- หน้าแรก
- ก็เกิดใหม่ทั้งที ใครจะยอมเป็นคนซื่ออีกล่ะ
- บทที่ 39 คุณน้าชาย
บทที่ 39 คุณน้าชาย
บทที่ 39 คุณน้าชาย
ฟางโจวไม่เคยคาดคิดเลยว่าจะมาเจอ ‘สองสาวเจ้าของมือถือ’ ที่นี่อีกครั้ง ครั้งแรกที่มาเที่ยวบาร์ก็เจอเรื่องซวยเลยแฮะ ดูท่าเขาจะไม่ถูกโฉลกกับบาร์จริงๆ
วันนั้นฟ้ายังไม่สว่าง แถมอยู่ห่างกันพอสมควร เขาเลยมองหน้าอีกฝ่ายไม่ชัด แต่ในโทรศัพท์...มีรูปของทั้งคู่ ผู้หญิงสองคนนั้นมีออร่าชัดเจนมาก
เจ้าของมือถือเป็นสาวที่ร้อนแรงราวกับเปลวไฟ พลังงานล้นทะลักจนรู้สึกได้แม้อยู่ไกล อีกคนกลับเยือกเย็น ราวกล้วยไม้ในหุบเขา มีความสง่างามที่ชวนให้รู้สึกห่างไกล จับต้องไม่ได้
พอเห็นสาวแซ่บคนนั้นแล้ว...ในหัวฟางโจวก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงรูปในโทรศัพท์ แม่เธอเลี้ยงเธอดีจริงๆ ไม่รู้ว่ากินอะไรถึงโตได้ขนาดนั้น ไว้ให้ชิงหลินไอ้หนูนั่นเรียนรู้บ้างดีกว่า
#แค่กๆๆ…
คิดอะไรวะเนี่ย!
...
เห็นว่าเสี่ยวหลงชำเลืองมองไปทางนั้นเป็นพักๆ ฟางโจวก็เข้าใจว่า
“อย่าบอกนะ…”
“คนที่นายพูดถึงก่อนหน้านี้…”
“คือสองคนนั้นน่ะเหรอ”
“เอาเลยๆ พี่เชียร์สุดใจ”
เสี่ยวหลงส่ายหน้า
“อย่าคิดว่าคนเขาเป็นแค่สาวเชียร์เบียร์อะไรแบบนั้นนะ”
“สองคนนี้ไม่ธรรมดา บาร์นี่ก็เป็นของพวกเธอนั่นแหละ ถึงไม่ใช่คนหนานอู๋ แต่พอมาถึง ก็ยึดพื้นที่ได้ทันที”
“บาร์เปิดมานานขนาดนี้ ยังไม่มีใครกล้ามาป่วนเลยนะ”
“คิดว่าทำไมล่ะ”
“คนเตี้ยหน่อยชื่อจ้าวเสี่ยวถง อีกคนที่สูงๆ หน่อย ชื่อเป่ยชิงเหยา ดูลึกลับหน่อยๆ ใครมาไม่ว่าเพศไหน อายุเท่าไหร่ ก็เรียกเธอว่า ‘พี่ชิงเหยา’ ทั้งนั้น”
“มีคนลือว่า...พี่ชิงเหยาเป็นเมียเก็บของคนใหญ่คนโต”
“แน่นอนว่าลือกันไปเรื่อยแหละ ไม่มีใครรู้จริงๆ หรอก”
“แต่คนที่สนิทกับเธอส่วนใหญ่เป็นคุณชายจากคฤหาสน์ใหญ่ในหนานอู๋ทั้งนั้น ทุกคนล้วนให้ความเคารพนับถืออย่างมากอีกต่างหาก”
...
ฟางโจวไม่สนใจเรื่องแบบนี้นัก พอเห็นสองสาวมองมาทางนี้เหมือนจะเดินมาหา เขาก็คิดจะชิ่งทันที
แต่ยังไม่ทันจะลุก…เสียงเจื้อยแจ้วก็ดังมาจากข้างหลัง:
“เฮ้! น้องชายทั้งสอง ไม่คิดว่าจะเจอกันที่นี่นะ”
มีผู้ชายสี่คนเดินเข้ามา คนที่นำมาเป็นชายหนุ่มวัยสามสิบต้นๆทรงแบบผู้ชายเจ้าเสน่ห์
ใช่เลย...!
‘ผู้ชายเจ้าเสน่ห์’
เสื้อเชิ้ตลายดอก เม็ดกระดุมสองเม็ดเปิดโชว์อกกับสร้อยเงินตรงคอ
ผมทำไฮไลต์สีขาว ผูกหางม้าด้านหลัง ใส่ต่างหู ไว้หนวดเคราเก๋ๆ
แค่มองแวบเดียว...ก็บอกได้เลยว่า ‘เสน่ห์แรงเกินต้าน’
...
