสู้จบลงแล้ว
“จูเนียร์…….”
จูปิเตอร์ที่นั่งคุกเข่าอยู่กระซิบด้วยเสียงแหบแห้ง
“แบบนี้……มันไม่พอเหรอ?”
“…….”
“แค่แก้แค้นฉัน……แค่นี้ไม่ได้เหรอ?”
จูเนียร์ที่เงียบอยู่ตอบอย่างเฉียบขาด
“ไม่ได้หรอกนะ คุณยาย”
“…….”
“กลับไปพักที่วิหารก่อนนะ ฉันจะรีบกลับมา”
จูเนียร์เดินเข้าไปในคฤหาสน์อย่างรวดเร็ว
ฉันไม่สามารถเฉันไปยุ่งเกี่ยวกับการทะเลาะวิวาทระหว่างยายกับหลานได้ ฉันจึงยืนดูอยู่ห่าง ๆ แล้วรีบวิ่งไปหาจูปิเตอร์
“ไม่เป็นไรใช่ไหม จูปิเตอร์?”
“ฝ่าบาท...”
จูปิเตอร์ลุกขึ้นอย่างยากลำบาก
ไหล่ของแม่มดชราสั่นเทาเหมือนใบไม้ แต่เธอก็ปฏิเสธความช่วยเหลือของฉันแล้วลุกขึ้นยืนด้วยตัวเอง
“ดูแลหลานสาวของฉัน……ด้วยนะคะ”
“…….”
“ถึงแม้ว่าความสามารถจะดี แต่ยังขาดประสบการณ์ โปรดอย่าใช้งานหนักเกินไป”
จากนั้น เธอก็เดินออกจากสวนอย่างเซ ๆ แล้วมุ่งหน้าไปยังตัวเมือง
“จูปิเตอร์…….”
เธอพยายามอย่างหนักเพื่อขัดขวางการออกเดินทางของหลานสาว ถึงแม้ว่าสภาพร่างกายยังไม่ดี
เกิดอะไรขึ้นระหว่างทั้งสองคนกันแน่?
ฉันไม่รู้ และตอนนี้ก็ไม่มีเวลาที่จะได้ยิน
ปฏิบัติการต้องดำเนินการตามกำหนดการ
ฉันมองไปที่หลังของจูปิเตอร์ที่กำลังเดินห่างออกไป แล้วเดินเข้าไปในคฤหาสน์
สมาชิกทุกคนของหน่วยได้มารวมตัวกันที่ห้องรับแขกของคฤหาสน์แล้ว
ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_