เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 70 เป็นจุดสนใจ

บทที่ 70 เป็นจุดสนใจ

บทที่ 70 เป็นจุดสนใจ


บทที่ 70 เป็นจุดสนใจ

 

" การประลองเริ่มได้  ! ! "

กรรมการก็ได้ประกาศเริ่มการประลองอย่างเป็นทางการ

โม่ซานสวมใส่รอยยิ้มที่เยือกเย็นและหยิ่งยโส

ในทันที กระแสไฟฟ้าก็ไหลออกมาจากร่างกายขอมันรูปร่างของมันคล้ายกับอสรพิษแต่มันเต็มไปด้วยกระแสไฟฟ้า

อสรพิษสายฟ้าพันไปรอบๆร่างกายของโม่ซาน ซึ่งทำให้มันดูเจิดจ้าขึ้นมาทันที

โม่ซาน นักรบในนภาที่สามของระดับก่อตั้ง , ยืนอยู่ในสนามประลองด้วยสีหน้าภาคภูมิใจ ในขณะที่อสรพิษสายฟ้าพันอยู่ทั่วร่างกายของมัน ส่งประกายสายฟ้าแล่บออกมา ซึ่งดูก็รู้แล้วว่าสายฟ้านั้นแข็งแกร่งกว่าของโม่หยานหยู และ โม่ฉี มากนัก .

ใบหน้าของมันค่อยๆซีดลง และ อสรพิษสายฟ้าก็บิดไปรอบๆร่างกายของเขา มันดูน่าหวาดกลัวเป็นอย่างมากเหมือนกับว่ามันกำลังจะกลืนกินอะไรสักอย่าง

" จิตวิญญานกายาแข็งถือได้ว่าเป็นจิตวิญญานต่อสู้ระยะประชิดที่แข็งแกร่งที่สุดในสมาคมการค้า หึหึ ข้าจะให้โอกาศเจ้า มานี่ข้าจะเข้าไปใกล้ๆเจ้าเอง ! " โม่ซานยังคงยืนอยู่และระเบิดเสียงหัวเราะออกมากด้วยความจองหอง และใบหน้าของมันก็เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ มันไม่สนใจฉื่อหยานแม้เพียงนิด

" เจ้านั่นช่างหยิ่งยโสนัก "

" ถูกต้อง มันหยิ่งยโสนักเกินไป แต่ด้วยจิตวิญญานสายฟ้าของตระกูลโม่นั้นแข็งแกร่งเกินไป . . . ผลที่ได้ก็ค่อนข้างชัดเจนอยู่แล้ว "

" ถูกต้อง ตระกูลฉื่อจะต้องพ่ายแพ้ราบคาบแน่นอน " .

" . . . . . . . "

รอบๆสนามประลอง เหล่านักรบที่ยืนอยู่บนแผ่นหินเขียวต่างก็สั่นศีรษะของพวกเขา และคิดว่าฉื่อหยานนั้นไม่สามารถเอาชนะโม่ซานได้แน่นอน .

แม้แต่คนตระกูลฉื่อเองต่างก็อามรมณ์เสียและ ถอนหายใจออกมาด้วยความผิดหวัง

" อืม "

ด้วยสายตาที่เฉยเมยมองฉื่อหยาน เขาแสยะยิ้มและก้าวเดินไปที่โม่ซานอย่างสบายๆ ราวกับว่าเขาไม่ได้คิดอะไรกับสิ่งที่เกิดขึ้น

ในขณะที่เขากำลังเดินเข้าไป ร่างกายของเขาก็ค่อยๆเกร็งขึ้น ผิวของเขากลายเป็นสีเทา

ก่อนที่เขาจะด้าวเข้ามาที่สนามปะลอง ฉื่อหยานได้ถาผงบางอย่างบนร่างกายของเขา

แป้งนั้นไม่ได้ช่วยอะไรนอกจาก เปลี่ยนสีผิวของจิตวิญญาณการต่อสู้ของเขาเท่านั้น เพื่อให้มันดูเป็นสีเทาถึงแม้ว่าจิตวิญญานกายาแข็งของเขาจะอยู่ในขั้นที่สองก็ตาม

ฉื่อเจี้ยน ทำเช่นนี้เพื่อหลีกเลี่ยงการกล่าวหาว่าคดโกง ใครๆต่างก็รู้ว่า นักรบจากตระกูลฉื่อจะมีจิตวิญญารกายาแข็งได้จะต้องบรรลุถึงระดับมนุษย์เสียก่อน

