เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 18 ถูกไล่ล่า

บทที่ 18 ถูกไล่ล่า

บทที่ 18 ถูกไล่ล่า


บทที่ 18 ถูกไล่ล่า

 

นักฆ่าเกือบทั้งหมดล้มลงบนพื้น และพลังปราณลึกลับของพวกมันก็ถูกดูดออกไป

ฉื่อหยานยังคงเคลื่อนไหววนไปรอบๆ และเขาก็พยายามดูดพลังปราณลึกลับให้เข้ามาในเส้นชีพจรของเขามากขึ้น

มีดของเขาส่องแสงออกมา และร่างกายของฉื่อหยานก็ปกคลุมไปด้วยแสงสีดำ เขาเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วอยู่ในกลุ่มนักฆ่า หลบหลีกทุกการโจมตี และทิ้งบาดแผลลึกไปที่ร่างของพวกมัน

นักฆ่าทั้ง 3 ที่ถูกยาพิษผงตัดกระดูก มือและเท้าของพวกมันกำลังสูญเสียความแข็งแรงไป อย่างช้าๆ และการเคลื่อนไหวของพวกมันก็ช้ามากขึ้นเรื่อยๆ

ฉื่อหยานเคลื่อนไหวไปที่พวกมันสลับกันเป็นรูปสามเหลี่ยม , ทำให้พวกมันสับสนพวกเดียวกันเอง .

ฉื่อหยานดูไม่แยแสเขาเคลื่อนไหวไปมาเหมือนผี มีดของเขาปลดปล่อยคลื่นพลังเย็นยะเยี่ยบระเบิดออกมา

" อ๊าาาา ! "

หนึ่งในนักฆ่าที่ถูกฟัน มันไม่สามารถทำอะไรได้ มันตะโกนออกมาทันที " ฆ่าเจ้านี้ก่อน ! "

นักฆ่าอีกสองคนพยักหน้าอย่างเกลียดชัง และทิ้งจ้าวชิน ตี่ย่าหลาน และ หู้หลง ไว้ นักฆ่าทั้งสามพยายามที่จะไม่โคจรพลังปราณลึกลับของพวกมัน พวกมันทำอะไรบางอย่างและdHปรากฏแสงสีรุ้งสามเส้น พุ่งออกมาจากมือพวกมัน

แสงสีรุ้งพุ่งไปที่ฉี่เหยียนเหมือนลูกศรที่เงียบเฉียบ นั่นทำให้รู้ได้ทันทีว่าพวกมันมาจากที่แห่งใด

" ระวัง ! ! ! นั่นคือ [หอกราชันย์ทมิฬ ] จากโลกทมิฬ " มู่หยู่เตี๋ยร้องออกมา " เจ้าอย่าได้คิดว่ามันมีตัวตนหรือมันกำลังไล่ตามเจ้า จงอย่าเพ่งความสนใจไปที่พวกมัน "

ฉื่อหยานเคลื่อนไหวอย่างเฉียบคมออกมาจากการพัวพันทันที ปล่อยวางความคิดของเขา และหยุดต่อสู้ และทำจิตใจให้ว่างเปล่า

ในทันที [ หอกราชันย์ทมิฬ ] ทั้งสามต่างก็สูญเสียทิศทางของพวกมันและพุ่งออกไปที่ทุ่งหญ้าที่อยู่ห่างออกไป ทุ่งหญ้าบริเวณนั้นกลายเป็นบิดเกลียวและระเบิดออกมา

" บัดซบเอ้ย ! " นักฆ่าคนหนึ่ง พูดกนด่าออกมา และเตรียมที่จะใช้เคล็ดลับอื่นๆ

ในตอนนั้นเอง จ้าวชินก็ได้สูดดมยาที่อยู่ในกระเป๋า และค่อย ๆหายจากพิษผงตัดกระดูก  , ในตอนนี้เขาพร้อมที่จะรับมือกับนักฆ่าแล้ว และเขาก็พุ่งจู่โจมไปที่มันทันที

จ้าวชินเหวี่ยงแขนของเขาออกไป แขนของเขาเริ่มที่จะยืดและตวัดกลับไปมาเหมือนงู จ้าวชินเข้าไปพัวพันกับนักฆ่า และผูกมัดมันจากทุกทิศ

