เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 71 ใช้ประโยชน์กับสิ่งที่เกิดขึ้น

บทที่ 71 ใช้ประโยชน์กับสิ่งที่เกิดขึ้น

บทที่ 71 ใช้ประโยชน์กับสิ่งที่เกิดขึ้น


บทที่ 71 ใช้ประโยชน์กับสิ่งที่เกิดขึ้น

" เจ้าเฒ่า ฉื่อเจี้ยน ! "

โม่ตั่ว ดวงตาของมันเต็มไปด้วยความเกลียดชังที่ไม่มีที่สิ้นสุด พร้อมกับคำรามออกมาอย่างโวยวายขณะที่ขึ้นไปยังสนามประลอง , " เจ้าฆ่าโม่ซานหลานชายของข้า ! เจ้าต้องการจะทำลายอนาคตของตระกูลโม่ใช่หรือไม่ ดี ! งั้นข้าจะฝังเจ้าไปพร้อมกับเขา"

การตายขอโม่ซานทำให้มันบ้าคลั่ง โม่ตั่วไม่สนใจการลองอีกต่อไป มันพุ่งไปที่ตระกูลฉื่อทันที

เมื่อเห็นโม่ตั่วจะลงมือ นักรบจากตระกูโม่ก็ลุกขึ้นทันที พวกมันทั้งหมดขึ้นไปบนสนามประลองและตามโม่ตั่วไป

" โม่ตั่ว ! หลานชายทั้งสองของข้าเองก็นอนอยู่นี่เจ้าเห็นไหม ! " ฉื่อเจี้ยนเต็มไปด้วยความโกรธ เขาจ้องไปที่โม่ตั่วที่อยู่ด้านหน้า จากนั้นก็แสยะยิ้ม " เจ้าอารมณ์ดีเมื่อชนะ แต่กลับอารมณ์เสียทันทีเมื่อเจ้าแพ้ ฮึ่ม ! ถ้าเจ้าไม่อยากสูญเสีย ก็ไม่ต้องเข้าร่วมการประลองตั้งแต่แรกก็สิ้นเรื่องแล้ว ! "

" พวกเจ้าหยุดเดี๋ยวนี้ ! "

ใบหน้าของเป่ยหมิงชางก็เปลี่ยนไปและมันลุกขึ้นยืน จู่ๆอุณหภูมิรอบๆสนามประลองก็กลายเป็นลดลงและเต็มไปด้วยความหนาวเย็น ซึ่งไหลออกมาจากร่างกายของมัน

ถึงแม้ว่าจะมีดวงอาทิตย์ลอยตัวสูงอยู่เหนือหัว แต่ทุกๆคนรอบสนามต่างก็หนาวเย็น

" ถอยไป ! " โม่ตั่วหันหลัวกลับไปทางนักรบตระกูลโม่ และตะโกนออกมาอย่างเจ็บใจ

ยอดฝีมือจากตระกูลโม่ต่างก็เต็มไปด้วยความไม่พอใจ แต่ด้วยสายตาที่เยือกเย็นของเป่ยหมิงชางที่จ้องมา พวกมันก็กลับไปยังพื้นที่ของตร

" ฉื่อเจี้ยน เจ้ากล้าประลองกับข้าตัวต่อตัวหรือไม่ ! " เมื่อทุกคนในตระกูลโม่ได้ถอยกลับมาแล้ว โม่ตั่วก็คำรามออกมาจากกลางเวที

" ว้าว ! เป็นไปไม่ได้ ? "

" หรือว่านี่ ! เราจะได้ดูการต่อสู้ระหว่างหัวหน้าตระกูลกัน ! "

" ไม่เสียแรงเลยที่ข้าเดินทางไกลมาชม นี่ช่างน่าตื่นเต้นจริงๆ ! "