" นี่ เจ้าดูไม่มีอะไรต่างจากตอนที่เจอในศาลาฤดูใบไม้ผลิเลยสักนิด ! ข้าคิดว่าเจ้าจะฉลาดกว่านี้เสียอีก ! " โม่ซายยิ้มอย่างเย็นชาด้วยใบหน้าที่ซีดเซียวของมัน มันยังคงยืนนิ่งรอฉื่อหยานเดินเข้ามา

" ข้าจะโง่หรือไม่ เด๋วเจ้าก็จะได้เห็นเองในไม่ช้านี้ " ฉื่อหยานส่ายหน้าด้วยรอยยิ้ม เขาพูดขณะที่อยู่ห่างจากโม่ซานเพียงแค่สามเมตร .

" หึ ! "

ทันใดนั้น โม่ซานก็ตวาดออกมาด้วยเสียงต่ำและส่งอสรพิษสายฟ้าที่กำลังม้วนรอบร่างกายของมัน พุ่งไปทางฉื่อหยานสองตัวทันที

" บ้าเอ๊ย ! ! ! " ฉื่อเตี่ย ร้องออกมาด้วยความกลัว " พาเขาออกมาสะ ! "

" หลบมันสะ " ฉื่อเจี้ยนทำอะไรไม่ได้ ได้เพียงแต่ตะโกนร้องออกมา

" ฟ่อฟ่อฟ่อ ! "

อสรพิษสายฟ้าหนาขนาดหนึ่งนิ้ว สองตัวแยกออกจากกันทันทีพวกมันเคลื่อนไหวเหมือนกับว่าพวกมันมีชีวิตจริงๆ พวกมันกระจายไปรอบๆเพื่อพันไปที่ร่างของฉื่อหยานโดนไร้ช่องโหว่ให้หลบหนี .

โดยไม่สนใจเสียงร้องของนักรบตระกูลฉื่อ อสรพิษสายฟ้าก็ห่อไปที่ฉื่อหยานอย่างหนาแน่นทันที

" บัดซบ ! " ฉื่อเตี่ย สายตาเต็มไปด้วยความกลัว เขาถอนหายใจออกมา " เจ้าเด็กโง่ เหตุใดเขาจึงไม่หลบ เขาไม่เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับเทียนหยุนหรือไง ! ตอนนี้เขาจะต้องประสบเหตุการณ์เดียวกันแน่ ! เสร็จกัน ! "

" ไม่น่าแปลกใจเลย ! "

" ถูกต้อง สุดท้าย เจ้าโง่นี่ก็เอาแต่ศึกษาหนังสือโบราณเท่านั้น ! "

" ไม่แปลก ข้าคิดเอาไว้แล้ว เขาจะต้องไม่สามารถตอบโต้ใดๆได้แน่ .

รอบๆเวทีการต่อสู้ นักรบเหล่านั้นทุกคนต่างก็รู้สึกเวทนาฉื่อหยานเป็นอย่างมาก พวกเขาสั่นศีรษะ

 

และมันก็ทำเช่นเดียวกับที่ทุกคนคิด !

โม่ซานฉวยโอกาสนี้และรีบพุ่งไปที่ฉื่อหยานพร้อมกับปลดปล่อย [ คมเสี้ยวมรกต ] ออกใสในมือข้างซ้ายและ [ ลูกอัศนีมรกต ] ที่ส่องแสงสีเขียวอ่อนออกมาในมือข้างขวาของมัน มันนั้นจงทำให้คู่ต่อสู้ของมันถูกพันแน่นไว้ด้วยอสรพิษสายฟ้า

" ตูม ตูม ตูม ตูม ! บูม บูม บูม บูม "

[ คมเสี้ยวมรกต ] และ [ ลูกอัศนีมรกต ] ถูกยิงออกไปเหมือนกับลูกศร พวกมันครอบคลุมไปทั่วร่างของฉื่อหยานทันที

ภายใต้การโจมตีที่รุนแรงของโม่ซาน ไม่มีใครเห็นฉื่อหยานที่ถูกฝังอยู่ใต้ฝุ่นที่กระจายขึ้น และพวกมันก็คิดว่าเขาจะต้องพ่ายแพ้แล้วอย่างแน่นอน