" หู้หลง ! "มู๋ยู่เตี๋ยตะโกนออกมาและโยนกระเป๋าไปที่หู้หลง และเขาก็สูดดมยาที่อยู่ในกระเป๋าและรีบวิ่งออกไปทันที

เป็นจ้าวชิน และหู้หลง เป็นทั้งสองที่ได้เข้าร่วมการต่อสู้ ในตอนนี้ฉื่อหยานหยานรู้สึกกดดันน้อยลงอย่างมาก หลังจากทั้งสองสูดดมยาแก้พิษพวกเขาก็กลับมาแข็งแกร่งเช่นเดิม แต่นักฆ่าทั้ง 3 ยังคงอ่อนแรงจากยาพิษผงตัดกระดูกอยู่ ในไม่ช้า พวกมันก็ถูกสังหารโดยจ้าวฉิน และหู้หลง

" ตี่ย่าหลาน ออกมาจากพื้นที่การต่อสู้สะ ! เอาถุงยานี่ไปให้ลุงลั่วเดี๋ยวนี้ "มู่หยู่เตี๋ยเรียก ตี่ย่าหลานออกมา ส่วน นางเองก็เตรียมที่จะเข้าร่วมการต่อสู้แล้วในตอนนี้

ตี่ย่าหลาน เข้าใจสิ่งที่มู่หยู่เตี๋ยหมายถึง เธอวิ่งออกไปที่ ลั่วฮ่าว อย่างรวดเร็ว .

ฉื่อหยานหยุดการต่อสู้ลง และ เดินเข้าไปที่มู่หยู่เตี๋ยและยืนอยู่ข้างๆเธอ เขาดูไม่สนใจสิ่งใด แล้วดวงตาของเขาก็จ้องไปที่ ตี่ย่าหลาน .

นางมี ผมยาว , ผิวสีทองแดง ; ตี่ย่าหลาน สวมเกราะสีแดงเข้มซึ่งคลุมหน้าอกใหญ่ๆของเธอเอาไว้เป็นพื้นที่สามเหลี่ยม สะโพกของเธอดูอ้อนช้อย หน้าท้องแบนราบและขาของเธอก็ยาวเงางามส่วนต่างๆถูกเปิดเผยให้เห็น

ถึงแม้หน้าตาของตี่ย่าหลานจะไม่งดงามเท่ามู่หยู่เตี๋ย แต่รูปร่างของเธอนั้นช่างเร่าร้อนจริงๆ และการแต่งตัวของเธอยังเพียงพอที่จะทำให้ชายหนุ่มทุกคนบ้าคลั่งได้

ทั้งๆที่เขากำลังยืนอยู่ข้างๆมู่หยู่เตี๋ย แต่ฉื่อหยานนั้นไม่ได้มองไปที่เธอเลย ในทางตรงกันข้าม เขาไม่สามารถย้ายตาของเขาให้ห่างจากตี่ย่าหลานได้ เขาไม่แม้แต่จะซ่อนสัญชาตญาณความเป็นชายของเขาไว้ได้

" นางดูงดงามมากมั้ย ? "มู่หยู่เตี๋ยขมวดคิ้ว และสุดลมหายใจเข้า . เห็นได้ชัดว่านางดูไม่มีความสุข

ฉื่อหยานเขารู้สึกได้ จึงยิ้มออกไปให้เธอ " ชายหนุ่มทุกคนจะถูกดึงดูดโดยหญิงสาวที่เร่าร้อนเช่นนี้ .

