เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 90 ท้องฟ้าที่เปลี่ยนแปลง

บทที่ 90 ท้องฟ้าที่เปลี่ยนแปลง

บทที่ 90 ท้องฟ้าที่เปลี่ยนแปลง


บทที่ 90 ท้องฟ้าที่เปลี่ยนแปลง

นอกหุบเขาพลังหยิน เกิดเสียงคำรามดังสนั่นขึ้นไม่รู้จบและปรากฏเป็นคลื่นพลังขนาดใหญ่กระจายเผยแพร่ทั่วท้องฟ้า เหมือนกับสายฟ้าผ่า

ชิเสี่ยว เซี่ยซินหยาน และ ซัวฉี ทั้งหมดต่างก็ลอยอยู่ในอากาศ ; พวกเขาปลดปล่อยพลังใส่อสรพิษฟ้าเก้าหัวด้วยพละกำลังทั้งหมดของพวกเขา

ชิเสี่ยว ร่างของเขาขยายใหญาขึ้นและถือผ้าม่านสีเงินในมือเพื่อป้องกันพิษ ขณะที่มืออีกข้างถือดาบยักษ์ เขาฟันใส่หัวทัังสามของอสรพิษฟ้าเก้าหัวที่พ่นไฟ

ซัวฉีได้รวมร่างกับมังกรดิน และรับมือหัวทั้งสามของอสรพิษฟ้าเก้าหัวที่พ่นพิษ พิษของอสรพิษฟ้าเก้าหัวนั้นไม่มีผลต่อซัวฉีเลย เขาจึงเปิดปากใหญ่โตของมันออกและบิดมันลงในขณะที่รวมร่างกับมังกรดิน

เซี่ยซินหยาน ผู้งดงามเองก็กำลังรับมือกับหัวที่เหลืออีกสามหัว นางลอยอยู่กลางอากาศเหมือนกับเทพธิดา เป็นสัญลักษณ์แปลกๆปรากฏขึ้นที่มือของนาง เกิดเป็นกรงเล็บขนาดใหญ่พุ่งผ่านในอากาศ ซึ่งมันได้เคลื่อนไหวและจู่โจมไปที่หัวของอสรพิษฟ้าเก้าหัวที่เหลืออีกสามหัว

หัวทั้งสามของอสรพิษฟ้าเก้าหัวนี้ สามารถควบคุมพลังปราณหยินธรรมชาติได้ ทุกครั้งลมหายใจของมันจะปลดปล่อยพลังปราณหยินออกมา และพลังปราณหยินเหล่านั้นก็จะถูกดูดซับโดยวังวนทั้งสามที่อยู่เหนือหัวของฉื่อหยานทันที

หลังจากอสรพิษฟ้าเก้าหัวได้พยายามโจมตีอย่างหนัก แต่ก็ไร้ประโยชน์มันจึงโกรธเป็ยอย่างมาก มันค่อยๆเคลื่อนไหวไปทางฉื่อหยานเพื่อที่จะเผชิญหน้ากับเขา มันนั้นตั้งใจจะฆ่าฉื่อหยานเสียก่อน

ฮันเฟิงและ กู่หลงผู้ที่สังเกตุเห็นทุกอย่าง . ถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่สบายใจ แต่พวกเขาก็ยังยืนอยู่ข้างๆ ฉื่อหยานและคอยปกป้องเขาตลอด

ซั่วฉื่อ , หวู่หยุนเหลียนและซู่ปิงก็ได้มาถึงและหยุดดู ตอนนี้สมาชิกทั้งหมดจากตระกูลฉื่อและตระกูลฉั่วก็ได้รวมตัวกัน และนอกจากฉื่อหยานแล้ว ทุกคนต่างก็กำลังดูการต่อสู้ระหว่าอสรพิษฟ้าเก้าหัว กับ สามปรมจารย์

ฉื่อหยานนั่งนิ่งเป็นหิน เขาหลับตาและใบหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ อย่างไรก็ตาม เขานั่นรู้สึกได้ถึงคลื่นพลังที่รุนแรงได้อย่างชัดเจน

การต่อสู้ระหว่างผู้ที่มีพลังในระดับนภา ทำให้พืชพรรณที่อยู่รอบๆหุบเขาพลังหยินถูกทำลาย สถานที่แห่งหนึ่ง เกิดเป็นรอยร้าวลึกขึ้นบนพื้นดินในระหว่างการต่อสู้ ถึงแม้ฉื่อหยานจะนั่งหลับตาอยู่ เขาก็สัมพัสได้ถึงผลกระทบที่น่ากลัวนี้