ฝูงชนต่างเต็มไปด้วยความตื่นเต้น พวกมันมองไปที่ฉื่อเจี้ยนด้วยความคาดหมายบางอย่าง

" เจ้าคิดว่าข้าไม่กล้ารึ ! " ฉื่อเจี้ยนแสยะยิ้ม และก้าวเข้ามากลางสนามประลอง และเขาก็หันไปทางเป่ยหมิงชางและกล่าวว่า " ท่านหัวหน้าตระกูลเป่ยหมิง โม่ตั่วและข้าจะประลองกันอย่างยุตธรรม ข้าอยากแน่ใจว่า นี่ไม่ผิดกฏใช่หรือไม่ ? "

อากาศหนาวเย็นก็ค่อยๆไหลกลับเข้าไปในร่างของเป่ยหมิงชาง . มันมองกลับไปพร้อมกับย่นคิ้ว แล้วจึงค่อยๆนั่งลง มันส่ายหัวและถอนหายใจออกมา" เจ้าทั้งสองต้องการอย่างนั้นจริงๆรุ ? หากเจ้าต้องการจะประลองกัน ข้าก็จะไม่หยุดพวกเจ้า ข้าหวังว่าพวกเจ้าจะรู้จักควบคุมตัวเอง และไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน "

ฉื่อหยานจ้องมองไปที่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างเรียบเฉย จากนั้นก็เดินไปนั่งยังโต๊ะของตระกูลฉื่อ เมื่อเห็นฉื่อเจี้ยนก้าวขึ้นไปบนสนามประลอง คิ้วของเขาก็ย่นเข้าหากัน แค่มองดูก็รู้แล้วว่า เรื่องนี้ไม่จบง่ายๆแน่

อย่างไรก็ตาม เมื่อทั้งสองกำลังจะเริ่มประลองกันถึงตายกัน ทั้งเมืองเทียนหยุนก็สั่นสะเทือนสองครั้ง จากนั้น ไกลออกไป หอคอยหินสูงหลายสิบเมตรก็ล้มลง

ห่างไปหลายพันเมตร สามารถเห็นเงาร่างของหญิงสาวอยู่เหนือหอคอยได้ , นางสวมชุดสีดำ และสวมหมวกไม้ไผ่ .

เห็นได้ชัดว่านางเป็นสตรีที่งดงาม

หญิงงามที่เหมือนเทพธิดานี้ ได้ยกมือขึ้นเหนือหัว และเหมือนกับว่านางกำลังถืออะไรสักอย่าง

บรรยากาศรอบๆดูแปลปวน เต็มไปด้วยก้อนเมธและหมอกควัน

จู่ๆหมอกควันที่ไหลเหมือนกับสายน้ำก็กลายเป็นเสาเพลิงขนาดยัก , และพุ่งลงมาเหมืนกับว่ามันมาจากสวรรค์ พุ่งไปที่มือของหญิงงาม

ทุกพื้นที่เต็มไปด้วยความร้อนซึ่งมันไหลออกมาจากร่างของหญิงสาว

นักรบที่อยู่รอบๆสนามประลองไกลออกพันเมตรต่างเต็มไปด้วยความหวาดกลัว

ปรากฏเป็นเส้นสายบางอย่าง พุ่งออกมาจากร่างกายของนาง เส้นสายนั้นมีความหนาเป็นอย่างมาก มันมีสีรุ้งและเคลื่อนไหว ไปรอบๆร่างของนาง

" นั้นมัน ยอดฝีมือระดับนภาหนิ "

" หญิงสาวคนนั้นเป็นใครกัน ? นางช่างแข็งแกร่งยิ่งนัก ! "

" เกิดอะไรขึ้น ? ทำไมถึงยอดฝีมือในระดับนภาปรากฏตัวขึ้นที่เมืองแห่งนี้ ? "

ทุกคนที่อยู่รอบๆสนามประลองต่างก็หันไปที่นาง โดยไม่สนใจฉื่อเจี้ยนและโม่ตั่วที่อยู่บนสนามประลอง

ท่ามกลางแสงแดดที่ร้อนระอุ หญิงสาวที่มีร่างกายสมบูรณ์แบบ ก็ยกมือของนางในอากาศ

ทันใดนั้นก็ปรากฏมือขนาดใหญ่โผล่ออกมาจากท้องฟ้าที่สดใส และทุบลงไปที่ภูเขาอย่างบ้าคลั่ง

ภายใต้ยักษ์มือ มีจุดสีดำปรากฏขึ้น และมันกำลังขยายขนาดขึ้นเรื่อยๆ . . . . . . .

