เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 48 ตรวจสอบ

บทที่ 48 ตรวจสอบ

บทที่ 48 ตรวจสอบ


บทที่ 48 ตรวจสอบ

 

ที่ประตูของตระกูลฉื่อ

ฉื่อเจี้ยน , ฮันเฟิง หยางไห่ ก็เห็นฉื่อหยานปรากฏตัวอยู่ที่ด้านหน้าของมังกรดินในเวลาเดียวกัน

หยางไห่มองไปทางฉื่อหยานอย่างรวดเร็ว และขมวดคิ้ว คิดกับตัวเองว่า เจ้าเด็กนี้ต้องทุกทรมานเป็นอย่างมากแน่ๆ เพราะร่างของเขาซูบผอมลงไปอย่างมาก .

อย่างไรก็ตาม ฉื่อเจี้ยนและฮันเฟิงดวงตาก็สดใสทันที หลังจากที่พวกเขาเห็นฉื่อหยาน พวกเขาก็เต็าไปด้วยความประหลาดใจ

หยางไห่ ไม่ได้ฝึกวิชาต่อสู้ เขาจึงไม่รู้ว่าการที่ร่างกายผอมแห้ง นั้นไม่ได้หมายความว่าเขาจะอ่อนแอ

บางครั้งก็มีบางอย่างที่มากมายซ่อนอยู่ในภาชนะที่เล็กจ้อยและผอมแห้ง

อย่างไรก็ตาม ฉื่อเจี้ยนและฮันเฟิงต่างก็เป็นนักรบยอดฝีมือ พวกเขาจึงตระหนักได้ทันทีว่า ฉื่อหยานนั้นแข็งแกร่งขึ้นเป็นอย่างมากและแข็งแกร่งกว่าพวกเยาวชนรุ่นที่สามคนอื่นที่ฝึกมาเป็นเวลาหลายสิบปีเสียอีก

พวกเขาต่างมองด้วยความประหลาดใจ

พวกเขาไม่สามารถเข้าใจได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับฉื่อหยานในครึ่งปีที่ผ่านมา โครงสร้างร่างกายและกระดูกของเขาเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก

ไม่กี่นาทีต่อมา ทหาร รวมถึง ฉื่อหยานและฮั่นจงก็มาถึงที่ประตู

" สวัสดี ท่านปู่ ลุงฮัน ท่านพ่อ " ฉื่อหยานเดินเข้ามาที่ประตูอย่างปกติและทักทายพวกเขา

ฮั่นจงเดินมาด้วยสีหน้ายินดี ,และ แสดงความยินดีกับฉื่อเจี้ยน กับ ฮันฟง และพยักหน้าไปที่หยางไห่ จากนั้นเขายืนเงียบอยู่ข้างๆ ฉื่อหยาน

ฉื่อเจี้ยน และฮันเฟิงดวงตาก็สว่างขึ้นเมื่อมองไปที่ร่างกายของฉื่อหยาน

หลังจากจ้องเป็นเวลานาน ฉื่อเจี้ยน แววตาก็สั่นสะท้าน เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ และกล่าวกับ ฉื่อหยาน " ตามข้ามา " จากนั้นก็หันหลังกลับและเดินไปที่ด้านหลังของเรือนอย่างช้าๆ .

ทุกคนรู้จักฉื่อเจี้ยนดี และรู้ว่าเขาแข็งแกร่งเพียงใด

" เจ้าเด็กน้อย เจ้าจะต้องได้รับสิ่งดีๆเป็นแน่ ! " ฮันจง ทำหน้าที่พูดกระตุ้นฉื่อหยาน , บอกเป็นนัยว่าเขากำลังจะโชคดีนับตั้งแต่วันนี้ไป

ฉื่อหยานป้องมือคำนับอย่างสวยงาม และพยักหน้าเบาๆ เขาหันไปยังหยางไห่" ท่านพ่อ ท่านยืนรอข้าอยู่งั้นรึ ? "

