เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 47 เมืองเทียนหยุน

บทที่ 47 เมืองเทียนหยุน

บทที่ 47 เมืองเทียนหยุน


บทที่ 47 เมืองเทียนหยุน

ในห้องที่ราบเรียบ , ฉื่อหยาน ดูเหมือนกำลังสับสน เขายืนอึ้งอยู่ที่หน้าต่างสักพักก่อนที่จะปิดหน้าต่างลง

และกลับไปที่นั่งของเขา จิตใจของเขาค่อนข้างรู้สึกแย่ เขาเพียงเอาแต่ดื่มอย่างหนักและมือของเขาก็ไม่ได้ล้วงไปส่วนต่างๆของหญิงสาวอีก

" คุณชายหยาน นั่นย่อมเป็นกองกำลังของตระกูลเป่ยหมิงใช่รึไม่ ? " คาร์ล นักรบตระกูลฉื่อ ถามเขาออกไปไป

" ถูกต้อง " ฉื่อหยานตอบตรงๆ แล้วก็เอาแต่ดื่ม

ฉื่อจงยืนอยู่ริมหน้าต่างมองไปที่ฉื่อหยาน ที่กำลังทำหน้ามุ่ยด้วยความประหลาดใจในสายตาของเขา หลังจากลังเล เขาจึงถามว่า " น้องหยาน หญิงสาวที่ขี่มาอยู่ , เจ้า . . . เจ้ารู้จักนางงั้นรึ ? "

ฉื่อหยานพยักหน้าและดื่มเหล้าที่อยู่ในแก้วลงไป " ถูกต้อง เราเดินทสงออกมาจากป่าทมิฬด้วยกัน อย่างที่ท่านเคยได้ยิน , สัตว์อสูรนั้นกระจายเต็มไปหมด นั่นย่อมดีกว่าถ้าเราไม่อยู่คนเดียว "

ฮั่นจง นั้นผ่านประสบการณ์มามากมาย เห็นฉื่อหยานตอบกลับมาอย่างไม่แยแสเช่นนี้ เขากระพริบตาของเขา และคิดว่าต้องมีบางอย่างเกิดขึ้นระหว่างฉื่อหยาน และ ตี่ย่าหลานเป็นแน่ .

เขาเดินเข้ามาใกล้ๆ ฉื่อหยาน , ฮั่นจงโบกมือของเขาให้หญิงสาวข้างๆ เขา " ปล่อยพวกเราอยู่ตามลำพัง เรามีเรื่องต้องคุยกัน "

หญิงงามยืนยิ้มและรีบออกจากห้องไป

เมื่อเหลือเพียงแค่นักรบในตระกูล ฮันจง จึงพูดออกมาว่า " น้องหยาน ข้าไม่รู้ว่าหญิงสาวนั้นเป็นใคร แต่ดูเหมือนว่า เป่ยหมิงเช้อ ค่อนข้างจะชื่นชมเธอนัก ถ้านางได้ยอมรับที่จะไปกับเป่ยหมิงเช้อแล้ว เจ้าควรลืมนางสะ”

" ข้าก็คิดเช่นเดียวกับท่านฮันจง มีผู้หญิงมากมายในโลกนัก มันไม่ฉลาดเลยที่จะที่แย่งผู้หญิงมาจากเป่ยหมิงเช้ออที่มาจากตระกูลเป่ยหมิง ตระกูลของมันเป็นหนึ่งในตระกูลใหญ่ในสมาคมการค้าและยังมีอิทธิพลมากมายอีกด้วย เป่ยหมิงเช้อเป็นลูกชายที่รักของ เป่ยหมิงชาง . มันไม่ฉลาดเลยที่เจ้าจะไปขัดใจเขา . " คาร์ล เตือน ฉื่อหยานอย่างจริงจัง

คาร์ล นั้นอยู่ในนภาที่สองระดับก่อตั้ง , เป็นหัวหน้าของเหล่านักรบ เขาพยายามที่จะปลอบฉื่อหยาน เพราะหลังๆมานี้ เขาประทับใจในตัวฉื่อหยานยิ่งนัก

" ผู้เฒ่าฮัน ชายชราสองคนนั้นเป็นใครกัน ? " ฉื่อหยาน ไม่ตอบข้อความของคาร์ล แต่หันไปมองฮันจงและถามออกไป .

