เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 91 ปล้นซึ่งๆหน้า

บทที่ 91 ปล้นซึ่งๆหน้า

บทที่ 91 ปล้นซึ่งๆหน้า


บทที่ 91 ปล้นซึ่งๆหน้า

ในหุบเขาพลังหยิน

เป็นฉื่อหยานดูดซับพลังปราณหยินระหว่างสวรรค์และโลกไปจนหมด โดยไม่มีหลงเหลืออยู่ในหุบเขาพลังหยินเลยแม้แต่นิดเดียว

เกิดเป็นแสงแดดส่องเจิดจ้าเหนือท้องฟ้า

ร่างใหญ่ของอสรพิษฟ้าเก้าหัวหัวตกลงมาที่ศูนย์กลางของหุบเขาพลังหยิน มีเลือดหยดจากบาดแผลทั่วตัวของมัน

ภายใต้การโจมตีของชิเสี่ยว ซัวฉีและเซี่ยซินหยาน โดยปราศจากพลังปราณหยิน , อสรพิษฟ้าเก้าหัวหัวในที่สุดก็ตกตายภายใต้แสงอาทิตย์

อย่างไรก็ตาม นอกจาก ชิ เสี่ยว ซัวฉี และ เซี่ยซินหยาน แล้วยังมีคนอื่นที่เข้ามายังหุบเขาพลังหยินแห่งนี้อีก

ได้แก่กลุ่มของ ฉื่อหยาน และ ซั่วฉื่อ ซึ่งได้มาถึงในหุบเขาแล้ว ทันทีที่ฉื่อหยานเห็นฉากในหุบเขา ใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นอึมครึม

เป็นเป่ยหมิงเช้อ และ เป่ยหมิงชางยืนอยู่ที่นั่นด้วยเช่นกัน

เป็นหยินกวยและจิ่วฉานก็ยืนพร้อมอย่างเป็นธรรมชาติข้างๆเป่ยหมิงเช้อ ส่วนมู่หยู่เตี๋ยและตี่ย่าหลานนั้น แสดงออกอาการตื่นเต้นที่เห็นอสรพิษนอนจมอยู่ในกองเลือด

นอกจากยอดฝีมือของ ตระกูลเป่ยหมิงแล้ว ยังมี ซูซี่เฮอและชายหนุ่มแปลกประหลาดยืนอยู่เช่นกัน

ทุกคนในหุบเขาถูกต่างก็ใช้ดวงตาจ้องมองไปยังอสรพิษฟ้าเก้าหัวหัวที่นอนจมกองเลือดอยู่กลางหุบเขาพลังปยิน

ชิเสี่ยว และ ซัวฉี ปรากฏความเหนื่อยล้าออกมา พร้อมกับมีเหงื่อท่วมร่างกายของพวกเขา

เซี่ยซินหยาน ดูซีดๆ ถึงแม้ว่านางมีเม็ดยานภาคอบบำรุง นางก็ยังไม่สามารถฟื้นตัวได้อย่างเต็มที

ทั้งสามได้พยายามและใช้ทุกอย่างทั้งหมดของพวกเขาในการฆ่าอสรพิษฟ้าเก้าหัวไปหมดแล้ว

หลักจากฆ่าได้ไม่นาน ยอดฝีมือจากตระกูลเป่ยหมิงและนักรบนภาคนอื่นๆก็ปรากฏตัวขึ้นในหุบเขาพลังหยิน

มันเป็นเรื่องง่ายเลย ที่จะเข้าใจความรู้สึกของพวกเขา

หลังจากฉื่อหยานเข้ามาในหุบเขา เขาก็ยืนอยู่ข้างฮันเฟิงและ กู่หลงอย่างสงบนิ่งและจ้องมองไปที่มู่หยู่เตี๋ยและตี่ย่าหลานที่แสดงอาการตื่นเต้นออกมา

" ทุกคนจะได้รับสมบัติจากซากอสรพิษฟ้าเก้าหัวนี่ เจ้างูนี่มีผลิดอสูรอยู่ ; เราจะต้องแบ่งกัน " เป่ยหมิงชางขมวดคิ้ว และกล่าวอย่างใจเย็น " พวกเจ้าเป็นคนลำบาก ดังนั้นข้าจะไม่ขออะไรมาก ข้าต้องการเพียงแค่ผลึกอสูรของอสรพิษฟ้าเก้าหัวสองก้อนเท่านั้น ก้อนหนึ่งประกอบไปด้วยพลังแห่งไฟ และ อีกก้อนประกอบไปด้วยพลังปราณหยิน”

