- หน้าแรก
- บุปผาฤดูใบไม้ผลิ หนึ่งจอกชะตาข้ามภพ
- บทที่ 41 - กลับมาอีกครั้ง
บทที่ 41 - กลับมาอีกครั้ง
บทที่ 41 - กลับมาอีกครั้ง
บทที่ 41 - กลับมาอีกครั้ง
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
"ยามสามแล้ววว ปลอดภัยดี!"
เสียงเคาะไม้ไผ่อันยาวไกลของคนตีเกราะเคาะยาม ล่องลอยไปตามลมผ่านถนนทุกสาย
ค่ำคืนอันยาวนาน จึงมีจุดพัก...
ณ ห้องโถงใหญ่ของศาลากลางอำเภอ หยางเกอที่กำลังพลิกดูบัญชีทางการของศาลากลาง ค่อยๆ วางสมุดบัญชีในมือลง "เพิ่งจะยามสามเองหรือ"
เขามองเงยหน้าไปยังประตูใหญ่ที่เปิดอ้าอยู่ มือข้างหนึ่งค่อยๆ แตะลงบนดาบประจำกายที่อยู่ข้างตัว "ความอดทนของพวกเจ้านี่มันแย่จริงๆ..."
ด้านนอกประตูใหญ่ว่างเปล่า แต่กลับมีเสียงเย็นชาดังขึ้น "ส่งเด็กสาวคนนั้นมาให้พวกเรา พวกเราจะหันหลังกลับไปทันที และรับรองว่าจะไม่แตะต้องท่านแม้แต่น้อย!"
"ข่าวสารว่องไวจริง!"
หยางเกอคว้าดาบประจำกายมาไว้ด้านหน้า ปรับท่านั่งให้ตรง "เช่นนั้นพวกเจ้าลองทายดูสิว่า ทำไมคนที่ออกเมืองไปไล่ล่าพวกเจ้า ถึงไม่ใช่ข้า"
เสียงนั้นตอบกลับมา "พวกเรากับท่านแม้จะอยู่คนละเส้นทาง แต่พวกเรายังคงนับถือท่านว่าเป็นลูกผู้ชายที่รักษาสัจจะ ขอท่านอย่าได้เป็นศตรูกับพวกเราเลย มันไม่เป็นผลดีต่อทั้งสองฝ่าย"
"อย่ามัวยกยอตัวเอง!"
หยางเกอหัวเราะเบาๆ "ข้าผู้ไร้ความสามารถคนนี้ แม้จะไม่เก่งกาจ แต่ก็ไม่เคยทำร้ายชีวิตผู้ใด พวกเจ้าเหล่าคนชั่วช้าสามานย์ เป็นพวกหน้าคนใจสัตว์ ยังกล้ามาเปรียบเทียบกับข้าอีกหรือ"
เสียงนั้นตอบกลับอย่างไม่สะทกสะท้าน "ผู้ทำการใหญ่ในอดีตไหนเลยจะใส่ใจเรื่องเล็กน้อย พวกเราทำไปก็เพื่อ..."
"ไปตายซะไอ้แม่เย!"
หยางเกอพลิกหน้าด่าทันควัน "ถ้าข้าไปฆ่าล้างโคตรพวกเจ้า พวกเจ้าจะยอมรับหรือไม่ว่าข้าก็ 'ไม่ใส่ใจเรื่องเล็กน้อย' "
เสียงนั้นถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ แต่ไม่นานก็ยังปากแข็ง "ไอ้แซ่เกิ่งนั่นรับสินบนบิดเบือนกฎหมาย เห็นชีวิตคนเป็นผักปลา การประสบเคราะห์กรรมเช่นนี้ล้วนเป็นเพราะมันหาเรื่องใส่ตัว ต่อให้คืนนี้ไม่ตายด้วยน้ำมือพวกเรา วันหน้าก็ยากจะหนีพ้นลานประหารไปได้!"