" หยินกุ่ยและจิ่วฉานมันทั้งคู่เป็นยอดฝีมือเหมือนกันและพวกมันก็อยู่ในนภาแรกของระดับรู้แจ้ง แต่ไม่มีใครรู้ได้ว่าพวกมันมาจากที่ไหน พวกมันเคยรับใช้หัวหน้าตระกูลเป่ยหมิง เป่ยหมิงชาง อยู่ แต่หลังจากที่ เป่ยหมิงเช้อ เกิดมาและเมื่อพิจารณาได้ว่ามันได้รับสืบทอดจิตวิญญานต่อสู้แฝด เป่ยหมิงชางจึงเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วให้ชายชราสองคนนั้นไปปกป้องเป่ยหมิงเช้อทันที .

"นภาแรกในระดับรู้แจ้ง" ฉื่อหยานดูสับสน

ฉื่อเจี้ยน , หัวหน้าตระกูลฉื่อ เองก็อยู่ในนภาที่สามระดับรู้แจ้ง

มีผู้อาศัยอยู่ในสมาคมการค้าหลายล้านคน ในกลุ่มคนเหล่านั้นต่างมีผู้ฝึกฝนวิชาต่อสู้มากมาย แต่มีเพียงส่วนเล็ก ๆเท่านั้น แทบจะไม่มากไปกว่าสิบคน ที่สามารถก้าวเข้าสู่ระดับรู้แจ้งได้

แต่กลับมีนักรบในระดับรู้แจ้งถึงสองคนอยู่คอยอยู่ข้างๆเป่ยหมิงเช้อ เช่นนั้นก็ไม่ต้องทำอะไรอย่างอื่นแล้ว ในสมาคมแห่งนี้คงจะไม่มีใครทำอะไรมันได้แน่นอน

" ในสมาคมการค้า , ตระกูลเป่ยหมิงนั้นแข็งแกร่งกว่าตระกูลใหญ่อื่นๆนัก แข็งแกร่งกว่าสองตระกูลรวมกันเสียอีก อีกทั้งยังมีนักรบยอดฝีมือหลายคนมากมายในตระกูล และ เป่ยหมิงชางเองแข็งแกร่งเป็นอย่างมากมันนั้นอยู่ อยู่ในระดับนภา  มันไม่ฉลาดนักที่จะล่วงเกินตระกูลเป่ยหมิง”

เห็นว่าฉื่อหยานไม่ตอบสนองอย่างใดๆ ฮั่นจงรีบอธิบายให้ฉื่อหยานฟังถึงความแตกต่าง

" ข้าเข้าใจ " หลังจากเงียบไปสักพัก ฉื่อหยานพยักหน้า และการแสดงออกของเขาก็กลับมาเป็นปกติ เขายิ้มให้ฮั่นจง" ไม่ต้องห่วงข้าผู้เฒ่าฮัน ข้ารู้ว่าต้องทำเช่นไร ข้าจะอดทนไว้ "

" ดีแล้ว " ฮันจง กล่าวอย่าง รู้สึกโล่งใจ " ไปเรียกสาวๆมาอีก "

" ไม่หละ ข้าไม่ต้องการ เรามาดื่มกันเถอะ. "

" เยี่ยม ! งั้นมาดื่มกันเถอะ ! มามามา ! "

. . . . . . .

สมาคมการค้าเป็นแคว้นที่พิเศษเป็นอย่างมากซึ่งรวบรวมตระกูลใหญ่ๆไว้ด้วยกัน อีกทั้งยังมีนักรบรับจ้าง พ่อค้าแม่ค้า และองค์กรต่างๆที่คอยช่วยเหลือกันพัฒนาแคว้น

ที่นี่ไม่มีระบบกองทัพ ไม่มีเจ้าหน้าที่ของรัฐ และไม่มีโครงสร้างรัชกาล

แต่กลับปกครองด้วยตระกูลใหญ่ มีผู้อยู่อาศัยมากมายหลายร้อยหลายล้านคนในสมาคมการค้า บางคนก็เร่ร่อน และบางคนก็เป็นพลเรือน ที่เกลียดสงคราม . . . . . . .

