เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 49 ประตูนภา กับ ดินแดนแห่งพระเจ้า !

บทที่ 49 ประตูนภา กับ ดินแดนแห่งพระเจ้า !

บทที่ 49 ประตูนภา กับ ดินแดนแห่งพระเจ้า !


บทที่ 49 ประตูนภา กับ ดินแดนแห่งพระเจ้า !

 

ในห้องแรงโน้มถ่วง

มีเสาขนาดใหญ่ตั้งอยู่กลางห้อง ฉื่อหยานยืนโดนเด่นอยู่ตรงนั้นและเปิดใช้งานกายาแข็งพร้อมกับเหงื่อท่วมตัว

เสานั้นมีขนาดกว้างสามเมตร ซึ่งฝังรากลึกอยู่ที่ศูนย์กลางของพื้นหินในห้องแรงโน้มถ่วง มันมีหนามแหลมคมมีขนาดสั้นและส่องแสงสีทมิฬออกมา

ในตอนนี้ร่างของฉื่อหยานเป็นสีน้ำตาลเข้ม และ เขาหายใจอย่างหนักหน่วง พร้อมกับที่เสาเหล่านั้นที่กำลังกระแทกไปที่ ไหล่ แขน เอว และ ต้นขา ของเขาและมันก็ เปลี่ยนไปเรื่อยๆ

เสียงทื้อสั้นๆดังออกมาจากห้องแรงโน้มถ่วง

เพื่อเป็นการกตระตุ้นประสิทธิภาพของจิตวิญญานกายาแข็งของตระกูลฉื่อ จะต้องฝึกฝนด้วยการทำร้ายตนเอง จิตวิญญานกายาแข็งนั้นจะแข็งแกร่งขึ้นก็ต่อเมื่อฝึกฝนด้วยการถูกกระแทกด้วยของแข็ง

หรือการทรมานร่างกายอย่างสาหัส จะสามารถช่วยให้กายาแข็งสามารถทนรับทุกการโจมตีจากศัตรูได้

มีเสาแรงโน้มถ้วงสีดำทมิฬเจ็ดต้นถูกสร้างขึ้นในห้องแรงโน้มถ่วง ซึ่งมันจะช่วยเพิ่มแรงโรมถ่วงขึ่้นมาถึงเจ็ดเท่าจากปกติ

" ปัง ! ปัง ! ปัง ! "

ด้วยร่างกายท่อนบนที่เปลือยเปล่า ฉื่อหยานใบหน้าก็จริงจัง ในขณะที่เขากำลังฝึกขีดจำกัดของร่างกาย เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับจิตวิญญานกายาแข็ง

ทุกครั้งที่กระบองมกระแทกไปที่ร่างกายของเขา มันจะส่องแสงสีน้ำตาลอ่อนๆออกมา

จะส่องประกายในช่วงเวลาสั้นๆ มันจะเกิดขึ้นต่อเมื่อร่างกายของฉื่อหยานสัมพัสกับกระบอง และจะหายไปหลังจากที่มันไม่ได้สัมพัส

หลังจากที่กระแทกไปยังส่วนต่างๆของร่างกาย ห้าพันครั้ง ฉื่อหยานก็ล้มลง และไม่สามารถใช้พลังงานของเขาอีกต่อไป แขนและขาของเขาอ้าออก เขานอนอยู่กลางห้องพร้อมกับเหงื่อของเขาที่ออกมาไหลดั่งสายธารผ่านผิวของเขาหยดลงบนพื้นหินสีเขียว

นี่ก็ผ่านมาครึ่งเดือนแล้ว

ในครึ่งเดือนที่ผ่านมา ฉื่อหยานกินและนอนอยู่ในห้องแรงโน้มถ่วง เขาไม่เคยออกจากห้องเลยแต่ก็มีบางครั้งที่ออกไปเพื่อไปเข้าห้องน้ำ

นี่เป็นแผนการของฉื่อเจี้ยน

ทันทีที่ ฉื่อเจี้ยน พบว่าจิตวิญญานของฉื่อหยานอยู่ในขั้นที่สอง เขาก็บังคับให้ฉื่อหยานหยุดการฝึกฝนอื่นๆและมุ่งเน้นไปที่การฝึกฝนร่างกายอย่างเดียว

