เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

◈บทที่ 094. [เนื้อเรื่องเสริม] เลิกเสแสร้งซะ (3)

◈บทที่ 094. [เนื้อเรื่องเสริม] เลิกเสแสร้งซะ (3)

◈บทที่ 094. [เนื้อเรื่องเสริม] เลิกเสแสร้งซะ (3)


【แปลโดยฝีมือ...ยักษาแปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ】

【แค่ คอมเมนต์ ก็เหมือนการให้กำลังใจแล้วนะครับ รบกวน comment กันหน่อยน๊า ;-;】

【Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย】

◈บทที่ 094. [เนื้อเรื่องเสริม] เลิกเสแสร้งซะ (3)

[เปลี่ยนฮีโร่=ผู้กล้านะครับ]

เวลาว่างสำหรับรับประทานของว่างผ่านไปแล้ว

ขณะที่สมาชิกปาร์ตี้หลักกำลังนั่งคุยกัน ฉันนอนราบอยู่กับพื้นแล้วก็จมอยู่กับความคิด

‘เหลือเวลาอีกประมาณหนึ่งเดือนกว่าจะถึงด่านต่อไป’

[ด่านที่ 5]

- เริ่มต้น: 28 วัน

5, 10, 15, 20…… ด่านที่หารด้วย 5 ลงตัวนั้นล้วนเป็นด่านบอส

มันยากกว่าด่านปกติที่ผ่านมาอย่างเทียบไม่ได้เลย

เพราะเหตุนั้นเวลาเตรียมตัวจึงเหลือเฟือ ครั้งนี้ก็มีเวลาให้มากกว่า 4 สัปดาห์เช่นกัน

‘ฉันต้องเตรียมตัวอย่างละเอียด’

ด่านที่ 5 คือจุดพลิกผันที่สำคัญที่สุดในช่วงต้นเกม

หรือพูดอีกอย่างก็คือ ถ้าผ่านด่านนี้ไปได้แล้ว ก็จะไม่มีปัญหาอะไรในการเล่นเกมต่อไปอีกนาน

‘อีกนิดเดียว ทุกอย่างก็จะเข้าที่เข้าทาง’

ทั้งเงิน ไอเทม ทหาร…… วงจรหมุนเวียนที่ดีจะเกิดขึ้นในไม่ช้า

แต่ถ้ามันไม่ดี ทุกทรัพยากรและองค์ประกอบก็จะขาดแคลน นั่นคือสิ่งที่เรียกว่า ‘ช่วงเวลาแห่งความพินาศ’

แต่เมื่อไหร่ที่มันเริ่มดี ทรัพยากรต่าง ๆ ก็จะเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบและเกมก็จะเล่นได้อย่างราบรื่น

‘แน่นอนว่าตอนนี้ความยากของเกมมันดูผิดปกติไปหน่อย……’

ฉันลูบสร้อยคอที่สวมอยู่

[สร้อยคอของกบฏ]

และเหตุการณ์มืด

การแทรกแซงของศัตรูที่ไม่รู้จักซึ่งพยายามจะทำลายเกมนี้

‘……นี่เป็นเรื่องที่ในตอนนี้ฉันยังแก้ไขอะไรไม่ได้’

ฉันหยุดลูบสร้อยคอ

ตอนนี้มันเป็นปัญหาที่ฉันแก้ไขไม่ได้

แต่สิ่งที่น่ายินดีก็คือ ฉันสามารถรับรู้ถึงเหตุการณ์มืดล่วงหน้าและเตรียมการป้องกันได้

‘ค่อย ๆ ก้าวไปอย่างมั่นคง…… ในที่สุดฉันก็จะสามารถจบเกมได้แน่’

สุดท้ายแล้ว คำตอบก็มีเพียงหนึ่งเดียวเสมอ

ทำในสิ่งที่ทำได้

‘มาจัดการสิ่งที่ต้องทำก่อนถึงด่านต่อไปกัน’

มีอยู่สามอย่างหลัก ๆ

ประการแรก การบริหารเมือง

ประการที่สอง การสำรวจอิสระ

ประการที่สาม การเพิ่มกำลังทหาร

ก่อนอื่นคือ การบริหารเมือง

ตอนนี้มีเวลาว่างถึง 4 สัปดาห์ ดังนั้นฉันจึงสามารถมุ่งเน้นไปที่การบริหารมากกว่าการต่อสู้

นอกจากจะอัพเกรดเทคโนโลยีการท่องเที่ยวที่กำลังดำเนินอยู่แล้ว ฉันยังต้องปรับปรุงระบบการหมุนเวียนเงินทุนด้วย

