เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 56 ก็ถือว่าเป็นการใช้หนี้ก็แล้วกัน

บทที่ 56 ก็ถือว่าเป็นการใช้หนี้ก็แล้วกัน

บทที่ 56 ก็ถือว่าเป็นการใช้หนี้ก็แล้วกัน


ฟางโจวเอียงศีรษะ แล้วก็ขยับหลอดดูดก่อนจะพูดเบาๆ ว่า

“พี่เฉิน อย่าคิดมากเลย ผมก็แค่พูดไปงั้นแหละ”

“เรื่องแม่ผม ผมเองก็ไม่ได้รู้อะไรมากนัก พี่ก็รู้ว่าช่วงหลายปีที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ระหว่างผมกับแม่เป็นยังไง”

แม้จะพูดแบบนั้น...แต่ในใจฟางโจวก็อดจะเหน็บแนมไม่ได้

.

เรียนจบมหาวิทยาลัยก็มาเป็นเลขาฯ ให้แม่ อายุสามสิบกว่าแล้วยังไม่มีแฟนจริงจังเลยสักคน แม้จะเคยได้ยินว่าเคยคบใครอยู่บ้างแต่ก็เลิกกันเร็วมาก ไม่มีใครในบริษัทเคยเห็นหน้าแฟนของเธอเลย พูดได้ว่าเป็นมือขวาที่ซื่อสัตย์เลยทีเดียว

เมื่อหลายปีก่อนบริษัทเริ่มขยายกิจการ แม่จึงให้เฉินจิ่งไปบริหารบริษัทสาขา เพราะต้องการให้พื้นที่แสดงความสามารถแก่เฉินจิ่งมากขึ้น เธอคือมือซ้ายมือขวาของแม่ตัวจริงเสียงจริง

ต่อมาบริษัทใหญ่เกิดปัญหาที่หลายส่วน เฉินจิ่งก็ยอมสละโอกาสที่จะแสดงความสามารถเพื่อกลับมาเป็นผู้ช่วยประธานอีกครั้ง และตอนนี้ก็เป็นผู้จัดการสำนักงานประธานแล้ว

ตำแหน่งผู้จัดการสำนักงานประธานนั้นอาจดูยิ่งใหญ่ แต่จริงๆ ก็เหมือนตำแหน่งว่างเปล่า เธอเป็นคนเลือกทางนี้เอง และนั่นก็เท่ากับว่าเธอเป็นคนตัดโอกาสก้าวหน้าในอาชีพการงานด้วยมือของตัวเอง

.

ฟางโจวพูดเสียงเรียบ

“จริงๆ แล้ว บริษัทแม่ไม่มีโอกาสมากนัก พี่เฉินสละโอกาสได้แสดงฝีมือภายนอก แม้แต่ตาเองก็ยังรู้สึกเสียดาย รู้สึกว่าเสียดายพรสวรรค์ของพี่”

“พี่ไม่เสียดายบ้างเหรอ?”

“ไม่อยากพิสูจน์ความสามารถของตัวเองหน่อยเหรอ?”

แม้จะไม่รู้อะไรมาก แต่เวลาไปกินข้าวบ้านตา ก็ได้ยินแม่กับตาคุยเรื่องบริษัทอยู่บ่อยๆ ฟางโจวจึงพอรู้เรื่องอยู่บ้าง เฉินจิ่งฝืนยิ้ม

“ฉันก็ไม่ใช่คนทะเยอทะยานเรื่องงานขนาดนั้นหรอกนะ”

“ให้บริหารเองก็ยังไม่เก่งพอ แต่เรื่องตอบแทนบุญคุณฉันยังเข้าใจดี ตอนนั้นประธานฟางให้โอกาสฉันถึงมีวันนี้ได้”

“บริษัทต้องการให้ไปช่วยตรงไหน ฉันก็ยินดีและเต็มใจเสมอ”

ฟางโจวพยักหน้าอย่างครุ่นคิด

“พี่เฉิน”

“เรื่องที่พี่พูด ผมจะลองคุยกับแม่ดู”

“ว่าแต่ รายละเอียดสถานการณ์ของบริษัทช่วงนี้ พี่ช่วยส่งข้อมูลให้ผมหน่อย เอ่อ...รวมถึงคู่แข่ง กับปัญหาภายในตอนนี้ด้วยครับ”

.