แต่เขานั้นก็ไม่ได้หยุดดูดซับพลังปราณหยินธรรมชาติแต่อย่างใด

วังวนพลังหยินหน้าที่อกของเขา ในที่สุดพวกมันก็กลายเป็นไข่มุกพลังหยิน พวกมันปล่อยแสงที่มืดมิดออกมาและไข่มุกพลังหยินที่เต็มไปด้วยหลังหยินธรรมชาติก็ค่อยๆ จมลงสู่เส้นชีพจรทั้งสามของเขาได้แก่ เชินเค้อ เทียนเค้อ หยินตู๋

เมื่อไข่มุกพลังหยินประทับลงไปยังเส้นชีพจรของฉื่อหยานเขาพลัยสั่นสะท้านทันที

จาการตรวจสอบภายในร่างกายของเขา ฉื่อหยานก็สังเกตุเห็นว่าเมื่อไข่มุกพลังหยินเข้าไปในเส้นชีพจรของเขา , พลังงานเชิงลบที่อยู่ภายในเส้นชีพจรอยู่แล้วพวกมันทั้งหมดก็ไหลไปที่ไข่มุกพลังหยิน ราวกับว่ามันพวกมันกำลังจะดูดกลืนไข่มุกพลังหยินเหล่านั้นเข้าไป

ฉื่อหยาน ก็สะดุ้ง เขารีบเพ้งสมาธิทั้งหมดของเขาในการสังเกตเส้นชีพจรทั้งสามของเขา

จู่ๆ เขาก็จำได้ว่าเส้นชีพจรของเขาทั้งหมดนั้นเต็มไปด้วยพลังงานเชิงลบมาก และเขาก็คิดไม่ถึงว่าพลังงานเชิงลบเหล่านั้นจะขัดแย้งกับไข่มุกพลังหยินที่เข้ามาใหม่

ภายในเส้นชีพจรทั้งสาม

ในที่สุดของพลังงานเชิงลบก็ก่อเกิดขึ้นเป็นรูปร่างเหมือนกับริบบิ้น และค่อยๆ หลอมรวมกัน

เมื่อไข่มุกพลังหยินประทับลงในเส้นชีพจรทั้งสามของเขา พลังงานเชิงลบก็เข้าไปพัวพันกับพวกมันทันทีเหมือนกับว่ามันพยายามที่จะครอบครองไข่มุกพลังหยิน

อย่างไรก็ตาม ไข่มุกพลังหยินนั้นเต็มไปด้วยพลังปราณหยินธรรมชาติที่มหาศาลและมันก็เกิดจากการปรับแต่งและกลั่นสกัดอย่างต่อเนื่องซ้ำไปซ้ำมา ! แม้ว่าพลังงานเชิงลบในเส้นชีพจรของเขา จะแข็งแกร่งและชั่วร้ายเพียงใด พวกมันก็ยังมีปริมาณที่น้อยกว่าพลังปราณหยินนัก

ผ่านขั้นตอนเหล่านี้มาหลายวัน แน่นอนว่าฉื่อหยานนั้นมีพลังงานเชิงลบมากมาย แต่พลังงานเชิงลบเหล่านั้นกลับกระจายไปทั่วทุกเส่นชีพจรของเขา

ในร่างกายของเขามีชีพจรด้วยกันทั้งหมด 720 เส้น และแน่นอนว่าพลังงายเชิงลบต้องกระจายออกไป พลังงานเชิงลบที่อยู่ในเส้นชีพจรทั้งสามนั้นนับได้ว่าน้อยนิดนัก

อย่างไรก็ตาม เหมือนกับว่าไข่มุกพลังหยินจะสัมพัสได้ถึงพลังงานเชิงลบ และมันก็มุ่งมันที่จะปกป้องตัวเอง มันจึงปลดปล่อยไข่มุกพลังหยินทั้งหมดออกมา

จากนั้นพลังงานเชิงลบและไข่มุกพลังหยินในร่างกายของเขาก็หยุดต่อต้านกัน

ด้วยพลังปราณหยินธรรมชาติที่ไหลเข้ามายังวังวนมากขึ้นเรื่อยๆ , ไข่มุกพลังหยินอีกสามเม็ดก็ก่อตัวขึ้นใจกลางวังวนทั้งสาม . . . . . . .