มู่หยู่เตี๋ยมีแสงประกายในดวงตาของนางขณะที่เธอจ้องหน้าเขาสักพัก แล้วนางก็หัวเราะคิกคัก . " เจ้านี่น่าขันจริงๆ เจ้าอายุเท่าไหร่เชียว ? เจ้าโตพอจะเป็นชายหนุ่มแล้วงั้นรึ ? "

ฉื่อหยาน ก็แปลกใจที่เห็นนางเตือนเขาเช่นนั้น ร่างกายของเขาตอนนี้มีอายุเพียง 17 ปีเท่านั้น และเนื่องจากเขาดูผอมแห้งเป็นอยากมาก ทำให้เขาดูเหมือนเด็กอายุ 14

การที่อยู่ในร่างกายที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะและเรียกตัวเองว่าเป็นชายหนุ่มเช่นนี้ อีกทั้งยังพูดเรื่องลามกกับเพศตรงข้าม นั่นเป็นเรื่องประหลาดอย่างมาก

ฉื่อหยานหยานส่ายหัวเบาๆและไม่ได้อธิบายอะไร เขาแกล้งทำเป็นเดินหนีมู่หยู่เตี๋ยไปอย่างเป็นธรรมชาติ และเดินไปทางจ้าวชิน และหู้หลง

ด้วยเสียงร้องโหยหวนของนักฆ่า เลือดของมันไหลออกมาจากปาก และหัวใจของมันก็ถูกฉีกกระชากโดย [ อสรพิษนภา ] ของจ้าวชิน มักชักกระตุกเช่นนั้นอยู่สักพัก แล้วมันจึงตกตายไป

ฉื่อหยานค่อยๆดูดซึมพลังปราณลึกลับจากศพนักฆ่าคนนั้น เข้าไปในร่างกาย นั่นเป็นสิ่งเดียวที่เขาจะทำในตอนนี้ แววตาของฉื่อหยานหยานเริ่มปรากฏความกระหายเลือดและความปรารถนาทางเพศออกมา เขาพยายามควบคุมพวกมันอยู่ในจิตใจ

เขารู้ดีว่าก่อนที่พลังเหล่านี้จะถูกกลั่นและหลอมรวมกับพลังปราณลึกลับของเขา ความปรารถนาพวกนี้จะไม่หายไป

แต่ด้วยการที่ฉื่อหยานหยานได้พบเจอเหตุการณ์เช่นเดียวกันมาแล้ว ในตอนที่ดูดซับพลังจากการู ในตอนนี้เขาจึงสามารถที่จะควบคุมมันไว้ได้

หลังจากที่เขาควบคุมมันอย่างระมัดระวัง สักพัก เขาก็พบว่าตั้งแต่ที่เขาได้บรรลุถึงระดับก่อตั้ง , เขาก็สามารถหยุดยั้งความปรารถนาพวกนี้ได้ และเขายังสามารถรักษาเหตุผลและตัวตนของเขาไว้ได้ หลังจากที่เขาดูดซึมพลังปราณลึกลับจากคนสองคนที่มีพลังในระดับเดียวกันแล้วอีกด้วย

 

ฉื่อหยาน เดาว่านั่นคงเป็นเพราะระดับของเขาได้เพิ่มขึ้น เขาไม่ได้นักรบในระดับเริ่มต้น ที่ดูดซับพลังในระดับก่อตั้งอีกแล้ว , เขาดูดซับพลังที่ต่างชั้นกันมากเกินไปจาก การู ดังนั้นเขาจึงเกิดอาการบ้าคลั่งขึ้น

" ตามมันไป ! "

ขณะที่ฉื่อหยานขบคิด จ้าวชินตะโกนและวิ่งออไปพร้อมกับหู้หลงทิศทางเดียวกับที่พวกนักฆ่าหลบหนีไป .

" อย่าได้ไล่ตามพวกมันไป ! ตอนนี้ปล่อยมันไปก่อน ! " เมื่อเห็นว่าผู้นำนักฆ่าจันทร์เสี้ยวก็หนีเช่นกัน ,ลั่วฮ่าวจึง ตะโกนใส่จ้าวชิน และหู้หลง

" เหตุใดกันลุงลั่ว ? ! ! ! " จ้าวชินก็ไม่สามารถเข้าใจอะไรได้จึงถามออกไป

ลั่วฮ่าว หายใจเอากลิ่นหอมจากกระเป๋ายาและพูดออกมา " มีคนกำลังมาทางนี้ จะต้องเป็นคนที่มาจากโลกทมิฬแน่ มันจะสายเกินไปหากเราจะหลบหนีจากศัตรูสองกลุ่ม จำไว้ ! สิ่งที่สำคัญไม่ใช่การฆ่านักฆ่าเหล่านั้น แต่เป็นการปกป้องเตี๋ยเอ่อ ! "

