- หน้าแรก
- ก็เกิดใหม่ทั้งที ใครจะยอมเป็นคนซื่ออีกล่ะ
- บทที่ 46 ถังถังผู้เปี่ยมล้นด้วยพลังแม่
บทที่ 46 ถังถังผู้เปี่ยมล้นด้วยพลังแม่
บทที่ 46 ถังถังผู้เปี่ยมล้นด้วยพลังแม่
ผ่านไปพักใหญ่
ผู้อำนวยการเหยียนเป็นฝ่ายเรียกสติฟางอวี้หรูกลับมา:
“เกิดเรื่องแบบนี้ โรงเรียนของเราก็มีส่วนรับผิดชอบอยู่ไม่น้อย ที่ละเลยไม่ได้ใส่ใจดูแลสภาพจิตใจของนักเรียน”
“ถ้าคุณแม่มีอะไรให้ทางโรงเรียนช่วยเหลือ”
“เราจะพยายามให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่”
.
ฟางอวี้หรูไม่ใช่คนธรรมดา เธอรู้ดีว่าความเศร้าและความรู้สึกผิดไม่ได้ช่วยให้ปัญหาดีขึ้นนิสัยที่ถูกหล่อหลอมมาตั้งแต่เด็กทำให้เธอไม่แสดงความอ่อนแอให้คนภายนอกเห็น
เธอเช็ดน้ำตา จัดแต่งเสิ้อผ้าให้เรียบร้อย ถึงภายนอกจะดูเหมือนเธอสงบลงแล้วแต่ขอบตายังแดงเรื่อ ซุนเจี๋ยหลินลูบจมูกตัวเองเบาๆ ในใจคิด...ขนาดตอนเช็ดน้ำตาเธอยังดูงดงามเลย
.
เมื่อใจสงบลง ฟางอวี้หรูสูดลมหายใจลึก มองไปที่ผู้อำนวยการเหยียนกับซุนเจี๋ยหลิน:
“ไม่ทราบว่าตอนนี้มีใครรู้เรื่องนี้แล้วบ้าง แล้ว...ฟางโจว เขารู้เรื่องวิดีโอนี้หรือยังคะ?”
ผู้อำนวยการเหยียนรีบตอบ:
"นอกจากผม ครูซุน และหัวหน้าฝ่ายการศึกษาแล้ว ก็มีเพียงยามสองคนที่พบวิดีโอเท่านั้นที่รู้เรื่องนี้"
"แต่ผมได้กำชับพวกเขาแล้ว"
"ไม่ให้เปิดเผยเรื่องนี้ออกไป"
ถ้าเป็นครอบครัวทั่วไป อาจจะต่างออกไป บางคนอาจต้องการกระจายข่าวเพื่อเรียกร้องความยุติธรรม หรือแม้แต่เพื่อผลประโยชน์บางอย่าง แต่ตระกูลฟางไม่เหมือนใคร พวกเขาย่อมไม่ต้องการให้เรื่องแบบนี้หลุดออกไป เพราะภาพลักษณ์จะเสียหาย
.
ซุนเจี๋ยหลินก็เสริมว่า:
“ฟางโจวยังไม่เคยดูวิดีโอนี้”
“แต่...”
“เขาอาจจะเดาได้ว่าโรงเรียนมีกล้องวงจรปิด”
“ดูจากท่าทีของเขาและเพื่อนๆแล้ว ดูแหมือนเขาไม่ได้บอกเรื่องนี้กับใครเลย”
“แต่...เรื่องของฟางโจวส่วนใหญ่พ่อของเขาเป็นคนดูแล”
“ก่อนหน้านี้ ฉันเคยพูดคุยกับคุณหวังไปแล้ว ว่าอยากให้ครอบครัวมีส่วนร่วมในกระบวนการดูแลจิตใจของเด็ก”
เมื่อได้ยินแบบนั้น ฟางอวี้หรูก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย พลางมองครูซุนอย่างไม่แสดงออกมากนัก
ฟางโจวไม่เคย...พูดเรื่องนี้กับใครเลยอย่างนั้นเหรอ?
ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมเขาถึงดูแปลกๆ ไปช่วงนี้ ท่าทีที่มีต่อฉันก็เปลี่ยนไป...ฉันนี่มันล้มเหลวจริงๆ
ตอนนี้ฟางอวี้หรูกลายเป็นคนอ่อนไหวขึ้นมาทันที
เธอก้มหน้าลง เอ่ยด้วยเสียงเบา:
“ผู้อำนวยการเหยียน ครูซุน ฉันรู้สึกสับสนมากในตอนนี้ ขอกลับก่อนนะคะ”
“แต่รบกวนช่วยปิดเรื่องนี้เป็นความลับด้วยค่ะ”
.