หลังจากที่ [ คมเสี้ยวมรกต ] [ ลูกอัศนีมรกต ] สิ้นสุดการโจมตีครั้งสุดท้ายฝุ่นก็เริ่มจางลง และผู้ชมก็เริ่มเห็นเวทีชัดขึ้นอีกครั้ง

และสิ่งที่พวกเขาเห็นก็คือ ฉื่อหยานยังคงยืนอยู่ตรงนั้น ไม่ได้เคลื่อนไหวไปไหน และเขาเอง ก็ดูไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่น่อย สิ่งที่เห็นก็มีเพียงควันที่ลอยออกมาจากเสื้อของเขาเท่านั้น

" หืม ? "

" เกิดอะไรขึ้น ? "

" มันไม่จริงใช่หรือไม่ ? "

นักรบรอบๆสนามต่างก็เห็นได้ชัดว่าลำแสงสีเขียวมากมายในพุ่งไปกระแทกกับฉี่หยานแน่นอน , แต่ก็ต้องประหลาดใจ เพราะฉื่อหยานนั้นยังคงยืนอยู่อย่างมั่นคงเหมือนกับภูเขา

แม้แต่เป่ยหมิงชางยังวางถ้วยชาในมือลงและมองไปที่ฉื่อหยานด้วยความประหลาดใจ มันขมวดคิ้วแล้วพึมพำว่า " นี่ช่างแปลกนัก "

โม่ตั่ว สีหน้าเปลี่ยนไป แต่เขายังคงสงบอยู่ และได้แต่ถอนหายใจออกมาหนึ่งครั้ง

 

ร่างของฉื่อเจี้ยนสั่นสะท้านอีกครั้งและก็มีแสงสว่างผ่านดวงตาของเขา หลังจากนั้นเขาก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ เขาใช้มือข้างหนึ่งหยิบก้อนหินขึ้นมาและกำมันเป็นผุยผงด้วยความตื่นเต้น

" พี่ใหญ่ ! "

" ท่านหัวหน้าตระกูล "

ฉื่อเตี่ย และนักรบจากตระกูลฉื่อต่างก็จ้องไปที่ ฉื่อเจี้ยนในเวลาเดียวกัน พร้อมกับสีหน้าทีเต็มไปด้วยความสุขและความสับสนบนใบหน้าของพวกเขา

" ยังหลอก ! " ฉื่อเจี้ยนตะโกนออกมาจากปากที่สั่นเทา

ทุกคนต่างก็สับสนเมื่อได้ยินเช่นนั้น และตอนนั้น ฉื่อเตี่ยและข้ารับใช้จากตระกูลฉื่อต่างก็มุ่งความหวังไปที่ฉื่อหยาน

ฉื่อหยานยังคงถูกพัวพันด้วยอสรพิษสายฟ้าอยู่ , เขาเพียงแค่รู้สึกชาเล็กน้อยเท่านั้น หลังจากใช้กายาแข็งเขาก็ไม่รู้สึกอะไรอีก และใบหน้าของเขายังคงเฉยเมยเหมือนไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น

ในทันที ก็มีควันจางๆค่อยๆลอยออกมาจากแขนเสื้อของมัน พวกมันครอบคลุมไปที่อสรพิษสายฟ้าเหล่านั้นทันที ด้วยความจางของมันจึงไม่มีใครสามารถเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่แขนของเขาได้

ในขณะที่เขาถูกโจมตีอย่างหนัก พลังงานเชิงลบของเขาที่ผสมกับพลังปราณลึกลับก็ได้ทะลักออกมาจากแขนของเขา กลายเป็นห้าวงหมุนขนาดเล็ก ลอยหมุนอยู่รอบๆตัวเขา

วงหมุนเหล่านี้ที่ถูกสร้างขึ้นมา ย่อมเป็นวิชา [ สนามโน้มถ่วง ] แน่นอน พลังงานทั้งสองที่หลอมรวมกันนี้ก็ค่อยไปลอยไปด้านหลังของโม่ซาน .