สมาคมการค้าไม่เคยไปพัวพันกับสงครามระหว่างอาณาจักวรรดิ์อัคคีและจักวรรดิ์พรพระเจ้าเลย นี่จึงนับได้ว่าเป็นแคว้นที่สงบสุข

อย่างไรก็ตาม เมื่อถูกรุกราน นักรบทั้งหมดในสมาคมการค้าต่างก็จะร่วมมือกันรับมือกับศัตรูอย่างเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน

ประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาของสมาคมการค้า จักวรรดิ์อัคคีและจักวรรดิ์พรพระเจ้า ต่างก็เคยบุกโจมตีมาที่สมาคมการค้าเพื่อความมั่งคังของพวกมันอยู่หลายครั้ง แต่ทุกครั้งที่พวกมันบุกมา กอพทัพของแต่ละตระกูลและองกรค์ต่างก็ร่วมมือกันรับมือกับมัน

โดยเฉลี่ยแล้ว , ไม่ว่าผู้ใดมารุกรานสมาคมการค้า หรือสมาคมการค้าตกอยู่ในอันตราย ทุกๆคนก็จะร่วมกันต่อสู้เพื่อขับไล่ศัตรูร่วมกัน

ตระกูลใหญ่ๆ และทหารรับจ้างและพ่อค้าที่มั่งคั่งต่างก็ร่วมแรงร่วมใจกัน นั่นทำให้สมาคมการค้าเป็นแคว้นที่แข็งแกร่งและสามารถตอบโต้จักวรรดิ์ทั้งสอบกลับไปได้

การที่ผู้คนสมาคมการค้าต่างรวมมือกัน นั้นช่างถือได้ว่าเป็นสิ่งที่ดีนัก ไม่ใช่แค่เพียงปกป้องตัวเองเท่านั้น หากพวกเขาคิดจะไปบุกรุกแคว้นขึ้นมา นั่นก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร !

 

เหล่าพ่อค้าที่มั่งคลั่งต่างก็รวมตัวกันออกตามหาสมบัติที่อยู่ไปทั่วในป่าทมิฬ อยู่ทางทิศใต้ของบึงมรณะ ไปทางทิศเหนือของภูเขาเมฆาหรือไกลออกไปทางตะวันตก หรือแม้กระทั่ง ทะเลตะวันออกที่ไม่มีที่สิ้นสุด

ไม่ว่าจะเป็นบึงมรณะ ภูเขาเมฆา หรือเกาะในทะเลที่กว้างใหญ่ ที่เหล่านั้น ต่างก็มีทรัพยากรทุกชนิดซ้อนอยู่ เช่น แร่ธาตุและยาวิเศษ เป็นส่วนใหญ่ แต่แคว้นสมาคมการค้า เหล่าพ่อค้านั้นจะได้ประโยชน์จากที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของพวกเขา

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ที่ บึงมรณะ ภูเขาเมฆาและทะเลกว้างใหญ่ แต่ทุกสถานนั้น ต่างก็มีอันตรายซ่อนอยู่เป็นอย่างมากเช่นกัน

สัตว์อสูร หมอกพิษ , โรคระบาด , ชนเผ่าที่น่ากลัว และภัยพิบัติต่างๆ . . . . . . .

นั่นเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้ผู้ต้องการจะไปสถานที่เหล่านั้นจะต้องมีความแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก แต่ก็โชคดีที่สมาคมการค้านั้นไม่เคยขาดแคลนนักรบ และ ทหารรับจ้างฝีมือดี

มี 17 เมืองในสมาคมการค้าและ เมืองเทียนหยุนเองก็เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุด

เมืองเทียนหยุนตั้งอยู่ในใจกลางของสมาคมการค้าและมีเมืองเล็กๆอีกแปดเมืองล้อมรอบอยู่ มันครอบคลุมไปทั่วเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ ซึ่งเกือบเท่ากับเมืองเล็กๆแปดเมืองรวมกัน จำนวนประชากรก็เช่นกัน

ดังนั้นเมืองเทียนหยุน จึงเป็นเมืองหลวงของสมาคมการค้า ซึ่งเป็นดินแดนหลักที่มีตระกูลที่ทรงอำนาจอาศัยอยู่

ตระกูลฉื่อเองก็รวมอยู่ในนั้นด้วยเช่นกัน พวกเขามีขุมกำลังและสมบัติต่างๆกระจ่ายฝังรากไปทั่วเมือง เทียนหยุน

ตระกูลฉื่อตั้งอยู่ในภาคเหนือของเมืองเทียนหยุน มันครอบคลุมไปทั่ว 100 ไมล์ และมีตึกรามบ้านช่องหล่ยพันหลัง ทั้งเทละสาบเทียมและสวนหิน , สวนและลำธารพวกนี้ต่างก็อยู่ในทุกๆที่ และก็เป็นลูกหลานตระกูลฉื่อที่อาศัยอยู่ในสวนเหล่านี้อย่างสงบ ซึ่งทั้นนั้นมีทะเลสาบเทีย เป็นศูนย์กลาง และมีเรือนต่างๆล้อมรอบ ด้าน ด้านหลังของบ้านเรือนจะมีห้องฝึกฝนแรงโน้มถ้วงและอาคารหลักของตระกูลอยู่ . . . . . . .