หลังจากออกจากห้องผู้อำนวยการ ฟางอวี้หรูก็เดินเหม่อลอยไปทั่วโรงเรียน ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเดินออกประตูไปตอนไหน หรือขึ้นรถมาได้ยังไง
พอนั่งอยู่เบาะหลังรถ เธอก็ค่อยๆ ก้มหน้าลง สองมือปิดใบหน้าไว้ ร่างกายสั่นเทาด้วยความเสียใจ เสียงสะอื้นแผ่วเบาดังลอดออกมาเป็นระยะ
พร้อมกับเสียงพึมพำสลับสะอื้น:
“แม่ผิดไปแล้ว...”
“ทำไมลูกต้องทำแบบนี้...”
“ไม่แปลกเลย...แม่มันผิดเองที่ไม่เคยสนใจความรู้สึกของลูก...เสี่ยวโจว แม่ขอโทษนะ”
“แม่ไม่รู้เลยว่าสร้างความเจ็บปวดให้กับลูกขนาดนั้น...”
“แม่ขอโทษ...”
.
ฟางโจวยังเป็นเด็ก ฟางอวี้หรูไม่กล้าจินตนาการเลยว่าเด็กคนหนึ่งต้องสิ้นหวังมากแค่ไหนถึงได้ทำแบบนั้น ตอนนี้ในใจเธอสับสนวุ่นวายไปหมด
สักพัก..เธอเงยหน้าขึ้น หยิบมือถือขึ้นมาส่งข้อความหาฟางชิงหลิน บอกว่ามีธุระด่วนให้ช่วยแจ้งครูประจำชั้นด้วย สภาพเธอตอนนี้ไม่พร้อมจะไปที่ห้องเรียนแล้ว
เธอชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเปิดรายชื่อโทรหาฟางโจว ลังเลเล็กน้อยก่อนกดโทรออก ทุกวินาทีที่รอสาย มันทรมานเหลือเกิน
แต่...ฟางโจวไม่ได้รับสาย
ฟางอวี้หรูโยนโทรศัพท์ลงข้างๆอย่างหมดอาลัยตายอยาก แล้วระบายอารมณ์ด้วยการชกเบาะข้างตัวแรงๆ โดยไม่รู้ว่าตัวเองกำลังโกรธอะไร
.
ฟางโจวไม่ได้รับสายไม่ใช่เพราะเขาตั้งใจเมิน แต่เพราะไม่ได้ยินเลยต่างหาก ตอนนี้เขากับถังถังและหงเสี่ยวหลงเพิ่งจอดรถข้างถนนหน้าบ้าน ทั้งสามคนลงจากรถและกำลังเดินตรงเข้าไปยังลานบ้าน
ตึก ตัก! ตึก ตัก!
เสียงฝีเท้าเล็กๆ รีบร้อนวิ่งไปที่ประตูรั้ว:
“พี่ชายยย~ พี่กลับมาแล้วเหรอคะ เราออกเดินทางได้หรือยังง~”
ตุ๊กตาตัวน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มโผล่มาที่หน้าประตูรั้ว
.
เยว่เยว่รออยู่ตั้งแต่เช้าแล้ว วิ่งออกไปดูตั้งหลายรอบ พอได้ยินเสียงฟางโจวพูดคุยกันจากนอกบ้าน เธอก็อดใจไม่ไหวรีบวิ่งพุ่งมาทันที
แต่พอเห็นว่า นอกจากพี่ฟางโจวแล้วยังมีคนแปลกหน้าอีกสองคนยืนอยู่ด้วย เยว่เยว่ก็ชะงักกึก ถอยหลังไปสองก้าวตามสัญชาตญาณ สายตาแอบมองสองคนนั้นอย่างหวาดๆ
.
ฟางโจวเดินเข้าไป
ลูบหัวเธอเบาๆ:
“เยว่เยว่ รอนานเลยใช่มั้ย”
“สองคนนี้เป็นเพื่อนพี่เอง คนนี้ชื่อถังถัง เรียกว่า 'พี่ถังถัง' ก็ได้นะ อีกคนชื่อหงเสี่ยวหลง เรียกว่า 'พี่เสี่ยวหลง'”
ฟางโจวรู้ดีว่า แม้ตอนนี้เยว่เยเว่อยู่กับเขาจะกล้าเปิดใจมากขึ้นแต่ลึกๆ แล้ว เธอยังกลัวคนแปลกหน้า พอเห็นฟางโจว เธอก็คลายกังวลไปเยอะ ยืนแนบข้างฟางโจว ดวงตาใสสอดส่องมองสำรวจทั้งสอง
.
ถังถังเห็นเยว่เยว่น่ารักขนาดนี้ ก็รีบทรุดตัวลงนั่ง ดวงตาโค้งเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว:
“หนูคือเยว่เยว่ใช่มั้ย~ พี่ฟางโจวเล่าเรื่องหนูให้ฟังตั้งเยอะ น่ารักจังเลย~”
.