ฉื่อเจี้ยน ต้องการกระตุ้นศักยภาพทั้งหมดของจิตวิญญานกายาแข็งในขั้นที่สองของฉื่อหยานอย่างเร็วที่สุดเพื่อที่จะเสริมสร้างโครงสร้างร่างกายของเขาให้สามารถทนต่อทุกการโจมตีจากนักรบได้

ในช่วงครึ่งเดือนที่ผ่านมา ฉื่อเจี้ยน , ฮันเฟิง หยางไห่ พวกเขามักจะมาดูเขาเสมอ

เช่น , ฉื่อเจี้ยน , เขาจะมาดูทุกๆ 3 วัน และเขาก็จะตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงในร่างกายของฉื่อหยานอย่างระมัดระวัง และให้คำแนะนำในการฝึกฝนขั้นต่อไปอย่างหนัก

ฉื่อหยานนอนบนพื้นด้วยความอ่อนเพลีย และเริ่มปรับการหายใจช้าๆ หลังจากรู้สึกได้ว่าแรงที่ของแขนและขาของเขากลับมา เขาก็ลุกขึ้น และเริ่มโคจรพลังปราณลึกลับ

ถึงแม้ว่าแรงของเขาจะหมดไป แต่พลังปราณลึกลับของเขากลับโคจรได้เร็วกว่าเดิม ในระหว่างที่โคจร ฉื่อหยานหลับตาลงและพยายามสงบจิตใจของเขาและทำให้มันว่างเปล่า

ทุกครั้งที่เขาตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ เขาจะพบว่า เลือดเนื้อ , เซลล์และกระดูกทั้งหมดของเขากำลังเติบโตขึ้นในร่างกายของเขา ซึ่งเขาเองก็ไม่สามารถเข้าใจมันได้เช่นกัน

ร่างกายที่เสียหายของเขากำลังค่อยๆฟื้นตัวจากความอ่อนแอและทำให้เขาแข็งแกร่งมากขึ้น

นี้คือพลังในการฟื้นฟูของจิตวิญญานอมตะ !

ฉื่อหยานเข้าใจได้เป็นอย่างดี

ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ เขาก็ค่อยๆลืมตาขึ้นมา ดวงตาของเขาส่องสว่างเหมือนกับดวงดาว หลังจากที่นั่งสมาธิอยู่นาน , ความเมื่อยล้าในร่างกายของเขาก็หายไปและพลังปราณลึกลับของเขาที่กำลังโคจรอยู่ ดูเหมือนมันอัดแน่นกันจนแถบจะระเบิดออกมา

ในช่วงเวลานั้น ประตูหินในห้องแรงโน้มถ่วงก็ถูกเปิดออกเล็กน้อย

เป็นฮั่นจงที่เดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มขนาดใหญ่พร้อมตระกร้าไผ่เจ็ดใบในมือ

เขาวางตระกร้าไผ่ลง และหยิบอาหารออกมาช้าๆ " อาหารวันนี้มี : รังนก , ปลิงทะเล , เต่า , อุ้งเท้าหมี , เห็ดหลินจือ น้องหยาน เจ้านั้นตะกละเป็นอย่างมาก ! อาหาร 1 มื้อสำหรับเจ้าคนอื่นๆในตระกูลฉื่อสามารถทานได้ตั้งห้าคน หากเป็นตระกูลเล็กๆหละก็ ตระกูลคงจะหมดตัวเพราะเจ้าเป็นแน่”

ฮั่นจงหัวเราะ เมื่อเขาวางจานเสร็จแล้ว เขาก็แอบหยิบเหล้าออกมา “ขวดเหล้านี้เรียกว่า ' เปลวอัคคี ' เป็นหนึ่งในของสะสมของข้า ดื่มเร็วเข้า ข้าจะรินให้”

ฉื่อหยาน ไม่คิดที่จะปฏิเสธและเขาก็เดินไปที่ฮันจงอย่างเร็ว และเริ่มกลื่นกินอาหารลงไปอย่างตะกละตะกราม มีเพียงตระกูลที่ร่ำรวยเท่านั้นที่จะมีเหล้า '  เปลวอัคคี ' ได้ , เขาหยิบมันขึ้นมาและยกหัวดื่มลงไป