ด้วยวิธีนี้ ไข่มุกพลังหยินสามเม็ดก่อนหน้านี้ที่ประทับไปยังชีพจรของเขาก็ได้รับการสนับสนุนและมันก็แข็งแกร่งมากขึ้น ไข่มุกพลังหยินค่อยๆปกคลุมไปทั่วเส้นชีพจรทั้งสามของฉื่อหยานช้าๆ

ในทางตรงกันข้าม มันกลายเป็นผู้ครอบงำพลังเชิงลบ และพลังงานเชิงลบเหล่านั้นก็หดกลับเข้าไปในมุมของเส้นชีพจรและหยุดก่อเรื่องวุ่นวาย โดยที่พวกมันไม่สามารถต่อต้านได้

เหนือขึ้นไปบนหัวของฉื่อหยาน , วังวนพลังหยินทั้งสามที่ใหญ่เหมือนภูเขาก็ดูดซับพลังปราณหยินธรรมชาติอย่างรวดเร็ว !

พื้นที่พลังหยินที่ไม่เคยมีแสงใดสาดส่องลงมาตลอดทั้งปี ก็ปรากฏเป็นแสงแรงสาดส่องลงมา !

ภายใต้การดูดอย่างบ้างคลั่ง ของวังวนพลังหยินขนาดเท่าภูเขาที่อยู่เหนือหัวฉื่อหยาน พลังปราณหยินธรรมชาติที่สะสมมาเป็นพันๆปี และครอบคลุมไปทั่วทุกพื้นที่พลังหยิน ก็ถูกดูดจนเหือดแห้งทันที !

อากาศที่เย็นและมืดมิดในพื้นที่พลังหยิน ก็ค่อยๆอุ่นขึ้นท่ามกลางแสงแดดที่สาดส่องลงมา

แสงแดดส่องสว่ามาจากบนท้องฟ้า และมันก็สาดส่องไปยังพิชพรรณและสัตว์อสูรที่อยู่ในพื้นทีพลังหยิน

พืชแปลกประหลาดเหล่านั้นกลายเป็นเหี่ยวเชาและหดตัวลงท่ามกลางแสงอาทิตย์ที่สาดส่อง .

เหล่าสัตว์อสูรคำรามอย่างบ้าคลั่ง พวกมันวิ่งหนีออกจากพื้นที่พลังหยิน มุ่งออกไปยังรอบนอกของบึงมรณะทันที

" เอ๊ะ ! " ซั่วฉื่ออุทานออกมา " พืชและสัตว์อสูรเหล่านั้นกลัวแสงแดดหลอกรึ ! "

" พืชในพื้นที่เติบโตขึ้นในพื้นที่พลังหยิน พวกมันได้จึงปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่นี่ แต่ตอนนี้ พลังปราณหยินธรรมชาติได้หายไปแล้ว และพืชเหล่านี้ก็ไม่เคยสัมผัสกับแสงแดดมาก่อนพวกมันจึงไม่สามารถทนได้ พวกมันทั้งหมดจึงเหี่ยวเฉาและตายไป " หวู่หยุนเหลียนกล่าว

" แล้วสัตว์อสูรหละ ? "

" มันก็เหมือนกัน สัตว์อสูรพวกนี้ที่อาศัยอยู่ที่นี่โดยบ่มเพาะพลังจากพลังปราณหยิน ในร่างของพวกมันนั้นเต็มไปด้วยพลังปราณหยินธรรมชาติ ธรรมชาติของพวกมันจึงชอบที่ร่ม ดังนั้น เมื่อพวกมันตระหนักว่า มีแสงแดดปรากฏขึ้น พวกมันก็ทำได้แค่เพียงวิ่งหนีหนีเข้าไปในบริเวณรอบนอกบึงมรณะ อย่างน้อยที่นั่นก็มีหมอก และร่มเงาของต้นไม้เก่าแก่พอให้พวกมันได้หลบซ่อน สำรหับพวกมัน ประเชิญกับพิษ ดีกว่าต้องประเชิญกับแสงแดด "

" นั่นก็หมายความว่า อสรพิษฟ้าเก้าหัวก็จะได้รับผลกระทบด้วยใช่หรือไม่ ? "