‘เงินเริ่มตึงมือแล้ว’

แม้ว่าเงินลงทุนในเทคโนโลยีการท่องเที่ยวจะค่อนข้างมาก แต่ความจริงแล้วการบริหารเมืองก็เปลืองเงินอย่างมากอยู่แล้ว

ฉันเองก็ใช้เงินฟุ่มเฟือยไปบ้าง

เงินจำนวนมากที่หามาได้ตอนฝึกฝนก็เริ่มหมดแล้ว

ถึงแม้ว่าจะได้เงินเพิ่มจากด่านต่อ ๆ มา แต่เงินที่ใช้ก็มากกว่าที่ได้ ทำให้ยอดเงินคงเหลือลดลงเรื่อย ๆ

‘ถึงยังพอมีเหลืออยู่บ้าง แต่ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปก็คงไม่นาน’

มีทางเลือกสองทางที่ฉันเลือกได้

เริ่มธุรกิจใหม่เพื่อเพิ่มแหล่งเงินทุน

หรือปรับปรุงแหล่งเงินทุนที่มีอยู่เพื่อเพิ่มปริมาณเงินทุน

ฉันเลือกทางเลือกที่สอง

‘ในเมืองที่ห่างไกลแบบนี้จะมีธุรกิจอะไรได้บ้าง? อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว?’

แน่นอนว่าฉันจะลงทุนในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว แต่เป็นการดึงดูดผู้กล้าระดับสูง ไม่ใช่การมองจากมุมมองทางธุรกิจอย่างแน่นอน

สุดท้ายแล้ว แนวทางการปรับปรุงแหล่งเงินทุนที่ฉันคิดไว้มีเพียงอย่างเดียว

‘ปรับปรุงวิธีการขายอัญมณีเวทมนตร์’

อัญมณีเวทมนตร์นั้นผ่านขั้นตอนการผลิต การแปรรูป และการจำหน่าย สามขั้นตอนก่อนที่จะวางจำหน่ายในตลาด

การผลิตก็คือกองทัพของเราทำ และฉันก็ค่อนข้างสนิทสนมกับสมาชิกสมาคมที่ทำการแปรรูปด้วย

ถ้าฉันเสนอเงื่อนไขที่ดี พวกเขาก็จะเข้ามาอยู่ใต้บังคับบัญชาของฉัน

ดังนั้น ถึงเวลาที่ฉันจะค่อย ๆ เข้าไปควบคุมด้านการจำหน่ายแล้ว

‘ถ้าควบคุมการจำหน่ายได้ทั้งหมด ฉันก็จะสามารถขายอัญมณีเวทมนตร์ได้ในราคาที่สูงขึ้นมาก’

แต่การจะควบคุมการจำหน่ายได้ทั้งหมด ฉันก็ต้องสร้างระบบขนส่งสินค้าขึ้นมา

ครอสโรดเป็นเมืองชนบทห่างไกลที่อยู่ทางตอนใต้ของทวีป

การขนส่งอัญมณีเวทมนตร์จากที่นี่ไปยังทั่วทุกมุมโลกนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

ดังนั้นจึงมอบหมายให้พ่อค้าเดิมเป็นผู้ดูแลการจำหน่าย

ถ้าอย่างนั้น ถ้าฉันจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการจำหน่าย ฉันควรจะสร้างสายการจำหน่ายใหม่ตั้งแต่ต้นเลยไหม?

‘ไม่จำเป็น’

แค่หาคณะพ่อค้าใหม่ที่น่าสนใจแล้วชักชวนให้เข้ามาร่วมก็พอ

ให้สิทธิ์ผูกขาด แต่ลดเปอร์เซ็นต์ค่าคอมมิชชั่นลง

สำหรับคณะพ่อค้าใหม่ นี่เป็นโอกาสที่จะทำให้พวกเขาเติบโตอย่างรวดเร็ว ส่วนฉันก็จะได้กำไรจากการขายอัญมณีเวทมนตร์เพิ่มขึ้น เป็นการได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย

และฉันก็เป็นคนที่เคยเล่นเกมนี้มาหลายร้อยครั้งแล้ว

ฉันรู้ว่า ‘คณะพ่อค้าใหม่ที่น่าสนใจ’ อยู่ที่ไหน หัวหน้าคือใคร และจะชักชวนพวกเขาได้อย่างไร

‘ถึงเวลาที่ฉันต้องติดต่อพวกเขาแล้ว’