นี่ไม่ใช่คำพูดชมตามมารยาทเพราะเยว่เยว่น่ารักจริงๆ แค่เห็นก็ทำให้คนเอ็นดู ยิ่งสำหรับผู้หญิงที่มีพลัง "แม่" เต็มเปี่ยมอย่างถังถังแล้ว ยิ่งต้านทานไม่ไหว
หงเสี่ยวหลงเองก็ตาโตด้วยความแปลกใจ ก่อนหน้านี้เขาเคยมาช่วยฟางโจวขนของย้ายบ้าน แต่ยังไม่เคยเจอเยว่เยว่มาก่อน ตอนนี้ถึงกับอุทานออกมา...
ทั้งที่เขาเป็นคุณชายจากตระกูลร่ำรวย นิสัยเย็นชา จะพูดมากหน่อยก็กับเพื่อนๆ เท่านั้น ส่วนคนที่ไม่คุ้นเคยเขาจะขี้เกียจสนทนาด้วย แต่ตอนนี้เมื่อเห็นน้องสาวตัวน้อยที่น่ารักขนาดนี้ น้ำเสียงก็นุ่มขึ้นทันที
"สวัสดีจ้ะ เยว่เยว่"
.
ทั้งสองคนเป็นลูกคนเดียวในครอบครัว เด็กที่โตมาแบบนี้ มักจะอิจฉาคนที่มีพี่น้อง เยว่เยว่น่ารักขนาดนี้ ใครจะไม่อยากมีน้องสาวแบบเธอล่ะ!
ย่าโจวเดินออกมาจากในบ้าน เธอได้ยินเสียงฟางโจวแนะนำเพื่อนๆ ตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว รู้ว่าทั้งสองคนจะพาเยว่เยว่ออกไปเที่ยวด้วย เลยเชิญให้เข้ามาข้างใน
ถังถังมาเป็นครั้งแรก รู้ว่านี่คือบ้านที่ฟางโจวอยู่ แถมอาจจะต้องอยู่ยาวพอเดินเข้ามาก็เริ่มมองสำรวจด้วยความอยากรู้ แล้วสิ่งแรกที่เตะตาคือ...ฝูงลูกเจี๊ยบตรงริมกำแพงรั้ว
.
ผ่านไปแค่อาทิตย์เดียว ขนปุยๆ เริ่มหลุด กลายเป็นขนแข็งขึ้นมานิดหน่อย แต่โดยรวมก็ยังฟู น่ารักน่าเอ็นดู ถังถังเป็นคนที่ชอบพวกสัตว์ขนฟูเป็นทุนเดิมเลยรีบวิ่งไปที่รั้วทันที ตื่นเต้นจนพูดเสียงสูง
“โอ้โห เลี้ยงลูกเจี๊ยบด้วยเหรอเนี่ย!”
“ลูกเจี๊ยบพวกนี้น่ารักจัง กุ๊กๆๆ...เอ๊ะ! ทำไมลูกเจี๊ยบไม่วิ่งมาหาฉันล่ะ?”
.
ตอนนี้ถังถังแทบไม่ต่างจากเยว่เยว่วัยห้าขวบ หลงใหลในความน่ารักของลูกเจี๊ยบอย่างมาก แต่ไม่ว่าจะเรียกยังไงลูกเจี๊ยบในรั้วก็แค่เอียงหัวมอง ไม่เดินเข้ามาเลย
เยว่เยว่เริ่มรู้สึกผ่อนคลายขึ้น เมื่อเห็นพี่สาวคนนี้ก็ชอบลูกเจี๊ยบเหมือนกัน ราวกับได้เจอเพื่อนที่ถูกคอ พอเห็นว่าเพื่อนใหม่ของเธอช่างงุ่มง่ามจริงๆ เยว่เยว่ก็สะพายกระเป๋าเป้ใบเล็ก เดินมายืนข้างถังถัง
...แล้วเปล่งเสียงว่า “ป๊ะๆๆ~”
น่าอัศจรรย์จัง.. ลูกเจี๊ยบทั้งฝูงวิ่งมาหาเธอทันที!
เยว่เยว่หันไปมองถังถัง เชิดหน้านิดๆ แววตาแฝงความภาคภูมิใจอย่างไม่ปิดบัง ถังถังถึงกับตาเป็นประกาย เอ่ยชื่นชมเด็กน้อย
“เยว่เยว่เก่งมากเลย~ ลูกเจี๊ยบฟังหนูหมดเลย เสียงนี้ทำยังไงเหรอ สอนพี่หน่อยได้มั้ย~”
(จบบทที่ 46)