ไม่มีใครที่สามารถมองเห็นวงหมุนนี้ได้ นอกจากฉื่อหยาน ในสนามประลองแห่งนี้มีเพียงแค่นักรบไม่เกินระดับมนุษย์เท่านั้นพวกมันไม่สามารถสัมพัสได้อย่างแน่นอน แต่ก็มีนักรบที่อยู่ในระดับเดียวกับเป่ยหมิงชางอยู่บ้างที่พอสัมพัสได้

" โม่ซาน เจ้านี่อ่อนแอจริงๆ ! " ในสายตาของผู้ชม ฉื่อหยานขยายปากของเขาออกและ เขาก็เริ่มหัวเราะพร้อมกับแสยะยิ้ม " เจ้าไม่สามารถทำอะไรข้าได้ทั้งๆที่ข้ายืนอยู่เฉยๆงั้นรึ เห้อ…. สงสัยตระจริงๆว่าตระกูลโม่เป็นหนึ่งในตระกูลทั้งห้าทียิ่งใหญ่ได้อย่างไร ข้าดูแล้วพวกเจ้าก็มีเพียงแค่วิชาปาหี่เท่านี่น "

" นี่เจ้า … ดี.. เจ้าหาเรื่องตายเองนะ " ใบหน้าของโม๋วานก็เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว มันกลายเป็นซีดเซียวและไร้ชีวิตชีวามากกว่าเดิม มันพุ่งไปทางฉื่อหยานอย่างรุนแรงเช่นเดียวกับที่โม่ฉีพุ่งไปที่ฉื่อเทียนหยุน จากนั้นมันก็เริ่มไล่ฉื่อหยานอย่างบ้าคลั่ง

" ตูม ตูม ตูม ! ปัง ปัง ปัง ! "

โม่ซานโจมตีไปที่ฉื่อหยานอย่างหนักหน่วงและไม่หยุดยั้ง ไม่นานบนสนามก็เต็มไปด้วยแสงสีเขียวอ่อนผสมกับพลังปราณลึกลับกระจายไปทั่ว

" อ่อนแอจริงๆ โม่ซาน นี้เจ้าเป็นสตรีหรือป่าวเนี้ย ? "

ภายใต้การโจมตีของโม่ซาน ฉื่อหยานยังคงไม่เคลื่อนไหวและยังยืนอยู่กับเหมือนกับภูเขาที่มั่นคงและเขาก็ยังไม่หยุดสั่นศีรษะพร้อมกับเยาะเย้ยด้วยคำพูดร้าย " นี่เจ้าเป็นสตรีจริงๆงั้นรึ ข้าสามารถตอบสนองความต้องการภรรยาของเจ้าในวันแต่งงานได้นะ เจ้าอย่าได้หลอกตัวเองอีกต่อไปเลย "

นี่ช่างเป็นคำพูดที่รุนแรงนัก !

หลิงเยว่เยว่จากตระกูลหลิงก็ยืนขึ้นและสาปแช่งไปที่ฉื่อหยาน " เจ้าไปตายสะ ไอ่บัดซบ ! "

" ข้าจะฆ่าเจ้า ! "

โม่ซานพูดอย่างหึกเหิมและมันก็รวบรวมพลังทั้งหมดเพื่อโจมตีในครั้งเดียว มันพุ่งไปที่ฉื่อหยานอีกครั้งและชกมัดของมันออกไปอย่างรุนแรง

" ปัง ! "

อย่างไรก็ตาม ฉื่อหยานเพียงแค่เหยียดขาข้างหนึ่งออกไปและเตะไปที่หน้าอกของโม่ซานเท่านั้น ด้วยการเตะจากขาของเขาเพียงแค่ครั้งเดียว , ก็ส่งร่างของโม่ซานกระเด็นออกไปไกลห้าเมตร

" น่าเบื่อจริงๆ " ฉื่อหยานคำรามออกมาด้วยความผิดหวัง พร้อมกับสะบัดอสรพิษสายฟ้าขาดออก

อสรพิษสายฟ้าที่พัวพันอยู่กับร่างกายของเขาก็แตกกระจายไม่มีชิ้นดี !

เกิดเป็นสายฟ้ากระจายไปทั่วเวที

" ระวัง ! ! ! "

" บ้าจริง ! "

นักรบที่อยู่ใกล้เวทีก็ตะโกนและรีบโคจรพลังปราณลึกลับของพวกมันเพื่อป้องกันกระแสไฟฟ้าที่กระจายออกมา

" ยอดเยี่ยม ! " ซั่วชู ตบแขนของไปที่เก้าอี้ของเขาและพูดยกย่อง " ข้าหละชอบเจ้าเด็กนี่จริงๆ ! "

ดวงตาของซั่วฉื่อส่องประกายสดใสออกมาขณะที่มองไปที่ฉื่อหยานนางพูดพร้อมกับรอยยิ้ม " เจ้านี่มันจริงๆเลย " .

