เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 52 ยอมใส่ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ก็ยังได้

บทที่ 52 ยอมใส่ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ก็ยังได้

บทที่ 52 ยอมใส่ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ก็ยังได้


เมฆสีรุ้งทางใต้:

"รู้สึกว่าเธอเปลี่ยนไปนะ ไม่นึกว่าจะชอบอะไรแบบนี้"

"แล้วปกติเธอทำอะไรคลายเครียดบ้าง?"

"ทำไมเงียบไปล่ะ (อิโมจิหน้ายิ้ม)"

"อยู่ไหมอะ?"

ฟางโจวพิมพ์ตอบกลับไปว่า:

"พี่ครับ ผมกำลังปั่นต้นฉบับอยู่"

ฟางโจวจำได้ว่า ผู้หญิงคนนี้ถึงแม้เคยคุยกับเขาบ้าง แต่ก็ไม่ใช่พวกพูดมากอะไร ถ้าเขาไม่ตอบ ส่วนมากอีกฝ่ายก็จะเงียบไปเอง แต่วันนี้ดูแปลกๆ

พอส่งไปยังไม่ทันไร ข้อความใหม่ก็เด้งมาอีก

เมฆสีรุ้งทางใต้:  "ปั่นต้นฉบับ? หมายความว่าไงอ่ะ?"

ฟางโจวตอบ:  "เขียนนิยายอยู่"

ถึงจะเป็นงานคัดลอกก็เถอะ แต่ฟางโจวไม่รู้สึกอายเลยแม้แต่น้อย ถ้าเป็นเขาในอดีต หรือถ้าฝ่ายตรงข้ามเป็นสาวสวย การพูดแบบนี้อาจดูเหมือนโอ้อวด แต่ตอนนี้เขาแค่พูดตามจริง

เมฆสีรุ้งทางใต้:

"???"

"เธอเขียนนิยายด้วยเหรอ?"

"ไม่ใช่จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยอีกเดือนกว่าเหรอ?"

"เขียนแนวไหน ชื่อเรื่องว่าอะไร?"

ดูท่าจะตกใจจริงๆ ถึงถามรัวแบบนี้

เก้ารั่วหยู่: "ผีเป่าตะเกียง"

#ในหอพัก

ลั่วอี้เหอ ชะงักไปนิดหนึ่ง ชื่อเรื่องนี้คุ้นมาก

เหมือนเคยได้ยินจาก ‘สวีซือหยวน’ เพื่อนสาวผมเปียสายมุ้งมิ้ง

เมฆสีรุ้งทางใต้:

"เธออยู่ ม.6 ไม่ใช่เหรอ”

“ไม่อ่านหนังสือสอบ แต่ไปเขียนนิยายทำไม?”

เก้ารั่วหยู่:

"หาเงินค่าครองชีพไง!"

"พี่สาว คนเราต้องกินต้องใช้นะ"

ได้ยินคำตอบนี้ ลั่วอี้เหอขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ไม่ได้ถามต่อว่าทำไมฟางโจวถึงต้องหาเงินเลี้ยงตัวเอง อาจเพราะคิดว่าโลกออนไลน์ไม่ได้จริงจังขนาดนั้น

ในห้องพัก ลั่วอี้เหอช่วยเช็ดโต๊ะของ เฟิงลี่ลี่ แล้วกลับไปที่โต๊ะตัวเอง เฟิงลี่ลี่ยังไม่กลับจากนัดเดต ลั่วอี้เหอเงยหน้ามองไปที่สวีซือหยวนที่ยังกอดคอมไว้

"ซือหยวน ฉันจำได้ว่าเธอเคยพูดถึงนิยายเรื่องผีเป่าตะเกียงใช่ป่ะ?"

