- หน้าแรก
- ก็เกิดใหม่ทั้งที ใครจะยอมเป็นคนซื่ออีกล่ะ
- บทที่ 47 บันทึกเที่ยวซีซาน
บทที่ 47 บันทึกเที่ยวซีซาน
บทที่ 47 บันทึกเที่ยวซีซาน
เยว่เยว่ไม่ค่อยมีโอกาสได้อวดอะไรอะไรกับใครมากนัก จึงรีบพูดว่า
“พี่ชายคนโตสอนหนูมาเองแหละ~”
“พี่ถังถังอยากคุยกับลูกเจี๊ยบใช่ไหมล่ะคะ หนูจะสอนให้ ปากต้องเม้มไว้ก่อนนะ แล้วดูดลมหายใจเข้าไปข้างใน”
“ป๊ะ ป๊ะ ป๊ะ……ดูสิ แบบนี้เลย~”
.
แม้ว่าลูกเจี๊ยบจะเป็นฟางโจวซื้อมา แต่หน้าที่ให้อาหารลูกเจี๊ยบนอกจากมื้อแรกก็เป็นของย่าโจวกับเยว่เยว่หมด เยว่เยว่ทำสิ่งนี้ด้วยความสุขใจ ย่าโจวยืนมองการแลกเปลี่ยนเทคนิคระหว่างเด็กสองคน แววตาเต็มไปด้วยความปลาบปลื้มเพื่อนทั้งสองคนนี้ของฟางโจวก็เป็นเด็กดี
.
ย่าโจวเดินไปล้างผลไม้ด้านข้างเล้าไก่
.
หลังจากได้รับคำแนะนำจากเยว่เยว่ ถังถังก็สามารถเลียนเสียงเรียกลูกเจี๊ยบได้สำเร็จจนดีใจออกนอกหน้า เธอหยิบขนมออกจากกระเป๋าเป้เล็กๆ ของตัวเองมาแบ่งให้เยว่เยว่
เด็กน้อยเหลือบตามองฟางโจว...เห็นเขายิ้มนิดๆ โดยไม่ห้าม เธอลังเลเล็กน้อยก่อนจะหยิบลูกอมผลึกชิ้นเล็กใสๆ ขึ้นมาหนึ่งเม็ด และปฏิเสธสิ่งล่อใจอื่นด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า:
“น้าเล็กบอกว่า...”
“ห้ามกินลูกอมเยอะ มันไม่ดีต่อฟัน”
“แล้วก็บอกว่าถ้าหนูกินขนมมากเกินไปจะกลายเป็นหนูน้อยตัวอ้วน น้าเล็กจะอุ้มหนูไม่ไหว”
.
รอยยิ้มของถังถังแข็งค้าง มองเยว่เยว่อย่างน้อยใจ เธอสงสัยว่าเด็กน้อยกำลังแขวะใครอยู่ ตามกฎแห่งการอนุรักษ์พลังงาน รอยยิ้มไม่สามารถหายไปได้ มันเพียงแค่ย้ายจากใบหน้าหนึ่งไปอีกใบหน้าหนึ่งเท่านั้น
อื้มมมม~~~~
ฟางโจวกับหงเสี่ยวหลงกลั้นขำจนตัวสั่นพั่บๆ
.
หลังจากพูดคุยกันเมื่อครู่ ความระแวงของเยว่เยว่ต่อถังถังกับหงเสี่ยวหลงก็ลดลงเยอะแม้ว่าจะยังไม่ได้สนิทสนมกันนัก แต่ก็คุยกันได้อย่างไม่เคอะเขินแล้ว จากนั้น...เยว่เยว่ก็เริ่มให้คำจำกัดความกับสองคนนี้
.
สำหรับถังถัง-- เธอเป็น ‘พี่สาวคนโตใจดี’
ส่วนหงเสี่ยวหลง-- เธอเรียกว่า ‘พี่ชายคนหล่อ’
โอ้โห~ รอยยิ้มพลันไหลไปรวมกันที่ใบหน้าหนึ่งทันที
ส่วนใบหน้าอีกสองคนก็ต้องฝืนยิ้มแหยๆ ตามไปว่า:
“เยว่เยว่น่ารักจริงๆ เลยยย~”
.