มีลูกหลานที่สืบเชื่อสายโดนตรงไม่มากนักที่อาศัยอยู่เรือนธรรมดา ส่วนมากจะเป็นคนจากตระกูลสาขาและองค์กรต่างๆในตระกูล มีเพียงหนึ่งในร้อยเท่านั้นที่จะเป็นลูกหลานโดยตรง ตระกูลสาขาและคนคุ้มกันเหล่านั้นต่างก็มีจำนวนหลายพันครอบครัว ในตระกูลฉื่อ

ทุกๆเช้า คนในตระกูล ทหาร หรือคนจากตระกูลสาขาต่างก็ฝึกกันในสนามฝึกฝน .

เมื่อไก่เริ่มขันแสงอาทิตย์เริ่มส่องมากระทบกับพื้นกินจนเกิดเป็นแสงสว่าง นักรบหลายคนก็จะลุกขึ้นตื่น และเริ่มฝึกกัน

เป็น ฉื่อเจี้ยน ที่เดินออกจากห้องหินและตะโกนลงไปด้านล่างเรือนแล้วเรียกหยานไห่ จากนั้นพวกเขาก็เดินตรงไปยังประตูด้วยกัน

ระหว่างกำลังเดินไปทีประตู , นักรบต่างก็ก้มหัวให้พวกเขา ฉื่อเจี้ยน พยักหน้าอย่างราบเรียบโดยไม่ต้องชะลอการก้าวเดินของเขา

ในเวลาสั้น ๆหลังจากที่พวกเขามาถึงประตู ฮันเฟิงก็ปรากฏอยู่เบื้องหลังพวกเขา เขาเริ่มที่จะสังเกตเห็นได้ระหว่างที่กำลังเดินไปประตู และเขาก็มายืนอยู่ข้างๆ ฉื่อเจี้ยน อย่างเงียบๆ

" ตามข้อควาทที่ฮันจงส่งมา พวกเขาน่าจะกลับมาถึงตระกูลตั้งแต่คืนวาน แต่บัดนี้ยังไม่กลับมา พวกเขาจะต้องมาถึงในวันนี้เป็นแน่นอน " ฉื่อเจี้ยน ขมวดคิ้วแล้วพึมพำ " ข้ารอจนถึงเช้า เพื่อรอพบเจ้าเด็กที่อยู่นภาที่สามในระก่อตั้ง . แต่มันกลับไม่กลับมาที่ตระกูลเสียนี่ . . . . . . . "

" บางทีพวกเขาอาจจะติดขัดอยู่บนถนนก็เป็นได้ "หยางไห่กนด่าในใจ  ฉื่อหยานเจ้าเด็กไร้มารยาท! เจ้าจะต้องอธิบายทุกอย่างให้ข้าฟังเมื่อเจ้ากลับมา

" โธ่ . . . . เป็นไปได้หรือไม่ว่าฮันจงจะส่งข้อความมาผิด "

ฉื่อเจี้ยน หันกลับไปมองฮันเฟิงอย่างสับสน " ข้าก็พบเห็นเด็กหนุ่มที่พลังตื่นขึ้นในช่วงวัยหนุ่มมาบ้าง ข้าจึงไม่สงสัยในเรื่องนั้น อย่างไรก็ตาม  เจ้าเด็กนั้นไม่เคยฝึกฝนวิชาต่อสู้มาก่อน ก่อนที่จะอายุสิบเจ็ดปี แต่ตอนนี้เขากลับอยู่ในนภาที่สามรองระดับก่อตั้ง นี่ช่างเป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อนัก ! ข้าได้คบคิดอยู่เป็นเวลาหลายคืน แต่ก็ไม่สามารถคิดออกว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร ท่านคิดว่าเช่นไร ? "