" แน่นอน " หวู่หยุนเหลียนดูสับสยและนางก็จ้องมองไปยังอสรพิษฟ้าเก้าหัว

ตอนนั้นเอง

ภายใต้ดวงอาทิตย์ที่ส่องสว่าง , สามหัวของอสรพิษฟ้าเก้าหัวที่หายใจออกมาเป็นพลังปราณหยินดูเหมือนจะอ่อนแอลงเรื่อย ๆ

ภายใต้การโจมตีของเซี่ยซินหยานหัวทั้งสามนั่นได้เพียงแค่หลบเลี่ยงกับมือยักษ์ที่นางปลดปล่อยออกมา โดยไม่มีพลังพอที่จะโต้กลับ

ชายร่างยักษ์ทั้งสองคนที่กังวลเกี่ยวกับเซี่ยซินหยางก่อนหน้านี้ ตอนนี้เองมันพวกก็หายใจโล่งอกออกมา

เขาคนหนึ่งมองกลับที่ฉื่อหยานจากระยะไกล เขาขมวดคิ้วและมองอย่างเงียบๆสักพัก ก็กล่าวว่า " เราต้องขอบคุณเจ้าหนุ่มนั่น ถ้าไม่ใช่เพราะเขาดูดซับพลังปราณพยินธรรมชาติทั้งหมดไปและทำให้แสงอาทิตย์สาดส่องมา อสรพิษฟ้าเก้าหัวคงยากที่จะจัดการ .

" อืมมมมมม.. ข้าประหลาดใจนัก ทำไม [ ตำราทมิฬ ] ถึงได้มาปรากฏยังที่แห่งนี้ , ข้าสงสัยว่าเขาได้มันมาครอบครองได้อย่างไร . . . . . . . "

" ตูม ตูม ตูม ! บูม บูม บูม " อสรพิษฟ้าเก้าร่างกระตุกตลอดทาง และมันหลบหนีไปยังหุบเขาพลังหยินทันที

ดวงตะวันได้ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้าและอสรพิษฟ้าเก้าหัว ร่างกายของมันก็ได้รับบาดจเจ็บสาหัส มันจึงหลบหนีไปเพื่อรักษาชีวิจของตัวเอง

" จับมัน ! "

ซัวฉีร้องออกมา เขาพุ่งตามไปพร้อมกับ จ้องที่อสรพิษฟ้าเก้าหัว

ชิ เสี่ยวและเซี่ยซินหยานพวกเขาทั้งสองได้สบตากัน และก็รู้ว่าประตูแห่งสวรรค์นั้นอยู่ในหุบเขาพลังหยิน ถ้าพวกเขาปล่อยให้อสรพิษฟ้าเก้ารักษาตัวหละก็ มันจะกลายเป็นปัญหาเพิ่มเติมในภายหลังได้

พวกเขาจึงเลือกที่จะกำจัดมันให้เร็วที่สุดแทน

ดังนั้น ชิ เสี่ยวและเซี่ยซินหยาน จึงตามไปทันที

เสียงร้องคำรามเหมือนฟ้าผ่าดังออกมาจากหุบเขาพลังหยิน ชิ เสี่ยว และคนอื่นๆก็จู่โจมไปที่อสรพิษฟ้าเก้าที่อยู่ในหุบเขาพลังหยิน

ที่ด้านนอกหุบเขา วังวนพลังหยินขนาดยักษ์ที่อยู่เหนือหัวของฉื่อหยานก็ค่อยๆหายไป

พลังปราณหยินธรรมชาติทั้งหมดได้ถูกดูดซับเข้ามาที่วังวรพลังหยิน

วังวนพลังหยินทั้งสามได้ก่อตัวขึ้นอีกครั้งอย่างสมบูรณ์ที่หน้าอกของฉื่อหยาน มันหลอมรวมกันและประทับลงไปยังเส้นชีพจรของเขา

รู้สึกว่าวังวนพลังหยินหยุดเคลื่อนไหว และไม่มีร่องรอยของพลังปราณหยินไกลเข้ามายังร่างกายของเขา ในที่สุดเขาก็ลืมตาตื่นขึ้นมา

ฉื่อหยานลืมตาและลุกขึ้นยืน เขามองดูรอบๆ และเห็นความแปลกใจปรากฏบนใบหย้าของ ฮันเฟิง หวู่หยุนเหลียน และคนอื่นๆ เขาจึงพูดขึ้น " ไปดูในหุบเขาพลังหยินกันเหอะ ดูเหมือนว่าอสรพิษฟ้าเก้าหัวใกล้จะถูกกำจัดแล้ว "

