เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 16 ขุมทรัพย์

บทที่ 16 ขุมทรัพย์

บทที่ 16 ขุมทรัพย์


บทที่ 16 ขุมทรัพย์

 

ข้างๆลำธารขนาดเล็กมีมังกรดินกำลังกินน้ำอย่างเงียบๆ ร่างกายแข็งแกร่งของมันปกคลุมด้วยเกล็ด

โม่หยานหยู่นั่งอยู่ในเฉลี่ยงสูงบนหลังมังกรดินและเล่นกับระเบิดควันสีฟ้าในมือขอนาง พร้อมกับจมไปในความคิด

เมื่อเร็วๆ นี้ นางถูกหลอกหลอนโดย ฉื่อหยาน ทุกครั้งที่นางนึกถึงการกระทำที่โหดเหี้ยมของฉื่อหยาน นางก็เริ่มกระสับกระส่าย นางอยากจะจับเขามาและเลาะเส้นเลือดหักกระดูกของเขา

และเมื่อเห็นว่าอาจารย์ การู ได้ตายไปแล้ว นางก็ปล่อยทาสยาคนอื่นๆที่ไม่ได้ใช้งานไป

ด้วยนักรบทั้ง 11 จากตระกูลโม่พวกมันมีพลังเพียงระดับเริ่มต้น พลังของพวกมันไม่เพียงพอที่จะช่วยให้โม่หยานหยูไล่ล่าหาฉื่อหยานได้ นางทำได้เพียงแค่นั่งรอกำลังเสริมจากตระกูล

ทันใดนั้น แสงสีฟ้าอ่อนๆก็ปรากฏอยู่ตรงข้ามบนฟ้าห่างไปข้างหน้าห้าไมล์

" พวกเขามาถึงแล้ว ! " โม่หยานหยูพลันจิตใจเบ่งบาน นางรีบเขวี้ยงระเบิดควันสีฟ้าขึ้นสู่ท้องฟ้า และ จึง ปรากฏแสงสีฟ้าอ่อนเช่นเดียวกันกับที่นางเห็นด้านบน

นักรบที่ล้อมอยู่รอบๆมังกรดิน ต่างชื่นชมยินดี ความมีชีวิตชีวาของพวกมันถูกกระตุ้นขึ้นมาทันทีราวกับว่าพวกมันนั้นได้รับชัยชนะในการต่อสู้

ในเวลาน้อยกว่า 1 ใน 4 ของชั่วโมง มีเงาสามเงาปรากฏขึ้นมาไกลๆ และพุ่งมายังทิศทางของพวกเขา คนแรกที่มาถึง มันมีหนวดที่สวยงาม และสวมใส่รอยยิ้มที่ไม่แยแสอะไร เขาเดินเข้ามาใกล้ๆ โม่หยานหยู่และหัวเราะเสียงดัง " หยานหยู่เอ๋อ อาจารย์การู อยู่ที่ใด ? "

" ท่านลุงสาม อาจารย์ การู ตายแล้ว " โม่หยานหยูอธิบายในด้วยความไม่เต็มใจ " เราเจอโจรระหว่างทาง พวกมันมีพลังในระดับเริ่มต้น แต่มันสามารถที่จะฆ่าอาจารย์ การูได้ . ข้าก็ไม่รู้ว่ามันเป็นไปได้เช่นไร ? . "

โม่ช่าวเก้อ ได้ยินดังนั้นรอยยิ้มจึงหายไป และใบหน้าของมันก็ซีด : " กระเป๋าสัมภาระของมันยังอยู่หรือไม่ ? "

โมยันยูส่ายหน้า " โจรนั่นได้เอาไปแล้ว "

" โง่เขลา ! "

โม่ช่าวเก้อ สาปแช่งในเสียงต่ำ ด้วยใบหน้าที่เย็นชา เขาสังเกตว่า : " เราได้รับข้อมูลมาว่า การูนั้นได้ขโมยรูปภาพของ " ประตูสวรรค์ " มาจากอาจารย์ของมัน อาจารย์ของมัน มู่ซุน กำลังตามหาภาพที่ไม่สมบูรณ์นั้นไปทุกที่ มันบอกว่า มีดินแดนของพระเจ้าอยู่หลังประตูสวรรค์แห่งนั้น มันจะนำไปสู่ วิชาต่อสู้ในระดับวิญญาน และ ระดับ ศักสิทธิ์ ข้ารีบมาที่นี่ พร้อมผู้ติดตาม 2 คน เพื่อมาหารูปภาพที่ไม่สมบูรณ์นั้น แต่เจ้ากลับปล่อยให้มันตายไป โง่เขลานัก ! "

