- หน้าแรก
- บุปผาฤดูใบไม้ผลิ หนึ่งจอกชะตาข้ามภพ
- บทที่ 43 - สั่งสม
บทที่ 43 - สั่งสม
บทที่ 43 - สั่งสม
บทที่ 43 - สั่งสม
เวลาค่อยๆ เคลื่อนไปข้างหน้าอย่างเอื่อยเฉื่อย
ชีวิตของหยางเกอกลับมาเต็มไปด้วยเรื่องจุกจิกในชีวิตประจำวันอีกครั้ง
ในตอนกลางวัน เขาวิ่งวุ่นอยู่ระหว่างโรงเตี๊ยมเย่ว์ไหลกับสำนักยุทธ์หมัดเหล็ก
เถ้าแก่หลิวเอาแต่ปาวๆ ว่าจะเกษียณ แต่สุดท้ายก็ยังวางมือจากกิจการโรงเตี๊ยมไม่ได้ ยังคงมาวุ่นวายที่โรงเตี๊ยมตรงเวลาทุกวัน หยางเกอเลยได้แต่รับเงินเดือนในตำแหน่งเถ้าแก่ แต่กลับยังคงทำงานเป็นเด็กรับใช้อยู่เช่นเดิม
หยางเกอรู้สึกว่านี่ก็ดีเหมือนกัน คนแก่อายุยืนหลายคนวุ่นวายมาทั้งชีวิตกลับไม่มีโรคภัยไข้เจ็บอะไร พลังชีวิตยังคงเต็มเปี่ยม พอได้ว่างงานพักผ่อนกลับอยู่ได้อีกแค่สองสามปีก็ไปเสียแล้ว
การที่เถ้าแก่หลิวมีอะไรให้ทำ บางทีอาจจะช่วยให้เขายืดอายุไปได้อีกหลายปี
แน่นอนว่า เขาก็ยินดีที่จะได้สบายไปด้วย...
หลังจากที่หลิวหม่างแต่งงาน เขาก็ดูสุขุมขึ้นมากจริงๆ
เขาทำตามคำแนะนำที่หยางเกอให้ไว้ คือยังไม่แขวนป้ายสำนัก แต่รับลูกศิษย์รุ่นแรกในราคาถูก วันธรรมดาก็จะนำลูกศิษย์ฝึกยุทธ์ไปด้วย แล้วก็พาลูกศิษย์ไปซ่อมสะพานปูถนน ช่วยเหลือคนยากจนในอำเภอลู่ถิงไปด้วย
รอจนกระทั่งชาวบ้านในอำเภอลู่ถิงเริ่มคุ้นเคยกับการมีอยู่ของพวกเขาแล้ว จึงค่อยๆ แขวนป้าย "สำนักยุทธ์หมัดเหล็ก" อย่างเงียบๆ แม้แต่ประทัดก็ยังไม่ได้จุดสักดอก
แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น หลังจากที่สำนักยุทธ์แขวนป้ายแล้ว ก็ยังคงมีนักสู้ยุทธภพสองสามกลุ่มแวะเวียนมาหาเศษหาเลย มาท้าประลองถึงสำนัก
หยางเกอเห็นว่าคนพวกนี้ไม่ได้มีเจตนาร้ายอะไรมากนัก ก็เลยให้หลิวหม่างออกไปรับมือ และไม่ว่าจะแพ้หรือชนะ ก็จะมอบค่าเดินทางให้ส่วนหนึ่ง ถือเป็นการสร้างวาสนาดีต่อกัน
นานวันเข้า สำนักยุทธ์หมัดเหล็กก็ค่อยๆ มีชื่อเสียงขึ้นมาในอำเภอลู่ถิง หลิวหม่างยังได้ฉายา 'เมิ่งฉางน้อย' มาครองอีกด้วย บ่อยครั้งมักจะมีคนในยุทธภพที่เดินทางผ่านอำเภอลู่ถิง แวะเวียนมาพูดคุยผูกมิตรกับเขา...
