- หน้าแรก
- ก็เกิดใหม่ทั้งที ใครจะยอมเป็นคนซื่ออีกล่ะ
- บทที่ 45 ความเชื่อมั่นของฟางอวี้หรูพังทลาย
บทที่ 45 ความเชื่อมั่นของฟางอวี้หรูพังทลาย
บทที่ 45 ความเชื่อมั่นของฟางอวี้หรูพังทลาย
ฟางอวี้หรูรู้สึกปวดหัว รู้สึกว่าฟางโจวโตขึ้นจริง ไม่ใช่เด็กหัวอ่อนเหมือนเมื่อก่อน แต่ก็ลื่นเป็นปลาไหล คุยกันแต่ละครั้ง... กวนอารมณ์เสียจนแทบสะกดอารมณ์ไม่อยู่
เธอไม่เข้าใจเลยว่าฟางโจวต้องการอะไร กำลังจะเปิดใจเคลียร์กันให้รู้เรื่องอยู่พอดี ซุนเจี๋ยหลินก็เดินออกมาจากห้องเรียน
เธอได้ยินเสียงเรียกชื่อฟางโจวจากในห้อง พอออกมาก็เห็นฟางอวี้หรู ซุนเจี๋ยหลินยอมรับว่า แม่ของฟางโจวนั้นดูมีราศี สวยและสง่างาม แต่ในใจของซุนเจี๋ยหลินกลับมีความรู้สึกไม่สบายใจหลังจากที่ได้เห็นคลิปวิดีโอนั้น...
มันทำให้เธอมองฟางอวี้หรูในฐานะผู้ปกครองธรรมดาไม่ได้อีก!
---
พอเห็นฉากที่แม่ลูกกำลังปะทะคารมกัน...
เธอรีบเดินเข้าไปหา:
"คุณแม่ของฟางโจวมาแล้วนี่เอง"
“พอดี ผอ.เหยียนอยากคุยอะไรนิดหน่อย ไปที่ห้องผอ. ก่อนดีไหมคะ”
ฟางอวี้หรูรู้สึกแปลกใจ แต่เมื่อผอ.เรียก ก็ยังไงก็ต้องไปก่อน ตอนนี้เธอก็ไม่มีเวลามาดุฟางโจว เลยได้แต่กำชับลูกว่า “เย็นนี้ต้องกลับบ้านนะ”
---
ระหว่างทางไปห้องผู้อำนวยการ ฟางอวี้หรูก็คิดว่าผอ.เรียกเธอไปด้วยเรื่องอะไร ไม่ใช่เรื่องชิงหลินแน่นอน เพราะถ้าใช่…คงไม่ให้ครูซุนเป็นคนมาบอก แบบนี้ก็เหลือแค่เรื่องฟางโจวแล้วสิ!
ฟางอวี้หรูขมวดคิ้ว:
“ครูซุน ผอ.เรียกฉันไป ไม่ใช่ว่าฟางโจวทำอะไรผิดหรือเปล่าคะ”
ซุนเจี๋ยหลินมองเธอด้วยสายตาซับซ้อน ลังเลนิดๆ ก่อนตอบว่า
“ไปถึงแล้วก็จะรู้เองค่ะ”
“จริงๆ แล้ว ฟางโจวเป็นเด็กที่ดีนะคะ”
“ก่อนหน้านี้อาจจะไม่ค่อยตั้งใจเรียน แต่ก็ไม่เคยไปรังแกหรือรบกวนคนอื่น”
“พักนี้ตั้งใจมากขึ้น คะแนนสอบจำลองวิชาภาษาจีนคุณแม่ก็น่าจะทราบแล้ว”
“ยังช่วยให้เพื่อนร่วมโต๊ะ พัฒนาการเรียนดีขึ้นด้วย”
"และฉันก็เพิ่งรู้ในห้องเรียนเมื่อสักครู่นี้เอง..."
"ฟางโจวได้ตีพิมพ์บทความในนิตยสารด้วย นี่น่าจะเป็นพรสวรรค์ทางสายเลือดได้รับอิทธิพลจากคุณพ่อของเขามั้งคะ ฟางโจวมีจุดเด่นหลายอย่างนะคะ"
"เราควรมองเห็นจุดเด่นในตัวเด็กนะคะ"
ซุนเจี๋ยหลินไม่ได้เหน็บแนม เธอรู้แค่ว่าพ่อแม่ฟางโจวหย่ากัน แต่ไม่รู้รายละเอียดมาก
ถึงพูดแบบนั้นออกไป
---
ฟางอวี้หรูขมวดคิ้วหนักขึ้นอีก — ฟางโจวตีพิมพ์บทความ?