" อะไรนะ ! " โม่หยานหยู่ตกใจ " เป็นไปได้ยังไง ! "

" ทำไม การู ถึงต้องทิ้งหุบเขายา และมากับเจ้า หากมันไม่ได้ขโมยแผนที่ที่มีค่ามาจากอาจารย์ของมัน เจ้าคิดว่ามันถูกล่อลวงมาโดยความมั่งคั่งของตระกูลโม่รึ ?  ฮึ มันพยายามที่จะหาสถานที่ปลอดภัยในสมาคมการค้า เพื่อที่จะให้อาจารย์ของมัน มู่ซุน ไม่สามารถฆ่ามันไม่ได้ "

โม่ช่าวเก้อ คิดสักพักอย่างจริงจัง และตำหนิ " บอกข้อมูลมาให้ละเอียด ชายคนนั้นต้องยังอยู่ในป่าทมิฬเป็นแน่ เราต้องหามันให้พบ ! ภาพนั้นจะบอกซึ่งสถานทีของทรัพย์สมบัติ ตระกูลโม่ของเราจะแข็งแกร่งมากขึ้น หากเราได้รับมัน ! "

โม่หยานหยูเริ่มที่จะตระหนักได้ถึงสถานการณ์ที่ไม่ปกติ นางจึงบอกเล่ารายละเอียดทั้งหมดแก่เขา ยกเว้นเพีบงเรื่องที่ว่านางนั้นได้ถูกล่วงละเมิดโดยฉื่อหยานถึงสองครั้ง

" บัดซบ ! " โม่ช่าวเก้อ ดุอีกครั้ง เขาเดือดดาล " ทำไมเจ้าไม่ตามมันไป ? มันเป็นเพียงระดับเริ่มต้น ! ไม่ว่ามันจะฆ่า การูได้ยังไง มันจะต้องได้รับผลกระทบจากการต่อสู้นั้นแน่ๆ มันอาจจะได้รับบาดเจ็บสาหัสก็เป็นได้ ถ้าเจ้าไล่ตามมันไป เจ้าอาจจะฆ่ามันได้อย่างง่ายดาย เจ้าช่างโง่เขลายิ่งนัก ! "

" ข้ากลัวว่าเราจะสูญเสียมากเกินไป ดังนั้น . . . . . . . " โม่หยานหยูก้มหน้าลงด้วยความอัปยศ

" เจ้านั่น มีพลังเพียงระดับเริ่มต้น เจ้ากลัวมันงั้นรึ ? " โม่ช่าวเก้อ หงุดหงิด " เจ้าทำให้ตระกูลโม่ของเราสูญเสียทรัพยากรเป็นอย่างมาก ! พวกมัวทำอะไรอยู่ฮะ ? ข้าจะทำให้พวกเจ้าดูเอง ! เจ้า ! เจ้า ! เจ้า ! นำมังกรดินกลับไปยังสมาคมการค้าผ่านเส้นทางที่ปลอดภัย ส่วนคนอื่น ๆ ให้ติดตามข้ามา เราจะค้นหามัน ! "

. . . . .

พวกเขาตามหาฉื่อหยาน สองวันแล้ว แต่ก็ยังไม่พบอะไรเลย

ภายใต้แสงจันทร์ ฉื่อหยาน ยืนพิงอยู่ที่ต้นไม้โบราณ และกำลังคิด ในตอนนี้เขาได้ตัดสินใจที่จะหยุดการไล่ตาม

เขาถอดกระเป๋า ของการูออกมาจากหลังของเขาและเปิดดูข้างใน

ภายในกระเป๋านั้นเต็มไปด้วยยาพิษ , ยาพิษหลายขวดที่ถูกกลั่นโดยการู และหนังสือวิชาต่อสู้ระดับมนุษย์สองเล่ม : [ โล่แสงทมิฬ ] และ [ เคล็ดลับทมิฬ ]

