- หน้าแรก
- บุปผาฤดูใบไม้ผลิ หนึ่งจอกชะตาข้ามภพ
- บทที่ 22 - สถานการณ์บ้านเมือง
บทที่ 22 - สถานการณ์บ้านเมือง
บทที่ 22 - สถานการณ์บ้านเมือง
บทที่ 22 - สถานการณ์บ้านเมือง
หยางเกอรู้ดีว่าลูกจ้างร้านค้าข้าวคนนั้นเข้าใจผิดแน่นอน
ดังนั้นวันนี้เขาก็ต้องกลับไปซื้อข้าวสารให้ได้
ถ้าไม่กลับไป เขากลัวว่าคราวหน้าลูกจ้างร้านคนนั้นเห็นเขา จะแจ้งทางการทันที
หลังจากไปที่ร้านแลกเงิน หยางเกอก็แลกเงินแท่งหนักสิบตำลึงเป็นเศษเงินย่อยหนักหนึ่งตำลึงห้าชิ้น และพวงเงินหนักอึ้งห้าพวงได้อย่างราบรื่น
อย่างไรเสียเขาก็แค่ไม่กล้าเอาป้ายเอวของกองปักภูษา ให้สิ่งมีชีวิตมหัศจรรย์ที่อ่านว่าลูกจ้างร้านเหล้า เขียนว่าลำโพงกระจายข่าวดูเท่านั้นเอง
สำหรับเถ้าแก่ร้านแลกเงิน เขาก็ไม่มีอะไรต้องกังวล คนที่สามารถเป็นเถ้าแก่ร้านแลกเงินได้ ปากจะหนักหรือไม่นั้นยากจะบอก แต่เขาจะต้องเป็นคนที่รู้เหตุผล รู้จักหนักเบาอย่างแน่นอน
อะไรพูดได้ อะไรพูดไม่ได้ หยางเกอเชื่อว่าคำสามคำว่า "กองปักภูษา" จะทำให้เขาพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแน่นอน
อย่าว่าแต่ พวงเงินหนักอึ้งพกติดตัว มันให้ความรู้สึกดีกว่าเงินแท่งเบาๆ เยอะเลย
หยางเกอฟังเสียงกระทบกัน "กริ๊งกร๊าง" ของเหรียญทองแดงบนตัว เดินไปก็อดไม่ได้ที่จะใช้มือกุมถุงเงินที่ตุงอยู่ที่เอว ยิ่งเดินฝีเท้าก็ยิ่งเบาหวิว
เจ้าเหลืองเลียนแบบท่าเดินของเขา สองนายบ่าวเดินไปก็เดินท่าทางไม่เกรงใจใครออกมา
'ข้าวฟ่างหนึ่งโต่วสิบเก้าเหรียญ หนึ่งสือก็คือร้อยเก้าสิบเหรียญ สิบสือก็คือหนึ่งพันเก้าร้อยเหรียญ'
'ข้าวบาร์เลย์หนึ่งโต่วสามสิบเหรียญ หนึ่งสือก็คือสามร้อยเหรียญ ห้าสือก็คือหนึ่งพันห้าร้อยเหรียญ'
'รวมกัน ก็คือสามพันสี่ร้อยเหรียญ'
'เงินหนึ่งตำลึงเท่ากับหนึ่งพันสองร้อยเหรียญ สามพันสี่ร้อยเหรียญก็คือสองตำลึงกับอีกหนึ่งพันเหรียญ'
หยางเกอเดินไปพลางคำนวณเงินค่าข้าวสารที่ต้องจ่ายในใจ คำนวณเสร็จก็ถอนหายใจ "หาเงินเหมือนจับผี ใช้เงินเหมือนสายน้ำไหลจริงๆ"
บางทีอาจจะเจ็บปวดใจเกินไป ท่าเดินไม่เกรงใจใครก็ลดลงไปมาก ในใจก็ครุ่นคิด 'ซื้อข้าวสารมาเยอะขนาดนี้ เนื้อก็ซื้อน้อยหน่อยแล้วกัน ชิมรสชาติก็พอแล้ว ซื้อเยอะไปก็เก็บไม่ได้ หรือว่าจะซื้อแม่ไก่ตัวเล็กๆ มาเลี้ยงก่อน เก็บไว้ให้มันออกไข่ทีหลัง'
'แบบนี้ต่อให้ราคาเนื้อจะขึ้นอีก มีไข่ไก่ค้ำไว้ ก็ไม่ถึงกับขาดแหล่งโปรตีน'
'บ้านตาเฒ่ากว้างขวาง เลี้ยงไก่เลี้ยงเป็ดได้เยอะหน่อย อืม พรุ่งนี้ไปก็เอาลูกไก่ลูกเป็ดไปฝากเยอะๆ หน่อย'
เรื่องราคาข้าวสารที่ขึ้นพรวดพราด ทำให้เขานึกถึงเรื่องของตระกูลเซี่ยก่อนหน้านี้