ส่วนเรื่องการบริหารเมืองก็ขอแค่นี้ก่อน

ต่อมาคือการสำรวจอิสระ

นี่เป็นปัญหาใหญ่เลย

‘การสำรวจอิสระ…… ฉันคงต้องไปหลังจากที่พวกผู้บาดเจ็บฟื้นตัวแล้ว’

ตอนนี้ ‘ค่ายฐาน’ ซึ่งเป็นฐานที่มั่นต่อไปนั้นถูกยึดครองโดย NPC ฝ่ายศัตรู

‘พวกมันมีเลเวลสูงและมีจำนวนมาก’

กองกำลังศัตรู กองกำลังไนท์ครอลเลอร์

อย่างน้อยก็สิบกว่าคน เป็นปาร์ตี้เต็มสองปาร์ตี้

ยิ่งไปกว่านั้น เลเวลเฉลี่ยของพวกมันสูงกว่าพวกเราอย่างเห็นได้ชัด และก็ไม่รู้ว่าจะมีกี่คนอีก

ฉันต้องใช้กำลังทั้งหมดที่มีโจมตี

จะปลอดภัยกว่าถ้า จูปิเตอร์ และ ก็อตแฮนด์ ฟื้นตัวก่อนแล้วค่อยออกเดินทาง

‘พวกเขาจะกลับมาได้ไหมเนี่ย……’

จูปิเตอร์ประสบปัญหาการระเบิดของพลังเวทย์ ส่วนก็อตแฮนด์บาดเจ็บสาหัสถึงขั้นเสียแขนทั้งสองข้าง

พวก SR ซึ่งเป็นกำลังสำคัญบาดเจ็บกันหลายคน แต่ที่ยังไม่ตายก็ถือว่าโชคดีแล้ว

‘ฉันหวังว่าพวกเขาจะกลับมาประจำการได้ภายใน 4 สัปดาห์ แต่ถ้าไม่ได้ ฉันก็ต้องมีแผนสำรอง’

และนี่ก็คือสิ่งที่ต้องทำเป็นอันดับสาม การเพิ่มกำลังทหาร

การเพิ่มกำลังทหารเป็นสิ่งที่ฉันทำอยู่แล้ว แต่ครั้งนี้มันค่อนข้างแตกต่าง

‘ฉันมีเวลาเหลือเฟือ’

4 สัปดาห์นั้นเป็นเวลาที่ สมาคมทหารรับจ้าง สามารถเติมกำลังพลได้สองรอบ

ฉันสามารถเพิ่มกำลังทหารได้อย่างเพียงพอ และสามารถซ่อมแซมกำแพงเมืองและสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

แต่ถ้าแค่ซ่อมแซมอย่างสมบูรณ์แบบอย่างเดียวก็ถือว่าเสียเวลา 4 สัปดาห์ไปเปล่า ๆ

‘ฉันต้องทำอะไรเพิ่มเติม’

ไม่ใช่แค่การเพิ่มกำลังพลอย่างเดียว แต่ฉันต้องฝึกฝนพวกเขาให้เพียงพอด้วย

ถ้าฉันเพิ่มผู้กล้าและสร้างปาร์ตี้ใหม่ ฉันต้องฝึกฝนพวกเขาให้สามารถทำงานร่วมกันเป็นทีมได้

แม้ว่าจะรับสมัครคนใหม่ ฉันก็ต้องฝึกฝนพวกเขาให้สามารถทำงานในแนวหน้าได้ทันที 4 สัปดาห์นั้นถือว่าเป็นเวลาที่เพียงพอ

‘คราวนี้หวังว่าจะมีกำลังพลที่ดี ๆ เข้ามาเยอะ ๆ บ้างนะ’

ฉันต้องได้ผู้กล้าที่มีประโยชน์มา เพื่อที่ในกรณีฉุกเฉินจะได้ใช้แทนจูปิเตอร์และก็อตแฮนด์

‘งี้ฉันคงจะต้องไปที่ สมาคมทหารรับจ้าง สักหน่อยแล้วสิ’

ขณะที่ฉันนอนคิดอยู่ ฉันก็พลิกตัว

“?”

มีชายหนุ่มคนหนึ่งยืนอยู่ไกล ๆ แล้วมองมาที่ฉัน

‘ใครกัน?’

เป็นชายหนุ่ม

ดวงตาที่เบิกกว้าง ริมฝีปากที่แนบชิด และรูปร่างเล็ก ๆ ที่ดูเหมือนลูกไก่ อายุประมาณ 20 ต้น ๆ ดูอ่อนเยาว์

เมื่อสบตาฉัน ชายหนุ่มคนนั้นก็เดินตรงเข้ามาหาฉันแล้วพูด

“ได้พบกันที่นี่สักทีนะครับ ฝ่าบาท”

“อ้อ…… คือ”

ฉันขมวดคิ้วแล้วพยายามนึก แต่ก็จำไม่ได้ สุดท้ายฉันก็เลยถามไป

“นายคือใคร?”