" พี่ใหญ่ ! "

" ท่านหัวหน้าตระกูล อะ . . . . . . . นี่เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ? "

ในอีกด้าน ฉื่อเตี่ยและข้่ารับใช้คนอื่นๆต่างก็มองมาที่ฉื่อเจี้ยนด้วยความประหลาดใจ

" ไม่มีอะไร มันก็แค่ตระกูลโม่นั้นอ่อนแอเกินไป " ฉื่อเจี้ยน ตอบสั้น ๆและมองต่อไปที่ฉื่อหยาน แล้วเข้ากดสูดลมหายใจเข้าด้วยความสดชื่น

โม่ตั่วลุกขึ้นด้วยใบหน้าที่กลายเป็นสรเขียว มันจ้องไปที่โม่ซานและลมหายใจของมันก็กลายเป็นหนักขึ้นเรื่อยๆ

" แววตาเช่นนั้น เหมือนข้าเคยเห็นเขาที่ไหนมาก่อน . . . . . . . " ในอีกด้านที่ตระกูลเป่ยหมิง ตี่ย่าหลาน พบข้อสงสัยอะไรบางอย่าง นางพึมพำหลังจากที่คิดอยู่นาน

และตอนนั้นเองก็ไม่มีใครสนใจไปที่นางเช่นกัน พวกเขาทุกคนกลับจ้องไปที่ฉื่อหยานและติดตามความเคลื่อนไหวของเขาแทน

หลังจากที่กำจัดอสรพิษสายฟ้าไปแล้ว ฉื่อหยานก็เริ่มเดินไปที่โม่ซานอย่างเนิบๆ . โม่ซานยันตัวเองขึ้นจากพื้นแล้วก็พุ่งไปที่ฉื่อหยานด้วยความโกรธอีกครั้ง

ในตอนนั้นเอง !

ร่างของโม่ซานก็เริ่มบิดเบี้ยวอย่าประหลาดเหมือนกับดอกไม้ที่ถูกพักในอากาศ บางสิ่งที่มองไม่เห็นได้ดึงดูดมันไว้แน่น ยิ่งมันพยายามดิเนเท่าใด , พลังดึงดูดประหลาดก็ยิ่งดูดมันแรงขึ้น ในที่สุด มันก็ลอยขึ้นไปในอากาศ . . . . . . .

เหมือนกับว่ามันมีมือที่มองไม่เห็นกำลังลอยอยู่ที่ด้านหลังของมัน และมือนั่นก็ได้คว้าไปที่คอของมันและยกมันลอยขึ้น

" นี่มันเกิดอะไรขึ้น ? "

" ข้าไม่รู้ เกิดอะไรขึ้นกับโม่ซานกัน ? นี่เขาเสียสติไปแล้วหรือ ? "

" ใครจะไปรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมโมซานถึงลอยในอากาศเช่นนั้น เขาอยู่ในระดับนภางั้นรึ ? "

" เจ้าคิดว่ามันเป็นไปได้หรือไง ! "

 

" . . . . . . . "

เสียงพูดคุยดังออกมารอบๆสนามประลอง

ฉื่อหยานมาเดินเข้ามาใกล้ขึ้นด้วยสีหน้าเฉยเมย และเขาก็ค่อยๆยื่นมือออกไปทางโม่ซาน . จากนั้นเขาก็เอานิ้วมือทั้งห้าของเขาแทงเข้าไปที่เข่าของโม่ซานเหมือนกับหอกที่แหลมคม

" แก๊ก ! แกร๊กก ! "

เกิดเป็นเสียงกระดูกแตกหักดังออกมาชัดเจนจากเข่าของโม่ซาน

" แก๊ก ! แกร๊กก !  "

จากนั้นก็มีเสียงเช่นเดิมดังขึ้นมาจากที่ไหล่ของมัน

" ท่านปู่ ! "

โม่ซานแทบสติแตก ต่อหน้าฉื่อหยาน ช่วยไม่ได้ที่เขาจะล้มและคุกเข่าของมันลง

ตอนนี้มันไม่มีกระดูกข้อต่ออีกต่อไปแล้ว สภาพของมันดูน่าเวทนานักเมื่อมันคุกเข่าลงต่อหน้า ฉื่อหยาน