เป็นไปตามคาด เมื่อทุกคนได้ยินดังนั้น พวกเขาตระหนักว่า ฉื่อหยานจงใจหลีกเลี่ยงและเปลี่ยนไปพูดคุยเรื่องหุบเขาพลังหยิน

" นายน้อย ท่านเป็นเช่นไรบ้าง ? " กู่หลงช่วยไม่ได้ที่จะถามออก

" ข้าไม่เป็นไรหลอก ข้าเพียงแค่ฝึกฝนวิชาใหม่สำเร็จเท่านั้น แต่ข้าก็ไม่นึกว่าวิชานี่จะแปลกประหลาดเช่นนี้ " ฉื่อหยานขมวดคิ้ว เขาคิดบางอย่างขึ้นมาได้ และพยายามที่จะหมุนเวียน วังวนหลังหยินทั้งสาม ที่หน้าอกของเขา

ในที่สุดของพลังหยินที่แปลกก็ไหลออกมาจากสามเส้นชีพจรของเขา ได้แก่ เฉินเค้อ เทียนเค้อ หยินตู๋ พลังไหลออกมาจากวังวนทั้งสาม และเริ่มโคจรอย่างรวดเร็ว จากนั้นมันก็ปลดปล่อยพลังปราณหยินบริสุทธิ์ออกมา

พลังหยินนี่แตกต่างจากพลังปราณลึกลับนัก เพียงแค่เขาโคจรมายังแขนของเขา มันก็ไหลซึมออกมาแล้ว . . . . . . .

บนฝ่ามือของเขา ส่องแสงเย็นว่าบออกมา และค่อยๆปรากฏเป็นลูกแสงสีเขียวขึ้นมา ปกคลุมไปทั้งมือของเขา

ขณะที่ โคจรพลังปราณหยิน ลูกบอลแสงนี่ก็มีขนาดใหญ่ขึ้นและใหญ่ขึ้น และในที่สุดลูกบอลแสงสีเขียวก็กลายเป็นขนาดเท่ากับหัวมนุษย์

ฉื่อหยานค่อยๆหายใจ และค่อยๆโคจรมันกลับไป ลูกบอลสีเขียวอ่อน ก็เริ่มหดตัวลง และพลังปราณหยินก็โคจรกลับมายังวังวนพลังหยินทั้งสามดังเดิม และวังวนทั้งสามก็ถูกดูดซับกลับไปยังไข่มุกพลังหยินทั้งหกของเขาอีกครั้ง

ไข่มุกพลังหยินเป็นแหล่งกำเนิดพลังของ [ ตำราทมิฬ ] พวกเขาปลดปล่อยวังวนออกมา และควบคุมให้พลังปราณหยินไหลผ่านเส้นชีพจรเพื่อโจมตี

ฉื่อหยานลองนึกถึกขั้นตอนเมื่อสักครู่ ไม่นานก็พบว่า วิธีที่การใช้ [ ตำราทมิฬ ] มันไม่เหมือนกับการโคจรพลังปราณลึกลับอย่างอื่น

" เป่ยหมิงชาง ! เจ้ามาทำอะไรที่นี่ ? ! "

ในขณะนั้นเอง จากหุบเขาพลังหยิน จู่ๆก็เป็นเสียงชิเสี่ยวตะโกนออกมาอย่างตกใจ

ทุกคนที่อยู่นอกหุบเขาก็รู้สึกได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ

" เร็วเข้า ไปดูกันเถอะ ! " หวู่หยุนเหลียนบอกคนที่เหลือ และรีบวิ่งไปยังทิศทางของหุบเขาพลังหยิน

ฉื่อหยาน ฮันเฟิง และ กู่หลงก็ไม่ประมาทเช่นกัน ดังนั้น พวกเขารีบวิ่งออไป และวิ่งไปทางหุบเขาพลังหยินด้วยความเร็วสูงสุด––––––––––––––––––––––––

ห่างหายไปนานในการลงเว็ปนี้ ปัจจุบันเรื่องนี้แต่งไปจนถึงตอนที่ 1183 แล้วนะคะ หากสนใจอ่านติดตามได้ที่เพจด้านล่างเลยค่ะ

ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ที่เพจของเรา กดตรงนี้ >>GOS เทพเจ้าล่าสังหาร << ฝากกดไลท์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้แปลด้วยครับ

จบบทที่ บทที่ 90 ท้องฟ้าที่เปลี่ยนแปลง

คัดลอกลิงก์แล้ว