" เจ้าควรได้รับส่วนแบ่งงั้นรึ ? " หน้าซัวฉีบิดเบี้ยวด้วยสีหน้าน่ากลัวพร้อมกับพูดออกมา ทั้งหมด " ผนึกอสูรของอสรพิษฟ้าเก้าหัวเป็นของเรา เราเป็นคนสังหารเจ้างูนี่แต่เพียงผู้เดียว และตอนนี้เจ้ามาบอกว่าต้องการส่วนแบ่ง ? ทำไมเราต้องทำเช่นนั้นด้วย ! "

" ทำไม ? " เป่ยหมิงชางพูดอย่างเย็นชา " เพราะเราอยู่ที่นี่ไง ! "

" ข้าต้องการส่วนนั้น " จักพรรดิ์แห่งโลกมืดกล่าวอย่างสงบ มันชี้ไปที่หัวๆหนึ่งที่เปล่งแสงพลังปราณหยินออกมา " ผนึกอสูรในหัวนั้นเป็นของข้า ส่วนที่เหลือจะเป็นของเจ้าทั้งหมด "

" ฮิฮิ ! " ซัวฉีพบยิ้มอย่างน่ากลัว , " เจ้าทำได้ก็ลองดู ! "

" มาดูกันว่าเจ้าจะมีความสามารถแค่ไหน " จักพรรดิ์แห่งโลกมืด มองไปที่ซัวฉีและกล่าวออกมาอย่างสงบ " เราได้ทดสอบฝึมือมันไปบ้างแล้สที่รอบนอกบึงมรณะและคนของข้าก็ตกตายไปหลายคน อย่างไรก็ตาม ในพื้นที่รอบนอกนั้น เจ้าสามารถใช้บึงและพิษเป็นโล่ได้ แล้วเจ้ามาทำอะไรที่นี่ ? "

" น้องซู " เป่ยหมิงชางหันไปมองจักพรรดิ์แห่งโลกมืด " ดูเหมือนว่าจะมีนักรบในระดับนภาด้วยกันสามคน ดูเหมือนสถานการณ์จะไม่ลำบากเกิน "

" งั้นรึ ? "

" จิตวิญญานของแม่นางเซี่ยเป็นสิ่งที่น่าอัศจรรย์ แต่นางก็เป็นเพียงแค่นักรบในนภาที่สามของระดับหายนะเท่านั้น " เป่ยหมิงชางชี้ไปที่เซี่ยซินหยาน " นางยังคงต้องฟื้นตัวในระยะเวลาหนึ่งแน่ ตั้งแต่ที่นางได้ใช้จิตวิญญาณการต่อสู้ของนาง เราก็ไม่ต้องกังวลเรื่องนางอีกต่อไป " .

ใบหน้าของเซียซินเหยียน ซีดลง หลังจากที่นางได้ยิน

สีหน้าของ ซัวฉีก็เปลี่ยนไปและเขาก็ช่วยไม่ได้ที่มองไปที่นาง " จริงรึ ? "

เท่าที่เขาเป็นห่วง เขาและชิเสี่ยวได้ใช้พลังไปเป็นจำนวนมาก และตอนนี้ก็ได้มีการเกิดการแย่งชิงผลึกอสูรกัน พวกเขานั้นต้องการความช่วยเหลือจากเซี่ยซินหยาน

แต่ถ้าเซี่ยซินหยาน เป็นเพียงนักรบในนภาที่สามของระดับหายนะ แน่นอนว่าพวกเขาต้องสูญเสียมันไปแน่ๆ

ภายใต้การมองของ ซัวฉี เซี่ยซินหยานก็พยักหน้าและจ้องกลับไป

" เป่ยหมิงชาง , ทำไมเจ้ามาอยู่ที่นี่ ? " ชิ เซี่ยดูแปลกใจ เขาคิดอยู่ซักพัก แล้วถามออกไป

" เจ้าคิดว่าไงหละ ? " เป่ยหมิงชางถามกลับพร้อมกับยิ้มออกมา

" ข้าจัดการเอง " ชิเสี่ยวถอนหายใจและพยักหน้า " เจ้ามาที่นี่เพื่อประตูสวรรค์ใช่หรือไม่ ดูเหมือนเจ้าจะไม่เคยพลาดสมบัติสักครั้งเลยสินะ "

