เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 17 แรงโน้มถ่วง 10 เท่า

บทที่ 17 แรงโน้มถ่วง 10 เท่า

บทที่ 17 แรงโน้มถ่วง 10 เท่า


บทที่ 17 แรงโน้มถ่วง 10 เท่า

 

ณ หุบเขาที่เงียบสงบ ในตอนนี้กลับเต็มไปด้วยอาวุธที่แตกหัก ลั่วฮ่าว จ้าวชินและคนอื่น ๆกำล้อมรอบ มูหยู่เตี๋ยอยู่ เพื่อป้องกันการจู่โจมที่รุนแรงของผู้ที่มาจากโลกทมิฬ

ชายร่างผอมสูงในชุดสีเทาที่ไหล่ปักด้วยรูปจันทร์เสี้ยวสีเงิน เขาเป็นผู้ออกคำสั่งให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาทั้ง 8 ทุกคนยืนล้อมทั้ง 4 ทิศ พวกมันมีดวงตาที่เย็นชาและน่ากลัวภายใต้หน้ากากสีขาว

" แม่นางมู่ เจ้ามากับพวกเราสะและกลับไปหาจักพรรดิ์แห่งโลกทมิฬเดี๋ยวนี้ เจ้าคงไม่อยากให้พวกข้าลงไม้ลงมือหลอกจริงหรือไม่ . " ชายร่างผอมตัวสูงในชุดสีเทา ที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้า กล่าวอย่างเย็นชา ขณะออกคำสั่งกับคนเหล่านั้น

น่ารังเกียจนักนัก ! ,มู่หยู่เตี๋ยส่ายหัวของเธอและพูดอย่างหนักแน่น " ข้ายอมตายดีกว่าจะยอมกลับไปกับพวกเจ้า "

" เช่นนั้นเจ้าตัดสินใจจะไม่ให้ความร่วมมือสินะ แม่นางมู่ งั้นข้าต้องขออภัยด้วยที่ต้องล่วงเกินเจ้า ! "มันหยุดชะงั้กชั่ววินาที และยิ้ม " ลั่วฮ่าว ! เจ้าก็รู้ว่าโลกทมิฬนั้นทรงพลังแค่ไหน ! ถ้าเจ้าไปกับเรา ข้าขอรับรองว่าเจ้าจะปลอดภัยและอาจจะมอบกองกำลังเล็กๆน้อยๆให้อีกด้วย "

" ฮ่า ฮ่า " ลั่วฮ่าว ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา . เสียงของเขาดังกังวาน . " ข้าชอบอยู่คนเดียวมากว่า ถ้าเจ้าต้องการจะฆ่าข้าละก็เข้ามาเลย ! เจ้าจะต้องสูญเสียพลังเป็นอย่างมากแน่นอนหากประมือกับข้า เจ้าเป็นนักฆ่าจันทร์เสี้ยวจากโลกทมิฬ ด้วยพลังในนภาที่ 2 ของระดับหายนะ นั่นก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ข้าลากเจ้าให้ตกตายไปด้วยได้ "

" เจ้าคิดว่าเจ้าแข็งแกร่งพอที่จะมอบความตายให้แก่ข้าได้เช่นนั้นรึ ? " นักฆ่าจันทร์เสี้ยว ส่ายหัว และพลันหายไปในอากาศ

เวลาต่อมา มันก็ปรากฏตัวยืนอยู่ที่ด้านหน้าของ ลั่วฮ่าว ด้วยระยะห่างเพียง 3 เมตร . มันยืดแขนซ้ายของมันออกไป นิ้วมือทั้งห้าของมันคมดุจกรงเล็บ ; ระหว่างนั้นก็ปรากฏแสงสีเขียวเหมือนกับภูตผีวิญญาน ซึ่งมันพุ่งไปที่ลั่วฮ่าว , และมันเริ่มที่จะบิดหมุนกันเป็นเกียวเหมือนริบบิ้น

" [ กรงเล็บมรกต ] ! " ลั่วฮ่าว สีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย เขาพูดอย่างใจเย็น " จ้าวชิน เจ้าทั้งสามคน จงปกป้องเตี๋ยเอ๋อสะ ! "

" ตูม ตูม ตูม ! "

หัวใจของ ลั่วฮ่าว เต้นเร็วขึ้นหลายครั้ง รอบๆตัวของเขาพลันหนักขึ้นสิบเท่า แรงโน้มถ่วงสิบเท่า !