มันช่วยไม่ได้นี่ ก็เยว่เยว่น่ารักซะขนาดนี้! เด็กหญิงตัวน้อยยังฉลาดแกมโกงอีกด้วย เธอแอบกระซิบฟางโจวว่า “พี่สาวถังถังตัวกลมนิดหน่อยแล้วยังชอบยิ้มดูแล้วเป็นคนดีแน่ๆ”
ฟางโจวได้แต่เก็บคำพูดนี้ไว้ในท้อง
.
หลังจากกินผลไม้ ให้อาหารและเล่นกับลูกเจี๊ยบกันอย่างสนุกสนานจนพอใจแล้ว พวกฟางโจวก็เตรียมตัวออกเดินทาง แต่ย่าโจวส่ายหน้าปฏิเสธเพราะไม่สะดวกจะไปด้วย เธอกำชับฟางโจวและคนอื่นๆไม่ให้กลับมืดเกินไป
.
ฟางโจวรับปาก และพวกเขาก็พาเยว่เยว่าออกจากบ้าน เมื่อเห็นรถที่ติดสติกเกอร์การ์ตูนไว้ทั่วทั้งคัน เยว่เยว่ก็กระโดดขึ้นรถด้วยความตื่นเต้นดีใจ หงเสี่ยวหลงเป็นคนขับ พวกเขามุ่งหน้าไปยังซีซานทันที
.
พอขึ้นรถแล้ว ฟางโจวเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าลืมมือถือไว้บนรถก่อนจะลงไป พอหยิบมาเปิดดู ก็เห็นสายที่ไม่ได้รับจากฟางอวี้หรูหนึ่งสาย คิดอยู่ครู่หนึ่ง..ก่อนจะเก็บมือถือลง
...
ซีซานเป็นเขตท่องเที่ยวของเมืองหนานอู๋ พื้นที่กว้างขวางข้างในมีทั้งฟาร์ม สวนสนุก โฮมสเตย์ สวนเพาะปลูกการเกษตรและทิวทัศน์ธรรมชาติของภูเขาและลำธาร เป็นสถานที่เหมาะสำหรับการพักผ่อนมาก
.
เยว่เยว่เริ่มคุ้นเคยกับถังถังแล้ว ตลอดทางทั้งคู่ก็นั่งตรงเบาะกลางคู่กัน เยว่เยว่ทำหน้าสงสัยไม่หยุด มองข้างทางอย่างตื่นเต้น เธอไม่ค่อยได้ออกจากบ้าน ทุกอย่างที่เห็นจึงน่าตื่นเต้นไปหมด ส่วนถังถังก็ใช้ความรู้แบบรู้ครึ่งไม่รู้ครึ่งช่วยอธิบายไปตลอดทาง เลยกลายเป็นการเดินทางที่สนุกสนานของทุกคนไปด้วย
.
พอถึงซีซาน พวกเขาก็ลังเลกันเล็กน้อยว่าจะไปตรงไหนก่อนดี สุดท้ายตัดสินด้วยการโหวต เลือกที่จะไปสวนสตรอว์เบอร์รีก่อน คิดไม่ถึงว่า... ไม่ใช่แค่เยว่เยว่ที่ตื่นเต้น แม้แต่คุณหนูถังถังก็ตื่นเต้นไม่แพ้กัน เพราะเป็นครั้งแรกของทุกคนที่ได้เข้ามาเก็บสตรอว์เบอร์รีในสวน จึงหยุดเก็บกันไม่ได้เลย
ขนาดหงเสี่ยวหลงที่พยายามวางตัวเท่ห์เหมือนชายหนุ่มเย็นชา ก็หนีไม่พ้นกฎของคำว่า‘มันดีจริงๆ นี่นา’ ไปได้ เก็บจนเต็มตะกร้ายังไม่อยากกลับเลย
...
#ในขณะเดียวกัน
บนถนนจากตัวเมืองมุ่งสู่ซีซาน รถจี๊ปแรงเลอร์สีส้มพุ่งทะยานไปทางซีซาน จ้าวเสี่ยวถงที่นั่งข้างคนขับ มองไปที่เป่ยชิงเหยาด้วยความตกใจ
“เยว่เยว่ออกไปข้างนอกกับคนอื่นได้เนี่ยะนะ”
“เธอขี้กลัวขนาดนั้น”
"ย่าโจวคงไม่ได้หลอกเธอหรอกนะ?"