อีกแล้ว!
นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่เธอไม่รู้!
ต่อหน้าครูประจำชั้น ฟางอวี้หรูก็ได้แต่ยิ้มอย่างเป็นมารยาท
“เพราะครูซุนสอนดีต่างหากค่ะ”
“ก่อนหน้านี้ฟางโจวมค่อนข้างซุกซน พอเข้าไปอยู่หอถึงเปลี่ยนได้ขนาดนี้ ฉันต้องขอบคุณครูจริงๆ”
ซุนเจี๋ยหลินเลิกคิ้วอย่างุนงง
“อยู่หอเหรอคะ”
“ฟางโจวไม่ได้อยู่หอนะคะ”
ฟางอวี้หรูตกตะลึง “ไม่ได้อยู่หอ?”
"อาทิตย์ที่แล้วเขาขนของออกไปบอกว่าจะไปอยู่หอ แล้วอาทิตย์นี้ก็ไม่ได้กลับบ้านเลย แล้วเขาไปอยู่ที่ไหน"
"ไอ้เด็กบ้านี่กำลังเล่นอะไรกันแน่ ฉันต้องถามเขาให้รู้เรื่อง"
---
ฟางอวี้หรูโกรธมากขึ้นเรื่อยๆ เธอหยิบโทรศัพท์ออกมาเตรียมโทรหาฟางโจว แต่ซุนเจี๋ยหลินเริ่มเดาออกแล้วว่าเกิดอะไร เลยรีบยกมือห้าม พร้อมชี้ไปที่ประตูห้องผู้อำนวยการ
ซุนเจี๋ยหลินพูดกับฟางอวี้หรู
“คุณแม่คะ ฉันคิดว่าน่าจะรู้เรื่องราวนิดหน่อยแล้วแหละ...”
“แต่ว่าเรามาถึงนี่แล้ว เข้าไปคุยกับผอ. ก่อนเถอะค่ะ แล้วคุณแม่จะเข้าใจเอง”
ฟางอวี้หรูขมวดคิ้วเล็กน้อย เธอรู้สึกว่าคำพูดของคุณครูซุนคนนี้แปลกๆ และเธอยังรู้สึกว่า ครูประจำชั้นของฟางโจวคนนี้ดูเหมือนจะไม่พอใจเธอ?
จริงๆแล้วฟางอวี้หรูก็คิดไม่ผิด ในมุมของซุนเจี๋ยหลิน การที่เด็กคนหนึ่งทำเรื่องแบบนั้น
ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร พ่อแม่ก็ต้องรับผิดชอบไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง โดยเฉพาะในกรณีของฟางโจว ที่ชัดเจนว่าเป็นผลพวงจากครอบครัว นั่นคือการขาดการเอาใจใส่ดูแลด้านอารมณ์ และความล้มเหลวของผู้ปกครองในการเลี้ยงดู
…
#ห้องผู้อำนวยการ
พอเห็นว่าซุนเจี๋ยหลินพาผู้ปกครองของฟางโจวมา ผอ.เหยียนก็ลุกออกจากโต๊ะและทักทายฟางอวี้หรู สีหน้าท่าทีลำบากใจเหมือนจะพูดอะไรแต่ก็ไม่กล้า
ฟางอวี้หรูจับสังเกตได้ทันที รู้สึกแปลกใจ ก่อนหน้านี้เธอก็เคยพบกับ ผอ.เหยียนมาแล้ว ไม่น่าจะเป็นแบบนี้นี่นา
ผอ.เหยียนประสานมือ พูดอย่างระมัดระวัง
“คุณฟาง มีเรื่องหนึ่งที่เราเห็นว่าจำเป็นต้องแจ้งให้ทราบ หวังว่าคุณจะตั้งสติไว้นะครับ…”
"พวกเราก็ให้ความสนใจกับนักเรียนฟางโจวเป็นพิเศษ พยายามปรับอารมณ์ความรู้สึกของเขา"
ผอ.เหยียนกำลังเรียบเรียงคำพูด…
ฟางอวี้หรูถามกลับทันที
“เกิดอะไรขึ้นคะ ผอ. มีอะไรก็พูดตรงๆ เถอะค่ะ หรือว่าฟางโจวทำความผิดร้ายแรงอะไร?”