แม้ว่าฟางอวี้หรูจะเป็นคนบริหาร แต่จริงๆ แล้ว กลุ่มบริษัทหยุนซื่อก็ถือว่าเป็นธุรกิจของครอบครัว เพราะคนตระกูลฟางต่างก็ถือหุ้นกันทั้งนั้น ตา ยาย น้า ลุง ทุกคนล้วนดีกับเขา ฟางโจวก็ไม่อยากให้บริษัทเกิดเรื่องอะไรขึ้นจริงๆ

เห็นเฉินจิ่งขมวดคิ้ว

ฟางโจวก็ยิ้ม

“พี่เฉินคงไม่คิดว่าผมจะทำอะไรที่เป็นภัยต่อบริษัทหรอกนะครับ?”

“นั่นมันบริษัทตระกูลฟางของพวกเรานะครับ”

“ลองไปถามตาดูสิครับ”

“สุดท้ายแล้ว ยังไงก็คงต้องมาขอให้พี่ช่วยอยู่ดี ผมเลยขอพี่ตรงๆ เลยแล้วกัน”

“อ้อ...เรื่องนี้อย่าบอกแม่ผมนะครับ”

“พี่ก็รู้นี่”

“แม่ไม่ค่อยปลื้มผมเท่าไหร่”

เฉินจิ่งลังเลอยู่ครู่หนึ่ง...สุดท้ายก็พยักหน้า

“แต่เรื่องนี้ ฉันจะรายงานให้ประธานฟางทราบนะคะ”

.

แม้จะตกลงว่าจะไม่บอกฟางอวี้หรู แต่เฉินจิ่งก็ไม่คิดจะตัดสินใจเอง เรื่องแบบนี้ต้องรายงานให้ฟางซูซานรู้ก่อน

...

พอออกจากร้าน ถึงได้รู้ว่าข้างหลังของตัวเองเปียกโชกไปด้วยเหงื่อ เธอหันไปมองเด็กหนุ่มที่นั่งอยู่ในร้านอย่างครุ่นคิด เฉินจิ่งยืนมองนิ่งๆ...การพบกันในวันนี้ทำให้ความคิดเดิมของเธอพังทลายลงหมด ‘ภูเขาไม่ส่งเสียง น้ำนิ่งไหลลึก’

“ก่อนหน้านี้ประธานฟางชอบพูดว่าฟางโจวยังเด็กเกินไป ดูเหมือนเธอจะผิดแล้วล่ะ คนที่มีความรู้กว้างแต่เลือกใช้เฉพาะเวลาที่จำเป็น แล้วค่อยๆ ปล่อยของทีละนิด มันคงหมายถึงคนแบบฟางโจวนี่แหละ...”

"หรือว่าก่อนหน้านี้เขาแกล้งทำทั้งหมด?" เฉินจิ่งถอนหายใจเฮือกใหญ่

.

ตอนที่อยู่สาขาเคยต้องเจรจาซื้อกิจการฟาร์มเลี้ยงสัตว์ ก็ยังไม่เคยเจอแรงกดดันขนาดนี้มาก่อน เมื่อครู่นี้ สายตาของฟางโจวเหมือนแทงทะลุเข้ามาในจิตใจ ทำเอาเธอรู้สึกไม่มั่นคง ทั้งที่คิดว่าเก็บซ่อนความรู้สึกไว้ได้ดีมาตลอด ไม่คิดเลยว่าฟางโจวจะสังเกตเห็น

แม้ว่าเขาจะไม่พูดออกมาแต่เฉินจิ่งมั่นใจว่าเขาต้องเดาได้ เมื่อขึ้นรถแล้ว เฉินจิ่งครุ่นคิดสักพักก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรหาฟางซูซาน

...