ข้างๆ เขายังมีผู้หญิงอีกสามคน
หนึ่งในนั้นสวมสูทแขนสามส่วนสีฟ้าอ่อน แต่งหน้าอย่างประณีต ดูจะอายุมากสุดในกลุ่ม เดินอยู่ข้างชายเจ้าเสน่ห์ เธอมองฟางโจวกับหงเสี่ยวหลงด้วยความประหลาดใจ
อีกด้านของชายเจ้าเสน่ห์คือหญิงสาวในชุดเดรสสีแดงสด ออร่าโดดเด่น ใบหน้าเคยผ่านการศัลยกรรมมาแน่นอน ถึงจะทำได้ดีแต่ก็ยังดูออกอยู่ดี
ส่วนคนสุดท้ายเป็นสาวในชุดกระโปรงยาวผมหน้าม้าตรง ตาโต ใส่ชุดกระโปรง มีหน้าม้าตรง ดวงตากลมโต ดูเขินอายเล็กน้อย
...
ชายเจ้าเสน่ห์ก็ไม่รอช้า นั่งลงตรงโซฟาข้างฟางโจวกับหงเสี่ยวหลงอย่างกับเป็นเจ้าถิ่น
โอบไหล่ฟางโจวพลางโบกมือพูดกับสาวทั้งสามว่า:
“ดูสิ หลานชายฉันหล่อไหมล่ะ ยังโสดอยู่เลยนะ!”
“ถ้าใครจีบติด…”
“ฉันแจกอั่งเปาแสนหยวนเลย”
สาวเดรสแดงหัวเราะร่า สาวสูทฟ้าเบ้ปากใส่ ส่วนสาวหน้าม้าทำท่าจะหัวเราะแต่ก็เก็บอาการไว้
ฟางโจวทำหน้าเอือม หันไปแซะชายแซ่บว่า:
“กล้าขนาดนี้ ไม่กลัวพี่สาวมาฟาดขาหักรึไง”
คำพูดนั้น ทำชายเจ้าเสน่ห์ชะงักไปครู่หนึ่ง
สาวเดรสแดงที่ดูเหมือนเป็นขาประจำบาร์ หัวเราะแล้วเสริมว่า:
“โอ๊ย ใครโตขนาดนี้ยังกลัวพี่สาวอีกล่ะ”
“สุดหล่อ รู้จักเจ้าของบาร์เราด้วยเหรอ”
...
ฟางโจวหยิบบุหรี่มาหนึ่งมวน ส่งให้ชายเจ้าเสน่ห์แล้วตอบเรียบๆ
“รู้สิ”
“ไม่แค่รู้จักเจ้าของ…”
“ฉันยังรู้จักพี่สาวเจ้าของบาร์ด้วย ไม่งั้นจะกล้าพูดว่าพี่เขาจะหักขาไอ้นี่เหรอ?”
สาวหน้าม้าก็สนใจขึ้นมาทันที
ถามด้วยความสงสัย:
“ถึงจะรู้จักก็เถอะ…แต่ทำไมต้องหักขาด้วยล่ะ”
ฟางโจวเหลือบมองเธอแวบหนึ่ง
“เพราะเธอคือแม่ฉันเอง”
……แม่???
...!!!
สาวเดรสแดงกับสาวหน้าม้าตาโตเป็นไข่ห่าน
มีแค่สาวสูทฟ้าที่แต่งหน้าเป๊ะเท่านั้นที่ยิ้มแล้วกล่าวทักทายว่า
“คุณชายฟาง ไม่เจอกันนานเลยนะคะ”
พูดพลางเหลือบมองสองสาวข้างๆ เล็กน้อย
ดูเหมือนการรู้จักกับฟางโจวจะเป็นเรื่องน่าภูมิใจ ผู้หญิงนี่นะ
ฟางโจวรีบตอบ
“น้าสะใภ้ อย่าเรียกผมว่าคุณชายฟางเลยครับ ขนลุกไปหมดแล้ว เรียกชื่อผมก็พอ”
พูดพลาง ทำท่าทางเว่อร์ลูบแขนตัวเอง
...