“ตอนที่เพิ่งรับเยว่เยว่กลับมาใหม่ๆ ต้องใช้เวลาตั้งครึ่งปีถึงจะไว้ใจเธอ ฉันเองยังต้องเกลี้ยกล่อมอยู่เป็นปี กว่าเยว่เยว่าจะยอมเรียกฉันว่าน้า”
“แต่นี่...รู้จักกันแค่อาทิตย์เดียว เยว่เยว่ยอมออกไปเที่ยวด้วยงั้นเหรอ?”
แท้จริงแล้ว เป่ยชิงเหยาที่ฟางโจวเคยพบที่บาร์ชิงกั๋ว ก็คือ น้าเล็ก ที่เยว่เยว่ชอบพูดถึงนั่นเอง
.
เป่ยชิงเหยาขมวดคิ้ว..เมื่อเช้านี้ เธอเห็นตำแหน่งของเยว่เยว่ในแอปพลิเคชันเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว ซึ่งไม่ได้อยู่ละแวกบ้านแต่กำลังมุ่งหน้าไปซีซาน เธอจึงรีบโทรหาย่าโจว ผู้ดูแลเยว่เยว่ ถึงได้รู้ว่าย่าโจวยอมให้เยว่เยว่าไปเที่ยวกับคนอื่น เป่ยชิงเหยาไม่ค่อยพอใจ แต่คำพูดของย่าโจวกลับทำให้เธอรู้สึกเหลือเชื่อ
“ตอนนี้ เยว่เยว่ไม่เก็บตัวเหมือนเมื่อก่อนแล้ว”
“ไม่เหมือนแต่ก่อนที่แทบจะไม่ยอมลงมาข้างล่าง เดี๋ยวนี้ลงชอบไปเล่นข้างล่างทุกวัน”
“ยิ้มก็เยอะขึ้น กินข้าวได้เยอะกว่าเดิม”
“กระตือรือร้นและชอบที่จะให้อาหารลูกเจี๊ยบด้วยตัวเอง……”
.
เรื่องที่ย่าโจวเล่าทั้งหมดนี้ ทำให้เป่ยชิงเหยารู้สึกเหลือเชื่อ เธอแทบจะสงสัยว่าย่าโจวพูดถึงเยว่เยว่คนเดียวกับหลานสาวที่เธอรู้จักหรือเปล่า แต่ย่าโจวไม่มีเหตุผลจะโกหกเธอ
เมื่อได้ฟังเรื่องพวกนี้ แม้เป่ยชิงเหยาจะไม่อยากยอมรับว่าตัวเองรู้สึกอิจฉา ถึงแม้การเก็บตัวของเยว่เยว่จะดีขึ้นนั้นเป็นเรื่องดี แต่ก็ไม่ควรให้ออกไปกับคนอื่นง่ายๆ เป่ยชิงเหยายังรู้สึกไม่วางใจ
...
เมื่อก่อน พี่สาวของเธอหนีการคลุมถุงชนของครอบครัวไปต่างประเทศ แล้วได้พบกับชายคนนั้นและเต็มใจให้กำเนิดเยว่เยว่เพื่อเขา ครอบครัวของผู้ชายคนนั้นมีอิทธิพลมากในต่างประเทศ แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง ทั้งพี่สาวของเธอและชายคนนั้นกลับเสียชีวิตอย่างปริศนา
เป่ยชิงเหยาเองก็ไม่รู้สาเหตุ...
.
ก่อนเกิดเรื่อง พี่สาวได้ขอความช่วยเหลือจากเป่ยชิงเหยา เธอพยายามทุกวิถีทางแต่สุดท้ายก็ไม่สามารถช่วยทั้งคู่ไว้ได้ทัน ได้แต่พยายามสุดความสามารถพาเยว่เยว่กลับประเทศ
แต่ครอบครัวของผู้ชายคนนั้นก็ยังไม่ยอมปล่อยมือจากเยว่เยว่ ยังคงหาทางเอาตัวเด็กคืน
ส่วนเป่ยชิงเหยาก็ไม่ต้องการเป็นหมากของครอบครัวอีกต่อไป ไม่อย่างนั้นเธอคงไม่หนีมาอยู่หนานอู๋แบบนี้
.
