เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 36 มื้อสำคัญของครอบครัว

บทที่ 36 มื้อสำคัญของครอบครัว

บทที่ 36 มื้อสำคัญของครอบครัว


ในวงการธุรกิจเมืองหนานอู๋

ฟางอวี้หรู ซีอีโอหญิงผู้มีชื่อเสียงเรื่องความงามเป็นที่เลื่องลือ

ได้รับฉายาว่า ‘สาวงามอันดับหนึ่งแห่งวงการ(ธุรกิจ)’

แม้ฉายานี้จะฟังดูเหมือนคำล้อเล่นในหมู่คนธุรกิจ แต่สำหรับผู้หญิงแล้ว ถึงไม่ได้อิจฉา...แต่จะบอกว่าไม่มีความรู้สึกอะไรเลยก็คงไม่ใช่

...

หลานจือหย่าไม่ได้ทำงานในแวดวงธุรกิจ แต่ถังเจี้ยนหวงผู้เป็นสามีของเธอคือรองประธานสมาคมการค้าเมืองหนานอู๋  ข่าวลือในแวดวงธุรกิจต่างๆ หลานจือหย่าก็รู้แทบจะทั้งหมด

เธอยังเคยสืบข้อมูลของฟางอวี้หรูเป็นพิเศษ ทำให้เข้าใจสถานการณ์ของฟางอวี้หรูเป็นอย่างดี หลานจือหย่าคาดเดาว่า ฟางอวี้หรูน่าจะยังไม่รู้ว่าตอนนี้ ‘ฟางโจว’ เปลี่ยนไปขนาดไหนแล้ว

แถมเธอยังแอบคิดในใจอย่างเจ้าเล่ห์ว่า ‘พรุ่งนี้ประชุมผู้ปกครอง ถ้าฟางอวี้หรูรู้ว่าฟางโจวเปลี่ยนไปขนาดนี้...สีหน้าของเธอคงจะน่าดูไม่ใช่น้อย’

...

ส่วนถังถังก็ไม่รู้เลยว่าแม่ของเธอกำลังคิดอะไรอยู่ พอได้ยินแม่พูดว่าจะไปทำความรู้จักกับแม่ของฟางโจว เด็กสาวก็ดันนึกถึงฉาก พ่อแม่ฝ่ายชายฝ่ายหญิงมาพบกัน ใบหน้าแดงขึ้นมาทันที เลยได้แต่ก้มหน้าก้มตากินข้าวอย่างเอาเป็นเอาตาย

“ฟางโจวบอกว่า หลังสอบเสร็จครั้งนี้ หนูสามารถให้รางวัลตัวเองด้วยการกินให้อิ่มได้หนึ่งมื้อ”

ใบหน้าครึ้ม กลืนไม่เข้าคายไม่ออกของหลานจือหย่า...อืมมม... ‘ลูกสาวจอมบื้อของฉันเอ๊ย’

...

#หน้าประตูโรงเรียนมัธยมอันดับสาม

ฟางชิงหลิน ออกมานอกโรงเรียนเดินไปขึ้นรถอาวดี้สีแดงที่จอดริมถนน

“แม่คะ!”

ที่นั่งคนขับรถคือ ฟางอวี้หรู เห็นฟางชิงหลินขึ้นมาคนเดียว เธอมองไปทางประตูโรงเรียนอีกครั้งก่อนจะขมวดคิ้วถาม

“ฟางโจวล่ะ? ไม่ได้ออกมาพร้อมลูกเหรอ?”

ฟางชิงหลินเม้มปากตอบว่า

“พี่ออกไปก่อนแล้วค่ะ”

หัวใจของฟางชิงหลินเต็มไปด้วยความสับสน มีบางอย่างอยากจะพูดแต่ก็พูดไม่ออก เมื่อรู้ว่าฟางโจวกลับไปก่อน ฟางอวี้หรูก็ไม่ได้ติดใจอะไร ขับรถออกไปทันที ระหว่างทางก็ถามเรื่องผลสอบ

“ประมาณเดิมค่ะ อังกฤษกับเคมีคะแนนยังไม่ออก เลยยังไม่รู้คะแนนรวม”

ฟางชิงหลินตอบเรียบๆ

...

