เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 55 สาวน้อยแสนซื่อ...ช่วยอวดรวย

บทที่ 55 สาวน้อยแสนซื่อ...ช่วยอวดรวย

บทที่ 55 สาวน้อยแสนซื่อ...ช่วยอวดรวย


เหอฉินเองก็โทรไปเจรจากับผู้บริหารของสำนักพิมพ์ หลังจากไตร่ตรองกันอยู่พักหนึ่ง

สุดท้ายก็ตัดสินใจเซ็นสัญญาเผยแพร่สองเล่มแรกของ ผีเป่าตะเกียง ให้ค่าลิขสิทธิ์ 15% โดยฟางโจวต้องส่งต้นฉบับเล่มที่สองภายในสามเดือน

แต่ฟางโจวต้องตกลงตามเงื่อนไขหนึ่งข้อคือ ผีเป่าตะเกียง จะต้องลงตีพิมพ์ต่อเนื่องเฉพาะในนิตยสารนิยายสยองขวัญ ของสำนักพิมพ์วรรณกรรมเจียงหนาน โดยจะมีค่าต้นฉบับแยกต่างหากอีก 500 หยวนต่อ 1,000 คำ ด้วยวิธีนี้จะช่วยกระตุ้นยอดขายของนิตยสารนิยายสยองขวัญ

ผลลัพธ์นี้…ทั้งสองฝ่ายต่างก็พอใจ สำนักพิมพ์ให้ค่าลิขสิทธิ์ที่จริงใจมากและการได้ลงตีพิมพ์ต่อเนื่องก็รับประกันผลกำไรของสำนักพิมพ์

สำหรับฟางโจว ข้อดีก็คืออัตราค่าลิขสิทธิ์สูง แต่ก็มีข้อเสียอยู่บ้าง...การลงเป็นตอนในนิตยสารอาจทำให้ยอดขายนิยายเล่มจริงลดลงเล็กน้อย แต่ไม่น่าจะกระทบมาก อีกอย่างฟางโจวก็ไม่ต้องปวดหัวหาช่องทางจัดจำหน่ายเอง

เหอฉินนำสัญญาฉบับพิมพ์มาให้ หนังสือสัญญาค่อนข้างเรียบง่าย ไม่เหมือนพวกสัญญานิยายออนไลน์ที่ยาวเป็นสิบๆ หน้า หลังจากเพิ่มเงื่อนไขที่ตกลงกันเรียบร้อย การเซ็นสัญญาก็เสร็จสิ้นอย่างรวดเร็ว

ต้นฉบับเล่มหนึ่งของฟางโจวมี 300,000 คำ เสร็จเรียบร้อยแล้ว เหอฉินจะนำกลับไปพร้อมกันเลย ค่าต้นฉบับจากการลงตอนในนิตยสารสำหรับเล่มแรกคือ 150,000 หยวน จะโอนเข้าบัญชีฟางโจวภายหลัง นับเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเรื่องเงินให้ฟางโจวได้ดี

หลังเซ็นสัญญาเสร็จ ฟางโจวหยิบกระเป๋าและกุญแจรถขึ้นมา

พูดติดตลกว่า

“ผมมันก็แค่เด็กมหาวิทยาลัยจนๆ จะเลี้ยงข้าวสองท่านดีไหม”

“รถคันนี้ก็ยืมเขามา”

"ต้องรีบเอาไปคืนเจ้าของ ไม่งั้นคงต้องเสียค่าอาหารอีกมื้อ"

พอเห็นสองคนตรงหน้ามองมาด้วยแววตาโตเป็นไข่ห่าน ฟางโจวก็ยักไหล่

“หรือจะคิดว่าเป็นรถของผมจริงๆ ล่ะ”

เหอฉินถึงกับกลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่ เธอเองก็ไม่ได้กังวลเท่าไรเพราะต้นฉบับที่ได้อ่านคุณภาพไม่มีปัญหา อีกฝ่ายยังเป็นแค่นักเรียนมัธยม แต่สามารถต่อรองและควบคุมทิศทางการเจรจาเองได้ขนาดนี้ เหอฉินรู้สึกว่าเด็กคนนี้ไม่ธรรมดา

หลังเซ็นสัญญาเรียบร้อย ทั้งสามก็ออกจากร้านน้ำชา แต่พอเดินถึงหน้าร้าน มีรถสีน้ำเงินเข้มคันหนึ่งวิ่งเข้ามาเป็นเส้นโค้งตัว S

รถคันนั้นดูแปลกตา คล้ายๆ ด้วงกว่างแบน ฟางโจวรู้สึกอึดอัดใจขึ้นมาทันทีที่เห็นโลโก้หน้ารถที่เป็นตัว E กับ B รวมกัน (Bugatti) รถค่อยๆ หยุดลงตรงหน้าทั้งสามคน ถังถังจอดรถอย่างวุ่นวาย ลงมาจากฝั่งคนขับอย่างเก้ๆ กังๆ โบกมือพร้อมรอยยิ้ม

“ฟางโจว เสร็จธุระแล้วเหรอ~”

ฟางโจวยกมือกุมขมับ

คิดในใจ ‘นี่เธอตั้งใจมาช่วยฉันอวดรวยใช่ไหมเนี่ย?’