พอถึงตอนกลางคืน หยางเกอก็ไม่ได้พักผ่อน
คดีฆาตกรรมหมู่ที่ศาลากลางอำเภอทำให้เขารู้สึกหดหู่ไปนานหลายวัน หลังจากนั้น เมื่อเจ็บแล้วจำ เขาก็เริ่มลงแรงอย่างหนักเพื่อจัดการกับเหล่าพลทหารใต้บังคับบัญชา
ในเรื่องการติดตามสะกดรอย
เขาชูธงการอภิปรายร่วมกัน ก้าวหน้าไปพร้อมกัน เปิดชั้นเรียนฝึกอบรอบดึกขึ้นมา
ทุกคืนเขาจะยืนเคาะกระดานดำเล็กๆ นำลักษณะพิเศษของคนในอาชีพต่างๆ ในตลาดมาอธิบายอย่างละเอียด ชำแหละให้พวกนักรบที่เอาแต่สู้รบเป็นอย่างเดียวฟัง
จะปลอมตัวเป็นคนขายขนมเปี๊ยะนึ่งได้อย่างไร
ก่อนอื่น เจ้าก็ต้องมีหาบขนมเปี๊ยะนึ่งใช่หรือไม่ จากนั้นบนตัวเจ้าก็ต้องมีกลิ่นควันไฟจากการเผาฟืนใช่หรือไม่ ต่อมาบนเสื้อผ้าของเจ้าก็ต้องมีรอยแป้งใช่หรือไม่
ในขั้นที่สูงขึ้นไปอีก พอเจ้าเจอคน เจ้าต้องยิ้มให้ก่อนสามส่วนใช่หรือไม่ มีแขกมาซื้อขนมเปี๊ยะ เจ้าก็ต้องโค้งตัวเล็กน้อยใช่หรือไม่ ท่าทางการห่อขนมเปี๊ยะก็ต้องคล่องแคล่วใช่หรือไม่ ตอนที่ยื่นขนมเปี๊ยะให้แขกก็ต้องใช้สองมือใช่หรือไม่
ในเรื่องการแฝงตัวสืบข่าว
เขาวาดแผนผังความสัมพันธ์และแผนภาพวิเคราะห์ออกมาทีละแผ่น วิเคราะห์จากมุมมองของธรรมชาติมนุษย์อย่างช้าๆ ว่าเป้าหมายที่แตกต่างกัน ควรใช้ฐานะอะไรในการเข้าหาจึงจะเหมาะสมที่สุด และทำให้เป้าหมายระแวดระวังน้อยที่สุด
อยากเข้าหาคุณหนูตระกูลใหญ่
การจะสร้างเรื่องแต่งฐานะขึ้นมาชั่วคราวเพื่อเข้าหาคุณหนูตระกูลใหญ่ที่วันๆ เอาแต่อยู่ในเรือนไม่ออกไปไหน ยอมรับว่าเป็นเรื่องยากมาก
แต่จะเปลี่ยนวิธีคิด ไปเริ่มจากคนรอบข้างของนางได้หรือไม่ นางมีสาวใช้หรือไม่ สาวใช้ของนางแต่งงานแล้วหรือยัง ใช้แผนชายงามเป็นหรือไม่
อะไรนะ สาวใช้ก็อยู่กับคุณหนูตลอดเวลา เข้าหายากเหมือนกันงั้นหรือ เช่นนั้นเจ้าไปเข้าหาพ่อแม่ของสาวใช้ได้หรือไม่ เจ้าก็ซื้อของขวัญไปที่บ้านนาง ไปช่วยบ้านนางผ่าฟืนสักสองสามวัน หาบน้ำสักสองสามวัน ไม่ว่านางจะชอบพอเจ้าหรือไม่ แต่ก็มีแนวโน้มสูงมากที่นางจะแอบออกมาพบเจ้าสักครั้งหนึ่ง
ในเรื่องการใช้กำลังโจมตี
เขาแบ่งพลทหารใต้สังกัดทั้งห้าสิบคนออกเป็นกลุ่มย่อยกลุ่มละสามคน ยึดมั่นในแนวทางการฝึกที่ว่า "แค่ฝึกไม่ตาย ก็ฝึกให้ตาย" ทุ่มสุดตัวเพื่อฝึกฝนพวกนักฆ่าเหล่านี้ที่มาจากทหารชายแดนและมีพื้นฐานการต่อสู้จริงที่ดีอยู่แล้ว