นอกจากสิ่งเหล่านั้น ยังมีม้วนภาพสีเหลืองเข้ม เป็นรูปภาพที่ไม่สมบูรณ์ ซึ่งในภาพนั้นเป็นภูเขาสองลูก ฉื่อหยาน วิเคราะห์อยู่ 2 วัน แต่ก็ไม่พบอะไร แต่เขาก็ไม่ได้จริงจังอะไรกับมันมากนัก

ด้วยวิชาต่อสู้ทั้งสอง วิธีฝึก [ เคล็ดลับทมิฬ ] อย่างแรกเขาจำเป็นต่องแปรเปลี่ยนพลังปราณลึกลับให้เป็นสีดำ เขาคิดถึงวิธีแปรเปบลี่ยนอย่างหนักเป็นเวลาสองวัน แต่ฉื่อหยานคิดอะไรไม่ออกเลย นั่นทำให้เขาเลิกคิดถึงมันไป

โชคดีที่วิชาต่อสู้อีกเล่ม [ โล่แสงทมิฬ ]  ไม่ต้องใช้อะไรพิเศษ มันจำเป็นต้องทำเพียงอย่างเดียว คือโคจรพลังปราณลึกลับไปตามเส้นชีพจรตามที่มันเขียนไว้

ฉื่อหยาน หยิบหนังสือ [โล่แสงทมิฬ ] จากกระเป๋าและเริ่มฝึกมัน เขามุ่งมั่นที่จะเรียนรู้ทักษะนั้น และเขาจึงจดจำวิธีการฝึกวิชาอย่างรวดเร็ว

 

[ โล่แสงทมิฬ ] เป็นการวิชาต่อสู้ มันใช้พลังปราณลึกลับเป็นรูปแบบชั้นแสงสีดำรอบๆตัว เพื่อปกป้องจากการโจมตีของศัตรู มันเป็นแค่วิชาในระดับมนุษย์และมันไม่จำเป็นที่จะต้องใช้เงื่อนไขใดๆ ; เพียงแค่โคจรพลังปราณลึกลับเท่านั้น

ฉื่อหยาน เก็บข้าวของเข้าไปในกระเป๋า และสังเกตสภาพแวดล้อมรอบๆ เมื่อมั่นใจว่ามันปลอดภัยแล้ว เขาจึงรีบปีนขึ้นไปบนต้นไม้ข้างหลังเขา ซ่อนตัวอยู่ในพุ่มไม้ และเริ่มฝึก [ โล่แสงทมิฬ ]

หลังจากบรรลุเข้าสู่ดับก่อตั้ง เลือดของเขาก็ไหลเวียนอย่างราบเรียบเหมือนผ้าไหม เมื่อเขาคิดว่าจะโคจรพลังปราณลึกลับของเขา มันก็จะไหลเข้าสู่เส้นเลือดทันที

ฉื่อหยานนั่งทำสมาธิอยู่กับที่ โคจรพลังปราณลึกลับของเขาเงียบๆ และดำเนินการฝึกตามขั้นตอนเส้นชีพจรของ [ โล่แสงทมิฬ ]

พลังปราณลึกลับลอยออกมารอบตัวของเขา เหมือนกระแสอ่อนโยนปกคลุมร่างกายเขา ทันที ฉื่อหยานก็เร่งการหมุนเวียนพลังปราณลึกลับของเขา

" ปั๊ม ! "

จู่ๆ หมอกก็เริ่มเปล่งแสงออกมาเป็นสีดำ มันค่อยๆเริ่มสร้างเป็นชั้นบนร่างกายของฉื่อหยาน เขาค่อนข้างมั่นใจว่าเขานั้นได้ฝึนฝนอย่างถูกวิธี เช่นนั้นเขาจึงเร่งพลังปราณลึกลับอีกครั้ง

แสงสีดำเปล่งออกมาจากร่างกายของเขา มันเริ่มที่จะขยายขึ้นและเต็มไปด้วยความเข้มข้น ตอนแรกมันมีขนาดแค่ครึ่งเมตรเพียงครู่เดียว มันก็หนาขึ้น 1 เมตร เหมือนกันกับของ การู .

เวลาผ่านไปอย่างยาวนาน ฉื่อหยานหายใจออกมาและเปิดตาของขึ้นเขาช้าๆ พลังปราณลึกลับได้ไหลเวียนผ่านจุดชีพจรใหญ่ ทั้ง 6 จุดในร่างเขา

สำเร็จ ! ! !

