- หน้าแรก
- ก็เกิดใหม่ทั้งที ใครจะยอมเป็นคนซื่ออีกล่ะ
- บทที่ 51 ลั่วอี้เหอ
บทที่ 51 ลั่วอี้เหอ
บทที่ 51 ลั่วอี้เหอ
ไม่ไกลจากรถจิ๊ปแรงเลอร์ คือรถตู้เมอร์เซเดสเบนซ์ที่เต็มไปด้วยสติกเกอร์ลายการ์ตูน
#บนรถ
หงเสี่ยวหลงยังอดเสียดายไม่ได้:
“เมื่อกี้พี่ชิงเหยาแล้วก็พี่เสี่ยวถงชวนไปเที่ยวบาร์ด้วยกันนะ นี่มันโอกาสหายากเลยนะเว้ย นายกลับปฏิเสธไป น่าเสียดายจริงๆ!”
ในสายตาเสี่ยวหลง การได้รับเชิญจากสองสาวเป็นการส่วนตัวถือเป็นเรื่องที่น่าภูมิใจมาก
ฟางโจวจ้องเขม็งไปที่หงเสี่ยวหลง จนอีกฝ่ายเริ่มรู้สึกขนลุก
เขาพูดขึ้นว่า:
“จำไว้นะ…พวก ‘หมาเลียก้น’ ไม่มีวันตายดีหรอก”
"หนึ่งชีวิตสองพี่น้อง เราต้องเตือนกันไว้!"
พวกคลับบาร์หรืออะไรแบบนั้น ฟางโจวไม่สนใจเลยแม้แต่นิด
คืนนี้ เขายังต้องไปทำงานที่ร้านเน็ตอีก
ก่อนหน้านี้เขาแจ้งทางสำนักพิมพ์วรรณกรรมเจียงหนานไปว่ามีต้นฉบับเล่มแรกแล้ว ฉะนั้นก่อนพวกเขาจะมาถึงหนานอู๋ เขาต้องเร่งให้เสร็จทันเวลา ตอนนี้ยังขาดอีกแสนกว่าตัวอักษร ต้องรีบพิมพ์ให้ทันภายในสองวันนี้
เขาเปิดคอมพิวเตอร์ขึ้นมา แล้วล็อกอินเข้าเว็บไซต์จือโหย่วก่อน เพื่ออ่านคอมเมนต์จากผู้อ่าน แม้จะหายไปหลายวัน แต่ความร้อนแรงกลับไม่ลดลงเลย คนยิ่งถกเถียงกันมากขึ้นอีกด้วยซ้ำ ระหว่างที่เขากำลังไล่อ่านอยู่…
#หน้าจอ QQ สั่นขึ้น
รูปโปรไฟล์เป็นสาวผมฟ้า ตาโต ติดกิ๊บสีเหลืองชื่อว่า ‘เมฆสีรุ้งทางใต้’ กระพริบขึ้นมา
เธอส่งข้อความมาว่า:
“อยู่ไหม?”
ฟางโจวจำได้ว่า…
คนคนนี้ก็ส่งมาทักแบบนี้เมื่อวานเหมือนกัน
.
พอรื้อฟื้นความทรงจำขึ้นมาหน่อย เขาก็นึกออกว่า นี่คือคนที่เคยแอดเป็นเพื่อนกับร่างเดิมของเขา ดูเหมือนว่าจะเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย เคยวิดีโอคอลกันมาก่อน
หน้าตาอีกฝ่ายธรรมดาๆ ร่างเดิมเลยไม่สนใจที่จะพูดคุยด้วย อีกฝ่ายก็ไม่ค่อยออนไลน์เท่าไหร่ เวลาเจอกันก็จะคุยอะไรเรื่อยเปื่อย พอรู้บ้างว่าเธอเป็นคนมณฑลฉายหยุน ตอนนี้เรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยซูจิง
ก่อนหน้านั้น เจ้าของร่างเดิมก็เคยคิดจะถามเธอเหมือนกันว่า รู้จัก ‘ลั่วอี้เหอ’ ไหม ..แต่คิดๆดูแล้วร่างเดิมไม่กล้าถามออกไป เพราะด้วยหน้าตาและผลการเรียนของลั่วอี้เหอ แม้จะไปเรียนที่มหาวิทยาลัยซูจิง ก็ต้องเป็นคนดังแน่นอน ร่างเดิมไม่อยากให้ตัวเองดูเหมือนคางคกที่อยากกินเนื้อหงส์
ตอนนี้เธอทักมาอีกแล้ว:
“อยู่ไหม?”
ฟางโจวเลยตอบกลับไปว่า:
“คิดถึงฉันเหรอ?”
ใครจะไปรู้… ว่าหน้าจอฝั่งตรงข้ามนั้นคือใคร รู้จักกันในโลกออนไลน์ ฟางโจวก็ไม่อยากแสดงตัวเป็น ‘เด็กใหม่’ ถึงจะเป็นแบบนั้นจริงก็ตาม
เมฆสีรุ้งทางใต้ตอบกลับทันที:
(อีโมจิระเบิด)(หน้าเครียด)
...