หยางเกอหัวเราะเยาะหนึ่งเสียง สงบสติอารมณ์แล้วพูดช้าๆ "เหตุผลมันมีมากมาย แต่ข้าคิดว่าที่พวกเจ้ากลับมาอีกครั้ง คงไม่ใช่เพื่อมาฟังข้าสั่งสอน พวกเราต่างก็เป็นลูกผู้ชายอกสามศอก พูดกันให้มันจบๆ ไปเลยดีกว่า!"
"พวกเจ้าเป็นเพียงดาบเล่มหนึ่ง ข้าจะจับพวกเจ้าหรือไม่มันไม่สำคัญ เรื่องที่พวกเจ้าทำไปแล้ว ต่อให้ภารกิจไม่สำเร็จสมบูรณ์ กลับไปก็ยังพอจะอธิบายกับนายของพวกเจ้าได้!"
"ตอนนี้ถอยกลับไป ข้าจะทำเป็นว่าไม่เคยเห็นพวกเจ้า!"
"แต่ถ้าหากพวกเจ้ายังดึงดันจะเป็นสุนัขรับใช้ผู้ซื่อสัตย์ที่ช่วยนายแบ่งเบาภาระ... ก็เข้ามา!"
"ฆ่าข้าให้ตาย พวกเจ้าอยากจะฆ่าใครข้าก็ไม่ขอยุ่ง!"
"แต่ตราบใดที่ข้ายังมีลมหายใจ ใครก็อย่าได้คิดแตะต้องเส้นผมของเด็กสาวคนนั้นแม้แต่เส้นเดียว!"
เสียงนั้นดูเหมือนจะไม่คาดคิดว่าหยางเกอจะแข็งกร้าวถึงเพียงนี้ หลังจากเงียบไปหลายอึดใจ จึงพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า "หนึ่งต่อสาม ท่านคิดว่ามีโอกาสชนะหรือ!"
หยางเกอถูไถด้ามดาบ "ต่อให้สู้ไม่ได้ แต่การจะลากคนหนึ่งมาเป็นเพื่อนตายด้วยก็คงไม่ยาก เจ้าทายสิว่าคนคนนั้น จะเป็นเจ้าหรือไม่"
เสียงนั้นตอบ "เรื่องนั้นคงต้องประมือกันดูก่อนถึงจะรู้..."
หยางเกอได้ยินดังนั้นก็ถอนหายใจหนักๆ ในใจ... คนพวกนี้ ขู่ไม่กลัวสินะ!
"โครม"
เสียงดังสนั่น เศษกระเบื้องเศษหินสาดกระเซ็น ชายชุดดำคนหนึ่งพุ่งลงมาจากฟ้า เหวี่ยงดาบยาวสว่างวาวในมือ ใช้ท่าผ่าภูผาฟันลงมายังหยางเกอ
ในขณะเดียวกัน ร่างเงาสองสายก็พุ่งต่ำเข้ามาจากนอกห้องโถงใหญ่ รวดเร็วอย่างยิ่ง ราวกับหนูท่อตัวยักษ์สองตัวที่วิ่งสี่ขาแนบติดพื้น
หยางเกอเตรียมใจไว้แล้ว ดังนั้นแม้ศัตรูจะจู่โจมกะทันหัน เขาก็ไม่มีอาการลนลานทำอะไรไม่ถูกแม้แต่น้อย
เขาใช้มือข้างหนึ่งจับขาโต๊ะไม้จันทน์ที่อยู่ด้านหน้า ยืนม้าให้มั่นคงแล้วเหวี่ยงมันขึ้น ราวกับใช้พัดใบตาลตบยุง ฟาดเข้าใส่คนที่พุ่งลงมาจากฟ้าอย่างรุนแรง
"แคร็ก!"