ลุงติง คนขับรถประจำบ้านถัง ลงมาจากฝั่งผู้โดยสารด้วยสีหน้าเหมือนจะร้องไห้

“คุณหนูครับ…”

“คราวหน้าให้ผมขับเถอะครับ”

“ถ้าอยากขับเอง ก็ขับคันที่เป็น จอร์จ แพตตัน ดีกว่าครับ”

“คันนั้นมันถึก… ถ้ารถเป็นรอยยังไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าเกิดคุณหนูเป็นอะไรขึ้นมา ผมจะตอบคุณถังไม่ถูกเลยครับ!”

เมื่อตะกี้ลุงติงนั่งข้างๆ หัวใจแทบหลุดออกมาจากอก

ถังถังทำหน้าบึ้ง

“ก็รถคันนั้นมันน่าเกลียดนี่นา!”

“แต่ก็จริงแหละ… คราวหน้าหนูไม่ขับเองแล้ว”

“เมื่อกี้เกือบเหยียบเบรกเป็นคันเร่งอยู่แล้ว ตกใจแทบแย่”

“ฟางโจว นายบอกว่าต้องใช้รถใช่มั้ย งั้นเอาคันนี้ไปใช้แทนนะ สวยกว่าคันเดิมตั้งเยอะ!”

มุมปากฟางโจวกระตุกเบาๆ

โอ้โห เธอนี่...ช่วยอวดรวยได้เนียนสุดๆไปเลย!

---

#ที่ร้านฟาสต์ฟู้ดแห่งหนึ่ง

ฟางโจวฟาดเบอร์เกอร์เข้าไปอย่างรวดเร็ว แล้วซดโค้กตามอีกหลายอึก พอช่วยทุเลาความหิวลงบ้าง หลังจากเซ็นสัญญาเสร็จเขาก็ไปนั่งพิมพ์นิยายที่ร้านเน็ตอยู่นานหลายชั่วโมงจนไม่ได้กินข้าวเย็น หิวจนไส้แทบขาด

แม้จะมีเวลาสามเดือนส่งต้นฉบับ แต่ฟางโจวเป็นพวกชอบทำให้เสร็จเร็วๆ จะได้สบายใจ

ตอนนี้มีเงิน 150,000 อยู่ในมือ แก้วิกฤตการเงินไปเปราะหนึ่ง คิดแล้วก็รู้สึกดี

ขอแค่ยอดขายหนังสือนิยายดี เขาก็จะมีรายได้ไม่ขาดมือ ถ้าโชคดีขายลิขสิทธิ์หนังหรือลิขสิทธิ์อื่นๆ ได้อีกก็อาจถึงขั้นมีอิสระทางการเงินได้เลย

ฟางโจวกำลังฝันถึงชีวิตสบายๆ ในอนาคต ตรงข้ามกันนั้น มีหญิงสาวในชุดทำงานนั่งอยู่ หลังจากแก้ปัญหาความหิวแล้ว ฟางโจวก็หันไปสำรวจอีกฝ่าย

เธอคือ เฉินจิ่ง อดีตผู้ช่วยของฟางอวี้หรู เคยเป็นผู้จัดการสาขา ปัจจุบันเป็นผู้อำนวยการสำนักงานประธานบริษัท ช่วงบ่ายเธอโทรมานัดพบเขา ฟางโจวรู้สึกแปลกใจไม่น้อย หลังจากพบกัน เฉินจิ่งก็ชวนคุยเรื่องโรงเรียนไปเรื่อยเปื่อย

ฟางโจววางแก้วโค้กลง ยิ้มแล้วพูดว่า

“พี่เฉิน นัดผมออกมา คงไม่ใช่เพื่อถามเรื่องเรียนอย่างเดียวหรอกมั้งครับ”

“มีอะไรก็บอกมาตรงๆ เลยดีกว่า”

เฉินจิ่งถอนหายใจ ดูออกว่าฟางโจวเปลี่ยนไปมากจากเมื่อก่อน ตอนเด็กๆ ฟางอวี้หรูมักพาฟางโจวกับฟางชิงหลินไปที่บริษัท เธอเองก็เห็นเด็กสองคนนี้โตมา แต่หลังจากโตขึ้น ฟางโจวก็แทบไม่ได้ไปที่บริษัทอีก