ฮันเฟิงยืน คอดตาของเขาและกล่าวว่า " แม้ว่าฮันจงจะไม่ใช่คนที่ดีพร้อมนัก แต่ส่วนใหญ่เขาค่อนข้างระมัดระวังในเรื่องที่สำคัญเช่นนี้เป็นอย่างมาก ข้าคิดว่าเขาคงจะไม่โกหกเกี่ยวกับเรื่องนั้นแน่ ข้าเองก็ไม่สามารถอธิบายได้เช่นกัน แต่ข้าก็หวังให้มันเป็นเรื่องจริง "

" อืม ข้าก็หวังเช่นนั้นเหมือนกัน เจ้าเด็กนั้นทิ้งเวลาให้เสียเปล่ามาสิบเจ็ดปี ข้าหวังว่าครั้งนี้เขาจะคิดต่างออกไปจากเมื่อสิบเจ็ดปีที่ผ่านมาก"

นักรบมากมายต่างก็เดินออกมาต่อเนื่อง ด้วความสงสัยของพวกเขา พวกเขาจึงออกมาหลังจากกินอาหารเช้าเสร็จ , พวกเขาได้ยินว่าหัวหน้าตระกูลกำลังยืนรอบางอย่างที่หน้าประตู พวกเขาเริ่มรวมตัวกันและเริ่มพูดคุยกันเสียงดัง .

ไม่มีใครรู้ว่าผู้ใดกำลังจะมาเยือน ต้องเป็นคนของตระกูลเป่ยหมิง หรือไม่ก็ตระกูลซั่วแน่ มิเช่นนั้นฉื่อเจี้ยนคงไม่มายืนรอเช่นนี้

แต่หลังจากผ่านไปนาน ก็ไม่มีใครโผล่มา นักรบหลายคนกลายเป็นใจร้อนและเริ่มด่าถึงคนที่หยิงพยองนี่ ที่ทำให้ฉื่อเจี้ยนต้องยืนรอเป็นเวลานาน

ดวงอาทิตย์ลอยตัวสูงขึ้นเหนือหัว และสูงขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็ไม่มีวี่แววว่าใครจะปรากฏออกมา ฉื่อเจียนเริ่มเป็นกังวลเช่นกัน เขาจึงกล่าวกับหยางไห่ที่ยืนอยู่ข้างๆเขา " นี่มันก็นานมากแล้ว มันจะเกิดอะไรขึ้นหรือไม่ ? "

หยางไห่ ส่ายหัวกับยิ้มอย่างขมขืนและตอบว่า เขาเองก็ไม่รู้เช่นกัน และเขาก็แอบถอนหายใจกับตัวเอง

แม้ว่าซือเจี้ยนจะเริ่มเป็นกังวลเรื่องฉื่อหยานแล้ว แต่เขากลับไม่กังวลสักนิด

 

เขาจำได้ ก่อหน้านี้ฉื่อเจี้ยนได้บอกเขาว่าฉื่อหยานหายตัวไปในป่าทมิฬ

และตอนนี้ กลับบอกว่าฉื่อหยานยังมีพลังอยู่ในนภาที่สามในระดับก่อตั้งแล้ว , ฉื่อเจี้ยนถามหาฉื่อหยานทุกวัน และเขายังออกไปรอฉื่อหยานที่หน้าประตูทุกวันอีกด้วย . . . . . . .

ทัศนคติของ ฉื่อเจี้ยน เปลี่ยนมากเกินไป ซึ่งทำให้หยางไห่ อึดอัดเล็กน้อย

หนึ่งชั่วโมงต่อมาใกล้จะเที่ยงวัน ขณะที่ดวงอาทิตย์อยู่ตรงเหนือหัวพวกเขาในท้องฟ้า มังกรดินร่างอวบก็ค่อยๆปรากฏขึ้นในเส้นทาง

และมีคนสองคนกำลังนั่งพูดคุยกันอย่างสุขสบาย พวกเขาคือ ฉื่อหยานและฮันจงนั่นเอง

 

––––––––––––––––––––––––

ห่างหายไปนานในการลงเว็ปนี้ ปัจจุบันเรื่องนี้แต่งไปจนถึงตอนที่ 1183 แล้วนะคะ หากสนใจอ่านติดตามได้ที่เพจด้านล่างเลยค่ะ

ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ที่เพจของเรา กดตรงนี้ >>GOS เทพเจ้าล่าสังหาร << ฝากกดไลท์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้แปลด้วยครับ

 

จบบทที่ บทที่ 47 เมืองเทียนหยุน

คัดลอกลิงก์แล้ว