ฉื่อหยานยิ้ม เขาพบว่ามันง่ายมากที่จะฝึก [ โล่แสงทมิฬ ]

เพียงแค่คืนเดียว เขาก็สามารถจับใจความสำคัญของวิชาต่อสู้นี้ได้ ด้วยพลังปราณลึกลับที่เพิ่มขึ้นของเขา เขาต้องทำเพียงแค่เร่งการไหลเวียนเท่านั้น และพลังการป้องกันของเขาก็จะเพิ่มขึ้นอย่างมาก

บนท้องฟ้า ดวงจันทร์ได้หายไป รุ่งอรุณใกล้เขามา

ฉื่อหยาน ก็ไม่ได้จากไป เขาสงบจิตใจของเขาและพยายามที่จะใช้พลังปราณลึกลับของเขาอีกครั้ง พลังปราณลึกลับลอยกลับเข้าไปที่แขนซ้ายของเขา เมื่อมันไปถึงเส้นชีพจรเส้นแรก ฉื่อหยานก็มีความคิดอื่นขึ้นมา เขาเริ่มโคจรพลังปราณลึกลับของเขาให้หมุนวนในเส้นชีพจร

ผ่านไปสามลมหายใจ , ฉื่อหยานก็เปลี่ยนความคิดของเขาอีกครั้ง , เขาโคจรพลังปราณลึกลับให้ลอยกลับมา ในทันทีเขาก็รู้สึกปวดอย่างรุนแรงในเส้นเลือด !

มันเป็นเช่นเดียวกับตอนที่เขาฝึกวิชาต่อสู้  [ บ้าคลั่ง ]

เขาอดทนกับความเจ็บปวดที่แขนของเขา และ ฉื่อหยานยังคงโคจรพลังปราณลึกลับของเขาอยู่ เขาพยายามอีกครั้งและทำตามขั้นตอนเดิม ที่แขนข้างขวาของเขา

กล้ามเนื้อในแขนซ้ายเริ่มส่งสัญญานบางอย่างออกมา และมันก็ค่อยๆกลายเป็นแห้งเหี่ยวและบางลง หมอกสีขาวบางๆออกมาจากแขนซ้ายของเขา . . . . . . .

ในสีหมอกขาวนั้นผสมด้วยความรู้สึกในทางลบ เช่น ความกลัวความโหดร้ายและสิ้นหวัง ซึ่งเป็นพลังที่แปลกประหลาดมีผลโดยตรงกับจิตใจของคน เขารู้สึกได้ว่าพลังงานด้านลบพวกนั้นมาจากเส้นชีพจรในแขนซ้ายของเขา และมันถูกอัดแน่นไว้ในหมอกสีขาว และเมื่อเขาได้ประมือกับศัตรู พวกมันจะรั่วไหลออกมาจากแขนของเขาโดยตรงและพุ่งไปหาศัตรู

ดวงอาทิตย์อยู่สูงกลางท้องฟ้า

ฉื่อหยาน เหงื่อท่วมตัว ในขณะที่เพ่งความสนใจไปที่แขนซ้ายของเขาอย่างหมกวุ่น แขนซ้ายของเขาถูกปกคลุมด้วยหมอกหนา ซึ่งมันได้ส่งกลิ่นเน่าเหม็นออกมา . ในตอนนั้นความต้องการทางเพศของฉื่อหยานก็ถูกกระตุ้นขึ้น

" ฮู้ววววววกกกก ฮู้วววววว , . . . . . . . "

ฉี่เหยียน พยายามอย่างหนักที่จะควบคุมความต้องการทางเพศของเขา เขาโคจรพลังปราณลึกลับในแขนของเขาให้กลับมาทีละน้อย กลับเข้าไปในช่องท้องของเขา และแขนของเขาก็ค่อยๆกลับมาเป็นปกติ และหมอกสีขาวโพลนรอบๆมันก็เริ่มลอยกลับเข้ามาในเส้นชีพจรผ่านเส้นเลือดของเขา จนไม่หลงเหลืออยู่รอบๆแขน

ฉื่อหยานนั่งพิงกับลำต้นของต้นไม้สีดำ ใบหน้าซีดเซียว เหนื่อยล้า เขาจมอยู่ในความรู้สึกเหล่านี้มันผสมปนกัน