จู่ๆ คนทั้ง 8 ที่อยู่รอบๆลั่วฮ่าว พลันรู้สึกถึงแรงกดดันอันมหาศาลเหมือนกับว่าพวกมันถูกกดทับด้วยภูเขาขนาดใหญ่ แรงกดดันนี่เกือบจะทำให้พวกมันคุกเข่าลงกับพื้น แม้แต่นักฆ่าจันทร์เสี้ยวก็ยังได้รับผลกระทบไปด้วย อย่างไรก็ตาม มันถอนหายใจ และพูดว่า " ลั่วฮ่าว , น่าประทับใจนัก ! [ วิจิตรแรงโน้มถ่วง ]ของเจ้า เป็นวิชาระดับสูงอย่างแท้จริง ! ! แรงโน้มถ่วงสิบเท่างั้นรึ ! ข้าไม่แปลกใจเลย ที่เจ้าจะหยิ่งพยองเช่นนั้น "

" ฮ่า ฮ่า ฮ่า หากข้าไม่สามารถทำได้ ข้าคงไม่บอกหรอกว่าข้าจะลากเจ้าให้ตกตายไปด้วย " ลั่วฮ่าว ตอบอย่างสงบ ด้วยรอยยิ้มที่มีบนใบหน้าของเขา ในขณะเดียวกัน ดาบใหญ่บนไหล่ของเขาส่องแสงสีฟ้าประกายออกมา , แรงกดดันก็เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล

ลั่วฮ่าว หัวเราะเสียงดัง เขาควงดาบในมือของเขาและเดินตรงไปที่ข้างหน้าของมู่หยู่เตี๋ย เพื่อขัดขวาง นักฆ่าจันทร์เสี้ยวที่กำลังจะจู่โจมมา

หลังจากนักฆ่าจันทร์เสี้ยวแสดง [ กรงเล็บมรกต ] ออกมามันก็ปรากฏแสง สีเขียว มืดมนอบอวลในอากาศ แต่มันดูเหมือนว่าจะได้รับผลกระทบจากแรงโน้มถ่วงที่เพิ่มขึ้น นั่นจึงทำให้นักฆ่าจันทร์เสี้ยวควบคุมพลังของมันได้ยากขึ้น มันโค้งนิ้วมือของเขา แล้วผลักไปด้านหน้า ล้อมไปรอบๆ ลั่วฮ่าว กับอีกสามคน .

" จ้าวชิน พาแม่นางมู่หนีไป ! " ลั่วฮ่าว ตะโกน และดาบใหญ่ในมือของเขาก็ส่องแสงสว่างสีฟ้าสดใส ดูคล้ายดาวตกเมื่อฟันออกไป มันสามารถขัดขวางศัตรูและกรีดกันพวกมันให้ออกไปได้

ฉื่อหยานซ่อนตัวอยู่หลังต้นไม้เก่าแก่ ห่างออกไป50เมตร เห็นบางส่วนจากการต่อสู้นี้ เขาจ้องมองไปที่การต่อสู้ที่เกิดขึ้นด้วยสีหน้าเอาจริงเอาจัง ด้วยดวงตาของเขาที่ส่องแสงในที่มืด

ทุกคนจากโลกทมิฬนั้นอยู่ในระดับก่อตั้ง . และนักฆ่าจันทร์เสี้ยวได้ไปถึงนภาที่ 2 ของระดับ หายนะ นั้นมันมากเกินไปสำหรับเขา ถ้าเขาลงมืออย่างพลีพลาม เขาจะต้องถูกฆ่าตายอย่างง่ายดายแน่ๆ ก่อนที่เขาจะได้เข้าไปใกล้ๆมู่หยู่เตี๋ย

ฉื่อหยาน นึกถึงสถานการณ์ต่าง ๆ และวิธีที่ดีที่สุดที่สามารถเป็นไปได้

ไม่กี่วินาทีต่อมา ดวงตาของเขาเปล่งประกาย . เขาหยิบกระเป๋าออกมาอย่างรอบคอบ และหยิบผงตัดกระดูกออกมาซึ่งห่ออยู่ในผ้าที่นุ่มนิ่ม เขาลดร่างกายของเขา จากนั้นเขาก็ค่อยๆปีนขึ้นไปบนกิ่งไม้