#หอพักหญิง มหาวิทยาลัยซูจิง
หม่าเจี๋ยที่อยู่ข้างๆ มองดูสาวหน้าสวยตรงหน้ากำลังพิมพ์ข้อความแชทก็อดแปลกใจไม่ได้
“หัวหน้า นี่เธอออนไลน์สองวันติดเลยนะ!”
“ไม่น่าเชื่อ!”
หม่าเจี๋ยเป็นคนมณฑลหลู่ ผิวสีเหมือนข้าวสาลี ใบหน้าสี่เหลี่ยม
ลั่วอี้เหอหันมามองนิดหนึ่ง แล้วชี้ไปที่คอม
“ลี่ลี่ออกไปเดทกับแฟน ส่วนพวกเธอก็กำลังเรียน คอมฯเธอว่างอยู่ ฉันก็แค่ช่วยเช็กประสิทธิภาพให้เฉยๆ”
หม่าเจี๋ย: “…”
พูดเรื่องเอาเปรียบได้อย่างสวยหรู สมกับเป็นหัวหน้าจริงๆ
เทียบกับหอพักหญิงอื่นที่มีการแก่งแย่งชิงดี หอพักของพวกเธอถือว่าความสัมพันธ์ค่อนข้างกลมเกลียวปรองดองกันดี ตอนเปิดเทอมใหม่ๆ อีกสามคนในหอถึงกับตกตะลึงในความสวยของลั่วอี้เหอ ในใจยังค่อนข้างกังวลว่าเธอจะเข้ากับคนยาก
ยิ่งพอรู้คะแนนสอบเข้ามหาวิทยาลัยของเธอ…ยิ่งรู้สึกกดดัน แต่ไม่นานทุกคนก็ยอมรับเธอได้หมด ผู้หญิงคนนี้มี ‘แรงดึงดูดบางอย่าง’ ที่ทำให้คนเชื่อถือ เป็นคนมองโลกในแง่ดีโดยธรรมชาติ มีความเป็นมิตรตามธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นเพศเดียวกันหรือต่างเพศ เมื่ออยู่ด้วยกันสักพัก ก็จะรู้สึกใกล้ชิดกันโดยธรรมชาติ
...
ตอนนี้ ลั่วอี้เหอกำลังมองกล่องแชตใน QQ เหมือนจะแปลกใจเล็กน้อย
หม่าเจี๋ยเดินเข้ามาแล้วเห็นบทสนทนา สายตาของเธอดูแปลกๆ
“หัวหน้า… ดูจากคำพูดนี่น่าจะผู้ชายนะ?”
“คุยกันซะหวานแหวว”
“แฟนทางเน็ตเหรอ...หรือเป็นแฟนเธอจริงๆ?”
“เมื่อไหร่จะพามาให้พวกเราเจอพี่เขยหน่อยล่ะ?”
“ในมหาวิทยาลัยคนจีบเธอเพียบ รุ่นพี่ก็หล่อระดับเทพ เธอยังไม่เคยชายตาเลย พวกเราก็อยากรู้ว่าแบบไหนถึงจะผ่านเกณฑ์เธอได้นะ”
“ว่าแต่…ชื่อใน QQ ของเขาว่า ‘เก้ารั่วหยู่’ หมายความว่าอะไรเหรอ?”
คำนี้…ในโลกนี้ยังไม่ใช่มุกที่คนรู้จัก...
ลั่วอี้เหอกำลังคิดว่าจะตอบยังไงดี เลยตอบแบบส่งๆ ว่า
“ก็แค่เพื่อนในเน็ตธรรมดานั่นแหละ!”
ได้ยินสองคนพูดคุยกันอยู่ข้างล่าง
หญิงสาวผมเปียสองข้างที่กำลังอ่านนิยายอยู่บนเตียงชั้นบน โผล่หัวลงมาพูดว่า
“หัวหน้า เพื่อนในเน็ตธรรมดาเขาคุยกันแบบนี้ด้วยเหรอ?”
“หรือว่าเธอชอบสไตล์แบบนี้?”
“บอกก่อนเลยนะ...คนไม่ดีในเน็ตมันเยอะ!”
“อย่าเล่นอะไรแบบนี้เพื่อความตื่นเต้นเลยน่ะ ถ้าเธออยากหาความตื่นเต้นใหม่ๆ ฉันจัดให้ได้นะ!”
พูดจบก็ทำตาวิ๊งๆใส่ลั่วอี้เหอ
ลั่วอี้เหอได้แต่โบกมือไล่หม่าเจี๋ย แล้วก็ผลักหัวของสาวผมเปียกลับขึ้นไป:
“ไปอ่านนิยายของเธอต่อเถอะ!”
หญิงสาวผมเปียเป็นคนคลั่งนิยายถึงขั้นหนังสือไม่ห่างมือเลย ว่ากันว่าตลอดสามปีในชั้นมัธยมปลาย เธอแทบไม่ตั้งใจเรียนเลย ใช้เวลาทั้งหมดไปกับการอ่านนิยาย ไม่รู้จริงๆ ว่าเธอสอบเข้ามหาวิทยาลัยซูจิงได้อย่างไร!