ใช่แล้ว...ผู้ชายเจ้าเสน่ห์คนนั้นคือ น้าชายของฟางโจวเอง
บ้านฟางมีพี่น้องสี่คน
#คนโตคือ ลุงใหญ่ ฟางเฉิงเจ๋อ ทำงานสายการเมือง ตอนนี้เป็นข้าราชการระดับสูงอยู่ที่เมืองซูจิง
#คนที่สองคือ ฟางอวี้หรู แม่ของฟางโจว
#คนที่สามคือ ฟางจิ่วโจว ชายเจ้าเสน่ห์ ตอนนี้เปิดบริษัทโฆษณา มีโมเดลในสังกัด ทำพวกแผนการตลาด ออกแบบสื่อ หรือจัดอีเวนต์อะไรพวกนี้
#คนเล็กสุดคือ น้าหญิง ฟางเสวี่ยหรู
…
ในสายตาฟางโจว น้าชายของเขาก็แค่ใช้ชื่อบริษัทโฆษณาบังหน้า แล้วหาข้ออ้างใกล้ชิดสาวๆ
อย่างเช่น...
บอกว่าจะให้เป็นนางแบบก็หลอกเด็กสาวใสซื่อได้แล้ว ก่อนหน้านี้ฟางโจวเคยพูดว่าคนว่างงาน (ปลาเค็ม)ในบ้านก็คือน้าชายนี่แหละ กิน เที่ยว เล่น ครบสูตร
บริษัทโฆษณานี่ ถ้าไม่อาศัยงานจากบริษัทหยุนซื่อกรุ๊ป ก็ล้มไปนานแล้ว ที่ยังอยู่ได้ ก็เพราะฟางจิ่วโจวยังได้ส่วนแบ่งจากหุ้นในหยุนซื่อกรุ๊ปที่เขาถือไว้
...
พอได้ยินฟางโจวเรียก ‘น้าสะใภ้’ เสี่ยวถิงถิงในชุดสูทฟ้าอ่อนก็ดูทั้งเขินทั้งดีใจ มองฟางจิ่วโจวแวบหนึ่ง แล้วก็ไม่กล้าพูดอะไรต่อ พอเห็นว่าฟางจิ่วโจวไม่ได้สนใจเรื่องนี้ ดวงตาของเธอก็ฉายแววผิดหวัง
ฟางจิ่วโจวเป็นคนชอบสนุก ไม่ค่อยเครียดนิสัยแบบนี้ เวลาอยู่กับฟางจิ่วโจวก็เหมือนพี่น้องมากกว่าน้ากับหลานซะอีก
ช่วงก่อนหน้านี้ ฟางอวี้หรูถึงกับห้ามไม่ให้ฟางโจวออกไปกับฟางจิ่วโจว ฟางโจวกำลังจะคุยกับน้าชายต่อ แต่ก็เห็นเป่ยชิงเหยากับจ้าวเสี่ยวถงเดินถือแก้วมาทางนี้
...เขารีบลุกขึ้นแล้วพูดว่า
“พวกนายเล่นกันไปเถอะ ฉันมีธุระ ขอตัวล่ะ”
ถึงแม้วันนั้นจะไม่ได้เจอหน้ากันโดยตรงแต่พวกเขาก็เคยทะเลาะกันในโทรศัพท์ ไม่ใช่ว่าฟางโจวกลัวพวกเธอจะเอาคืน แค่ไม่อยากยุ่งให้ปวดหัวเท่านั้น ไหนเสี่ยวหลงยังบอกอีกว่าสองคนนั้นมีแบ็คใหญ่ เลยไม่อยากหาเรื่องใส่ตัว
...
แต่พอเขาเพิ่งจะลุกขึ้น
หงเสี่ยวหลงก็ดึงเขาไว้:
“ไม่ได้!”
“คุณน้าของนายนี่คอทองแดงเลยนะ ฉันรับมือไม่ไหว!”
เพราะฟางโจว เสี่ยวหลงเลยรู้จักกับฟางจิ่วโจวด้วย ทุกครั้งที่เจอก็เรียกคุณน้าเหมือนกัน ไหนจะเป็นพวกชอบมาบาร์เหมือนกันอีก รู้ดีว่า ‘คุณน้า’ คนนี้ดื่มเก่งขนาดไหน
ฟางโจวโบกมือ
“ก็คนที่นายเรียกมา นายก็รับผิดชอบไปสิ!”
ไม่ต้องเดา ฟางโจวก็รู้ว่านี่เป็นฝีมือเสี่ยวหลง พวกเขาเป็นพี่น้องกัน ตอนบ่ายฟางโจวบอกว่ามีนัดกินข้าวที่บ้านตายาย เสี่ยวหลงก็รู้อยู่แล้วว่าพ่อแม่ของฟางโจวเพิ่งหย่าร้างกัน เลยเดาว่านัดกินข้าวกับครอบครัวน่าจะไม่ราบรื่นแน่ๆ
หลังมื้อเย็น...เขาก็คงโทรหาฟางจิ่วโจวเพื่อชวนออกมาเจอ
(จบบท)