ใบหน้าของคนจากตระกูลโม่กลายเป็นมืดมน พวกัมนคำรามออกมาอย่างบ้าคลั่ง "ฉื่อหยาน , ข้าจะฆ่าเจ้า ! ข้าจะฆ่าเจ้า ! "

" โอ้ จริงรึ ? " ฉื่อหยานตอบรับอย่างดี เขาคว้าไปที่คอของโม่ซานและยกมันขึ้นสูงไปในอากาศอีกครั้ง

โม่ซานพยายามที่จะปลดปล่อยวิชาสายฟ้าต่างๆไปที่ฉื่อหยาน แต่ก็ไร้ผล

ในสายตาของคนนับร้อย โม่ซานกำลังถูกยกขึ้นโดยฉื่อหยาน ซั่งนั่นเป็นการดูถูกอย่างชัดเจน !

ฉื่อหยาน ตั้งใจที่จะแสดงสีหน้าโม่ซานให้กับนักรบทุกคนให้เห็น เขายกร่างของโม่ซานขึ้นและเดินวนบนสนามประลอง เพื่อให้นักรบทุกคนสามารถมองเห็นถึงความทุกข์และความกลัวบนใบหน้าของโม่ซาน .

หลังจากเดินวนหนึ่งรอบ ฉื่อหยานก็มองไปฉื่อเจี้ยนเพื่อส่งข้อความบางอย่าง : จะให้ข้าฆ่ามันหรือไม่ ?

รอบเวทีต่างเงียบลงอย่างฉับพลัน และนักรบทุกคนต่างจ้องมองไปที่ ฉื่อหยาน

ห่างออกไป 10 เมตร , ฉื่อเจี้ยนได้ส่งข้อความบางอย่างมาที่ฉื่อหยานด้วยการพยักหน้า

เมื่อโม่ตั่วที่กำลังจ้องไปที่ฉื่อเจี้ยนและเห็นเขาพยักหน้าเบาๆ ใบหน้าของมันก็กลายเป็นแข็งค้างทันที

" เรายอมแพ้ ! " โม่ตั่วพูดออกไปอย่างตกใจ เขาพูดขอร้องออกไป หลังจากที่มันมองไปที่ดวงตาที่เย็นชาของฉื่อหยาน " เรายอมแพ้ ! เรายอมแพ้ ! "

" หยุดเดี๋ยวนี้ ! ! ! ! ! " กรรมการที่อยู่ตรงโต๊ะก็ประกาศออกมาทันที

" แกร๊ก ! "

ในตอนนั้นเองก็มีเสียงแตกหักดังออกมาจากคอของโม่ซาน และหัวของมันก็ตกลงอย่างเบาๆ

นักรบทั้งหมดกลายเป็นหวาดกลัว พวกมันมองไปที่ฉื่อหยานที่พึ่งหักคอของโม่ซานอย่างเงียบงัน

ทั่วทั้งสนามประลองกลายเป็นเงียบงัน

ภายใต้สายตาของทุกคน , ฉื่อหยานก็โยนร่างของโม่ซานออกไปโดยไม่ใยดี

" ม่ายยยยยยย ! "

ศพของโม่ซานถูกโยนมาถึงด้านหน้าของโม่ตั่วโดยห่างกันเพียงสามเมตร พร้อมกับหัวของโม่ซานที่บิดอย่างแปลกประหลาด

เขาหัวเราะเยาะตระกูลโม่สักพัก จากนั้นฉื่อหยานก็เดินกลับไปที่ตระกูลฉื่อโดยไม่ใส่ใจสายตาที่มองมา และเขาก็นั่งลง

––––––––––––––––––––––––

ห่างหายไปนานในการลงเว็ปนี้ ปัจจุบันเรื่องนี้แต่งไปจนถึงตอนที่ 1183 แล้วนะคะ หากสนใจอ่านติดตามได้ที่เพจด้านล่างเลยค่ะ

ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ที่เพจของเรา กดตรงนี้ >>GOS เทพเจ้าล่าสังหาร << ฝากกดไลท์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้แปลด้วยครับ

จบบทที่ บทที่ 70 เป็นจุดสนใจ

คัดลอกลิงก์แล้ว