ผ่านกิ่งยาวบนต้นไม้ ฉื่อหยาน ก็ค่อยๆเคลื่อนที่อย่างรอบคอบไปทางกลุ่มคนที่ต่อสู้กันอยู่

ผงยาตัดกระดูก เป็นผงยาพิษ ที่คิดค้นโดย การู ,และถูกลั่นสกัดโดยมัน

ผงนี่จะทำให้เส้นเลือดและกระดูกส่วนหนึ่งของผู้ที่ถูกมันรู้สึกชา และลดพลังอำนาจของพวกเขาลง มันจะออกฤทธิ์เป็นเวลานานสุด 3 ชั่วโมง นี่เป็นเวลาที่ เพียงพอที่จะเปลี่ยนแปลงผลของการต่อสู้ได้

" จ้าวชิน ! หนีไป ! " ลั่วฮ่าว คำรามออกมา ดาบของเขาเปล่งประกายด้วยแสงสีฟ้า เขาคนเดียวกำลังต่อสู้รับมือกับนักฆ่าจากโลกทมิฬ

" แม่นางมู่ " จ้าวชินเป็นกังวล เขาก้าวเดินไปและพูดว่า " รีบไปกันเถอะ ! "

มู่หยู่เตี๋ยดูเงียบสงบ แต่แววตาของนางกลับแสดงความดื้อรั้นออกมา และนางก็พูดเบาๆ " ข้าไม่ไป ถ้าเจ้าทั้งสามคนช่วยกันสู้ เราก็จะชนะได้แน่ แต่หากเราหลบหนีไปหละก็ ลุงลั่วจะต้องตกตายแน่นอน หากไม่มีลุงลั่วแล้ว เราก็ไม่สามารถรอดพ้นจากพวกโลกทมิฬอยู่ดี เราจะต้องถูกจับได้อย่างแน่นอน ! "

" ดี ! ! ! งั้นก็สู้จนกว่าตัวจะตาย ! " จ้าวชินเป็นคนฉลาด เมื่อได้ยินคำพูดของมู่หยู่เตี๋ย เขาได้ตัดสินใจทันที และตะโกน , " ตี่ย่าหลาน ! หู้หลง ! เราจะสู้กับพวกมัน ! "

 

พวกเขาล้อม มู่หยู่เตี๋ยไว้ และหยิบอาวุธที่แหลมคมออกมา และพุ่งจู่โจมไปที่นักฆ่าจากโลกทมิฬด้วยพลังทั้งหมดที่พวกเขามี .

" เจ้าทั้งสี่คน ไปรับมือกับเจ้าเด็กสามคนนั่น  " นักฆ่าจันทร์เสี้ยวขมวดคิ้วและสั่งอย่างเย็นชา " อย่าได้ทำร้ายแม่นางมู่ ท่านจักพรรดิ์ได้สั่งไว้ว่า แม่นางมู่ต้องกลับไปแบบมีชีวิต และจะต้องไม่ได้รับบาดเจ็บ ! "

" ขอรับ ! " นักฆ่าคนนึงตอบ และไม่นานก็วิ่งตามสามคนก่อนหน้านี้ไป

หลังจากนั้น

ทันทีก็มีเสียงเล็กๆดังมาจากด้านบน นักฆ่าจันทร์เสี้ยวระมัดระวังตัวมากขึ้น ทันทีที่มันเงยหน้าขึ้น มันก็ตะโกนออกมาทันที " บัดซบ ! ! ! ! หนีเร็ว ! "

นี่ย่อมสายเกินไป !

ผงสีเทาลอบลงมาจากบนฟ้าเหมือนกับเม็ดฝนและแผ่กระจายไปทั่วพื้นที่ ทุๆกคน รวมทั้งผู้ที่มาจากโลกทมิฬถูกปกคลุมไปด้วยฝุ่น และไม่มีใครสามารถรอดพ้นได้

นักฆ่าจันทร์เสี้ยวตระหนักได้ถึงสถานการณ์อย่างรวดเร็ว มันกลั้นหายใจ และหลบหนีออกมาทันที แต่ก็ยังคงมีผงจำนวนมากติดอยู่บนเสื้อของมัน ผงนี่มีฤทธิ์ที่ร้ายแรงเป็นอย่างมาก ผงตัดกระดูกทะลวงเข้าไปในร่างกายของมันผ่านเข้าไปที่ผิวหนังของมัน ในตอนนั้นมือและเท้าของมันก็ชาทันที มันคิดอย่างรวดเร็ว , และโคจรพลังปราณลึกลับของมันเพื่อป้องกัน