ฟางอวี้หรูเผยรอยยิ้มโล่งใจเล็กน้อย ลูกสาวมีผลการเรียนดีสม่ำเสมอ ทำให้เธอสบายใจไม่น้อย ลูกสาวเป็นเด็กดี ไม่เคยต้องกังวลเรื่องเธอเลย

เห็นว่าแม่ไม่ได้พูดอะไรอีก ฟางชิงหลินก็อ้าปากเหมือนจะพูดเรื่องคะแนนวิชาภาษาจีนของฟางโจว แต่คิดอีกที..เดี๋ยวไปถึงบ้านตายายก็คงต้องพูดอยู่ดี เลยเงียบไว้ก่อน

ฟางอวี้หรูเตือนเบาๆ:

“เดี๋ยวไปถึงบ้านตายาย พวกเขาอาจจะถามเรื่องที่แม่กับพ่อหย่ากัน”

“ลูกไม่ต้องพูดอะไรมาก ปล่อยให้แม่จัดการเอง กินข้าวให้สบายใจก็พอ”

ก่อนหน้านี้  แม่ลูกเคยคุยกันเรื่องนี้มาแล้ว แต่คนอื่นในครอบครัวยังไม่รู้รายละเอียด ฟางอวี้หรูเดาได้เลยว่า คืนนี้คงหลีกเลี่ยงความวุ่นวายไม่ได้

...

ฟางโจวมาถึงบ้านตายาย ฟ้าก็มืดสนิทแล้ว เขาเปิดประตูเข้าไป เห็นผู้หญิงสองคนนั่งอยู่บนโซฟาห้องนั่งเล่น หนึ่งในนั้นคือ ฟางชิงหลิน

อีกคนอายุราวสามสิบ สวมกางเกงขายาวสีดำ เสื้อคาร์ดิแกนสีขาว ใบหน้าคล้ายฟางอวี้หรูอยู่หลายส่วน

“เสี่ยวโจว มาแล้วเหรอ!” ผู้หญิงคนนั้นลุกขึ้นมาสวมกอดฟางโจวทันที

ฟางชิงหลินมองฟางโจวอย่างแปลกใจ แต่ไม่พูดอะไร

ฟางโจวรู้สึกถึงแรงกดที่หน้าอก รู้สึกเขินอาย:

"น้าเสวี่ย"

"ผมยังไม่ได้เปลี่ยนรองเท้าเลย"

พูดจบก็ขยับตัวออกเล็กน้อย ทำทีเป็นจะเปลี่ยนรองเท้า

#ผู้หญิงคนนี้คือ ฟางเสวี่ยหรู น้าสาวของฟางโจว เป็นหมอ

บ้านของตายายมีพื้นที่ประมาณร้อยตารางเมตร ไม่ใหญ่มาก  ปกติมีแค่ตายายอยู่กันสองคน ลูกหลานจะมาเยี่ยมบ้างเป็นครั้งคราว ถ้าบ้านใหญ่กว่านี้ก็คงลำบากเรื่องทำความสะอาด

ตอนนี้ ตาฟาง ‘ฟางซูซาน’ และ ยายจูอ้ายฮุ่ย กำลังช่วยกันทำอาหารในครัว ฟางอวี้หรูก็อยู่ช่วยในครัวด้วย

ฟางเสวี่ยหรูเห็นฟางโจวเปลี่ยนรองเท้าเสร็จ ก็ลากเขาไปนั่งบนโซฟา ยังนั่งเบียดลงข้างๆเขา

“มากินสตรอเบอร์รี่สิ นี่ฉันไปเก็บมาเองตอนบ่าย หวานมากนะ ลองดูๆ”

ฟางโจวมองหน้าน้าสาวที่กำลังยิ้มแย้ม ได้กลิ่นหอมอ่อนๆจากข้างๆ เขาได้แต่ลูบจมูก ถึงก่อนหน้านี้จะเคยสนิทกับน้าสาวก็เถอะ แต่นั่นคือ ‘ตัวตนเก่า’ ของร่างนี้ แต่ตอนนี้เขารู้สึกแปลกๆ กับความใกล้ชิดแบบนี้

ฟางเสวี่ยหรูรู้สึกถึงความห่างเหินเล็กๆ ของฟางโจว ก็เข้าใจว่าอาจเป็นเพราะเรื่องในครอบครัว ยิ่งรู้สึกสงสารเขามากขึ้น เธอเองก็เพิ่งรู้เรื่องการหย่าของพี่สาวกับพี่เขยวันนี้

ตอนแรกกะว่าจะมาขอกินข้าวเย็นด้วยเพราะพรุ่งนี้หยุด แต่พ่อกับแม่ของเธอ นัดฟางอวี้หรูมาคุยเรื่องหย่าคืนนี้ พอเธอบอกว่าจะมาด้วยก็เลยได้รู้เรื่องนี้ไปด้วย

...