นี่ทำให้เขารู้สึกไม่ค่อยดี เขาสันนิษฐานว่า ทางการอาจจะเตรียมจะทำสงครามกับพวกต๋าจื่ออีกแล้ว
ไม่อย่างนั้น ผ้าผืนบางๆ ที่ปิดบังเรื่องขุนนางสมคบต๋าจื่อ เลี้ยงโจรไว้ต่อรองนี้ จะถูกฉีกทิ้งไปเปล่าๆ ได้อย่างไร
หยางเกอกำลังครุ่นคิดว่าจะต้องกักตุนเสบียงอะไรอีกบ้าง เพื่อรับมือกับสถานการณ์บ้านเมืองที่อาจจะวุ่นวาย ก็สังเกตเห็นคนคนหนึ่งเดินสวนมา
คนคนนั้นสวมชุดชาวบ้านสีเทาที่ปะชุนจนแทบจะปิดไม่มิด ร่างกายผ่ายผอมซูบซีดจนมองไม่ออกว่าเป็นชายวัยกลางคนอายุสามสิบกว่าหรือสี่สิบต้นๆ
บนศีรษะของชายคนนี้ปักฟางข้าวไว้กระจุกหนึ่ง ใบหน้าเฉยชาลากรถเข็นคันหนึ่งเดินไปตามถนนอย่างช้าๆ ฝีเท้าโซเซจนให้ความรู้สึกว่าเขาอาจจะล้มลงได้ทุกเมื่อ และไม่มีวันลุกขึ้นมาได้อีก
คนเดินถนนรอบๆ ต่างก็หลีกหนีชายคนนี้ไปไกลๆ มองเขาด้วยสายตาที่ไม่รู้ว่ารังเกียจหรือสงสาร
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร หยางเกอพอเห็นแววตาที่ว่างเปล่าของชายคนนี้ ฝีเท้าก็ช้าลงโดยไม่รู้ตัว
เขาค่อยๆ หยุดฝีเท้า มองชายคนนี้เดินโซซัดโซเซผ่านหน้าเขาไป มองร่างใหญ่ร่างหนึ่งกับร่างเล็กอีกร่างหนึ่งที่นอนเคียงกันอยู่บนรถเข็น ถูกห่อไว้ด้วยเสื่อผืนหนึ่ง
"พี่ชายคนนี้"
เขาก็พูดขึ้นมาทันที เรียกเบาๆ
ชายชุดเทาราวกับไม่ได้ยิน ลากรถเข็นเดินต่อไปทีละก้าว ทีละก้าว
"พี่ชายใหญ่"
หยางเกอรีบเดินตามไปสองก้าว คว้าแขนเขาไว้
ชายชุดเทาหันกลับมามองหยางเกออย่างเฉยชา แต่แววตากลับไม่สะท้อนภาพของเขา "ท่าน ท่านเรียกข้ารึ"
เสียงของเขาเบาหวิวจนเหมือนกับดังมาจากอีกฟากของภูเขา ถ้าไม่ใช่เพราะอยู่ใกล้กัน หยางเกอก็คงจะไม่ได้ยินว่าเขาพูดอะไร
หยางเกอได้กลิ่นเหม็นเน่าจางๆ จากตัวชายคนนี้ บังคับตัวเองไม่ให้มองร่างใหญ่และร่างเล็กบนรถเข็น ถาม "ท่านจะฝังศพพวกเขา ต้องใช้เงินเท่าไหร่"
ชายชุดเทามองเขาอย่างเหม่อลอย นิ่งเงียบไปนาน
หยางเกอจูงเจ้าเหลืองอยู่ ไม่ได้เร่งรัดเขา รออย่างใจเย็น
ครู่ใหญ่ต่อมา ชายคนนั้นถึงได้ตอบ "หะ ห้าร้อยเหรียญ"
ห้าร้อยเหรียญ
ก็ไม่น้อย
แต่จะไปพอฝังศพทั้งร่างใหญ่และร่างเล็กได้อย่างไร
หยางเกอครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง อาศัยจังหวะที่ลูบมือบนตัว ล้วงเศษเงินย่อยสองชิ้นออกมาจากเข็มขัด จากนั้นก็ถือโอกาสจับมือที่เย็นเฉียบของชายชุดเทาไว้ พูดเสียงดัง "ท่านต้องเข้มแข็งเข้าไว้ มองไปข้างหน้า ชีวิตมันจะต้องดีขึ้น"
คนเดินถนนรอบๆ ที่ชะลอฝีเท้าลงดูเหตุการณ์ เมื่อได้ยินคำพูดที่ไร้สาระของหยางเกอ ต่างก็เบ้ปากอย่างดูถูก หันหน้าเดินต่อไป
ชายชุดเทาสัมผัสได้ถึงความรู้สึกแปลกปลอมในฝ่ามือ ก้มหน้าลงมองมือตัวเองอย่างเหม่อลอย