ถึงแม้ว่าใบหน้าของหยางไห่จะดูแข็งกร้าน แต่ก็ปรากฏรอยยิ้มที่อบอุ่นที่มุมปากของเขา " ไม่มีใครมารอเจ้าเสียหน่อย ข้าแค่อยากเห็นว่าร่างกายของเจ้าเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างไรบ้างและอยากรู้จะว่าเจ้าถึงระดับก่อตั้งจริงหรือไม่เท่านั้นเอง"

" ฮันจง มานี่ ข้ามีเรื่องจะถามเจ้า " ฮันเฟิงมองไปที่ฮันจงไปในทิศทางที่ตรงข้ามกับ ฉื่อหยาน

ฮั่นจงส่ายหัวของเขาพร้อมกับใบหน้าที่ดูกังวล จากนั้นเขาก็เดินไปที่พี่ชายของเขาอย่างไม่เต็มใจ .

" อืม เจ้าไปเถอะ อย่าให้ื่านปู่ของเจ้ารอนานเลย" หยางไห่พึมพำ เขาจัดเสื้อให้ฉื่อหยาน และถามด้วยเสียงต่ำๆ , " เกิดอะไรขึ้นกับเจ้างั้นรึ ? "

" ท่านปู่จะถามข้าในภายหลัง ถึงตอนนั้นข้าจะอธิบายเอง " ฉื่อหยานยิ้ม และพูดออกมาอย่างไม่เกรงกลัวบิดาของเขา หยางไห่รู้สึกแปลกใจเล็กน้อย เขาจ้องมองไปที่ฉื่อหยาน และถามด้วยความสับสน " เจ้าเด็กน้อยดูเหมือนเจ้าเปลี่ยนไปแล้ว เมื่อก่อนเจ้าไม่พูดอ้อมค้อม และมักจะตอบคำถามของข้าทั้งหมด แต่ตอนนี้ . . . . . ..ดูเหมือนเจ้าจะไม่กลัวข้าแล้ว เจ้าดูเติบโตขึ้นมากนัก เช่นนั้นข้าคงไม่ต้องกังวลสิ่งใดแล้วสินะ "

" ท่านพ่อ เหตุใดข้าต้องกลัวท่านด้วย ? " ฉื่อหยาน สับสนและ ถามว่า " มีสิ่งใดที่ข้าต้องกลัวท่านงั้นรึ ? "

" นี่มันไม่เหมือนเจ้าเลยสักนิด เมื่อก่อนเจ้าไม่เคยพูดกับข้าเช่นนี้หนิ " หยางไห่ขมวดคิ้ว . หลังจากการตรวจสอบระมัดระวัง เขาส่ายหน้า และพูดกับตัวเองว่า " เจ้าสารเลวน้อย ! นี่เจ้าใจกล้าขึ้นมากนะ หลังจากที่เจ้าได้เป็นนักรบ "

" ข้าต้องไปแล้ว ข้ามิกล้าให้ท่านปู่รอนาน " ฉื่อหยานยิ้มและเดินจากไป

เหล่านักรบตระกูลฉื่อที่ยืนแออัดกันอยู่ที่ประตู ก็เริ่มสับสน และหันไปพูดคุยกัน

" หัวหน้าตระกูลยืนรอคุณชายหยานงั้นรึ ? มันไม่จริงใช่รึไม่ ? "

" ไม่รู้สิ ข้าเองก็สับสนเช่นกัน ท่านหัวหน้าตระกูลไม่เคยปฏิบัตเช่นนี้กับคุณชายหยานมาก่อน แต่ตอนนี้กลับสนใจเขายิ่งนัก นี่มันเกิดอะไรขึ้น ? "

" ใครจะไปรู้ล่ะ มิใช่ว่าคุณชายหยานไปสร้างปัญหาอีกแล้วงั้นรึ ? ไม่น่าจะใช่  เพราะอาจารย์หยางไห่เป็นคนที่คอยดูแลเขามาคลอด ถึงแม้คุณชายหยานจะสร้างปัญญาอะไรให้กับสมาคมการค้าก็จะให้เขาไปจัดการให้ แต่มันก็ไม่จำเป็นที่จะต้องถึงมือของท่านหัวหน้าตระกูลนิหนา "

