- หน้าแรก
- ก็เกิดใหม่ทั้งที ใครจะยอมเป็นคนซื่ออีกล่ะ
- บทที่ 28 เปิดอกพูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมา
บทที่ 28 เปิดอกพูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมา
บทที่ 28 เปิดอกพูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมา
กลับเข้าห้องเรียน
ฟางโจวก้มหน้าลงโดยไม่รู้ตัว
...มีปัญหาอะไรไหม? แค่เข้าห้องน้ำแป๊บเดียว
ทำไมกลับมาถึงเจอสายตาคนทั้งห้องมองมาแบบนี้?
...
“ฟางโจว ได้ยินมาว่าบทความของนายจะได้ตีพิมพ์ แถมยังได้ค่าต้นฉบับแปดพันหยวนเลยเหรอ?”
“สอบครั้งที่สอง รอบนี้จะสอบได้คะแนนแซงฟางชิงหลินอีกด้วยเหรอ?”
...ฟางโจวเข้าใจแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น
เขาแค่นหัวเราะ แล้วพูดว่า
“ทำไมล่ะ? คนมันโม้เล่นๆ ยังไม่ได้เลยหรือไง?”
ตราบใดที่ตัวเองไม่เขิน คนอื่นก็เป็นฝ่ายเขินแทน
เด็กพวกนี้ก็ไม่ได้มีเจตนาร้ายอะไรหรอก
แค่วัยรุ่นมันชอบแซวเรื่องสนุกๆ
ไม่มีอะไรทำก็ชอบหาเรื่องคึกคักกันแบบนี้เอง...นี่แหละ วัยรุ่น
...
ฟางโจวนั่งกลับมาที่โต๊ะ เด็กสาวอวบข้างๆ ก้มหน้าก้มตาอยู่
พอเขานั่งลงแล้ว เธอก็เงยหน้าขึ้นมามอง ดวงตาแดงเรื่อ
“ขอโทษนะ”
“ฉันไม่คิดว่ามันจะเป็นแบบนี้”
“เมื่อกี้มีคนถามขึ้นมา ฉันก็...เล่าเรื่องของนายไป”
ตอนนั้นถังถังไม่ได้คิดอะไร พอเฉียวจิ้งกับจ้าวเจินเจินถามขึ้นมา
เธอก็เล่าไปตรงๆ เพราะเธอเชื่อหมดใจอยู่แล้ว
แม้แต่เรื่องที่ฟางโจวบอกว่าจะสอบให้ชนะฟางชิงหลินได้สักวิชานึง
เธอก็ยังไม่สงสัยเลย แต่ปัญหาคือ...
วัยนี้มันเก็บความลับไม่อยู่
...
พอข่าวแพร่ออกไป มันก็ต้องมีคนเอาไปพูดต่อแน่นอน
พอพวกเพื่อนๆ หันมามองแถวหลังห้องด้วยสายตาเย้าแหย่
ถังถังถึงเพิ่งรู้ตัวว่า เธอทำเรื่องซวยเข้าแล้ว
ฟางโจวมองเพื่อนข้างๆอย่างสงสาร
“เป็นการลงโทษ...”
“พรุ่งนี้เธออดกินขนมแล้วกัน”
ถังถัง “...”
……
ตอนเลิกเรียน
เฉียวจิ้งเดินมาที่แถวหลังห้อง สีหน้าเก้อเขิน
“เมื่อกี้ฉันกับเจินเจินถามถังถัง แล้วก็คุยเรื่องนายกันนิดหน่อย ไม่คิดว่าจะมีคนแอบได้ยิน…”
“มื้อนี้ฉันเลี้ยงข้าวเที่ยงเป็นการขอโทษนะ ได้ไหม?”
ถ้าเป็นผู้ชายคนอื่น คงร้องเฮดังลั่นแล้วมั้ง
"อ้าวววว สาวสวยของห้องชวนไปกินข้าว!"
บางคนที่เสพหนังผู้ใหญ่บ่อยคงเริ่มมโนในหัวแล้วล่ะว่า
"สมาชิกหญิงของชมรมขอโทษ"
"นักเรียนหญิงกับการถูกลงโทษ"…
...
ฟางโจวโบกมือ
“ไม่ต้องถึงขนาดขอโทษขนาดนั้นหรอก”
“ฉันยังต้องโทรหาแฟนอยู่เลย”
ถึงแม้เจ้าของร่างเดิมก็ไม่เคยสนใจเฉียวจิ้งเลย
จะว่าไปแล้ว…
แม้แต่ในแง่รูปลักษณ์...