จุดสีดำนั่นจู่ๆก็ค่อยๆปรากฏเป็นเงาของมนุษย์ขึ้น

มือที่ใหญ่ยักษ์เหมือนมือของพระเจ้า ก็ได้แผ่ปกคลุมไปทั่วหลายร้อยเมตร จากนั้นก็ฟาดลงบนพื้นด้วยแรงมหาศาล . ภาพเงามนุษย์ที่ปรากฏขึ้นมา พลันระเหยหายไปใต้มือยักษ์

" บูม ! "

มือยักษ์ได้ทำลายตึกสูงสามสิบเมตรที่แข็งแกร่งเหมือนเหล็กเหมือนกับบดเม็ดถั่ว , จากนั้นหญิงสาวก็ลอยไปรอบๆ , ร่างที่สวมชุดสีดำและหมวกไม้ไผ่ก็ปรากฏอยู่เหนือซากตึกที่ถูกทำร้าบ จากนั้นนางก็ลอยไปยังกลางสนามประลอง

เพียงไม่กี่วินาที นางก็มาถึงสนามประลอง และยืนอย่างหยิงทรนงพร้อมกับมองไปยังฝูงชนด้านล่าง นางที่เหมือนเทพธิดาก็พูดขึ้น " แผนที่อีกส่วนหนึ่งอยู่ในมือข้า หัวหน้าตระกูลโม่ หากเจ้าต้องการมันก็มาแย่งมันต่อหน้าข้า อย่าได้ทำลับหลังเช่นนี้ . "

" ตระกูลโม่ของเราไม่ได้ทำสิ่งใดทังนั้น ! " โม่ตั่วเงยหน้ามองไปที่นาง และส่งเสียงคำรามออกมา และก็มีประกายแสงปรากฏขึ้นในดวงตาของมัน

โม่ตั่วนั้นอยู่เพียงนภาที่สามของระดับรู้แจ้งเท่านั้น แต่หญิงสาวคนนั้น กำลังลอยอยู่บนอากาศ ซึ่งสามารถบอกได้เลยว่านางนั้นอยู่ในระดับนภา "

มีหรือที่โม่ตั่วจะไม่กลัว ?

" คุณหนู ! "

เป็นชายร่างยักษ์สองคนเดินฝ่าฝูงชนเข้ามา และทันทีมันก็ปรากฏตัวขึ้นบนสนามประลอง

เทพธิดาชี้ไปที่โม่ตั่วและสั่งคำสั่งออกไป " ไปสั่งสอนมัน "

" ขอรับ คุณหนู ! "

ชายร่างยักษ์สองคนกล้ามเนื้อของมันกลายเป็นแข็งตรึง . และร่างของมันก็สูงขึ้นสองเมตรพร้อมกับผมสีดำที่ยาวขึ้น

ชายสองคนกลายเป็นเหมือนสัตว์ร้ายที่บ้าคลั่ง ดวงตาของมันเต็มไปด้วยความกระหายเลือด และ ชายบ้าคลั่งทั้งสองก็พุ่งออกไป แรงระเบิดเกิดขึ้นทุกครั้งที่มันก้าวผ่านพื้นหินสีเขียว และเกิดเป็นรอบแตกขึ้น ทุกครั้งที่พวกมันก้าวเดิน !