ได้ยินว่ากองกำลังอื่นกำลังมาจ้าวชินก็ประหลาดใจ จึงพยักหน้าอย่างเห็นด้วย

ลั่วฮ่าวไม่ได้กล่าวอะไรเพิ่ม ถึงแม้ว่าเขาจะยังไม่ได้รับการฟื้นฟูทั้งหมด เขาก็มันเดินมาจับที่แขนของมู่หยู่เตี๋ยและบอกกล่าวกับฉื่อหยาน " เด็กน้อย ขอบใจเจ้ามาก อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่เรื่องของเจ้า อย่ได้ามายุ่งเกี่ยวเลย ลาก่อน . "

" ข้าเป็นเจ้าของชีวิตของแม่นางมู่ ”

ฉื่อหยานพูดออกไปเหมือนกับไม่รู้ความโหดร้ายของโลกทมิฬ เขาดูไม่ใส่ใจสิ่งใด และกล่าวว่า " จะต้องตอบแทนบางอย่างแม้สิ่งนั้นจะเป็นเพียงน้ำหนึ่งหยดที่ตกลงไปในทะเลสาบก็ตาม และก็แม่นางมู่ได้ช่วยชีวิตข้าไว้ ข้าแยกแยะได้ระหว่างมิตรหรือศัตรู ถ้าใครทำดีกับข้ามากเท่าไร ข้าจะตอบแทนกลับเป็นสิบเท่าโดยปราศจากความเกลียดชัง ถ้ามีใครช่วยชีวิตข้าหนึ่งครี่ง ข้าก็จะช่วยชีวิตคนนั้นคืนสิบชีวิต ด้วยความกตัญญูกตเวที ข้าอยากจะร่วมเดินทางไปกับพวกท่านมานานแล้ว หวังว่าข้าจะสามารถช่วยพวกท่านได้นะ ? .

" เจ้าแน่ใจรึเจ้าหนุ่ม ? " หู้หลงยกย่อง

ตี่ย่าหลาน ปรากฏประกายแสงในดวงตาของนาง และหัวเราะคิกคักออกมา " เจ้าเด็กน้อย เจ้าไม่เพียงจะลามก แต่เจ้ายังมีความยุติธรรม และกล้าหาญ ข้าเห็นว่าเจ้าได้แอบจ้องมาที่ข้ามาเป็นเวลานานพอสมควร เอางี้เป็นอย่างไร ข้าจะสอนบทเรียนที่้เข้มงวดให้กับเจ้าเอง หากเจ้าไม่ว่าอะไรหละนะ ! "

" เจ้า . . . . . . . " มู่หยู่เตี๋ยตะลึง นางไม่ได้คาดหวังว่าฉื่อหยานจะเป็นคนมีคุณธรรมในใจ นางเดินบิดตัวเล็กน้อย

" อืม ถ้าเจ้ายืนยันเช่นนั้น ข้าก็จะไม่ห้ามเจ้า " ลั่วฮ่าว ตอบแล้วพยักหน้า เขาจับมู่หยู่เตี๋ยไว้และเริ่มออกวิ่ง

และอีกสามคนก็ตามไปอย่างรวดเร็ว ฉื่อหยานสูดลมหายใจเข้า และตามไปทันที

. . . . .

ด้วยกองกำลังนักรบของตระกูลโม่ โม่ช่าวเก้อ ที่กำลังเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วผ่านป่าทมิฬ จู่ๆ เขาก็หยุดลงกลางคัน และจ้องไปที่นักฆ่าจากโลกทมิฬ ที่ปรากฏตัวขึ้นอย่างไม่คาดคิด อย่างไม่วางตา

นักฆ่าจันทร์เสี้ยวดูสับสนเช่นกัน เขาสังเกตไปที่โม่ช่าวเก้อ และนักรบของมันด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความระมัดระวัง พวกมันไม่รู้ว่ากลุ่มตระกูลโม่มาจากที่ใด พวกนักฆ่าจึงเป็นกังวลเล็กน้อย บางทีพวกเขาอาจจะมาเพื่อช่วยเหลือ ลั่วฮ่าวก็เป็นได้ .