ทันทีที่ได้ยิน  สวีซือหยวนตาเป็นประกาย  วางคอมฯ พุ่งไปที่ขอบเตียงมองลั่วอี้เหออย่างตื่นเต้น

"โอย พี่ไม่ใช่ไม่ชอบนิยายเหรอ อยู่ดีๆ มาถามเรื่องผีเป่าตะเกียงเนี่ยนะ บอกเลยนะ ถึงตอนนี้จะมีแค่แสนคำ แต่ถ้าเขียนต่อไปต้องกลายเป็นตำนานแน่ๆ…"

เมื่อก่อนสวีซือหยวนก็ไม่รู้ตัวเหมือนกัน ว่าตัวเองเป็นสาวคลั่งนิยายแนวลึกลับ จนไม่กี่วันก่อน เห็นคนในฟอรั่มพูดถึงเรื่องนี้ พออ่านแล้วก็ถึงกับอึ้งไปเลย อยากบอกต่อมาก แต่เพื่อนร่วมห้องไม่มีใครชอบนิยาย ตอนนี้หัวหน้าหอพูดขึ้นมาเอง เธอก็ยิ่งอยากเล่าใหญ่

.

แค่เล่าประวัตินักเขียนกับพล็อตเบื้องต้นก็ปาไป 10 นาที ลั่วอี้เหอนิ่งเงียบ ตอนเรียนมัธยมมีหลายคนส่งจดหมายรักให้เธอ รวมถึงเด็กนักเรียน ม.5 อย่างฟางโจว

.

เขาเป็นที่รู้จักในโรงเรียน น้องสาวเขา ‘ฟางชิงหลิน’ ก็เป็นดาวโรงเรียน ในฐานะหนึ่งในดาวโรงเรียน ลั่วอี้เหอไม่ชอบความวุ่นวายพวกนี้ แค่อยากตั้งใจเรียน

.

ฟางโจวเคยส่งจดหมายรักแต่ไม่เคยมาพูดกับเธอตรงๆ  แถมจดหมายนั้นยังถูกครูยึดไปอีก ได้ยินว่าครอบครัวเขาถูกเรียกไปโรงเรียน เธอเองก็รู้สึกผิดกับเรื่องนี้เหมือนกัน

.

ตอนแม่เปิดร้านเกี๊ยว ฟางโจวกับเพื่อนก็เคยมาช่วย ถึงจะรู้ว่าเขาชอบเธอ แต่ลั่วอี้เหอก็ไม่ได้คิดจะเอาความรู้สึกนั้นมาบฃการให้เขาตั้งใจเรียน ในมุมมองของเธอ ทุกคนมีสิทธิเลือกทางเดินชีวิตตัวเอง

...

หลังเข้ามหาวิทยาลัย เธอสมัคร QQ แล้วเพิ่มเขาเป็นเพื่อนโดยไม่รู้ตัว มีโอกาสก็จะคุยกันทางออนไลน์บ้าง สำหรับฟางโจว ลั่วอี้เหอรู้สึกขอบคุณเขา

ก่อนหน้านี้ที่เคยคุยกัน ตอนนั้นเธอรู้สึกว่าฟางโจวยังดูเหมือนคุณชายร่ำรวย เมื่อวานได้คุยกับแม่ ได้ยินแม่พูดว่าฟางโจวเหมือนจะเจอปัญหาอะไรสักอย่าง เลยทักมาหาเขาอยากปลอบใจหน่อยถ้ามีโอกาส แต่ไม่คิดว่าเขาจะเปลี่ยนไปขนาดนี้

.

จู่ๆ ก็มาเขียนนิยาย?

เมื่อกี้ฟางโจวบอกว่านิยายจะออกเล่มจริง เธอไม่เข้าใจเรื่องนี้เลยถามสวีซือหยวน เธอยังแนะนำความมหัศจรรย์ของนักเขียนอัจฉริยะอยู่ ลั่วอี้เหอไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่เลยขัดจังหวะถาม

"ฉันได้ยินมาว่านิยายเรื่องนี้กำลังจะตีพิมพ์เป็นเล่มแล้ว นี่จริงหรือเปล่า"

"ไม่จริง!" ซือหยวนตอบมั่นใจมาก

นักเขียนเรื่องนี้นอกจากเขียนเรื่องนั้นในฟอรั่มแล้วก็ไม่มีความเคลื่อนไหวอื่นเลย!

.

ลั่วอี้เหอประหลาดใจ:

"ไม่จริง?"

