เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 27 ถังถังที่ดูภูมิใจนั่นคืออะไร

บทที่ 27 ถังถังที่ดูภูมิใจนั่นคืออะไร

บทที่ 27 ถังถังที่ดูภูมิใจนั่นคืออะไร


ไม่น่าแปลกใจเลยที่ติงจื่อฉิงจะแนะนำตัวแบบนั้น

ถึงจะเป็นวรรณกรรมเยาวชน แต่คนที่ส่งต้นฉบับมาก็ใช่ว่าจะต้องเป็นวัยรุ่น

เธอเองก็เพิ่งอายุยี่สิบสี่เท่านั้น

อีกฝ่ายใช้ภาษาคล่องแคล่ว แถมบรรณาธิการใหญ่อีกคนยังให้ความสำคัญอย่างมาก

แน่นอนว่าท่าทีของติงจื่อฉิงจึงต้องนอบน้อมไว้ก่อน

ฟางโจวกลั้นยิ้มไว้

“อ๋อ เสี่ยวติงสินะครับ”

“ใช่ครับ เมื่อวานผมส่งต้นฉบับไปให้สองเรื่อง”

“ขอโทษทีนะครับ พอดีเมื่อกี้ผมกำลังเรียนอยู่”

...

เรียน?

หรือว่าเป็นครู?

งั้นก็ไม่แปลกเลย! ไม่แปลกใจที่ภาษาแข็งแรง

และเขียนบทความแนววัยรุ่นได้มีเสน่ห์ขนาดนี้

เข้าใจเรื่องราวและอารมณ์ของนักเรียนอย่างลึกซึ้ง

ต้องเป็นเพราะได้คลุกคลีใกล้ชิดกับเด็กวัยนี้นั่นแหละ!

ติงจื่อฉิงรีบถามกลับไปว่า

“ขอโทษที่เสียมารยาทนะคะ ไม่ทราบว่าคุณเป็นครูใช่ไหมคะ”

“เปล่าครับ ผมเป็นนักเรียนมัธยมปลายปี 6”

ติงจื่อฉิง “……”

...

ฟางโจวไม่ได้มีอารมณ์อยากแกล้งบรรณาธิการ

เขาบอกความจริงไปตรงๆ

เพียงแต่…

อีกฝ่ายเงียบไปสักพักเหมือนต้องตั้งสตินานพอสมควร

แค่กๆๆ…

รีบกลบเกลื่อนความเขิน ติงจื่อฉิงเปลี่ยนเรื่องทันที

“ต้นฉบับเราอ่านแล้วค่ะ บรรณาธิการใหญ่ก็อ่านแล้ว ดีมากเลยค่ะ”

“แต่เนื้อเรื่องค่อนข้างยาว”

“ฉะนั้นจะลงตีพิมพ์ครั้งละเรื่องเท่านั้น”

“นิตยสาร คลับวัยทีน ของเราเป็นนิตยสารรายปักษ์ ฉบับนี้จะวางแผงในสัปดาห์นี้เลย หลังพิมพ์เสร็จเราจะส่งตัวอย่างมาให้สองสามเล่มค่ะ”

ตอนนี้เธอก็ไม่พูด ‘คุณ’ แล้ว

...

ฟางโจวถามนิ่งๆ

“แล้วค่าต้นฉบับล่ะครับ คิดยังไง”

กรี๊ด!!!...ให้ตายเถอะ

ติงจื่อฉิงไม่ค่อยเจอคนที่ตรงไปตรงมาขนาดนี้

โดยเฉพาะในวงการวรรณกรรม

คนในแวดวงมักจะขวยเขินเวลาพูดเรื่องค่าตอบแทนเสมอ

โดยเฉพาะคนที่ส่งต้นฉบับครั้งแรก

การพูดถึงเรื่องเงิน…

ราวกับจะทำให้ความฝันของพวกเขามัวหมองไป

...