คนที่แรงเยอะแต่ปฏิกิริยาช้า ก็ให้ใช้โล่และค้อน
คนที่ใจกล้าช่วงล่างมั่นคง ก็ให้ใช้ดาบและกระบี่
คนที่รวดเร็วและแม่นยำ ก็ให้ใช้ธนูและหน้าไม้
กลุ่มละสามคน คนหนึ่งดึงดูดการโจมตีและควบคุมสถานการณ์ คนหนึ่งจู่โจมซึ่งหน้าและเป็นตัวทำความเสียหายหลัก คนหนึ่งสกัดกั้นระยะไกลและเป็นตัวทำความเสียหายรอง
หลังจากที่กลุ่มสามคนเริ่มลงตัวแล้ว ก็ลงรายละเอียดต่อไปอีกว่า การรบในที่โล่งควรจะประสานงานกันอย่างไร การรบในตรอกซอกซอยควรจะประสานงานกันอย่างไร การรบกลางคืนควรจะประสานงานกันอย่างไร รวมถึงตอนที่ศัตรูน้อยเรามากควรจะสู้อย่างไร และตอนที่ศัตรูมากเราน้อยควรจะสู้อย่างไร
ก้าวหน้าขึ้นไปอีกขั้น ในการรับมือการรบแบบกลุ่มใหญ่ ควรจะแยกและรวมกลุ่มใหม่เป็นกระบวนทัพที่ใหญ่ขึ้นอย่างไร เมื่อใดควรบุกตะลุยไม่คิดชีวิต และเมื่อใดควรรักษาแนวตั้งหลักให้มั่นเพื่อรอการสนับสนุน...
การเรียนรู้และฝึกฝนทั้งหมดนี้ ไม่ใช่เพียงแค่การคุยโวบนกระดาษ
ตอนที่ศึกษาเรื่องการขายขนมเปี๊ยะนึ่ง หยางเกอจะเลือกคนให้หาบเตาไฟออกไปขายขนมเปี๊ยะนึ่งจริงๆ ถ้าขายไม่ออกก็จะมาช่วยกันหาสาเหตุ จนกว่าจะขายหมดเกลี้ยง
ตอนที่ศึกษาเรื่องการเข้าหาคุณหนูตระกูลใหญ่ หยางเกอจะเลือกคุณหนูตระกูลใหญ่ในอำเภอลู่ถิงมาคนหนึ่งจริงๆ แล้วเลือกคนไปใช้แผนชายงาม จนกว่าจะได้ข้อมูลความชอบส่วนตัวของนางกลับมา
ตอนที่ศึกษาเรื่องการใช้กำลังโจมตี เขายิ่งลงสนามด้วยตัวเอง ใช้พลังยุทธ์ที่แข็งแกร่งซึ่งอยู่เหนือกว่าเหล่าพลทหารหนึ่งระดับใหญ่ ทำให้พวกเขาได้สัมผัสกับแรงกดดันเมื่อต้องเผชิญหน้ากับยอดฝีมือด้วยตัวเอง
ภายใต้การเคี่ยวเข็ญอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยของเขา ทุกคนต่างก็ก้าวหน้าขึ้น
เวลาที่เหล่าพลทหารออกไปข้างนอกอีกครั้ง ก็ค่อยๆ ไม่มีคนเดินถนนคนไหนที่หลบพวกเขาตามสัญชาตญาณอีกต่อไปแล้ว
พวกเขาไปลากเรือที่ริมแม่น้ำเปี้ยน ในที่สุดก็มีเจ้าของเรือสินค้ากล้าตะโกนเรียกใช้พวกเขาให้ไปขนของแล้ว
แม้แต่ตอนที่ใช้แผนชายงาม ก็ยังมีท่าทีของชายหนุ่มผู้บริสุทธิ์จากตระกูลดีที่ดูซื่อสัตย์ เรียบง่าย และหนักแน่นอยู่หลายส่วน
และในตอนที่ประลองฝึกซ้อม หากหยางเกอไม่ใช้ท่าไม้ตาย เขาก็ค่อยๆ ไม่สามารถฝ่าวงล้อมการรุมโจมตีและสกัดกั้นของสองกลุ่มย่อยได้อีกต่อไป...