เมื่อในบ้านมีทั้งแม่กับน้องสาวที่สวยระดับภูติมาจุติ
คนทั่วไปมันก็ยากที่จะเข้าตาได้จริงๆ
มาตรฐานความงามถูกยกระดับโดยไม่สมัครใจ
เฉียวจิ้งอาจจะเป็นดาวห้องในสายตาคนอื่น
แต่ในสายตาฟางโจว เธอก็แค่ ‘เด็กผู้หญิงหน้าตาโอเคคนหนึ่ง’ เท่านั้นเอง
แถมเพราะมีพวกผู้ชายคอยชมอยู่ตลอด
ถึงแม้จะดูเป็นคนสุขุมแต่ท่าทีในโรงเรียนก็ค่อนข้างจะเสแสร้งทำนิดหน่อย
...ในสายตาฟางโจว เธอนี่มัน...ผู้หญิงเจ้าเล่ห์แน่นอน
...
แฟน?
เฉียวจิ้งหันไปมองเพื่อนข้างๆ โดยไม่รู้ตัว
แต่พอนึกดู ก็คิดว่า ไม่น่าใช่ตัวเองหรอก…ถ้าใช่ก็คงเวอร์ไป
แล้วชื่อหนึ่งก็ผุดขึ้นในหัวเธอ
เธอถามอย่างเข้าใจทันที
“นายหมายถึง...ลั่วอี้เหอเหรอ?”
พอพูดถึงรุ่นพี่สาวสวยที่เรียนอยู่มหาวิทยาลัยแล้ว เฉียวจิ้งถึงกับพูดไม่ออก
...
ตอนพวกเธออยู่ ม.5 โรงเรียนมีนางฟ้าประจำโรงเรียนสองคน
หนึ่งคือฟางชิงหลิน นางฟ้าสุดเย็นชาของ ม.5
อีกคนคือลั่วอี้เหอ นางฟ้าหวานใจของ ม.6
คิดถึงตรงนี้
เฉียวจิ้งอึกอักเล็กน้อย
“ตอนนั้นนายเขียนจดหมายรักให้เธอไม่ใช่เหรอ แล้วเธอก็ปฏิเสธนายไปแล้ว…”
...
ใช่แล้ว
ตอนนั้นร่างเดิมของเขากล้ามาก
ส่งจดหมายรักจากรุ่นน้อง ม.5 ไปถึงรุ่นพี่ ม.6
ใครจะกล้า? ก็ฟางโจวกล้าน่ะสิ อีกคนเป็นน้องสาวตัวเอง
จะไปสารภาพรักกับฟางชิงหลิน (รักร่วมสายเลือด!!!)???
แน่นอน...เขาโดนรุ่นพี่ปฏิเสธ!
ฟางโจวหัวเราะ
“แค่โดนปฏิเสธแล้วเลิกรา แบบนั้นมันจริงใจตรงไหน? ถ้าไม่พยายามอีกสักครั้ง
แล้วจะรู้ผลลัพธ์ได้ยังไงล่ะ?”
...
ตอนนี้ฟางโจวดูเหมือนเด็กม.ปลายที่เปี่ยมไปด้วยแรงบันดาลใจ
ว่าแต่...
ถังถัง เธอทำอะไรอยู่น่ะ? เมื่อกี้ยังทำหน้าเศร้าเพราะได้ยินว่าฟางโจวจะโทรหาแฟนอยู่เลย
แต่ตอนนี้กลับมีสีหน้าจริงจังสู้ตายขึ้นมาอีกคืออะไร!?
...แน่นอนว่าเรื่องที่พูดเมื่อกี้ ฟางโจวก็แค่โม้ไปงั้นเอง
เจ้าของร่างเดิมส่งจดหมายรักให้ลั่วอี้เหอ ก็เพราะเธอสวยมาก แถมยังคิดว่า
"ไม่เสียเงิน ลองดูก็ไม่เสียหาย เผื่อโชคดีได้แฟนสวยๆ สักคน"
...
แต่ที่จริง...ส่วนใหญ่ก็แค่เพราะอยากก่อกวน เพื่อให้ฟางอวี้หรูสนใจตัวเองบ้างเท่านั้น
แต่สิ่งที่ได้กลับมา...ไม่ใช่ความสนใจ แต่เป็นกรรมที่ตกลงมาจากฟากฟ้าแทน
...