“ผมคือ ดิออน ดิออน เอการ์ท”

“อ่า!”

ฉันจำได้แล้ว ไอ้หนุ่มนี่เป็นหนึ่งในผู้กล้าระดับ N ที่ฉันรับมา

ฉันอาจเคยจัดให้เขาอยู่ทีมเดียวกันหลายครั้งตอนเล่นเกม แต่ความจริงก็คือฉันจำผู้กล้าระดับ N ไม่ได้ทั้งหมดหรอก

เว้นแต่จะมีทักษะหรือลักษณะพิเศษอะไรสักอย่าง

ผู้กล้าระดับ N ที่ฉันรับมาก็เหมือนกัน พวกเขาทุกคนธรรมดา และฉันก็แค่จัดให้พวกเขาอยู่ในทีมสำรองเท่านั้น

ฉันคิดว่าพวกเขาแค่เป็นกองกำลังทหารธรรมดา

เพราะอย่างนั้นฉันจึงจำชื่อพวกเขาไม่ได้ ฉันรู้สึกผิดเล็กน้อยจึงได้แต่ยิ้มให้

“มีธุระอะไรกับฉันรึเปล่า ดิออน?”

“…….”

ดิออนมองฉันอยู่นาน แล้วค่อย ๆ พูด

“ผมมีข้อร้องเรียน ฝ่าบาท”

“หา?”

ฉันเบิกตากว้างเพราะคำพูดที่ไม่คาดคิด

อะไรนะ? ข้อร้องเรียน?

“หืม?”

“อะไรนะ เกิดอะไรขึ้น?”

สมาชิกปาร์ตี้หลักที่สังเกตเห็นบรรยากาศแปลก ๆ ก็หันมามองทางนี้

ดิออนมองไปทางด้านหลังของตัวเองอย่างไม่สนใจสายตาของพวกเรา

“พวกเราห้าคนร่วมมือกันมาเกือบหนึ่งเดือนแล้ว”

ด้านหลังของดิออนมีสมาชิกในปาร์ตี้ของเขาอีกสี่คนยืนเรียงกัน ดูเหมือนว่าจะมาอาบน้ำด้วยกัน

“แต่พระองค์ก็ไม่ได้สั่งให้พวกเราทำอะไรนอกจากปิดกั้นด้านหลังของแนวหน้า แถมยังไม่มีปีศาจตัวไหนมาถึงตรงนั้นด้วย”

“…….”

“พวกเราเป็นทหารรับจ้าง ฝ่าบาท พวกเราใช้ชีวิตด้วยการสร้างวีรกรรม”

ดิออนพูดอย่างหยิ่งผยอง แต่ก็ดูมั่นใจ

สมกับเป็นทหารรับจ้างอย่างแท้จริง

“ถึงพวกเราจะยังเด็กและไม่มีประสบการณ์ แต่พวกเราก็ไม่ต้องการที่จะปล่อยให้ความสามารถเสื่อมถอยโดยไม่ได้ใช้”

“…….”

“โปรดส่งพวกเราไปยังแนวหน้าเถอะ พวกเราจะแสดงให้พระองค์เห็นว่าพวกเราทำได้แค่ไหน”

ทหารรับจ้างระดับ N ห้าคนพูดจบก็ยืดอกอย่างภาคภูมิใจ

ฉันขมวดคิ้วมองผู้กล้าระดับ N ที่ทะนงตนเหล่านี้

อย่างพวกนายเนี่ยนะ?

***

ผู้กล้าระดับ N

ตามชื่อของระดับ N ซึ่งย่อมาจากคำว่า Normal พวกเขามีค่าสถานะต่ำที่สุดในบรรดาผู้กล้าทั้งหมด

แน่นอนว่าบางคนก็มีลักษณะพิเศษหรือชุดทักษะที่ดี ทำให้บางครั้งฉันก็เลือกใช้พวกเขา

แต่ส่วนใหญ่ก็ไม่ใช่ โดยปกติแล้วพวกเขาจะทำหน้าที่รักษาแนวหน้าร่วมกับทหารธรรมดา

‘ในเกมเป็นแบบนั้น แต่ในความเป็นจริงกลับต่างออกไป’