ความคิดนี้ผุดขึ้นมาในหัวติงจื่อฉิงแวบหนึ่ง

แต่พอนึกได้ว่าอีกฝ่ายเป็นนักเรียนม.6 ที่ยังไม่มีเล่ห์เหลี่ยมมากนัก

แถมเด็กอายุเท่านี้แต่เขียนได้ขนาดนี้—แน่นอนว่าคือคนที่มีศักยภาพสูงและน่าจับตา

ต้องรีบสร้างความสัมพันธ์ที่ดีไว้

ติงจื่อฉิงพูดด้วยความจริงใจ

“คุณ—”

“ผมชื่อฟางโจว เรียกชื่อก็ได้ครับ”

“ได้ค่ะ ฟางโจว งั้นขอพูดตรงๆ เลยนะคะ ทางบรรณาธิการใหญ่กำหนดค่าต้นฉบับให้คุณที่พันคำละ 200 หยวน ถือว่าสูงกว่ามาตรฐานทั้งในแง่นิตยสารและนักเขียนหน้าใหม่ค่ะ”

ฟางโจวพยักหน้า...ตอบตกลงไปโดยไม่ลังเล

...

พูดตามตรง เขาพอใจกับราคานี้มากแล้ว

แม้จะเคยได้ยินว่า นิตยสารพาณิชย์บางแห่งจ่ายค่าต้นฉบับสูงถึงพันคำละ 1,000 หยวน

แต่ยังไงก็เป็นแค่ข่าวลือ

ถึงจะมีจริง

ก็น่าจะเป็นแค่ในหมู่นักเขียนชื่อดังไม่กี่คน

ตัวเขาเป็นแค่มือใหม่ จะไปคาดหวังเท่าคนพวกนั้นได้ไง

...

ปลายสาย

ติงจื่อฉิงพูดต่อ

“ฟางโจว ยังมีอีกเรื่องที่อยากปรึกษา”

“หัวหน้าบรรณาธิการของเราต้องการว่าจ้างคุณเป็นนักเขียนประจำให้กับนิตยสาร คลับวัยทีน ค่ะ”

ไม่เหนือความคาดหมายของฟางโจว

แต่—

เขามีแผนอื่น

...

พวกเรื่องสั้นก็แค่หาเงินค่าขนม รายได้เร็วดี

แต่ถ้าจะหาเงินแบบจริงจัง ยังไงก็ต้องเขียนนิยายยาวเท่านั้น

ทว่าเขาก็ไม่ได้พูดปฏิเสธไปตรงๆ

“ตอนนี้ผมเรียนอยู่ม.6”

“ที่ส่งต้นฉบับก็เพราะอยากมีรายได้เสริม”

“คุณก็รู้ว่าใกล้จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว ผมยังมีงานเขียนอื่นที่ต้องทำ ไม่ได้มีเวลาให้เรื่องนี้มากนักหรอกครับ”

เสียงอีกฝั่งฟังดูร้อนรนขึ้นมา

“ฟางโจว นักเรียนฟางโจว”

“เราจริงใจมากนะคะ”

ไม่มีเวลา?

นั่นมันข้ออ้าง คงเพราะค่าต้นฉบับยังไม่โดนใจ

ก็ในเมื่อเขาพูดเองว่ามีงานเขียนอื่นที่ต้องทำ—ไม่ใช่ต้องไปอ่านหนังสือสอบ

ดูท่าจะเป็นนักเรียนที่เรียนไม่เก่งเท่าไหร่

...

ติงจื่อฉิงพูดว่า

“จริงๆ ทางบรรณาธิการก็เคยคุยกันไว้”

“ถ้าคุณเขียนเนื้อหาให้กระชับขึ้น แต่ยังรักษาคุณภาพไว้ได้ เราก็สามารถเพิ่มค่าต้นฉบับให้ได้ค่ะ เรื่องจำนวนก็เจรจากันได้”

เรื่องฝันลมๆ แล้งๆ ฟางโจวไม่หวังอะไรมากนัก

“ไว้ค่อยว่ากันอีกทีครับ”

...