"อย่ามอง"
หยางเกอดึงมือเขาไว้ไม่ปล่อย พูดด้วยเสียงที่ได้ยินกันแค่สองคน "เอาเงินไป จัดงานศพให้พวกเขาดีๆ ตอนนี้ไม่ต้องขอบคุณข้า ถ้าต่อไปนี้มีกำลังเหลือ ก็ยื่นมือไปช่วยคนที่ต้องการความช่วยเหลือสักหน่อย ก็ถือว่าขอบคุณข้าแล้ว"
เขาปล่อยสายจูงหมา สองมือจับมือที่เย็นเฉียบแข็งทื่อของชายชุดเทา ค่อยๆ กำแน่น กำเศษเงินย่อยสองชิ้นนั้นไว้
ชายชุดเทาก็ยังอดไม่ได้ที่จะก้มหน้าลงมองแวบหนึ่ง จากแสงสีเงินขาวที่ลอดออกมาจากรอยนิ้ว และความรู้สึกแปลกปลอมในฝ่ามือ ในที่สุดเขาก็รู้ว่าในมือของตัวเองคืออะไร
"ผู้ ผู้มีพระคุณ"
เขาสะอื้นพลางจับมือหยางเกอไว้แน่น แววตาที่ว่างเปล่าพลันเอ่อล้นไปด้วยน้ำตา
หยางเกอส่ายหน้าให้เขาเบาๆ พูดเสียงต่ำ "มีชีวิตอยู่ต่อไปให้ดี มีผู้เฒ่าที่ข้านับถือมากท่านหนึ่งเคยบอกข้าไว้ว่า คนที่ยังมีชีวิตอยู่ ต้องแบกความหวังของคนที่จากไป มีชีวิตอยู่ต่อไปให้ดี เดินไปข้างหน้า อย่าหันหลังกลับ"
พูดจบ เขาก็ฝืนดึงมือออกจากมือที่แข็งทื่อของชายคนนั้น ตบไหล่ชายคนนั้นเบาๆ เก็บสายจูงหมาแล้วก็เดินจากไป
ชายชุดเท้าน้ำตานองหน้ายืนนิ่งอยู่ที่เดิม มองส่งแผ่นหลังของหยางเกอค่อยๆ หายไปในฝูงชน ครู่ใหญ่ต่อมาถึงได้เข่าอ่อน "ตุบ" คุกเข่าลงกับพื้น โขกศีรษะคำนับไปทางที่หยางเกอหายไปสามครั้งอย่างแรง
"ชิ คำพูดไม่กี่คำกินก็ไม่ได้ ดื่มก็ไม่ได้ มันคุ้มค่าให้เจ้าต้องโขกหัวคำนับเลยรึ"
หยางเกอเดินนำหน้าเข้าไปในถนนไฉเหมิน นำทางให้ลูกจ้างร้านค้าข้าวที่ตามมาส่งข้าวสารข้างหลัง
เขาเดินไปพลางลูบหัวที่ห้อยตกของเจ้าเหลืองปลอบใจ "อย่าเสียใจไปเลยนะ คราวหน้า คราวหน้าพ่อหาเงินได้ จะซื้อเนื้อให้เจ้ากินแน่นอน"
"เจ้าเหลือง"
เสียงหัวเราะชราๆ ดังมาจากข้างหน้า
หยางเกอมองไป ก็เห็นเถ้าแก่หลิวกับหลิวหม่างสองพ่อลูก
สองพ่อลูกคนหนึ่งสูงคนหนึ่งเตี้ย คนหนึ่งกำยำคนหนึ่งผอม ยืนอยู่ด้วยกันให้ความรู้สึกที่เปรียบเทียบกันอย่างบอกไม่ถูก
คนเตี้ย คนผอม ยังคงขยันขันแข็งหาเงิน
เลี้ยงดูคนสูง คนกำยำคนนั้น
พอเห็นเถ้าแก่หลิว หางที่ลากอยู่กับพื้นของเจ้าเหลืองก็ตั้งชี้ขึ้นมาทันที
หยางเกอเห็นดังนั้น ก็ปล่อยสายจูง
เจ้าเหลืองสี่ขาก็กระโจนพรวดพราดพุ่งเข้าไปหาเถ้าแก่หลิว
"โอ๊ย เจ้าเหลืองเจ้าหนักขึ้นอีกแล้วนะ ปู่แทบจะอุ้มเจ้าไม่ไหวแล้ว วันนี้เจ้าใส่อะไรมานี่ พ่อเจ้ารังแกเจ้ารึ"
เถ้าแก่หลิวหัวเราะร่ารับเจ้าเหลืองไว้ ลูบหัวและคอของมันเบาๆ สุดท้ายก็เหมือนกับเล่นกล เสกไข่ฟองหนึ่งออกมา เอาไปจ่อตรงหน้าเจ้าเหลือง "ดูสิ ปู่เอาอะไรมาให้เจ้า"
หลิวหม่างกอดอกยืนอยู่ข้างๆ กลิ้งตาไปมา
[จบแล้ว]