" พวกเจ้าเป็นใครกัน ? นี่คืองานประลองของสมาคมการค้า พวกเจ้าไม่ได้รับอนุญาตให้สร้างปัญหาที่นี่ ! " เสียงของเป่ยหมิงชางดังก้องไปถึงสวรรค์พร้อมกับอากาศหนาวเย็นเริ่มไหลออกมาจากร่างของมัน

เป่ยหมิงชางลอยขึ้นมาและคำรามออกมา

จากนั้นก็ปรากฏเป็นลูกบอลเปลวเพลิงสีน้ำเงินแปลกประหลาดออกมาจากร่างของมัน เปลวไฟเหล่านั้นในไม่ช้าพวกมันก็กล้ายเป็นไอน้ำแข็ง ไอน้ำแข็งเหล่านี้ที่สามารถแช่แข็งได้ทั้งโลกและสวรรค์ , จากนั้นมันก็พุ่งไปที่หญิงงามนางนั่น

" เป่ยหมิงชาง งั้นรึ " เป็นเสียงของหญิงงดงามที่พูดออกมาอย่างเรียบเฉย " นี่เป็นธุระของศาลาหมอก ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับตระกูลเป่ยหมิงของเจ้า เจ้าสามารถทำตัวเป็นประมุขในสมาคมการค้าได้ แต่ในมหาสมุทรไร้สิ้นเจ้าก็เป็นเพียงแค่นักรบชั้นต่ำ ! เจ้าควรจะรู้ฐานะของตัวเองเสียบ้างนะ ! "

" โอหังนัก ! " เป่ยหมิงชาง ทรงตัวอยู่บนอากาศและลอยไปด้านหน้าของหญิงงาม , ใบหน้าของมันกลายเป็นเย็นชาและแสยมยิ้ม " ข้าจะดูว่าเจ้าจะทำอะไรได้บ้าง ในเมื่อเจ้าได้ทำตัวหยิ่งพยองไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงเช่นนี้ "

ปรากฏเป็น หมอกไอของ [ ขั้วเหมันต์อัคคี ] ขึ้นต่อหญิงสาวเหมือนกับกระแสน้ำ

หญิงสาวสูดลมหายใจเข้า และก็หายตัวไปในกลับเมฆ หลังจากนั้นไม่นานก็มีเสียงของนางดังขึ้น " เราไปสู้กันที่อื่นดีกว่า อย่าได้ทำร้าบผู้บริสุทธิ์เลย”

" ตกลง ! " เป่ยหมิงชางตะโกนขึ้นและร่างของมันก็ลอยสูงไปในท้องฟ้าจากนั้นก็หายไปในกลีบเมฆ

เกิดเสียงคำรามออกมาจากฟากฟ้า เหมือนกับว่ามันได้มาถึงจุดสิ้นสุดของโลกแล้ว

ทุกคนที่อยู่รอบๆต่างก็รู้ดีว่าเป่ยหมิงชางได้เริ่มต่อสู้กับหญิงลึกลับแล้ว แต่ก็น่าเสียดายที่ไม่มีใครได้เห็นการต่อสู้ในครั้งนี้

" ตูม ตูม ตูม ! "

ชายร่างยักษ์สองคนล้อมไปรอบๆโม่ตั่ว และก็เริ่มจู่โจมไปที่มัน

ร่างกายของมันทั้งสองมีขนาดใหญ่ยักษ์และแข็งแกร่งเหมือนกับเหล็ก พวกมันนั้นไม่ได้กลัวสายฟ้าเส้นหนาเท่าแขนที่โม่ตั่วปลดปล่อยออกมาเลย

สายฟ้าคล้ายกับมังกรลอยอยู่บนท้องฟ้า เป็นสายฟ้าที่มาจากโม่ตั่ว มันมีทั้งหมดสิบห้าตัว และพวกมันทั้งหมดก็หลอมรวมกันหลายเป็นคลื่นสายฟ้าฟาดขนาดใหญ่ ผ่าลงไปที่ชายร่างยักษ์

" โม่ตั่ว ! ส่งแผนที่อีกส่วนมาสะ ไม่งั้นอย่าหาว่าข้ารังแกตระกูลโม่ของเจ้า ! "

เสียงของมู่ซุนดังออกมาจากมุมหนึ่งของสนามประลอง มันเดินเข้ามาพร้อมกับคณะผู้เชี่ยวชาญจากหุบเขายา และเดินไปที่โม่ตั่วที่ละก้าวด้วยสีหน้าที่ดูน่ากลัว