ฉันมองผู้กล้าระดับ N ห้าคนที่ยืนตรงอยู่ตรงหน้า

ค่าสถานะธรรมดา ทักษะธรรมดา

แต่ดวงตากลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น

โดยเฉพาะดิออน หัวหน้าทีมผู้นี้ดูเหมือนจะมีมันมากกว่าใคร

‘ความทะเยอทะยาน’

มีความทะเยอทะยาน ถึงแม้จะเป็นระดับ N แต่ก็มีความกระตือรือร้น

คนแบบนี้ใช้ได้ เพราะคนที่จะเปลี่ยนแปลงโลกได้เสมอมองไปยังที่สูงกว่าตัวเอง

‘แต่ความทะเยอทะยานอย่างเดียวไม่สามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้’

โลกไม่ยอมก้มหัวให้กับความมุ่งมั่นหรือความพยายามเพียงอย่างเดียว

สุดท้ายแล้วสิ่งที่จำเป็นคือสิ่งเดียว

ฝีมือ

“ดูเหมือนนายจะมีความมั่นใจมากเลยนะ”

ฉันยกยิ้มมุมปากแล้วชี้นิ้วไปที่ดิออน

“จะพิสูจน์ให้ฉันเห็นได้อย่างไร? ว่านายทำได้ดีแค่ไหน”

“ขอท้าประลอง”

ดิออนมองไปยังสมาชิกปาร์ตี้หลักที่นั่งอยู่ด้านหลังฉัน

“ขอประลองกับหน่วยองครักษ์ส่วนพระองค์ของพระองค์ แค่นี้ก็เพียงพอแล้วไม่ใช่เหรอ?”

“หือ”

ฉันยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว

ฉันไม่คิดว่าจะเป็นแบบนี้

“หยิ่งยโสนัก……”

“สนุกจัง! เมื่อไหร่จะเริ่มเหรอ?”

ลูคัสขมวดคิ้วเมื่อเห็นการท้าทายของพวกมือใหม่ ส่วนเอวานเจลีนก็ยิ้มอย่างมีความสุข

“ฮิ๊ย!?”

“ฝ่าบาท ขา! ขาเจ็บ!”

ส่วนดาเมียนและลิลลี่รีบถอย ฉันก็เดาได้อยู่แล้ว

“ฉันชอบความกระตือรือร้นของพวกนาย”

ฉันลุกขึ้นแล้วมองไปที่ผู้ท้าทาย

“เอาล่ะ! แต่ฉันจะเป็นคนกำหนดสถานที่และเวลา”

“ได้เลย ฝ่าบาท เวลาไหนดี?”

“ไม่ต้องไปไกลหรอก เดี๋ยวนี้เลย ที่ใกล้ที่สุด”

พวกปาร์ตี้ระดับ N ตัวแข็งเมื่อได้ยินคำตอบที่ไม่คาดคิดของฉัน

“เราคงจะทะเลาะกันในห้องอาบน้ำที่สงบสุขไม่ได้…… งั้นเราไปที่สนามฝึกของค่ายทหารกันดีไหม?”

ฉันชี้ไปทางค่ายทหารที่อยู่ไม่ไกล

“และก็คงไม่ยุติธรรมที่จะให้พวกนายต่อสู้กับหน่วยองครักษ์ส่วนพระองค์ของฉันอย่างเต็มที่ เพราะพวกนายยังเป็นมือใหม่”

ฉันยืนอยู่ข้างหลังลูคัสและเอวานเจลีน แล้ววางมือไว้บนไหล่ของทั้งสองคน

“ฉันจะให้แค่สองอัศวินชั้นนำของฉันไป โอเคไหม?”

“……ฝ่าบาท แบบนี้จะดีหรือ?”

ดิออนยิ้มอย่างมั่นใจ

“ฝ่าบาทจะเอาพวกนักเวทและพวกมือธนูออกไปด้วยหรือ อย่างนั้นพวกท่านก็เสียเปรียบเกินไปสิ”

“ไม่ต้องห่วง”

ตุ๊บ ตุ๊บ

ลูคัสกำหมัดแล้วลุกขึ้น เอวานเจลีนก็ยิ้มอย่างดุร้ายแล้วคลายไหล่

อัศวินระดับ SSR สองคนแผ่พลังต่อสู้ที่น่ากลัวออกมา

ฉันหัวเราะเบา ๆ

“ระวังกระดูกจะหักด้วยล่ะ”

ไม่สิ ถ้าแค่กระดูกหักก็ถือว่าดีแล้วด้วยซ้ำไป?!

ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_

จบบทที่ ◈บทที่ 094. [เนื้อเรื่องเสริม] เลิกเสแสร้งซะ (3)

คัดลอกลิงก์แล้ว