เช็ดปากจากนั้นเขาก็วางขวดที่ว่างเปล่าลง และเขาก็หัวเราะ " อวุโสฮัน ท่านเอามาให้ข้าอีกขวดได้หรือไม่ เพียงขวดเดียวมันไม่เพียงพอสำหรับข้า "

 

" น้องหยาน เหล้า ' เปลวอัคคี ' มาจากศาลาฤดูใบไม้ผลิ และยังมีราคาห้าร้อยคริสตัลม่วงเชี่ยวนะ ! " ฮัน จง ยิ้มออกมาอย่างขมขื่น " นี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ข้าจะไปที่นั่น ข้าจะพาเจ้าไปที่ ' กริช ' ในวันพรุ่งนี้แทนละกัน ซึ่งค่าใช้จ่ายของมันมีเพียงแค่หนึ่งร้อยคริสตัลฟ้าเท่านั้น ข้าสามารถเลี้ยงเหล้าเจ้าได้ถึงสี่ขวดเลยทีเดียว ! "

" พวกเราก็มีเหรียญคริสตัลมากมายไม่ใช่รึ ! " ฉื่อหยานไม่สนใจอะไร " ข้าต้องการ ' เปลวอัคคี ' , ครั้งหน้าข้าจะจ่ายเหรีนญคริสตัลให้ท่านเอง ! "

" งั้นก็ตกลง " ฮั่นจงแสยะยิ้ม " น้องหยาน ท่านหัวหน้าตระกูลจะเก็บเรื่องที่เจ้าเป็นนักรบไว้เป็นความลับ นักรบและคนคุ้มกันต่างก็ไม่รู้เรื่องของเจ้า เจ้ารู้หรือไม่เพราะเหตุใด ? "

" เหตุใดงั้นรึ ? " ฉื่อหยานถาม .

" งานประลองวิชาต่อสู้ที่เกิดขึ้นทุกๆห้าปีจะเกิดขึ้นในอีกสามเดือนข้างหน้า เจ้ารู้หรือไม่ ในการแข่งครั้งสุดท้าย ที่ผ่านมา ตระกูลโม่และตระกูลหลิงต่างก็เหนือกว่าเรา เพื่อการแข่งขันในครั้งนี้ท่านหัวหน้าตระกูลจึง . . . . . . . "

" เขาอยากให้ข้าเข้าร่วมงานประลองวิชาต่อสู้ ? " ฉื่อหยานตอบกลับอย่างประหลาดใจก่อนที่ฮันจงจะหยุดพูด

งานประลองวิชาต่อสู้เป็นการประลองที่ใหญ่โตซึ่งจัดขึ้นโดยความร่วมมือของห้าตระกูลใหญ่ในสมาคมการค้าทหารและนักรบสามารถเข้าร่วมได้

จะมีการประลองจัดขึ้นห้าระดับ ระดับเริ่มต้น ระดับก่อตั้ง ระดับมนุษย์ ระดับหายนะ และระดับปฐพี นักรบทุกคนสามารถลงประลองได้ตามระดับของตัวเองเท่านั้น

ห้าตระกูลใหญ่จะมอบของรางวัลที่ช่วยในการฝึกฝนมากมาย เช่น ยา , สมบัติ , วิชาต่อสู้ และอื่น ๆ แก่ผู้ชนะ

ห้าตระกูลใหญ่จัดการประลองนี้ขึ้นมามีเหตุผลด้วยกันสองข้อ หนึ่งพวกเขาต้องการที่จะเฟ้นหานักรบที่แข็งแกร่งในแคว้น , การประลองนี้จะเป็นแรงจูงใจสำหรับนักรบให้ฝึนฝนอย่างหนักเพื่อแคว้น

นักรบที่ยังไม่ได้เข้าร่วมกับตระกูลใดๆ ต่างก็ต้องการ ยา , สมบัติและวิชาต่อสู้ เหล่านี้ พวกเขาบางส่วนเองก็ต้องการที่จะใกล้ชิดกับตระกูลใหญ่ๆเช่นกัน