โต๊ะที่ทั้งหนักและกว้างแตกเป็นรูขนาดใหญ่ทันที คนที่พุ่งลงมาจากฟ้ายังไม่ทันแตะถึงพื้น ก็ถูกฟาดกระเด็นเฉียงออกไปราวกับลูกหวด
ในจังหวะนั้น ชายชุดดำสองคนที่อยู่ด้านล่างก็จู่โจมเข้ามาถึงตัว
หยางเกอชักดาบไม่ทัน ทำได้เพียงทุ่มสุดแรงเหวี่ยงโต๊ะที่แตกเป็นรูใหญ่ใส่คนทั้งสอง พยายามจะสกัดให้พวกมันถอยกลับไป
ด้วยพละกำลังมหาศาลของเขา โต๊ะไม้จันทน์ที่ยาวเกือบหนึ่งจ้าง ถูกเหวี่ยงจนเกิดเสียงกรีดแหลมโหยหวนราวกับอาวุธหนักที่แหวกผ่านอากาศ
คนทั้งสองที่พุ่งเข้ามาพอได้ยินเสียงนี้ ก็รู้สึกเพียงว่าหนังหัวชาไปหมด กระบวนท่าจู่โจมที่ตกลงกันไว้ล่วงหน้าพลันรวนเรทันที
คนหนึ่งไหวพริบดี พอเห็นว่ากำลังจะชนเข้ากับโต๊ะไม้จันทน์ ก็กระทืบเท้าอย่างแรง ใช้แรงส่งดีดตัวถอยหลังกลับไป
อีกคนหนึ่งปฏิกริยาช้าไปบ้าง ยังคงเงื้อเศษเหล็กผุพังในมืออย่างโง่เขลา ฟันเข้าใส่โต๊ะที่พุ่งเข้ามาอย่างเต็มแรง
"เคร้ง"
ดาบยาวลอยกระเด็นออกไป คนที่ฟันดาบชนเข้ากับโต๊ะไม้จันทน์อย่างจัง ท่ามกลางเสียงกระดูกลั่นอันชัดเจน ร่างของเขากระเด็นลอยไปในแนวนอน
เพียงแค่ปะทะกันครั้งแรก สามคนที่กลับมาอีกครั้ง ก็เหลือเพียงคนเดียวที่ยังยืนอยู่ได้!
หยางเกอวางโต๊ะที่พังยับเยินในมือลง กวาดตามองไปรอบๆ แล้วก็เก็บอาการไม่อยู่ ใบหน้าเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม "แค่นี้"
เขากำลังจะโดนสามพี่น้องห้าภูตเอี้ยนอวิ๋นทำจนเกิดอาการหวาดผวาอยู่แล้ว นึกว่ายอดฝีมือทุกคนจะเก่งกาจเหมือนพวกนั้นเสียอีก...
"เอื้อก"
ชายชุดดำที่ยืนอยู่ด้านล่างกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ฝืนยิ้มออกมา "พวกเราไปตอนนี้ ยังทันหรือไม่"
ฟังจากเสียงแล้ว ก็คือไอ้เวรนั่นที่เมื่อครู่พูดว่า 'ผู้ทำการใหญ่ไม่ใส่ใจเรื่องเล็กน้อย' นั่นเอง...
หยางเกอโยนโต๊ะในมือทิ้ง ค่อยๆ ชักดาบประจำกายออกมา ใบหน้าของเขาก็ค่อยๆ ปรากฏรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม "เจ้าว่าอย่างไรเล่า"
สิ้นเสียง เขาก็กระทืบเท้าอย่างแรง ร่างกายพุ่งออกไปราวกับกระสุนปืนใหญ่ที่ออกจากรังเพลิง เหวี่ยงดาบราวกับขวาน ฟันลงไปในแนวดิ่ง
"แชง!"