ผอ.เหยียนรู้ว่าเรื่องนี้หลีกเลี่ยงไม่ได้ เลยชี้ไปที่คอมพิวเตอร์บนโต๊ะ
“ลองดูวิดีโอนี้ก่อนครับ”
“เจอเมื่อสัปดาห์ก่อน ตอนเจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาความปลอดภัยตรวจกล้องวงจรปิด”
“พวกเราก็ตกใจเหมือนกัน”
“แต่พอคิดดูแล้ว เห็นว่าคุณแม่ควรรับรู้ไว้”
“เรื่องการศึกษา ทั้งโรงเรียนและครอบครัวต้องร่วมมือกัน”
สีหน้าของฟางอวี้หรูยิ่งมืดลง ลางสังหรณ์บางอย่างจู่โจมหัวใจ ทั้งครูประจำชั้นและผอ.อยู่พร้อมหน้า สีหน้าก็จริงจังเกินจะล้อเล่น
---
พูดมาซะขนาดนี้... ต้องเป็นเรื่องใหญ่มากแน่นอน เธอเดินไปหน้าจอคอมพิวเตอร์ด้วยความกังวล
ผอ.เปิดวิดีโอขึ้น..ภาพวิดีโอเริ่มต้น ทันทีที่เห็นภาพ ฟางอวี้หรูก็สีหน้าเคร่งเครียด ในจอคือฟางโจว กำลังเดินเข้าอาคารทดลองที่ไม่มีคน ก่อนจะขึ้นไปถึงชั้นหก ไปหยุดยืนที่ราวกันตก สายตาเหม่อมองออกไปสีหน้าเรียบนิ่ง เหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
ฟางอวี้หรูไม่พูดอะไร แต่ตัวเธอสั่นเล็กน้อย มือที่วางบนโต๊ะกำแน่น สายตาจับจ้องที่หน้าจออย่างแน่วแน่
จู่ๆ…
ในวิดีโอ เด็กหนุ่มก็มีการเคลื่อนไหวโดยไม่มีสัญญาณเตือน ฟางโจวปีนข้ามราวกันตกและกระโดดลงจากตึกอย่างไม่ลังเล!
“ไม่——!” ฟางอวี้หรูร้องลั่น
ภาพตรงหน้าทำให้เธอตาพร่า เกือบเป็นลมล้มลง ผอ.เหยียนกับครูซุนรีบยื่นมือประคองเธอไว้ ฟางอวี้หรูยันสองมือบนโต๊ะ ริมฝีปากสั่น น้ำตาไหลพรั่งพรูจากดวงตาไหลผ่านใบหน้างดงามค่อยๆ หยดลง
เธอพยายามทรงตัว ในวิดีโอ ฟางโจวตกลงไปติดต้นไม้ ก่อนร่วงลงพื้น นั่งนิ่งอยู่หลายนาที จนกระทั่งครูสองคนผ่านมาเห็น แล้วหายไปจากกล้อง
“ทำไมถึงเป็นแบบนี้... ทำไมเขาถึง...”
---
ฟางอวี้หรูทรุดลงบนเก้าอี้ สมองว่างเปล่า..มีแต่ภาพของลูกชายที่กระโดดลงมาอย่างเด็ดเดี่ยววนไปมา
เธอมองดูเวลาของวิดีโอ กล้องบันทึกเวลาเป็นวันศุกร์ที่แล้ว...ซึ่งก็คือวันเดียวกับที่เธอหย่ากับหวังฉางเฟิง
ฟางอวี้หรูนั่งเหม่อ…
ภาพความทรงจำเกี่ยวกับฟางโจวถาโถมเข้ามา
‘ทำไม…’
‘ทำไมต้องเป็นแบบนี้…’
เธอพึมพำอย่างไร้สติ
สิ่งที่เธอคิดว่าเป็น ‘การอบรม’
สิ่งที่เธอคิดว่าเป็น ‘ความหวังดี’
สิ่งที่เธอคิดว่าเป็น ‘การจัดการชีวิตลูก’
สิ่งที่เธอมั่นใจว่า ‘เธอทำถูกแล้ว’
หลังจากได้เห็นภาพลูกชายกระโดดลงไป...
เหตุผลทุกข้อกลายเป็นเรื่องตลกร้าย ความเชื่อมั่นของฟางอวี้หรู... พังทลายลงอย่างสิ้นเชิง
(จบบท)