" บางทีคุณชายหยานอาจจะไปสร้างปัญหาที่ใหญ่โตมากๆไว้ก็ได้ ใครจะไปรู้ "

" หยุดพูดเรื่องไร้สาระของเจ้าได้แล้ว เจ้าควรจะเคารพนายน้อยหยานนะตอนนี้ ตอนนี้เขาไม่ใช่พวกหนอนหนังสืออีกต่อไปแล้ว อย่าได้มาโทษข้าหากเขาโกรธขึ้นมาและไล่เตะก้นพวกเจ้า " คาร์ล ที่กำลังจัดสัมภาระบนมันกรดิน ช่วยไม่ได้ที่จะตะโกนพูดออกไปเมื่อเขาเห็นผู้คนยังคงนินทาฉื่อหยานอยู่

" คาร์ล เกิดอะไรขึ้น ? เจ้ากลับมากับคุณชายหยาน เจ้าน่าจะรู้เรื่องดีหนิ ? " นักรบคนหนึ่งถามคาร์ล อย่างคุ้นเคย

" เจ้าจะรู้ ว่าในเวลานี้หนะ . " คาร์ลยิ้มอย่างภูมิใจ " คุณชายหยานจะต้องทำให้พวกเจ้าประหลาดใจแน่นอน ! "

" มีอะไรงั้นเหรอ ? "

" เกิดอะไรขึ้น ? "

ความอยากรู้อยากเห็นของพวกเขาแข็งแกร่งยิ่งนัก พวกเขายืนเป็นวงกลมล้อม คาร์ล และถามอย่างไม่หยุด

" ไม่ใช่ตอนนี้ แต่ข้าขอเดาว่า พวกเจ้าจะได้รู้ในไม่ช้านี้ " โดยไม่ให้คำตอบที่แน่นอนได้ คาร์ล เดินแหวกออกจากฝูงชนและจากไป

 

. . . . . . .

ในสวนหลังบ้านของตระกูลฉื่อ

ที่กลางสนามฝึกซ้อมขนาดใหญ่ , ผลึกหยกทดสอบส่องแสงแวววาวในแสงแดดเป็นดวงเล็กๆ

ฉื่อเจี้ยน ยืนอยู่ข้างๆผลึกหยกทดสอบ เมื่อฉื่อหยานและ หยางไห่มา เขาก็ลูบไปที่หยกนั่น และทันใดนั้น ลูกบอลผลึกหยกทดสอบก็ส่องแสงออกมาจากมือเขา

ผลึกหยกทดสอบพราวแสงสีขาวออกมาพร้อมกัน และกลับไปเป็นสีเดิม

" ถ่ายเถพลังปราณลึกลับของเจ้าเข้าไปในผลึกหยกทดสอบ " ฉื่อเจี้ยนพูดพร้อมกับแววตาที่เปลี่ยนไป

จากนั้นฉื่อหยานก็เดินขึ้นไปที่ผลึกหยกทดสอบ ยื่นมือออกไป และกดลงบนก้อนหยก และเขาก็โคจรพลังปราณลึกลับของเขาและถ่ายเถเข้าไปในผลึกหยกทดสอบ

ลวดลายที่ซับซ้อนปรากฏขึ้นในผลึกหยกทดสอบและมันก็ส่องแสงสีเงินออกมา จากนั้นก็กลายเป็นแสงสีส้มที่คลุมเครือปนกัน และมันก็ ค่อย ๆ สว่างขึ้น

" ยอดเยี่ยมนัก ! " ปากฉื่อเจี้ยนสั่นสะท้านขณะที่เขาจ้องไปที่ฉื่อหยาน " ข้าได้ยินมาว่าเจ้าสามารถปลุกจิตวิญญานกายาแข็งของตระกูลฉื่อได้ "

" ถูกต้อง " .

" แสดงมันออกมาให้ข้าดูที . "

" ขอรับ " .

ฉื่อหยานเหยียดมือออกไปและพับแขนเสื้อของเขาขึ้น

ขณะที่เขาเริ่มใช้งานจิตวิญญานต่อสู้ของเขา แขนของเขาค่อยๆกลายเป็นหินและกลายเป็นสีน้ำตาลเข้ม .