" มูซุน ! แผนที่อีกส่วนไม่ได้อยู่กับตระกูลโม่ ปล่อยช่าวเกอเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นเจ้าจะไม่ได้ออกไปจากเมืองเทียนหยุนอย่างมีชีวิต ! " โม่ตั่วโกรธเป็นอย่างมาก แม้ว่าเขาจะรับมือกับชายร่างยักษ์ทั้งสองอยู่ เขาก็ยังคงตะโกนออกมา

" ดี !เจ้าเป็นคนบังคับให้ข้าทำเช่นนี้เองนะ! " เสียงของมู่ชุนดูเยือกเย็น และเขาก็หันไปบอกข้ารับใช้จากหุบเขายาที่ยืนอยู่ข้างๆ " สังหารทุกคนในตระกูลโม่สะ ! "

จากนั้นมู่ชุนก็พุ่งออกไปเหมือนแสงดาวตก และเขาก็ได้เข้าร่วมต่อสู้กับชายร่างยักษ์ทั้งสองและจู่โจมไปที่โม่ช่าวเกอ

" ปัป ปัป ปัป ! บูม บูม บูม "

มังกรสายฟ้าเคลื่อนไหวไปรอบๆท้องฟ้า และพุ่งไปทางชายร่างยักษ์ทั้งสอง . หนึ่งในชายร่างยักษ์หยิบแผ่นเหล็กหนักสีเขียวขึ้นมาสองจิน และเมื่อใดก็ตามที่มันได้เข้าไปใกล้กับโม่ตั่วมันก็จะโยนแผ่นเหล็กไปที่โม่ตั่ว .

[TL Note : จิน มีปริมาณน้อยกว่าปอน]

ในช่วงเวลาสั้น ๆ ทั้งสนามก็เต็มไปด้วยสายฟ้าและแผ่นเหล็กลอยไปมา พวกมันได้กระจายไปรอบๆ

มังกรสายฟ้าไปโดนบางคนที่อยู่รอบๆสนามส่งผลให้ร่างของมันไหม้เป็นตอนตะโก ในขณะที่แผ่นเหล็กเองก็พุ่งทะลุและสังหานบางคนเหมือนกับแผ่นกระดาษที่ถูกกระสุนปืนยิง

การต่อสู้ของยอดฝีมือเหล่านี้ทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้นอย่างใหญ่หลวง !

นักรบหลายคนสาปแช่งและ กรีดร้องออกมาขณะที่พวกเขาพยายามที่จะหนีออกจากสนามประลองแห่งนี้

นักรบที่มีระดับต่ำพวกมันนั้นรีบหนีออกไปจากสนามประลองทันที ไม่กล้าที่จะยืนดูสิ่งที่เกิดขึ้น

เหล่ายอดฝีมือฉวยโอกาสจากสิ่งที่เกิดขึ้นจู่โจมไปที่ตระกูลโม่และโจมตีไปที่ลูกหลานกับนักรบตระกูลโม่

อย่างไรก็ตาม ลูกหลานและนักรบจากตระกูลโม่ก็ไม่ได้หวั่นเกรง . พวกมันไม่ได้หวาดกลัวและหนีไปแต่กลับรับมือและเริ่มต่อสู้กับคนจากหุบเขายา

ตอนนี้ฉื่อเจี้ยนได้กลายเป็นคนนอกไปแล้ว

บนสนามประลอง เขากำลังยืนดูตระกูลโม่ถูกโจมตีอย่างประหลาดใจ แต่ลึกๆแล้วเขากลับรู้ตื่นเต้นเป็นอย่างมาก

" ท่านปู่ตอนนี้ได้เวลาลงมือแล้ว ! " ฉื่อหยานก้าวออกมาและกล่าวอย่างหนักแน่น

" ตอนนี้อะไรรึ ? " ฉื่อเจี้ยนชงักและคิ้วของเขาก็ย่น : " เจ้าหมายถึงอะไร ? "