ในร้าน

ฟางโจวขมวดคิ้วเล็กน้อย เฉินจิ่งบอกว่าแม่ร้องไห้...ก็อาจจะเป็นไปได้ แต่จะเพราะตัวเขาเองน่ะเหรอ เขาไม่เชื่อหรอก แต่ชัดเจนว่าตอนนี้กลุ่มบริษัทหยุนซื่อกำลังมีปัญหา

สำหรับฟางอวี้หรูแล้ว ฟางโจวไม่คิดจะออกความเห็นมากนัก แถมในใจยังแอบสะใจเล็กๆ ถ้าเธอจะพลาดเรื่องธุรกิจบ้าง

ไม่รู้ทำไมเหมือนกันเขาอยากเห็นฟางอวี้หรูในสภาพที่น่าอับอายหรือล้มเหลว อาจจะทำให้ความมั่นใจผิดๆ ของเธอพังทลายลง แต่กับกลุ่มบริษัทหยุนซื่อนั้นต่างออกไป นั่นคือรากฐานของตระกูลฟาง ตา ยาย ลุง น้า ทุกคนล้วนถือหุ้นอยู่และพวกเขาก็ล้วนดีกับเขา

ในแง่อารมณ์และในแง่เหตุผล ฟางโจวเองก็ไม่อาจนิ่งเฉยได้ ดังนั้นเขาถึงขอข้อมูลจากเฉินจิ่งเมื่อครู่ แม้ว่าเขาจะไม่ได้มีประสบการณ์ด้านธุรกิจ แต่ในฐานะที่ใช้ชีวิตมาสองชาติแล้ว เขาก็อยากลองทำอะไรเพื่อตอบแทนบ้าง

.

ส่วนเรื่องของเฉินจิ่ง...

ฟางโจวก็นึกขึ้นมาได้หลังจากเจอเธอเมื่อกี้ พอได้คิดถึงเส้นทางชีวิตของเธอในกลุ่มบริษัทหยุนซื่อแล้ว ก็ดันรู้สึกว่ามันคล้ายกับพล็อตนิยายที่เขาแต่งไว้ในชาติก่อน

.

อืม~~~~~

.

เพื่อหาเงิน พล็อตนิยายในชาติก่อนก็มีอะไรที่เกินจริงไปบ้าง

เมื่อครู่นี้เห็นเฉินจิ่งแสดงอาการกังวล และเมื่อนึกถึงบางเรื่องที่ตัวเองรู้มา ฟางโจวเลยแกล้งหยั่งเชิงไปทีหนึ่ง ดูจากปฏิกิริยาของเธอ...เขาดันเดาถูกจริงๆ เสียด้วย

...

#เช้าวันอาทิตย์

ทางเดินออกกำลังกายรอบทะเลสาบฟาง

ฟางโจววิ่งถึงจุดสิ้นสุดที่ลานกว้าง โดยมีถังถังตามมาด้วยท่าทางหอบแฮก

“ไม่เลวเลย”

“ในที่สุดก็ทำได้”

.

มองถังถังที่เหนื่อยจนตัวงอ ฟางโจวก็ยิ้มให้กำลังใจ ที่นี่อยู่ไม่ไกลจากบ้านถังถัง ตั้งแต่ตั้งใจจะลดน้ำหนักเธอก็มาเดินที่นี่ทุกเย็น วันหยุดก็จะลองวิ่งดูบ้าง รอบทะเลสาบหนึ่งรอบมีระยะทาง 5 กิโลเมตร จะวิ่งให้จบได้นั้นต้องอาศัยทั้งแรงและความอดทน

วันนี้ก็เป็นครั้งแรกที่ถังถังสามารถวิ่งจบได้ครบหนึ่งรอบ ร่างกายของฟางโจวพิเศษกว่าคนทั่วไป วิ่งหนึ่งรอบไม่มีอะไร เขารู้สึกว่า ถ้าไปลงแข่งกีฬาตอนนี้ อาจจะได้รางวัลอะไรกลับมาก็ได้

ตอนนี้การลดน้ำหนักของถังถังมีความก้าวหน้าไม่น้อย น้ำหนักลดลงมาหกสิบกว่ากิโลกรัมแล้ว แน่นอนว่าช่วงเริ่มต้นจะเห็นผลชัด แต่หลังจากนี้จะลดต่อได้ต้องพยายามเป็นสองเท่า