" แหล่งข่างในเมืองเทียนหยุนนั้น กว้าขวางเกินกว่าที่เจ้าจะจินตนาการได้ ไม่มีอะไรที่ข้าไม่รู้ได้ หากข้าอยากจะรู้ " เป่ยหมิงชางเดินช้าๆไปยังหัวๆหนึ่งของอสรพิษฟ้า และยังคงใจเย็น " มาแบ่งผลึกอสูรกันก่อนเหอะ แล้วเราค่อยคุยกันเรื่องประตูสวรรค์อีกที "

ภายใต้การจ้องมองอย่างใกล้ชิดของคนในตระกู, เป่ยหมิงชางหยิบเอาผนึกอสูรขึ้นมา " ข้าต้องการเม็ดนี้ . "

จักพรรดิ์แห่งโลกนั้นไม่ได้ขยับใดๆแต่ เขาก็เรียกร้องออกมา " มู่ฮุ่ย ไปเอาผลึกอสูรนั่นมา .

ชายหนุ่มที่แปลกประหลาดพยักหน้าพร้อมกับยิ้มและเดินมายังหัวงู โดยไม่สนใจ ชิ เสี่ยว เพราะเขามั่นใจว่าพวกเขายังไม่กล้าลงมือ

ซัวฉี เต็มไปด้วยความแค้น ใบหน้าของเขาแดงเป็นมะเขือเทศ เขายืนอยู่ตรงนั้น และขบฟันแน่น " ข้าจดจำการกระทำของพวกเจ้าไว้ ! "

ยอดฝีมือจากตระกูลเป่ยหมิงไม่ตอบสิ่งใด

" ซัวฉี เรายังเหลือผลึกอสูรอีก 5 ก้อน " ชิเสี่ยวถอนหายใจออกมาอย่างท้อทแ้

ซัวฉียังเดินไปที่หัวงู หัวหนึ่ง

ในขณะที่กำลังค้นหาผลึกอสูรในหัวของมัน ซัวฉีดูเหมือนพยายามที่จะปลดปล่อยความไม่พอใจของเขาลงไป โดยกระทำไปที่เนื้อหนังของูทำให้เลือดที่อยู่ในหัวของงูกระเด็นไปทั่ว

ฉื่อหยานจ้องมองเขาอย่างเย็นชา

เป่ยหมิงชางและซัวซี่เฮอได้วางแผนนี้มานานแล้วและพวกมันเพียงรอเวลาที่ดีที่สุดเท่านั้น

เป่ยหมิงชางโผล่มาตอนที่ชิเสี่ยวและสหายของเขากำลังจะฆ่างูและได้หยิบเอาข้อได้เปรียบจากจิตวิญญานต่อสู้ของเซี่ยซินหยานมาใช้ประโยชน์เพื่อกระทำการแย่งชิงนี้

นี่ช่างเป็นแผนที่ชั่วร้ายนัก

พวกมันเก็บพลังของพวกมันไว้โดยไม่ลงมือทำสิ่งใด และปล่อยให้ชิเสียงและอีกสองคนสิ่งเปลืองพลังงาน จากนั้นก็มาปล้นกันหน้าด้านๆ

เมื่อประตูสวรรค์เปิด พวกมันจะได้รับโอกาสมากที่จะได้รับสมบัติกว่ากว่าพวกเขาแน่ ด้วยพลังของพวกมันที่ยังอยู่ครบ

ฉื่อหยานสูดลมหายใจเข้าลึกๆและสงบตัวเองลง เขาไม่ได้พูดอะไร แต่สังเกตกไปยังกลุ่มคนที่มาปล้นแทน

ผ่านมาเป็นเวลาสักพัก การปล้นก็ถูกปันส่วนออกไป

ตระกูลเป่ยหมิงเอาผลึกอสูรไฟและพลังปราณหยิน ของอสรพิษฟ้าไปอย่างละก่อน ในขณะที่ ซัวซี่เฮอนำผลึกอสูรพลังปราณหยินไปสองก้อน จึงเหลือผลึกอสูรเพียงห้าก่อน , ซัวฉี ได้ผลึกอสูรพิษไปสองก้อน และ ชิ เสี่ยวก็ได้ผลึกอสูรพิษและไฟ ไปอย่างละก้อน