แต่พวกนักฆ่าคนอื่นๆไม่รอบคอบเช่นมัน พวกมันหลายคนสูดดมผงตัดกระดูกเข้าไปเต็ม ซึ่งได้ซึมซับเข้าไปในร่างกายของพวกมันแล้ว และทำให้หัวใจกับปอดของพวกมัน รู้สึกชา กระดูกของพวกมันกลายเป็นอ่อนระทวย และความแข็งแกร่งของพวกมันก็ลดลง

ใบหน้าของ ลั่วฮ่าว ดูคล้ำลงทันที เขาเองก็ได้รับผลของมันด้วยเช่นกัน ด้วยความเหนื่อยจากการต่อสู้ เขาโคจรพลังปราณลึกลับที่เหลืออยู่น้อยนิดของเขาอย่างรอบคอบ ให้มันลอยออกปกคลุมร่างกายของเขาเพื่อป้องกันผงยาพิษ เขาเงยหน้ามองไปที่ท้องฟ้าด้วยสายตาที่เย็นชา

ปรากฏเป็นร่างผอมแห้งโผล่มาจากกิ่งไท้เหนือหัวพวกเขา เขามีสีหน้าเฉยเมย คนคนนั้นค่อยๆลอยลงมาจากต้นไม้ และมายืนอยู่ข้างหน้ามู่หยู๋เตี๋ย นางรู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก และเขาหยิบถุงยาออกมาทันที และพูดเบา ๆ " สูดดมกลิ่นหอมนี้สะ มันจะช่วยถอนพิษให้กับเจ้า ”

" นี่เจ้า ? " สีหน้าตกตะลึงปรากฏอยู่บนใบหน้ที่งดงามของมู่หยู่เตี๋ย นางไม่อยากจะเชื่อว่ามันจะเป็นฉื่อหยานที่ลอยลงมาจากเบื้องบน

นางมองไปที่ฉื่อหยานอย่างรอบคอบ และมู่หยู่เตี๋ยก็ต้องแปลกใจ เพราะฉื่อหยานได้บรรลุถึงระดับก่อตั้งแล้วโดยใช้เวลาเพียงไม่กี่วัน บนโลกมีวิธีเช่นนั้นด้วยรึ ? !

" เจ้าได้ช่วยชีวิตข้าไว้ถึงสองครั้ง ถึงแม้ว่าเจ้าจะไม่ได้ตั้งใจช่วย และไม่ได้มีเจตนาเช่นนั้น แต่สำหรับข้านั้น ข้าจดจำมันได้อย่างไม่ลืมเลือน " ฉื่อหยานยิ้ม และเห็นว่า มู่หยู่เตี๋ยคว้ากระเป๋ายาไปไปดม เขาก็พูด , " ฤทธิ์ของผงตัดกระดูกจะหมดลงเมื่อผ่านไป 3 ชั่วโมง ไม่นานไปมากกว่านี้ เจ้าสมควรรู้วิธีที่จะจัดการกับมันนะ  แม่นาง . . . " ดวงตาสีเข้มของเขาจู่ๆก็พลันกลายเป็นเย็นชา

" ข้าจะรับมันไว้ " เมื่อมู่หยู่เตี๋ยได้ยินสิ่งที่ฉื่อหยานกล่าว นางก็สูดลมหายใจลึกนำกลิ่นหอมเข้าไปและจากนั้นนางก็ส่งกระเป๋าให้จ้าวชินที่อยู่ข้างๆ " เร็วเข้า ! "

นักฆ่าจัทร์ทมิฬยังโคจรพลังปราณลึกลับของเขาเพื่อป้องกันผลของยาตัดกระดูก เมื้อเห็นสถานการณ์เช่นนั้นมันก็ตะโกนด้วยสีหน้าเคร่งเครียด " ไป หยิบยาในกระเป๋ามา ! ถ้าหากได้รับยาแก้พิษ พวกเจ้าก็จะรอด ! "

หลังจากพูดแบบนั้น เขาก็บังคับพลังปราณลึกลับของเขาให้พุ่งไปทางลั่วฮ่าว .