เมื่อรู้ว่าเยว่เยว่ออกไปเที่ยวกับคนอื่น สิ่งที่เธอกลัวที่สุดก็คือ คนคนนั้นจงใจเข้าใกล้เยว่เยว่เพราะมีจุดประสงค์ เป่ยชิงเหยาที่กำลังขับรถ เม้มปากแล้วพูดว่า
“ไปดูก่อน”
“หวังว่าคงไม่ใช่เพราะมีเจตนาแอบแฝง ถ้าทำร้ายเยว่เยว่ฉันจะไม่ปล่อยเขาไว้แน่”
เยว่เยว่มีนาฬิกาสำหรับติดต่ออยู่ แต่เป่ยชิงเหยาไม่ติดต่อเธอล่วงหน้า เพราะแม้ว่าเยว่เยว่จะยอมรับเธอแล้ว แต่ระหว่างพวกเขาก็ยังมีช่องว่างไม่น้อย ถ้าเด็กคนนั้นเห็นหน้าเธออาจรู้สึกไม่สบายใจ
อีกอย่างเป่ยชิงเหยาสงสัยว่าคนที่อยู่กับเยว่เยว่มีจุดประสงค์ หากเธอติดต่อไป อาจทำให้คนร้อนไหวตัว คิดแล้ว...เธอก็เหยียบคันเร่งลึกลง เสียงคำรามต่ำๆ ของรถจี๊ปดังก้อง ถนนที่จำกัดความเร็วไว้ 80 ตอนนี้รถพุ่งไปถึง 120 แล้ว
...
#ด้านซีซาน
ท้องไร่ข้างสวนสตรอว์เบอร์รี หงเสี่ยวหลงได้ละทิ้งภาพลักษณ์ชายหนุ่มสุดเท่ห์ไปโดยสิ้นเชิง นั่งยองๆ บนพื้นอย่างไม่แคร์ใคร โชว์สกิลสุดยอดให้เยว่เยว่ดูด้วยหน้าภูมิใจสุดขีด:
“เยว่เยว่ดูให้ดีนะ!”
“ของกินน่ะ ต้องอ้าปากกว้างๆ กินให้สะใจถึงจะฟิน!”
“ดูนี่สิ สตรอว์เบอร์รีเนี่ย ต้องกินคำโตๆ แบบนี้ถึงจะฟิน!”
.
คำว่า ‘ฟิน’ นั้น…เขาเรียนรู้มาจากบทความของฟางโจว ตอนเช้าเสี่ยวหลงก็อ่านบทความนั้นเหมือนกัน เขารู้สึกว่าคำนี้เหมาะกับสถานการณ์นี้สุดๆ
ตอนนี้จึงกำลังโชว์ให้เยว่เยว่ดูว่าจะ ‘ฟิน’ สตรอว์เบอร์รีได้ยังไง เยว่เยว่กระพริบตาปริบๆ ก่อนหน้านี้เธอกินคำเล็กๆ ตลอด
อื้ม~~~ นี่เป็นมารยาทที่น้าเล็กสอนเธอ แน่นอนว่าปลอดภัยกว่าด้วย แต่ดูพี่ชายเสี่ยวหลงกินแล้วมันน่าฟินจัง! ลังเลอยู่พักหนึ่ง เยว่เยว่ก็ตัดสินใจเอาบ้าง!
.
โชคดี เพราะฟางโจวเตือนก่อนหน้านี้ ตอนเก็บสตรอว์เบอร์รีทุกคนเลยไม่ได้เลือกแต่ลูกใหญ่ๆ แต่เลือกแบบผลสวยงาม สีแดงเข้ม ขนาดพอเหมาะแทน ขนาดแบบนี้กินทั้งลูกก็ไม่มีอันตราย
อั้มๆ!
อร่อยจริงๆ ด้วย
แต่เยว่เยว่นั้นยังเด็ก สตรอเบอร์รี่ลูกใหญ่ขนาดนั้น เธอยังไม่สามารถอ้าปากงับได้หมด น้ำสตรอว์เบอร์รี่ไหลออกมาจากมุมปาก ถังถังรีบหยิบกระดาษทิชชู่มาเช็ดให้เยว่เยว่ พร้อมกับถลึงตาใส่หงเสี่ยวหลง พูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด
.
“นายก็สอนเรื่องไม่เป็นเรื่องให้เยว่เยว่เนี่ย ถ้าสำลักขึ้นมาจะทำยังไง”
แต่เยว่เยว่กลับหัวเราะคิกคักอย่างพอใจ เงยคอให้ถังถังเช็ดได้ถนัดขึ้น
พร้อมพูดขอบคุณเสียงใสๆ
"ขอบคุณค่ะพี่ถังถัง"
(จบบท)