เธอรวบรวมสติแล้วพูดว่า

“เสี่ยวโจว…”

“ทำไมเรียกพี่ล่ะ…เมื่อก่อนยังเรียกฉันว่า ‘ป้าเฉิน’ อยู่เลยไม่ใช่เหรอ”

ฟางโจวยิ้ม

“เมื่อก่อนผมไม่รู้อะไร”

“เรียกพี่ว่า ‘ป้า’ มันไม่เหมาะกับคนสวยขนาดนี้หรอกครับ”

ฟางอวี้หรูเป็นพวกที่มีนิสัยเพอร์เฟกชันนิสต์ เวลาจ้างเลขาก็ต้องเลือกหน้าตาดีไว้ก่อน แน่นอนว่าเฉินจิ่งก็อยู่ในเกณฑ์นี้ หลังจากพูดคุยกันพอสมควรเฉินจิ่งเห็นว่าฟางโจวใจเย็นกว่าตัวเองอีก เลยสูดลมหายใจลึกแล้วพูดว่า:

“ฟางโจว”

“ฉันไม่รู้ว่าระหว่างเธอกับคุณฟางมีเรื่องอะไรกัน”

“แต่เรื่องหย่าของคุณฟาง ตอนนี้คนในบริษัทก็รู้กันหมดแล้ว”

“หลายคนเริ่มซุบซิบกัน”

“ช่วงนี้บริษัทก็เจอปัญหา ไหนจะเรื่องในบ้านอีก คุณฟางดูเครียดมาก สภาพจิตใจไม่ดีเลย”

“พักหลังๆ เหม่อลอยบ่อยมาก”

“ถึงเธอจะพยายามเก็บอาการ แต่ฉันมองออกว่าเธอเคยร้องไห้ที่บริษัทด้วย”

“ถ้าเป็นไปได้…”

“ฉันอยากให้เธอลองปลอบคุณฟางหน่อยได้ไหม”

เฉินจิ่งรู้เรื่องการหย่าของฟางอวี้หรู แต่ไม่รู้รายละเอียดมากนัก พอซักถาม ฟางอวี้หรูก็อึกอักที่จะตอบ จากข้อมูลเล็กน้อยที่ได้ เฉินจิ่งเดาได้ว่าอาจเกี่ยวข้องกับฟางโจว เลยขอนัดเจอกับเขา ฟางโจวหรี่ตาสีหน้าดูประหลาดใจ เฉินจิ่งคงไม่ได้โกหกตน

งั้น…ฟางอวี้หรูนี่มันยังไง...กำลังทำอะไรอยู่กันแน่? นั่นเป็นหญิงแกร่งที่ทุ่มเทให้เรื่องงานจนละเลยครอบครัว หญิงเหล็กที่ใช้เวลาสิบปีสร้างโรงงานเล็กๆ ให้กลายเป็นบริษัทขนาดใหญ่ จะมาแสดงท่าทางสาวน้อยร้องไห้เนี่ยนะ?

ฟางโจวพูดว่า

“น่าจะเพราะเรื่องบริษัทมากกว่านะครับ”

เฉินจิ่งรีบส่ายหัว:

“ไม่น่าใช่”

“แม้ตอนนี้บริษัทจะมีปัญหาบ้าง แต่จากที่ฉันร่วมงานกับคุณฟางมาเป็นสิบปี ตอนสมัยตั้งบริษัทใหม่ๆ ยังมีปัญหาหนักกว่านี้อีกไม่เคยเห็นเธอเป็นแบบนี้เลย”

“ฉันคิดว่าน่าจะมีเหตุผลอื่น”

เห็นความเป็นห่วงในสายตาของเฉินจิ่ง

ฟางโจวพูดขึ้นมาทันทีว่า

“จริงๆ แล้ว…”

"พี่ก็ดีใจที่แม่ผมหย่าใช่ไหม!"

เฉินจิ่งอึ้งไป แววตาสั่นเล็กน้อย มือที่ถือโทรศัพท์บีบแน่นขึ้นอย่างไม่รู้ตัว เห็นได้ชัดว่าไม่คาดคิดว่าจะเจอคำถามนี้

เธอพูดเสียงติดขัด

“เป็นไปได้ยังไง… เสี่ยวโจว พูดแบบนี้หมายความว่าไง”

“ฉันทำงานกับคุณฟางมาตลอด จะดีใจได้ยังไงถ้าเห็นเธอไม่มีความสุข”

“ที่ฉันคุยกับเธอวันนี้…”

“ก็เพราะเป็นห่วง…”

“ยังไงฉันกับแม่เธอก็เป็นเพื่อนกันนะ…”

(จบบทที่ 55)

จบบทที่ บทที่ 55 สาวน้อยแสนซื่อ...ช่วยอวดรวย

คัดลอกลิงก์แล้ว