พอวางสาย

เขาก็เห็นถังถังยืนอยู่ริมรั้วไม่ไกล สีหน้าสงบเหมือนกำลังชมวิว

พอเห็นฟางโจวคุยโทรศัพท์เสร็จ ก็ถามขึ้นอย่างอดใจไม่ไหว

“ฟางโจว”

“บทความของเธอจะได้ตีพิมพ์เหรอ”

...

การที่เพื่อนนักเรียนคนหนึ่งเขียนบทความจนได้รับการตีพิมพ์ลงหนังสือ

เป็นเรื่องน่าตื่นเต้นมากในสายตานักเรียนมัธยมคนหนึ่ง

ฟางโจวพยักหน้า

“แน่นอนอยู่แล้ว”

“เมื่อกี้นี่โทรจากบรรณาธิการนิตยสาร บอกว่าต้นฉบับผ่านแล้ว”

ถังถังทำท่าปรบมือ

“สุดยอดไปเลย”

ในดวงตาเหมือนจะมีดาวประกายระยิบระยับ

เด็กคนนี้มีพลังบางอย่างในตัว แค่สีหน้าท่าทางก็ดูน่ารักจนฟางโจวเริ่มรู้สึกว่าตัวเองเก่งขึ้นมาจริงๆ

“เดี๋ยวได้เงินค่าต้นฉบับเมื่อไร ฉันเลี้ยงข้าว”

...เลี้ยงข้าว?

งั้นก็จะได้มีโอกาสไปกับฟางโจวอีก!

...

ถังถังเอียงหน้าเล็กน้อย กลบเกลื่อนรอยแดงที่วูบผ่านใบหน้า แล้วรีบเปลี่ยนเรื่อง

“แล้วได้ค่าต้นฉบับเท่าไหร่เหรอ”

เธออยากรู้จริงๆ ยิ่งรู้สึกว่าฟางโจวเก่งมาก พวกเขาก็เป็นนักเรียนเหมือนกัน

คนอื่นยังต้องขอเงินจากพ่อแม่ แต่ฟางโจวหาเงินเองได้แล้ว

แถมยังเป็นค่าต้นฉบับจากงานเขียนด้วย ไม่รู้ทำไม ทั้งที่ก็เป็นเงินเหมือนกัน

แต่ถังถังกลับรู้สึกว่าค่าต้นฉบับดูสูงส่งกว่าการทำธุรกิจหาเงินมากนัก

...

ฟางโจวคิดคร่าวๆ ก่อนตอบว่า

“สองเรื่องรวมกันสี่หมื่นคำ คิดพันคำละสองร้อยหยวน รวมแล้วก็ได้ 8,000 หยวน”

“พอเลี้ยงข้าวเธอได้อยู่”

“เอาล่ะ เกือบลืมธุระสำคัญไปแล้ว”

ธุระสำคัญ?

ถังถังเห็นฟางโจวรีบเดินไปทางห้องน้ำสุดทางเดินก็หน้าแดงขึ้นมาอีกครั้ง

แต่ในใจก็ยังนึกถึงสิ่งที่เพิ่งได้ยินอยู่ดี

...

แม้ถังถังจะไม่เคยขาดเงินเลย ชุดเดรสราคาเป็นหมื่นก็ไม่รู้สึกอะไร

แต่เธอก็ไม่ได้ไม่เข้าใจชีวิต

ในห้องเรียน ก็มีเพื่อนบางคนที่ฐานะธรรมดา

ถังถังเคยได้ยินเพื่อนคุยกัน หลายคนทำงานได้เงินเดือนแค่สามถึงสี่พัน

เธอรู้ดีว่า

หากไม่ได้เกิดในครอบครัวแบบนี้

ตัวเธอก็คงใช้ชีวิตธรรมดา เรียนหนังสือ สอบเข้ามหาวิทยาลัย แล้วจบมาหางานทำ

เงินเดือนก็คงพอๆ กัน

...

มองแผ่นหลังของฟางโจว หัวใจของถังถังก็เหมือนจะยิ่งจมลึกลงทุกที

ฟางโจวเก่งขึ้นเรื่อยๆ ส่วนฉันก็ยังเป็นแค่ยัยอ้วนที่เรียนไม่เก่ง

ช่องว่างมันกว้างขึ้นเรื่อยๆ แล้วฉันควรทำยังไงดี

‘ไม่ได้! ‘

‘ฉันต้องพยายามให้มากกว่านี้!’