ก่อนที่ฟางโจวจะมาถึง ฟางเสวี่ยหรูก็ปลอบใจฟางชิงหลินอยู่พักใหญ่แล้ว ฟางชิงหลินมองพี่ชายที่ทำตัวเหมือนท่อนไม้ ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดเบาๆ

“ฉันแพ้พนันแล้วนะ”

“แต่เดี๋ยวพี่พูดอะไรระวังหน่อย อย่าไปยั่วแม่เข้าล่ะ”

ฟางโจวยิ้มเล็กน้อย ก่อนมา..เขาก็เดาเรื่องที่จะเกิดขึ้นไว้แล้ว มีการเตรียมใจมาเรียบร้อย

ยายจูอ้ายฮุ่ยเดินถือจานอาหารออกมา ฟางโจวร้องเรียก “ยายครับ”

เห็นหน้าหลานชาย คุณยายก็ยิ้มสดใส พูดอย่างดีใจว่า

“เสี่ยวโจวมาแล้ว อีกสองอย่างก็เสร็จแล้ว เดี๋ยวก็ได้กิน”

ฟางเสวี่ยหรูรีบลากแขนฟางโจวไปล้างมือเตรียมกินข้าว ฟางโจวมองน้าสาวที่คอยเฝ้าดูเขาอยู่หน้าห้องน้ำ ก็รู้ดีว่าเธอห่วงเขาจริงๆ ตั้งแต่เด็กก็เป็นแบบนี้ ดูเหมือนจะรำคาญเขาแต่ถ้าเขาขออะไรเธอก็ไม่เคยปฏิเสธเลย แม้บางครั้งคำขอของเขาจะเกินเหตุ

#มองฟางเสวี่ยหรูที่ยืนพิงกรอบประตูห้องน้ำ

ฟางโจวพูดเบาๆ

“จะล้างหรือไม่ล้างก็คงเหมือนกันแหละ”

“ผมมาวันนี้...อาจจะเสียเวลาเปล่าก็ได้”

เขารู้ว่าคืนนี้ต้องมีเรื่องที่ต้องพูดกันให้ชัดเจน

เลยเตือนน้าสาวไว้ก่อน เผื่อจะได้ไม่ตกใจเกินไป

ฟางเสวี่ยหรูก็ขมวดคิ้วน้อยๆ เดาได้ว่าหลานชายกำลังคิดอะไร

เธอก็โอบแขนเขาแน่นแล้วพูดว่า

“ช่างเถอะ”

“ยังไงเธอก็ต้องกินข้าวกับฉัน”

“ก่อนหน้านี้โทรมาหาแล้ว เธอก็รับปากไว้แล้วนี่นา”

ฟางโจวสลัดไม่หลุด เลยได้แต่ไหล่ตกยอมรับชะตา

“ถ้าอีกเดี๋ยวน้ายังมีอารมณ์กินข้าวอยู่นะ”

พอเดินออกจากห้องน้ำ ฟางอวี้หรูก็ถือจานอาหารออกมาจากครัวพอดี

เห็นท่าทีสนิทสนมของฟางโจวกับน้องสาวตัวเองก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย

เธอพูดกับฟางโจว:

“โตขนาดนี้แล้ว อย่าไปออดอ้อนน้าสาวมากนักเลย”

ยังไม่ทันที่ฟางโจวจะตอบ ฟางเสวี่ยหรูก็กอดแขนเขาแน่นขึ้น

“ฉันเต็มใจ! ตอนเด็กๆ เสี่ยวโจวก็สนิทกับฉันที่สุด!”

สองพี่น้องคู่นี้ แม้จะอายุต่างกันแปดปีแต่ก็โตมาด้วยกันแบบกัดกันประจำ

ตาฟางยกอาหารจานสุดท้ายออกมา

ทุกคนนั่งลงรอบโต๊ะ ฟางเสวี่ยหรูยังคงนั่งข้างฟางโจว

ทันทีที่ทุกคนนั่งลง บรรยากาศก็เงียบกริบขึ้นมาอย่างประหลาด

ทุกคนต่างก็รู้ว่าเหตุผลที่รวมตัวกันคืนนี้คืออะไร

บางคนรู้รายละเอียดบางคนยังไม่รู้ เลยไม่รู้จะเริ่มต้นพูดยังไงดี

ยายจูอ้ายฮุ่ยกำลังจะชวนกินข้าว

ฟางอวี้หรู ก็ล้วงอะไรบางอย่างออกจากกระเป๋าวางลงตรงหน้าฟางโจว

“อันนี้ให้เธอ”

“เธอชอบรถนี่นา อายุครบแล้วด้วย แต่อย่าขับโอ้อวดเกินไปก็แล้วกัน”

นั่นคือกุญแจรถ มีเหลี่ยมมุม โลโก้เป็นรูปวัวกระทิงดุสีทอง เป็น ‘แลมโบกินี’

(จบบท)

จบบทที่ บทที่ 36 มื้อสำคัญของครอบครัว

คัดลอกลิงก์แล้ว