" โห่ ! "

ฉื่อเจี้ยน และหยางไห่ร้องออกมาพร้อมกันด้วยความประหลาดใจบนใบหน้าของพวกเขา ในขณะที่จ้องมองไปที่ แขนสีน้ำตาลของฉี่หยานด้วยความประหลาดใจ

" หรือว่าแสงที่ส่องออกมานั่น ? " หยางไห่เบิ่งตาของเขา เขารู้สึกเหมือนมองตรงเข้าไปในดวงอาทิตย์ และพึมพำ " นี้ข้าคงจะตาฝาดไป ? "

เมื่อได้ยินอย่างนั้น ฉื่อเจี้ยนยิ่งสับสน เขาคว้าแขนของ ฉื่อหยาน และพูดออกมา " มานี่ ! เข้าไปใต้เงาที่อยู่ใต้ก้อนหินนั่นสะ มันจะทำให้เห็นสีผิวของเจ้าได้อย่างชัดเจน "

ฉื่อหยานไม่ได้พยายามที่จะปฏิเสธและเดินไปใต้เงาของหินอย่างสบายๆ

" มันเป็นสีน้ำตาลเข้ม ! "

ฉื่อเจี้ยน ตะโกนเสียงดังออกมาและการหายใจของเขาก็หนักขึ้น ดวงตาสดใสของเขาจ้องไปที่ฉื่อหยานและ เขาถามด้วยน้ำเสียงภูมิใจ " เจ้าเด็กน้อย เกิดอะไรขึ้นกับเจ้ากันแน่ ? ทำไมจิตวิญญานกายาแข็งของเจ้าจึงเป็นสีน้ำตาลเข้ม ? นี่ต้องเป็นขั้นที่สองของจิตวิญญานกายาแข็งใช่หรือไม่ ? "

" ถูกต้องขอรับ มันอยู่ในขั้นตอนที่สอง แม้ว่าข้าจะเป็นเพียงนักรบในระดับก่อตั้ง แต่จิตวิญญานกายาแข็งของข้าอยู่ในระดับที่สองแล้ว "

" เจ้าอธิบายมาให้ละเอียดเดียวนี้ ! ตระกูลฉื่อของเราตั้งแต่ บรรพบุรุษจนถึงยุคของข้า ข้าไม่เคยพบเจออะไรเช่นนี้มาก่อน จิตวิญญานกายาแข็งของเราไม่สามารถบรรลุถึงขั้นที่สองได้ หากยังไม่ถึงระดับมนุษย์ เจ้าเป็นคนแรกที่ทำได้ ! นี่มันเกิดอะไรขึ้น ? เกิดอะไรขึ้นกับเจ้ากันแน่ ? " ฉื่อเจี้ยนเกือบจะเป็นบ้า

" คือว่า . . . . . . . " ฉื่อหยานก็บอกในสิ่งที่เขาเคยบอกฮั่นจงออกไป

หลังจากที่เขาเล่าเรื่องร่าวเสร็จสิ้นแล้ว ฉื่อเจี้ยน ก็หันไปมองที่เขา และจ้องมองเขาด้วยสีหน้าแปลกๆ

" ท่านปู่ , ท่านมีอะไรงั้นรึ ? ข้าอธิบายมันไปหมดสิ้นแล้ว . "

" เจ้าหมายถึงผลไม้สีแดงสามผลนั่นรึ ที่ปลุกจิตวิญญานต่อสู้ของเจ้า ? และทำให้จิตวิญญาณกายาแข็งของเจ้าแปลกไป ? และยังทำให้เจ้าได้รับพลังปราณลึกลับ อีกทั้งยังช่วยเลื่อนระดับของเจ้าไปสู่นภาที่สามในระดับก่อตั้งเป็นเช่นงั้นรึ ? " หน้าฉื่อเจี้ยนสับสนมากขึ้นทุกที เขาตะโกนว่า " เพราะผลไม้สามผลเนี้ยนะ ? "

" ใช่ " .