ในขณะที่ถังถังกำลังเริ่มตั้งใจมุ่มั่นอยู่ สองสาวเพื่อนร่วมชั้นก็เดินมาข้างๆ

“ถังถัง”

“เมื่อกี้เห็นเธอคุยกับฟางโจวอีกแล้วนะ”

“ตกลงพวกเธอเป็นแฟนกันใช่ไหม”

เฉียวจิ้งกับจ้าวเจินเจิน เอ่ยถาม

ใบหน้าเฉียวจิ้งมีแววเก้อเขินนิดหน่อย

ส่วนจ้าวเจินเจินแก้มกลมๆ นั้นเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น

...

ใกล้สอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว ในโรงเรียนจึงมีทั้งภาพของคนขยันมุ่งมั่น

และภาพของคนที่สารภาพรักกัน บางคู่ก็สมหวัง บางคนก็อกหักกลายเป็นคนโสด

แน่นอนว่ายังมีพวก “คนซื่อสัตย์” ที่ทำได้แค่แอบชอบอยู่ในมุมเงียบๆ ด้วย

...

ถังถังรู้สึกเขินขึ้นมาทันที ยิ่งพอเห็นสองคนนี้สนใจเรื่องฟางโจวขนาดนี้

ดวงตาเธอก็ฉายแววระวังขึ้นมา ราวกับลูกแมวน้อยที่กลัวของเล่นจะถูกแย่ง

เธอเชิดหน้าขึ้นให้ได้องศาพอประมาณ พูดว่า

“พวกเราเป็นเพื่อนกัน”

“ฟางโจวส่งต้นฉบับไป แล้วก็ได้รับการตอบรับเรียบร้อย กำลังจะได้ตีพิมพ์ ได้ค่าต้นฉบับตั้ง 8,000 หยวนแน่ะ!”

...

แม้จะรู้อยู่แก่ใจว่าไม่ใช่เรื่องของตัวเอง แต่ถังถังพูดไปก็อดรู้สึกภูมิใจนิดๆไม่ได้

ยิ่งไปกว่านั้น—บทความของฟางโจว เธอเป็นคนแรกที่ได้อ่าน!

น่าเสียดายที่เรื่องก่อนหน้านี้เธอไม่ได้อ่านเลย เดี๋ยวต้องไปขอมาอ่านบ้างแล้ว

จ้าวเจินเจินเบิกตากว้าง

“แปดพันเหรอ จริงเหรอเนี่ย”

เฉียวจิ้งก็ดูไม่อยากจะเชื่อเหมือนกัน สงสัยว่าฟางโจวจะได้ตีพิมพ์จริงไหม

แล้วจะได้ค่าต้นฉบับขนาดนั้นจริงหรือเปล่า

ใช่...ทั้งสองคนนี้มาจากครอบครัวธรรมดาแบบที่ถังถังใช้เปรียบเทียบเมื่อกี้นั่นแหละ

ได้ยินว่าฟางโจวจะได้ค่าต้นฉบับตั้งแปดพัน ก็คงจะอดสงสัยไม่ได้

...

ถังถังไม่ค่อยได้คุยกับเพื่อนในห้องบ่อยนัก แต่ตอนนี้กลับรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา

เหมือนได้อวดอะไรบางอย่างของตัวเอง

“ฟางโจวยังบอกว่า สอบครั้งที่สองนี้ เขาจะทำคะแนนแซงฟางชิงหลินให้ได้สักวิชาด้วยนะ”

พอสิ้นคำพูดของถังถัง....

เฉียวจิ้งกับจ้าวเจินเจินมองหน้ากัน

แน่ชัดแล้ว...ที่พูดมาทั้งหมดก็แค่ “โม้” ทั้งนั้น!

(จบบท)

จบบทที่ บทที่ 27 ถังถังที่ดูภูมิใจนั่นคืออะไร

คัดลอกลิงก์แล้ว