หม่าเจี๋ยยังไม่ยอมแพ้
“เธอเริ่มคุยกับเขาตั้งแต่เข้ามหาวิทยาลัยใหม่ๆเลยเหรอ?”
“หัวหน้า หลายๆครั้งเธอมักจะหาเวลาไปเล่นเน็ต ไม่ใช่เพื่อคุยกับคนคนนี้ใช่ไหม?
ลั่วอี้เหอมองกลับมา
“เธอรู้ได้ไง?”
หม่าเจี๋ยหน้าเจื่อน แต่ก็ยอมพูด
“ก็ตอนเปิดเทอมเธอยังไม่สนิทกับลี่ลี่ เคยบอกว่าจะไปร้านเน็ตจำได้ปะ ตอนนั้นยังให้ฉันช่วยสมัคร QQ ให้เธอเลย”
“เธอนี่สุดยอดเลยจริงๆ สมัยนี้ยังมีคนเข้ามหาวิทยาลัยแต่ไม่มี QQ อยู่ด้วยเหรอเนี่ย”
ลั่วอี้เหอไม่ได้สงสัยอะไร เลิกสนใจสองคนนั้นแล้วหันกลับมาพิมพ์ข้อความอีกครั้ง
เมฆสีรุ้งทางใต้:
"ไม่ได้ออนไลน์มาพักใหญ่แล้ว ฉันมีเพื่อนแค่ไม่กี่คน ก็เลยถือโอกาสทักทายสักหน่อย"
เมื่อครู่…
หลังฟางโจวส่งข้อความไปแล้ว แต่เห็นว่าอีกฝ่ายยังไม่ตอบ เขาก็เลยกลับไปอ่านคอมเมนต์ในเว็บจือโหย่วต่อ พอเห็นอีกฝ่ายตอบกลับมาอีก เขาก็คุยไปเรื่อยเปื่อยโดยไม่รู้เลยว่า…
หน้าจอฝั่งตรงข้ามคือ นักเรียนรุ่นพี่คนสวย ที่เจ้าของร่างเดิมแอบชอบหลงใหล
เมฆสีรุ้งทางใต้:
“ทำไมรู้สึกว่านายพูดคุยเหมือนใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเลย?”
“ไม่สนใจฉันแล้วสินะ!”
เก้ารั่วหยู่:
“เธอน่ะควรดีใจเลยนะ”
“วันนี้มีสาวสวยสองคนชวนไปเที่ยวบาร์ ฉันปฏิเสธหมดเพื่อมาคุยกับเธอ ถ้าเป็นผู้หญิงคนอื่นรู้คงจะซาบซึ้งใจร้องไห้โฮไปแล้ว”
เมฆสีรุ้งทางใต้:“จริงปะเนี่ย แล้วทำไมไม่ไปล่ะ?”
เก้ารั่วหยู่:“ไม่ชอบ”
เมฆสีรุ้งทางใต้: “ผู้ชายไม่ชอบบาร์เหรอ แล้วเธอชอบอะไรล่ะ?”
ฟางโจวชะงักไปครู่หนึ่ง
เออ...เจ้าของร่างเดิมถูกควบคุมไม่ให้เที่ยวบ่อย เลยไม่แน่ใจว่าเขาชอบบาร์รึเปล่า
แต่ตัวเขาในชาติก่อนแน่ใจว่าไม่ชอบความวุ่นวาย
ตอนที่ไปบาร์ชิงกั๋ว ก็แค่อยากลอง
แม้จะเป็นบาร์แนวชิลล์ แต่เขาก็ยังรู้สึกว่ามันวุ่นวายเกินไป
เก้ารั่วหยู่: “ฉันชอบความสงบมากกว่าจะไปบาร์ให้วุ่นวาย ฉันอยากนอนบนสนามหญ้าในสวนตอนกลางคืน ใต้แสงไฟข้างทางสลัวๆ มองฟ้าที่เต็มไปด้วยดาว ปล่อยให้จิตใจล่องลอย…”
เขาพิมพ์ถึงตรงนี้…ก็ชะงักไปนิดหนึ่ง
อีกฝั่งก็เงียบไป...
ฟางโจวส่ายหัวเบาๆ ก่อนจะเปิดเอกสารขึ้นมาลุยต่อ
แต่ช่องแชตด้านล่างก็สว่างขึ้นมาอีกครั้ง เขายังพิมพ์นิยายอยู่เลยยังไม่คลิกเปิดดู
ช่องแชตกระพริบอีกสองครั้ง แต่พอเห็นว่าเขาไม่ตอบ อีกฝ่ายก็ไม่ส่งมาอีก
จนเวลาผ่านไป 20 นาที…
ฟางโจวพิมพ์จบหนึ่งตอน 3,000 ตัวอักษรแล้ว ถึงได้เปิดกล่องข้อความดู
(จบบท)