ดังนั้น ทุกการประลองจึงดึงดูดนักรบนับพันให้เข้ามาประลอง และมันก็จะรุนเเรงเป็นอย่างมากอีกด้วย

นอกจากนี้บรรดาตระกูลใหญ่ทั้งห้ายังส่งลูกหลานของพวกเขาให้เข้าร่วมการประลองครั้งนี้ด้วย

ด้วยวิธีนี้จะสามารถแสดงให้เห็นถึงขุมพลังของตระกูลตัวเองได้และจะใช้มันเพื่อดึงดูดนักรบที่แข็งแกร่งให้มาเข้าร่วมกับตระกูล

ดังนั้น การประลองนี้ไม่เพียงแต่เป็นโอกาสสำหรับตระกูลใหญ่เพื่อดึงดูดนักรบ แต่ยังเป็นสนามประลองขุมพลังอำนาจกันอย่างลับๆด้วย

ดังนั้น ทั้งนักรบและทหาร และห้าตระกูลใหญ่ในแคว้นนี้ต่างก็ให้ความสำคัญในการประลองครั้งนี้นัก

บางครั้งการขัดแย้งที่เกิดขึ้นระหว่างห้าตระกูลใหญ่ก็ถูกตัดสิ้นในการประลองนี้

ตัวอย่างเช่นในการประลองครั้งสุดท้าย ตระกูลฉื่อและตระกูลโม่ต่างลงเดิมพันเหมืองสามแห่ง

แต่น่าเสียดาย ในการต่อสู้ระหว่างผู้เยารุ่นที่สาม ยกเว้นฉื่อเทียนหยุน , ลูกหลานคนอื่นๆในตระกูลฉื่อ ฉื่อเทียนลั่ว และ ฉื่อเทียนเค้อ ต่างถูกทุบตีด้วยลูกหลานของตระกูลโม่ และในที่สุดตระกูลโม่ก้ได้รับเหมืองไป 2 แห่ง ส่วนตระกูลฉื่อนั้นได้รับเพียงแค่แห่งเดียว

" เจ้าอาจจะยังไม่รู้ เรานั้นได้ทะเลาะกับตระกูลโม่ด้วยข้อพิพาทมากมายเมื่อเร็ว ๆนี้ ดังนั้น ในการประลองครั้งนี้มันต้องนำบางอย่างที่มีค่ามาเดิมพันเป็นแน่ "

" ซึ่งนั่นก็หมายความว่า ข้าจะได้มีโอกาศแสดงฝีมือสินะ "

" แน่นอน ! หัวหน้าตระกูลคาดหวังกับเจ้าเป็นอย่างมาก ว่าเจ้าจะต้องชนะ และนำชัยชนะมาสู่ตระกูลเรา นั่นเป็นเหตุผลที่เขาเข้มงวดกับเจ้าเป็นอย่างมาก และยังคอยมาดูแลเจ้าทุกๆ3วันไงหละ เจ้าไม่รู้หลอกว่าท่านหนะยุ่งขนาดไหนเมื่อเร็วๆนี้ แต่ท่านยังสละเวลามาดูแลเจ้า ซึ่งนั่นแสดงให้เห็นว่าท่านห่วงใยเจ้าเป็นอย่างมาก”

" ตกลง ข้าเข้าใจแล้ว "

. . . . . . .

ในห้องหิน

ฉื่อหยานนั่งตัวตรงอยู่กลางห้อง ด้วยดวงตาสว่างสดใสพร้อมกับใบหน้าที่ดูชั่วร้ายและกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่

" ข้าได้ยินมาว่า ในการประมูลที่ศาลาหมอกมีภาพวาดประตูนภาอยู่ด้วย . . . . . . . " เป็นฮันฟงกำลังกำลังรายงานให้ฉื่อเจี้ยนที่ยืนข้างๆฟัง

ประตูนภา เป็นสิ่งที่สามารถนำไปสู่ดินแดนเร้นลับของพระเจ้าได้ ดินแดนแห่งนั้นจะเกิดขึ้นในแผ่นดินรุ่งเรืองซึ่งจุดที่ประตูนภาจะเกิดขึ้นนั้นไม่สามารถรับรู้ได้