"เมื่อกี้มีคนบอกฉันมา"

ซือหยวนลากคอมพ์มาข้างตัว พูดพลางพิมพ์ว่า

"พี่คะ อย่าบอกนะว่าคนที่บอกพี่คือคนนั้นที่แชทด้วยเมื่อกี้ อื้อหือ...ใช้มุกตื้นๆ หลอกพี่ได้ไงเนี่ย ช่างน่าโมโหจริงๆ"

"หนูเป็นแฟนตัวยงของนักเขียนคนนั้นเลยนะ"

"รู้ทุกความเคลื่อนไหว"

"เขาโกหกพี่ชัดๆ แหม...หลอกคุณกระต่ายน้อยที่ไม่รู้อะไรเลย"

ลั่วอี้เหอส่ายหน้า

"จะหลอกทำไม แค่หนังสือเล่มเดียวเอง รู้จักนักเขียนแล้วยังไง มันสำคัญตรงไหน?"

คำพูดนี้แหละ ทำเอาซือหยวนของขึ้น:

"อะไรนะ! แค่หนังสือเล่มเดียว?"

"รู้ไหม นี่คืองานบุกเบิกของนิยายแนวขุดสุสานเลยนะ!"

"พระเยซูสร้างศาสนาคริสต์ เจ๋งมั้ย? พระพุทธเจ้าสร้างพุทธศาสนา เจ๋งมั้ย? จางซานเฟิงสร้างสำนักบู๊ตึ๊ง เจ๋งมั้ย?

"แล้วก็...เอ่อ...พวกเอวีญี่ปุ่นก็ยกระดับของตัวเองขึ้นมาได้เหมือนกัน เอาเถอะ...เธอไม่เข้าใจหรอก"

ซือหยวนโบกมือ ไม่อยากพูดต่อ

แต่ยังไม่ทันไร...เธอก็ชะงักค้าง...จ้องคอมฯ เขม็ง! แล้วเงยหน้ามองลั่วอี้เหอ

หม่าเจี๋ย ที่อยู่ในห้องกำลังฟังการสนทนาของทั้งสองอยู่ด้วย เห็นซือหยวนทำหน้าท่าทางแบบนั้น ก็ถามด้วยความประหลาดใจ

"ซือหยวน นี่ทำหน้าอะไรของเธอ เป็นอะไรไป"

"มีหนังใหม่ออกอีกแล้วเหรอ?"

ซือหยวนพูดเสียงแผ่ว:

"เมื่อกี้เห็นในฟอรั่ม นักเขียน 'ผีเป่าตะเกียง' โพสต์ว่าหยุดอัปเดตก่อน เพราะกำลังจะตีพิมพ์เล่มจริง"

หม่าเจี๋ยงุนงง:

"ก็แค่นั้น จะอะไรนักหนา?"

"พี่ใหญ่ก็บอกแล้วว่าได้ยินจากเพื่อนในเน็ต น่าจะเห็นโพสต์จากเว็บนั่นแล้วก็บอกต่อไง"

ซือหยวนส่ายหน้าเบาๆ หันไปมองลั่วอี้เหอด้วยสายตาแปลกใจ

"พี่คะ พี่ออกจากคอมไปตั้งแต่ 20 กว่านาทีก่อน แสดงว่าเพื่อนพี่ต้องบอกมาก่อนหน้านั้น"

"แต่โพสต์ในฟอรั่มเพิ่งอัปเดตเมื่อ 3 นาทีที่แล้ว"

"คำถามคือ—"

"เพื่อนพี่...รู้จักนักเขียนผีเป่าตะเกียงใช่ไหม?"

"พี่! หนูขอร้องล่ะ บอกให้เขาแนะนำให้หนูรู้จักที!"

"ตอนนี้ฟอรั่มระเบิดไปแล้ว!"

"พี่คะ~~~"

"หนูยอมใส่ผ้าอ้อมผู้ใหญ่เลยก็ได้! ถ้าพี่แนะนำให้รู้จัก"

ลั่วอี้เหอขนลุกซู่...บรื๋อออ...

ในหมู่สาวอินดี้ส่วนมาก มีความเสี่ยงกลายเป็นสาววายได้ง่ายจริงๆ

เห็นสายตาซือหยวนที่จ้องมาไม่กะพริบ กับนิสัยเอาแน่เอานอนไม่ได้

เธอส่ายหัวทันที:

"ไม่รู้จัก"

"ลบเพื่อนไปแล้ว"

ซือหยวน:

"ชิ!"

(จบบทที่ 52)

จบบทที่ บทที่ 52 ยอมใส่ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ก็ยังได้

คัดลอกลิงก์แล้ว