เซี่ยซินหยานนั้นได้รับผลึกอสูรไฟ หนึ่งก้อน

ผลึกทั้งเก้าทั้งหมดจึงถูกแบ่งปันไปโดยยอดฝีมือที่อยู่ในที่แห่งนี้

ต่อมา เขี้ยว ผิวหนังและน้ำลายจากอสรพิษฟ้ากูถูกเก็บเกี่ยวโดยกลุ่มคนอื่น

เนื่องจากมีนักรบในระดับนภาหลายคน ต้องการเขี้ยวและวัสดุหายากพวกนี้ พวกเขาจึงชำแหละมันแบ่งกันไป

คราวนี้ ตระกูลฉื่อได้รับ เขี้ยวพิษ 5 ชิ้น และชิ้นส่วนของผิวหนังจากด้านหลังของงู และพิษของมันอีกสองสามขวด

" ผลึกอสูรไฟนี่เป็นประโยชน์ต่อจิตวิญญาณการต่อสู้ของเจ้า "เป่ยหมิงชาง โยนมือของเขาอย่างเป็นกันเอง และส่งผลึกอสูรไฟไปให้ตี่ย่าหลาน .

ตี่ย่าหลน ค่อนข้างแปลกใจเมื่อนางมองไปที่ เป่ยหมิงชาง ด้วยความสับสน และนางก็ถามอย่างตื่นเต้น

" นี่ . . . . . . . ท่านหัวหน้าตระกูลเป่ยหมิงท่านหมายความว่าเช่นไร ใช่ว่าท่ายกผลึกอสูรนี่ให้แก่ข้าหรือไม่ ? "

องค์ประกอบของไฟจากผลึกอสูน เป็นประโยชน์แก่เปลวเพลิงอัคคีครามของตี่ย่าหลานอย่างแท้จริง และมันก็ได้มาจากสัตว์อสูรระดับ 7 ซึ่งหาได้ยากเป็นอย่างมาก

เป่ยหมิงชางพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม " จงฝึกฝนโดยใช้ผลึกอสูรนั่นสะ ข้าจะไม่ทอดทิ้งเจ้าแน่นอน ตราบใดที่เจ้ายังอยู่ในตระกูลเป่ยหมิง "

ตี่ย่าหลาน ลังเล เพราะนางคิดว่าผลิกอสูรนี่มีค่าเกินไป นางอายเกินกว่าที่จะหยิบเอาคริสตัลที่อยู่ตรงหน้านาง

" นี่ พี่สาวหลาน ท่านรับมันไปเถอะ " จากนั้น มู่หยู่เตี๋ยก็จับไปที่คริสตัลและส่งให้ตี่ย่าหลาย .

" ขอบคุณ ท่านหัวหน้าตระกูลเป่ยหมิง " ทันทีที่นางสัมผัสคริสตัล นางก็สัมพัสได้ถึงเปลวไฟที่แข็งแกร่งจากมัน ตี่ย่าหลาน ไม่ลังเลอีกต่อไป และก็คิดในใจว่าจะทดแทนบุญคุณให้กับเป่ยหมิงชางอย่างรวดเร็ว

" เราเป็นคนกันเอง เจ้าอย่าได้พูดเช่นนั้น " เป่ยหมิงชางบอกออกมาอย่างเรียบเฉย

ตี่ย่าหลาน แสดงอาการตกใจออกมา เมื่อนางได้ยินเสียงของเป่ยหมิงชางแทรกออกมา นางก็ลดหัวของนางและแกล้งทำเป็นว่านางไม่ได้ยินสิ่งที่มันพูดและกำไปที่ผลึกอสูรอย่างแน่นหนา

นางไม่สามารถต่อต้านผลึกอสูรที่ล่อตาล่อใจเช่นนี้ได้

ฉื่อหยานเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด เขาไม่พูดสิ่งใดออกมาแต่ใบหน้าของเขากลายเป็นแข็งกร้าน––––––––––––––––––––––––

ห่างหายไปนานในการลงเว็ปนี้ ปัจจุบันเรื่องนี้แต่งไปจนถึงตอนที่ 1183 แล้วนะคะ หากสนใจอ่านติดตามได้ที่เพจด้านล่างเลยค่ะ

ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ที่เพจของเรา กดตรงนี้ >>GOS เทพเจ้าล่าสังหาร << ฝากกดไลท์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้แปลด้วยครับ

จบบทที่ บทที่ 91 ปล้นซึ่งๆหน้า

คัดลอกลิงก์แล้ว