ไม่มีใครรู้ถึงโครงสร้างของดินแดนพระเจ้า , หรือไม่อาจจะรู้ได้ว่ามันปรากฏขึ้นที่ใด

แต่ภาพวาดประตูนภาแผ่นหนึ่งนั้น สามารถบอกถึงจุดที่ประตูจะปรากฏได้

มีเรื่องราวตำนานต่างๆมากมายเกี่ยวกับประตูนภา

ว่ากันว่ามีดินแดนพระเจ้าอยู่หลายแห่งและแตกต่างกันออกไป มีทั้งวิชาต่อสู้ระดับวิญญาน ระดับพระเจ้า แม้แต่ยาอัศจรรย์ หรือ สมบัติมากมายก็มีเช่นกัน . . . . . . .

" นี่ก็สี่เดือนแล้ว ที่การูได้ขโมยภาพวาดประตูนภาส่วนหนึ่งจากอาจารย์ของมันที่หุบเขายาไป ชิ้นส่วนทั้งสองอาจจะเป็นภาพเดียวกัน แล้วตอนนี้อีกส่วนอยู่ที่ใดกัน ? บางทีอีกส่วนที่อยู่ในศาลาหมอกจะเป็นภาพที่การูได้ขโมยมางั้นรึ " ฉื่อเจี้ยน คิดอย่างรวดเร็วเมื่อเขานึกถึงข่าวเมื่อสี่เดือนก่อน

 

ฮันเฟิงส่ายหัว " ส่วนที่อยู่กับการูนั้นได้หายไปนานแล้ว และส่วนที่อยู่ศาลาหมอก เป็นของนายหญิงของที่นั่น พวกเขาเห็นว่านี่เป็นเรื่องใหญ่ ศาลาหมอกจึงไม่วางประมูลโดยตรง แต่เก็บไว้ในส่วนของสิ่งที่ต้อง ' ตรวจสอบแทน ' "

" งั้นก็แปลว่ามีภาพส่วนหนึ่งอยู่ที่ศาลาหมอก ? " ฉื่อเจี้ยนถามออกไปอย่างหนักแน่น

" ขอรับ " ฮันเฟิงพยักหน้า " ตระกูลเป่ยหมิง ตระกูลโม่  ตระกูลหลิง และตระกูลซั่ว ทั้งหมดได้ติดต่อข้อซื้อภาพนั้นที่ศาลาหมอกทันที หลังจากที่พวกมันได้รับข่าว แต่ศาลาหมอกนั้นก็ไม่ยอมวางประมูล พวกเขาอ้างว่าต้องตรวจสอบเสียก่อน และทั้งสี่ตระกูลเองก็ทำเพียงแค่แสดงอำนาจและความของแข็งแกร่งออกมาเท่านั้น ไม่ได้ขโมยมันแต่อย่างใด "

" ก็นั่นมันเป็นแค่ภาพส่วนหนึ่งเท่านั้น . ถ้ามันเป็นภาพที่สมบูรณ์ตระกูลเป่ยหมิงจะต้องขโมยมันแน่นอน . " ฉื่อเจี้ยน แสยะยิ้ม .

" เราจะลงมือเลยหรือไม่ ? "

" จับตาดูให้ดีพอ อย่าได้เข้าไปยุ่งในช่วงนี้ เราจำเป็นต้องแลกเปลี่ยนข้อมูลกับตระกูลซั่วก่อน เราไม่สามารถลงมือผลีพลาดได้ก่อนที่ส่วนที่สองจะปรากฏ .

" ขอรับ " .

––––––––––––––––––––––––

ห่างหายไปนานในการลงเว็ปนี้ ปัจจุบันเรื่องนี้แต่งไปจนถึงตอนที่ 1183 แล้วนะคะ หากสนใจอ่านติดตามได้ที่เพจด้านล่างเลยค่ะ

ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ที่เพจของเรา กดตรงนี้ >>GOS เทพเจ้าล่าสังหาร << ฝากกดไลท์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้แปลด้วยครับ

จบบทที่ บทที่ 49 ประตูนภา กับ ดินแดนแห่งพระเจ้า !

คัดลอกลิงก์แล้ว