หลังวิ่งเสร็จในตอนเช้า ทั้งสองก็เดินกลับบ้าน ตลอดทางทั้งคู่ดึงดูดสายตาไม่น้อย ในสายตาคนอื่น คู่หนุ่มหล่อสาวสวยคู่นี้ช่างดูน่ามองเหลือเกิน

ฝ่ายชายสูง 185 ซม. ฝ่ายหญิงสูง 174 ซม. แถมหน้าตาก็ดีทั้งคู่ ถังถังใส่ชุดกีฬาช่วยอำพรางรูปร่างไว้บ้าง ใบหน้าแค่ดูอวบเล็กน้อย ผิวขาว ดวงตาโต ฟันสวย ทั้งรูปร่างสูงโปร่ง สมกับเป็นนางฟ้าเลยทีเดียว

อืม~~~~

นางฟ้าอวบนิดหน่อย มีแต่ถังถังเท่านั้นที่รู้สึกไม่มั่นใจ

คิดว่าคนหันมามองเพราะอยากเห็น ‘ยักษ์สาว’ แบบเธอ

“ฟางโจว วันนี้จะไปติวบ้านฉันไหม?”

ถังถังถามพลางหลบตาแต่ก็ดูคาดหวัง

ฟางโจวตอบอย่างเสียดาย

“วันนี้ไปไม่ได้”

"ฉันยังมีธุระต้องทำอีกนิดหน่อย"

"แต่วิธีทบทวนที่ฉันบอกเธอ อย่าลืมนะ"

.

ส่งถังถังถึงหน้าบ้านแล้วฟางโจวก็จากไป ปล่อยให้ถังถังเดินกลับบ้านด้วยท่าทีหงอยๆ

หลานจือหย่าจัดอาหารเช้าไว้เรียบร้อย พอเห็นถังถังกลับมาคนเดียวก็แปลกใจ

“ฟางโจวไม่ได้มาด้วยเหรอลูก?”

หลานจือหย่าชื่นชมฟางโจวไม่น้อย ไม่เหมือนพ่อแม่ทั่วไป หลานจือหย่าไม่กลัวลูกสาวมีแฟนตั้งแต่ยังเรียน เดี๋ยวนี้ผู้ชายดีๆ ก็หายาก ถ้าคว้าไว้ได้ก่อนก็สบายใจได้บ้างแล้ว แถมบ้านตระกูลฟางก็อยู่ในเมืองหนานอู๋ ถ้าคบกันจริงลูกสาวก็ไม่ต้องจากบ้านไปไกล

...

หลังจากฟางโจวแยกจากถังถัง เขาก็เดินเล่นต่อไปถึงสวนสาธารณะแห่งหนึ่ง แล้วโทรออกหาใครสักคน สักพักใหญ่...ก็เห็นชายวัยสามสิบต้นๆ ใส่หมวกทหาร สะพายกระเป๋า มองซ้ายขวา ท่าทางลับๆ ล่อๆ พอเจอฟางโจวเขาก็ควักกระดาษ A4 ที่พับไว้ส่งให้

“นี่ ของที่นายสั่งไว้”

“ดูฝีมือสิ งานเนียนขนาดไหน ตราประทับนี่แกะเองกับมือ รับรองคุณภาพคุ้มราคา”

“ถ้านายต้องการอะไรอีก ก็มาหาพวกเราได้เลยนะ”

ฟางโจวรับมาแล้วดูกระดาษแผ่นนั้น รู้สึกว่างานดีจริงๆ

เขาควักเงินห้าสิบหยวนส่งให้

“นี่ เงินที่เหลือ”

ชายคนนั้นรับเงินไปใส่กระเป๋า แล้วถามอย่างอยากรู้

“ว่าแต่...พวกเราก็รับงานมาหลายงานแล้ว แต่งานแบบที่นายสั่งนี่ไม่ค่อยเห็นนะ”

“นายจะเอาไปทำอะไรเหรอ?”

ฟางโจวยิ้ม

“ล้อเล่นกับเพื่อนไง”

ชายคนนั้นพยักหน้า เข้าใจทันที ถ้าแบบนั้นก็ไม่น่าแปลกละ

---

(จบบทที่ 56)

จบบทที่ บทที่ 56 ก็ถือว่าเป็นการใช้หนี้ก็แล้วกัน

คัดลอกลิงก์แล้ว