" เจ้าผลไม้นี่ ? ข้าจะส่งคนไปตรวจสอบ และนำมันกลับมาเพราะปลูก "

" คงมิได้แล้วท่านปู่ มันมีแค่สามผลเท่านั้น ข้าออกตามหามันอย่างยาวนานหลังจากนั้น แต่ไม่เคยพบมันอีกเลย "

" เจ้าบ้า ! นี่เจ้าไม่ได้หลอกข้าใช่มั้ย ? " ฉื่อเจี้ยนสงสัยอย่างชัดเจน

" มิกล้า ๆ ข้ามิกล้าหลอกลวงท่านแน่นอน"

ฉื่อหยานคิดกับตัวเอง และใบหน้าก็จริงจังจากนั้นก็พูดว่า " ข้าคิดเรื่องอื่นไม่ออกจริงๆ ยังไงก็ตาม ข้าเพียงแค่กินผลไม้นั่นเท่านั้น ไม่มีอะไรอื่นอีก และข้าเองก็ไม่ทราบเช่นกันว่าเหตุใดจิตวิญญานต่อสู้ของข้าถึงแตกต่างจากคนอื่น "

เขายืนกรานอย่างมั่นใจ

ฉื่อเจี้ยน ไม่ว่าจะถามเขากี่ครั้ง หรือพยายามที่จะทดสอบเขาอย่างไร เขาก็ตอบสนองเช่นเดิมและจะตอบอยู่แบบเดิม " ข้าเองก็ไม่รู้เช่นกัน "

ในที่สุด ฉื่อเจี้ยน ก็ยอมแพ้ หลังจาก คิดอีกครั้งและ เขาก็กล่าวว่า " เนื่องจากจิตวิญญานกายาแข็งของเจ้าเป็นสีน้ำตาลเข้ม อืม.. และจิตวิญญานต่อสู้นั้นก็ประหลาดนัก ข้าหมายถึง สีของมันต่างออกไปนิดหน่อย มันเข้มกว่าปกติ "

" ถ้าความรู้สึกของข้าถูกต้อง มันย่อมเป็นขั้นตอนที่สองแน่ๆ”

" ไหนลองพยายามอีกครั้งดู " ฉื่อเจี้ยน รีบกดมือของเขาบนหน้าอกฉื่อหยาน " เจ้าเด็กน้อยครอบคลุมร่างกายของเจ้าด้วยกายาแข็งสะ ! ไม่ต้องห่วง ข้าจะส่งพลังปราณของข้าเข้าทีละนิด มันไม่ทำร้ายเจ้าหรอก "

" ขอรับ " .

จากนั้นก็ค่อย ๆ ปรากฏแสงสีดำๆออกมาจากมือฉื่อเจี้ยน และพลังปราณในมือก็เติบโตและแข็งแกร่งขึ้น มันส่องแสงโดดเด่นออกมาจากหน้าอกเขา

ทันใดนั้น ฉื่อเจี้ยนก็ถอนแสงสีดำที่ส่องออกมาด้วยมืออีกข้าง

ฉื่อเจี้ยน ตื่นเต้นเป็นอย่างมาก ช่วยไม่ได้ที่เขาจะพยักหน้าและพูดอย่างร่าเริง " ยอดเยี่ยมนัก ! มันเป็นระดับที่สองจริงๆ เจ้าบ้า ข้าไม่รู้จะจัดการกับเจ้าเรื่องนี้อย่างไรดี แต่จากวันนี้ไป เจ้าจงอย่าขี้เกียจ ! ไม่ว่าเจ้าจะชอบหรือไม่ชอบ ข้าจะผลักดันให้เจ้าเป็นนักรบที่แข็งแกร่งให้ได้ ! "

––––––––––––––––––––––––

ห่างหายไปนานในการลงเว็ปนี้ ปัจจุบันเรื่องนี้แต่งไปจนถึงตอนที่ 1183 แล้วนะคะ หากสนใจอ่านติดตามได้ที่เพจด้านล่างเลยค่ะ

ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ที่เพจของเรา กดตรงนี้ >>GOS เทพเจ้าล่าสังหาร << ฝากกดไลท์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้แปลด้วยครับ

จบบทที่ บทที่ 48 ตรวจสอบ

คัดลอกลิงก์แล้ว