ทันที่ที่เหล่านักฆ่าได้รับคำสั่ง พวกมันเริ่มล้อมจ้าวชินอีกครั้ง ถึงแม้จะยังมีพิษในร่างกายของพวกมันก็ตาม

ก่อนที่จ้าวชินจะรับกระเป๋ายามาจากมู่หยู่เตี๋ย เขาถูกโจมตีรอบด้านอยู่หลายครั้ง

ใบหน้าเขาเริ่มซีด และเขาก็ปฏิเสธที่จะรับกระเป๋ายานั้นมา เขาเริ่มสนใจไปที่การโจมตีและเผลิญหน้ากับนักฆ่าเหล่านั้นแทน

ดังนั้น หู้หลง และ ตี่ย่าหลาน . ที่ภายใต้การโจมตีที่รุนแรงของนักฆ่า พวกเขาไม่สามารถแม้แต่จะสูดดมยาแก้พิษ จากกระเป๋ายาได้เช่นกัน

มู่หยู่เตี๋ยเป็นผู้ถือกระเป๋ายา แต่ก็ไม่มีโอกาสที่จะส่งมันไปให้ผู้อื่น ดังนั้นนางจึงกังวลเป็นอย่างมาก

อย่างหมดหนทาง มู่หยู่เตี๋ยมองไปที่ฉื่อหยานด้วยดวงตาคู่งามของนางเพื่อขอความช่วยเหลือจากเขา

ทุกคนล้วนถูกยาพิษผงตัดกระดูก และ นางเองก็ไม่สามารถโคจรพลังปราณลึกลับของนางได้มากมายนัก แม้ว่าฉื่อหยานจะมีระดับพลังที่ต่ำ แต่ในเวลานี้เขานั้นสำคัญนัก

เมื่อเห็นมู่หยู่เตี๋ยอ้อนวอนดวยดวงตาของนาง ฉื่อหยานยิ้มและถามอย่างเป็นธรรมชาติ " แม่นาง ข้าขอทราบชื่อของเจ้าได้หรือไม่ ? "

" มู่หยู่เตี๋ย”

" เป็นชื่อที่ไพเราะนัก "

ฉื่อหยานพยักหน้า และตราตรึงชื่อนั้นในใจของเขา ภายใต้การมองของมู่หยู่เตี๋ย เขาพุ่งออกไปทันที !

ด้วยมีดที่อยู่ในมือของเขา ฉื่อหยานบุกเข้าไปยังกลุ่มนักฆ่าเหล่านั้นและกวัดแกว่งมีดของเขาด้วยใบหน้าเย็นชา กริชของเขาฟันผ่านอากาศอย่างเยือกเย็น

ในเวลาไม่นาน กลุ่มนักฆ่าที่ได้รับพิษมากที่สุดจากผงตัดกระดูก ร่างของพวกมันก็ปรากฏแผลลึกที่คอและพวกมันก็ล้มลงกับพื้นไปด้านหลัง

ฉื่อหยานเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วในกลุ่มนักฆ่าเหล่านั้นและทิ้งบาดแผลลึกไว้ให้พวกมัน ร่างของเขากลายเป็นประกายแสงที่รวดเร็วและแหลมคม

" นี่ . . . . . . . " มู่หยู่เตี๋ยสางผมข้างหูเบาๆ ด้วยมือของนาง . พลันปรากฏความประหลาดใจแวบผ่านเข้ามาในดวงตาของนาง และสีหน้าของนางกลายเป็นประหลาดใจ " ข้าแค่ . . ข้าแค่อยากให้เขาส่งกระเป๋ายาไปให้ผู้อื่นเท่านั้นเอง . . . . . . . " (TL . ฉื่อหยานเล่นใหญ่มาก เขาจะให้ส่งยาให้คนอื่นเฉยๆ นี่ไปไล่ฆ่าเขาหมดเลย 5555555)

 

––––––––––––––––––––––––

ห่างหายไปนานในการลงเว็ปนี้ ปัจจุบันเรื่องนี้แต่งไปจนถึงตอนที่ 1183 แล้วนะคะ หากสนใจอ่านติดตามได้ที่เพจด้านล่างเลยค่ะ

ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ที่ กดตรงนี้ >>GOS เทพเจ้าล่าสังหาร << ฝากกดไลท์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้แปลด้วยครับ

 

จบบทที่ บทที่ 17 แรงโน้มถ่วง 10 เท่า

คัดลอกลิงก์แล้ว