" ลุงสอง . . . . . . . " โม่หยานหยู่พึมพำ สัญชาตญาณของเธอบอกกับเธอว่าคนเหล่านี้ไม่ได้มาด้วยเจตนาที่ดี เธอจึงอยากจะเตือนโม่ช่าวเก้อ .

โม่ช่าวเก้อ จ้องมองไปที่นักฆ่าจันทร์เสี้ยวสักพัก และกล่าวว่า " เป้าหมายของเราคือเด็กร่างกายผอมอายุประมาณ 15 ปี ปัจจุบัน มันแบกกระเป๋าไว้ด้านหลัง เราไม่มีเจตนาที่จะสร้างปัญหาให้พวกเจ้า”

ทูตนักฆ่าจันทร์เสี้ยวแอบโล่งใจ ในตอนนี้มันถูกพิษผงตัดกระดูกอยู่และฤทธิ์ของผงนั่นยังในร่างกายของมัน ในตอนนี้มันจึงสามารถใช้ความสามารถของมันได้เพียง 30 เปอเซนต์เท่านั้น ถ้ามันต้องต่อสู้กับโม่ช่าวเก้อ ผลลัพธ์จะออกมาไม่ดีแน่นอน

เมื่อได้ยินที่ โม่ช่าวเก้อพูด มันก็ปรากฏความคิดบางอย่างขึ้น และมันก็พูดอย่างเจ้าเล่ห์ "โอ้ เราพบเจ้าเด็กนนั้นพอดี และมันยังอยู่รวมกับเป้าหมายของเราเช่นกัน "

" จะบอกข้าได้หรือไม่ว่าเจ้าเด็กนั่นอยู่ที่ใด ? " โม่ช่าวเก้อ ถามอย่างสุภาพ

มันนั้นไม่ได้สังเกตว่านักฆ่าจันทร์เสี้ยวกำลังถูกพิษผงตัดกระดูก แต่ด้วยบรรยากาศที่อึมครึ่มของคนๆนั้น มันจึงคิดได้ว่านักฆ่าจันทร์เสี้ยวต้องเป็นคนเจ้าเลห์คดโกงอย่างแน่นอน ดังนั้น มันงเก็บความยโสของมันเอาไว้

" ทางนั้น ! "นักฆ่าจันทร์เสี้ยวชี้ไปทิศทางที่จากมาและตอบอย่างเย็นชา " เจ้าจะต้องระวังเจ้านั้นให้มากนัก ถึงแม้ว่าเจ้านั่นจะมีพลังในระดับต่ำ แต่มันก็มีนักรบ นภาแรกของระดับหายนะอยู่ด้วย และเจ้านั่นยังมีวิชาต่อสู้ [ แรงโน้มถ่วงสิบเท่า ] อีกด้วย มันไม่ง่ายที่จะจัดการนัก . "

" นภาแรกในระดับหายนะ " เมื่อได้ยินว่า โม่ช่าวเก้อ ขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วพยักหน้า " ขอบคุณสำหรับข้อมูลของเจ้า "

" ไปกันเถอะ ! " โม่ช่าวเก้อ โบกมือแล้วรีบจากไปกับนักรบตระกูลโม่ทันที

 

" ชายคนนั้นเองก็อยู่ในระดับหายนะเช่นกัน . " หลังจากที่พวกตระกูลโม่จากไป นักฆ่าจันทร์เสี้ยวดวงตาก็เปิดสลัว เขาแสยะยิ้ม " เจ้าบัดซบนั่น บังอาจทำลายแผนการของข้า ข้าจะไปสังหารมันแน่เมื่อข้าหายดี”

––––––––––––––––––––––––

ห่างหายไปนานในการลงเว็ปนี้ ปัจจุบันเรื่องนี้แต่งไปจนถึงตอนที่ 1183 แล้วนะคะ หากสนใจอ่านติดตามได้ที่เพจด้านล่างเลยค่ะ

ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ที่ กดตรงนี้ >>GOS เทพเจ้าล่าสังหาร << ฝากกดไลท์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้แปลด้วยครับ

จบบทที่ บทที่ 18 ถูกไล่ล่า

คัดลอกลิงก์แล้ว