ส่วนความก้าวหน้าของตัวหยางเกอเองนั้น ยิ่งไม่ต้องพูดถึง!
ทั่วร่างของเขาเส้นลมปราณร้อยสายล้วนเชื่อมต่อ เส้นลมปราณทั้งเหนียวและกว้าง การโคจรพลังปราณในระดับปัจจุบันนี้ ช่างง่ายดายราวกับใช้นิ้วมือทั้งห้าจับหอยในนา ไม่จำเป็นต้องตั้งสมาธิสงบจิตใจเพื่อควบคุมการโคจรของพลังปราณเหมือนนักสู้พลังปราณคนอื่นๆ เลยแม้แต่น้อย
พูดอีกอย่างก็คือ ขอเพียงแค่เขาต้องการ ไม่ว่าเขาจะกำลังวิ่งเสิร์ฟในโรงเตี๊ยม หรือกำลังเคาะกระดานดำอยู่ที่ฐานลับกองปักภูษาในตรอกหลัวกู่ เขาก็สามารถรักษาการโคจรพลังปราณรอบใหญ่ทั่วร่างไว้ได้ โดยไม่ต้องกังวลว่าลมปราณจะแตกซ่านเลยแม้แต่น้อย...
และเขาก็เชื่อคำพูดของเฉิ่นฝาจริงๆ ไม่คิดโลภมากที่จะกินคำเดียวให้อ้วน แต่กลับค่อยๆ ขัดเกลาพลังปราณของตนเองอย่างมั่นคง สัมผัสถึงความก้าวหน้าของพลังปราณในทุกส่วนอย่างแท้จริง
แต่เมื่อเทียบกับพลังยุทธ์ที่เพิ่มพูนขึ้นทุกวัน สิ่งที่เขาก้าวหน้าอย่างรวดเร็วจริงๆ กลับเป็นกลยุทธ์การรบ!
มีคนกล่าวไว้ว่าการต่อสู้จริงคือครูที่ดีที่สุด คำพูดนี้ไม่ผิดเลยแม้แต่น้อย
ตอนที่เขาปิดประตูฝึกฝนอย่างหนักเพียงลำพัง แม้ว่าบ่อยครั้งจะจินตนาการว่า หากศัตรูโจมตีมาจากทิศนั้นทิศนี้ ตนเองควรจะรับมืออย่างไร
แต่การจินตนาการเช่นนั้น มันก็มีคำตอบตายตัวอยู่ในตัวมันเองอยู่แล้ว ต่อให้จินตนาการของเขาจะล้ำเลิศเพียงใด ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะจินตนาการถึงท่าไม้ตายทั้งหมดที่คนในยุทธภพสิบคนคิดค้นขึ้นมาได้
และในระหว่างการต่อสู้จริง กระบวนท่าของคู่ต่อสู้ก็มักจะไม่ได้เปิดเผยซื่อตรงเหมือนอย่างที่เขาจินตนาการ... ขอเพียงแค่ป่ามันใหญ่พอ สารพัดวิธีสกปรกทั้งจิ้มตาแหย่จมูก ทั้งแทงเอวต่อยไข่ ทั้งฝุ่นปูนขาวระเบิดควัน ทั้งอาวุธลับอาบยาพิษร้ายแรง อะไรก็สามารถเจอได้ทั้งนั้น!
ครั้งที่แล้วเขาก็เพิ่งจะโดนกัดเข้าที่เอวไปไม่ใช่หรือไง
ครั้งนั้นก็โชคดีที่เจ้านั่นสวมชุดปฏิบัติการกลางคืนที่รัดเป้า จนไม่มีที่ให้พกอาวุธชิ้นที่สอง แถมดาบในมือก็ถูกเขาใช้โต๊ะฟาดจนกระเด็น... ไม่อย่างนั้น ไตทั้งสองข้างของเขา วันนั้นคงได้ซวยหนักไปแล้ว
และจุดอ่อนร้ายแรงนี้ ในที่สุดก็ค่อยๆ ถูกเติมเต็ม จากการที่เขาและเหล่าพลทหารใต้บังคับบัญชาฝึกซ้อมประลองกันวันแล้ววันเล่า
โล่พุ่งเข้าชนดาบแทงสวน จากระยะไกลยังมีลูกธนูเย็นๆ คอยยิงก้น
กอดเอวสกัดขาเตะผ่าหมาก ท่าหมีดำควักหัวใจตามด้วยท่าวานรฉกท้อ
เชือกดักขาคลุมด้วยตาข่ายเหล็ก ฝุ่นปูนขาวผสมยาสลบ...