วิชาต่อสู้ [ บ้าคลั่ง ] นั้นทำให้เกิดพลังงานเชิงลบในชีพจรทั้งหมดของเขา และพลังงานเชิงลบพวกนั้นมันจะรบกวนจิตใจของเขา วิชาต่อสู้นี้เป็นดาบสองคมในการต่อสู้ ซึ่งนั่นเขารู้สึกเสียดายกับมันยิ่งนัก มันสามารถเพิ่มพลังให้กับนักรบได้อย่างมหาศาล แต่ขณะเดียวกันมันก็ทำให้นักรบตกอยู่ในอันตรายเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ฉื่อหยานจำได้ว่าเมื่อ [ บ้าคลั่ง ] ได้กระแทกไปที่ [ โล่แสงทมิฬ ] ของการู พลังงานเชิงลบแปลกๆพวกนั้นก็ได้เข้าไปอยู่ในสมองของการู มันถูกรุกรานโดยพลังงานเชิงลบพวกนั้น ดังนั้นฉื่อหยานจึงตัดสินใจที่จะฝึกทักษะการต่อสู้นี้ในขั้นที่สูงขึ้นไป เพราะเขาต้องการที่จะรู้ว่าสิ่งใดจะเกิดขึ้นกับร่างกายของเขา เมื่อเขาสามารถควบคุมพลังงานด้านลบทั้งหมดในชีพจรของเขาได้

เขาเริ่มมีความคิดที่คลุมเครือ ตราบใดที่เขาสามารถทะลวงระดับแรกของ [บ้าคลั่ง ] ได้ ร่างกายของเขาก็จะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ และพลังของเขาก็จะเพิ่มขึ้น 2 เท่า

" ชู่ ! ! ! ! ชู่ ! ! ! ! " ปรากฏเสียงที่ดังอยู่ห่างไกล มันกำลังเข้ามาใกล้เรื่อยๆ

ฉื่อหยานขมวดคิ้ว และปรับลมหายใจของเขา จากนั้นเขาก็เริ่มสังเกตสิ่งแวดล้อมรอบๆตัวของเขา

ไม่นานนัก ก็มีเงาร่างทั้งเจ็ดร่างปรากฏออกมา แต่ละคนใส่ชุดสีเทาและหน้ากากสีขาว , หยุดอยู่ใต้ต้นไม้เก่าแก่เหมือนกำลังรออะไรบางอย่าง

ที่ไหล่ของหกในเจ็ดคนนั้น เป็นสัญลักษณ์ของดวงดาวสีเงิน ในขณะที่อีกคนไหล่ของมัน เป็นสัญลักษณ์พระจันทร์เสี้ยวสีเงิน

" วูน ! วูน ! " เสียงแปลกๆดังออกมาจากพุ่มไม้ข้างหน้า มันเหมือนกับเสียงสัญญานสื่อสาร

 

ใต้ต้นไม้เก่าแก ปรากฏร่างผู้ชาย สูง ผอม มีสัญลักษณ์พระจันทร์เสี้ยวบนไหล่ของเขาประกอบกับสายตาที่ดูเย็นชา เขาฟังเสียงที่ดังขึ้นอยู่เป็นเวลา 5 วินาที และ พูดว่า " นี่มาจากจดหมายลับ พวกเขาได้พบเจอมันในหุบเขาห่างออกไปอีกยี่สิบไมล์ ตอนนี้กำลังไล่ตามพวกมันอยู่ "

กลุ่มคน 7 คน จากไปอย่างรวดเร็ว

สิบวินาทีต่อมากหลังจากที่พวกเขาจากไป ฉื่อหยานก็ยื่นหัวของเขาออกจากใบไม้หนา หลังจากนั้นก็คิดสักพัก และเขาก็กระโดดลงจากต้นไม้ และตามพวกมันไปอย่างลับๆ

 

––––––––––––––––––––––––

ห่างหายไปนานในการลงเว็ปนี้ ปัจจุบันเรื่องนี้แต่งไปจนถึงตอนที่ 1183 แล้วนะคะ หากสนใจอ่านติดตามได้ที่เพจด้านล่างเลยค่ะ

ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ที่ กดตรงนี้ >>GOS เทพเจ้าล่าสังหาร << ฝากกดไลท์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้แปลด้วยครับ

จบบทที่ บทที่ 16 ขุมทรัพย์

คัดลอกลิงก์แล้ว