ชายชุดดำหลบไม่ทัน ทำได้เพียงเงื้อดาบขึ้นต้านทานอย่างสุดกำลัง คมดาบสองเล่มปะทะกัน รอยบิ่นขบติดกันแน่น
หยางเกอใช้สองมือกุมด้ามดาบ กดลงไปสุดแรง
"ตุบ"
ชายชุดดำคุกเข่าข้างเดียวลงกับพื้น หัวเข่าบดขยี้แผ่นหินจนแตก
ในจังหวะนั้นเอง ร่างเงาสายหนึ่งก็พุ่งต่ำเข้ามา โอบกอดเข้าที่เอวของหยางเกอ... ก็คือคนที่ดาบถูกโต๊ะไม้จันทน์ฟาดจนกระเด็นเมื่อครู่นั่นเอง
หยางเกอกดคนที่อยู่ด้านหน้าไว้ พร้อมกับตวัดขาเตะคนที่อยู่ข้างๆ ไปหนึ่งที
คาดไม่ถึงว่าไอ้เวรนี่พอเจ็บแล้วกลับไม่ยอมปล่อยมือ มิหนำซ้ำยังกัดเข้าที่เอวของเขาอย่างแรง
"อ๊า..."
หยางเกอเจ็บปวดจนร้องเสียงหลง เขาใช้ท่าเตะดีดใส่หน้าอกของชายชุดดำที่ถูกดาบกดไว้อย่างรุนแรง ถีบมันกระเด็นไปไกลสามสี่จ้าง ชนเข้ากับธรณีประตูอย่างจัง
จากนั้นจึงปลดมือข้างหนึ่งออกมา จับชายชุดดำที่เกาะอยู่ตรงเอว ฉีกกระชากมันออกมาอย่างแรง แล้วทุ่มลงกับพื้นอย่างหนักหน่วง
"ปัง"
ชายชุดดำที่บาดเจ็บหนักอยู่แล้ว พอโดนทุ่มเข้าไปอีกที ก็ล้มแผ่ลงกับพื้นทันที ราวกับกองโคลนเหลว
หยางเกอปล่อยมือ เอามือลูบไปที่เอว... เลือดเต็มมือ
"ดีมาก!"
เขาเจ็บจนตาแดงก่ำ ยกขาขึ้นกระทืบลงไปบนหัวเข่าของชายชุดดำที่อยู่แทบเท้าอย่างแรง
"แคร็ก!"
"อ๊า..."
ชายชุดดำที่เมื่อครู่ยังเป็นเหมือนกองโคลน พลันเกร็งร่างขึ้นทันที ลูกตาทั้งสองแทบจะถลนออกมา
หยางเกอยกขาขึ้นอย่าง
ไร้อารมณ์ กระทืบลงไปบนหัวเข่าอีกข้างของชายชุดดำคนนั้นอีกครั้ง
เสียงกระดูกแตกละเอียดดังชัดเจนอย่างยิ่งในห้องโถงยามค่ำคืน
คราวนี้ ชายชุดดำที่อยู่บนพื้นไม่มีแม้แต่แรงจะร้องโหยหวน ตาทั้งสองข้างเหลือกขึ้น แล้วสลบไปทันที
หยางเกอเงยหน้ามองไปยังชายชุดดำที่อยู่ตรงประตูอีกครั้ง เพิ่งจะพบว่ามันกำลังใช้ทั้งมือทั้งเท้าคลานหนีออกไป!
"อ้าว นี่เพิ่งจะมาเองนี่นา นั่งเล่นต่ออีกหน่อยสิ..."
เขาลากดาบ ก้าวยาวๆ เดินเข้าไปหา ร่างสูงตระหง่านราวกับเมฆทะมึนก้อนหนึ่ง ค่อยๆ เคลื่อนเข้าครอบงำชายชุดดำ
อารมณ์ด้านลบที่เขาสะสมมาทั้งคืน ในที่สุดก็ระเบิดออกมา
คืนนี้เขาเห็นคนตาย
มากกว่าที่ทั้งชีวิตนี้เคยเห็นเสียอีก
เขาเคารพชีวิตของทุกคน
แต่คนที่ไม่เคารพชีวิตของผู้อื่น ชีวิตของมันก็ไม่สมควรได้รับการเคารพจากคนอื่นเช่นกัน
[จบแล้ว]