ภายใต้การเคี่ยวเข็ญอย่างไม่ยั้งมือของหยางเกอ ไอ้พวกบัดซบนี่เพื่อที่จะเอาชนะเขาสักครั้ง ก็ไม่เลือกวิธีการกันจริงๆ สารพัดการไล่ล่าอย่างไม่ลดละผสมกับวิธีสกปรกชั้นต่ำ
หยางเกอขอเพียงแค่เผลอไผลแม้เพียงเสี้ยววินาที บนร่างก็จะต้องโดนหนักๆ ไปหลายที!
มีหลายครั้งที่เขาออกจากตรอกหลัวกู่กลับบ้าน ขาหน้าเพิ่งจะก้าวพ้นประตูใหญ่อย่างองอาจ ขาหลังก็ต้องเดินหนีบก้นยกก้นด้วยความโกรธจนเต้นเป็นเจ้าเข้า
การฝึกซ้อมแบบลากยาวที่ต้องใช้น้อยต้านมาก ทั้งเข้มข้นสูงและจังหวะเร็วเช่นนี้ สำหรับนักสู้ประเภทเก่งแต่เปลือกอย่างหยางเกอ ที่มีแต่ระดับพลังยุทธ์แต่สติปัญญาในการควบคุมยังตามไม่ทัน...
มันช่างเหมือนกับการจับนักขับฝึกหัดที่เคยขับแต่รถไฟฟ้าคันเล็กๆ ของคนแก่ ไปขับก็อดซิลล่า GTR บนทางด่วนที่ไม่จำกัดความเร็ว
ไม่ต้องไปสนใจว่าจะได้เรียนรู้เทคนิคการขับขี่มากแค่ไหน
ก่อนอื่นต้องเหยียบคันเร่งจมมิด แล้วสัมผัสเสน่ห์ของความเร็วสูงสุดดูก่อน!
และเมื่อนักขับฝึกหัด คุ้นเคยกับความเร็วสูงสุดที่เกินสองร้อยห้าสิบกิโลเมตรต่อชั่วโมงแล้ว ต่อให้เทคนิคการขับขี่ของเขายังมีข้อบกพร่องอยู่มากมาย แต่เมื่อเขากลับไปขับรถบ้านธรรมดาๆ เขาก็ย่อมจะรู้สึกว่ามันผ่อนคลายอย่างยิ่งยวด!
อย่างน้อยๆ เมื่อต้องเจอกับสถานการณ์หนึ่งต่อสามอีกครั้ง เขาจะไม่พูดออกมาอย่างไม่มั่นใจอีกต่อไปว่า 'วิชาหลบหนี หยางผู้นี้ก็ถนัดเช่นกัน...'
ในช่วงเวลานี้...
เฉิ่นฝาเหมือนกับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ไม่เคยปรากฏตัวที่อำเภอลู่ถิงอีกเลย
แต่ข่าวกรองที่ส่งมาจากเมืองหลวงบนมาถึงมือของหยางเกอ กลับไม่เคยขาดตอน
วันที่หกเดือนเก้า กลุ่มโจรยุทธภพบุกปล้นคุกหลวง ถูกจับกุมหนึ่งร้อยเจ็ดคน มีหมายจับทั่วแผ่นดินสามสิบหกฉบับ คนในยุทธภพขนานนามว่าสามสิบหกผู้กล้าเทียนกัง
วันที่เก้าเดือนเก้า ตระกูลเซี่ย เจาอู่โหว ทั้งหมดหนึ่งร้อยแปดสิบหกชีวิต ถูกประหารชีวิตที่หน้าประตูจูเชว่ในเมืองหลวงบน เลือดไหลนองแม่น้ำลั่วสุ่ย
วันที่สิบแปดเดือนเก้า กองกำลังทหารรักษาวังหลวงทั้งสามในเมืองหลวงมีการสับเปลี่ยนกำลังครั้งใหญ่...
[จบแล้ว]