" โม่ซานได้ถูกข้าสังหารไปแล้ว โม่ตั่วจะต้องแก้แค้นแน่นอน แทนที่จะปล่อยให้ตระกูลโม่มาล้างแค้นเรา ทำไมเราไม่ใช้ประโยชน์กับสิ่งที่เกิดขึ้นนี้หละ ท่านสามารถร่วมมือกับมู่ชุนและชายร่างยักษ์ทั้งสองสังหารโม่ตั่วได้ และเราเองก็จะไปจัดการตระกูลโม่รุ่นที่สองและสามเอง มันจะดีที่สุดหากเรากำจัดตระกูลโม่ให้หมดสิ้นภายในวันนี้สะ เราอย่าได้เปิดโอกาสให้พวกมันแก้แค้นเราเด็ดขาด " ฉื่อหยานพูดออกไปอย่างรุนแรง

" พี่ใหญ่ ! ที่ฉื่อหยานพูดนั้นถูกต้อง ! โม่ซายได้ตายไปแล้ว โม่ช่าวเกอก็คงเป็นเช่นเดียวกัน ณ จุดๆนี้เราควรจะลงมือกำจัดพวกมันสะ ! ช่างหัวการประลองและหันมาจัดการตระกูลโม่กันเถอะ " ฉื่อเตี่ยพูดเพิ่มเติม

ฉื่อเทียนลั่วและฉื่อเทียนหยุนยังคงบาดเจ็บสาหัสและนอนอยู่ตรงพื้น เขาจะระงับความโกรธของเขาได้อย่างไร แล้วตอนนี้ก็เป็นโอกาศที่ดี เช่นนั้นฉื่อเตี่ยจะไปมันไปได้เช่นไร

ฮันเฟิงเองก็เห็นด้วย เขาพยักให้กับฉื่อเจี้ยน .

" เป่ยหมิงชางกำลังวุ่นวายกับการต่อสู้อยู่ ดังนั้นตระกูลเป่ยหมิงตอนนี้ยังคงไม่ทำอะไร หากไม่มีคำสั่งของหัวหน้าตระกูล พวกมันไม่สามารถช่วยเหลือตระกูลโม่ได้แน่นอน และนี่ก็เป็นโอกาศทองของเราแล้ว ถ้าเราพลาดโอกาสนี้ไป เราจะไม่มีวันได้มันอีกครั้งแน่นอน " ฉื่อหยานพูดกระตุ้นอีกครั้ง " ท่านปู่ พวกท่านไปสังหารโม่ตั่วเถอะ เด๋วข้าจะรับมือโม่ฉี และโม่หยานหยูเอง พวกมันนั้นได้ทำให้ พี่เทียนลั่ว และ พี่เทียนหยุน บาดเจ็บสาหัส เช่นนั้นแค้นนี้ข้าจะเป็นคนชำระเอง เลือดต้องล้างด้วยเลือด ! ! "

" เจ้าเด็กน้อย เจ้าพูดได้ดี ! " ฉื่อเตี่ยตบไปที่ไหล่ของฉื่อหยาน จากนั้นฉื่อเตี่ยก็พุ่งลงไปยังสนาม " โม่ตั่ว ไอ้สุนัขเฒ่า วันนี้เป็นวันตายของเจ้า ! "

เมื่อฉื่อเตี่ยพุ่งออกไป ฉื่อเจี้ยนก็หยุดลังเลและหันไปบอกกับฮันเฟิง " เจ้าช่วยปกป้อง เจ้าเด็กโง่ฉื่อหยานด้วย ! "จากนั้นเขาก็พุ่งออกไปพร้อมกับคำรามออกมา " โม่ตั่ว ! ถึงเวลาตายของเจ้าแล้ว ! "––––––––––––––––––––––––

ห่างหายไปนานในการลงเว็ปนี้ ปัจจุบันเรื่องนี้แต่งไปจนถึงตอนที่ 1183 แล้วนะคะ หากสนใจอ่านติดตามได้ที่เพจด้านล่างเลยค่ะ

ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ที่เพจของเรา กดตรงนี้ >>GOS เทพเจ้าล่าสังหาร << ฝากกดไลท์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้แปลด้วยครับ

จบบทที่ บทที่ 71 ใช้ประโยชน์กับสิ่งที่เกิดขึ้น

คัดลอกลิงก์แล้ว