ตอนนั้นลั่วอี้เหอเป็นนักเรียนหัวกะทิ ดาวเด่นของโรงเรียน
แถมยังเป็นช่วงเวลาสำคัญของนักเรียน ม.6
โรงเรียนถึงกับเรียกหวังฉางเฟิงมาพูดคุย
"นักเรียนเกเรไม่อ่านหนังสือไม่เป็นไร แต่อย่าไปสร้างปัญหาให้เด็กดีของโรงเรียน"
...ฟางโจวก็อดสงสัยไม่ได้
ทำไมผู้หญิงที่หน้าตาดีขนาดนี้ยังเรียนเก่งอีกวะ?
ทั้งลั่วอี้เหอ ทั้งฟางชิงหลิน ก็เป็นแบบนั้น
...
เขายังจำได้ว่า...
ชาติก่อนในห้องเรียน มีดาวห้องที่เรียบร้อยมากคนหนึ่ง แต่โชคร้ายเหลือเกิน
เธอโดนพวกนักเรียนเกเรตามรังควาน พอวันหนึ่งเธอไม่มาโรงเรียนติดต่อกัน
สองวันถัดมาพ่อของเธอก็มาเก็บของของลูกสาวไปจากห้องเรียนด้วยใบหน้าเศร้า
เพื่อนๆ เล่าว่า...
คืนวันนั้น...
เธอโดนกลุ่มนักเลงซุ่มรอที่ทางเปลี่ยวหลังเลิกเรียน แล้วถูกลากเข้าไปในตรอก...
ตั้งแต่นั้น...
ทุกครั้งที่ฟางโจวเดินผ่านโต๊ะเปล่าๆ โต๊ะนั้น ก็จะเห็นข้อความหนึ่งที่เขาจำขึ้นใจมาจนถึงทุกวันนี้
‘ต้นไม้ปรารถนาความสงบ แต่สายลมไม่เคยหยุดพัด’
……
กลางคืน
ฟางโจวกลับมาที่ร้านเน็ต
เรื่องเรียนสำคัญ แต่หาเงินก็สำคัญไม่แพ้กัน
ระหว่างทาง เขาก็ได้รับสายจากหวังฉางเฟิง
“ได้ยินชิงหลินบอกว่า...แกไม่ได้อยู่บ้าน ไม่ได้อยู่หอด้วย แต่ย้ายออกไปข้างนอก?”
กับหวังฉางเฟิง
ฟางโจวไม่จำเป็นต้องปิดบัง
“ก็อยากมีอิสระบ้างน่ะ ไม่ต้องห่วง ผมไม่ก่อเรื่องหรอก”
...
น้ำเสียงลอยๆ ไร้สาระ ฟังแล้วเหมือนพวกเด็กเกเร แต่หวังฉางเฟิงก็ไม่ได้ใส่ใจนัก
ขณะนั้นเขายืนอยู่หน้าคาเฟ่แห่งหนึ่ง มองเข้าไปด้านใน
เขาถามอีก
“พักนี้แกไม่ได้ก่อเรื่องอะไรใช่ไหม?”
“ยังไงก็เถอะ...การเข้าเรียนมหาวิทยาลัยสักครั้ง มันจำเป็นนะ ไม่งั้นรับรองว่าจะเสียดายไปทั้งชีวิต…”
ฟางโจวรีบขัด
พอเถอะ...
อายุขนาดนี้แล้ว จะให้ฟังอะไรแบบน้ำเน่ากระตุ้นใจอีกก็ไม่ไหวแล้ว
คุยกันอีกนิดหน่อย แล้วหวังฉางเฟิงก็วางสาย เปิดประตูเดินเข้าคาเฟ่
...
ซุนเจี๋ยหลินลุกขึ้นยืน
“คะ...คุณพ่อของฟางโจว”
เธอกำมือแน่น ดูประหม่าไม่น้อย
พอเห็นหวังฉางเฟิง เธอก็นึกถึงคำพูดที่ฟางโจวเคยพูดไว้เรื่อง ‘แนะนำให้รู้จักกัน’
แล้วก็รู้สึกเขินขึ้นมาในทันที ใบหน้าแดงขึ้นนิดๆ สีหน้าท่าทางซับซ้อน
หวังฉางเฟิงนั่งลง ซุนเจี๋ยหลินก็นึกถึงเหตุผลที่นัดเจอในวันนี้
เธอลังเลเล็กน้อย
สุดท้ายก็พูดออกมา
“ที่นัดคุณออกมาวันนี้...จริงๆ แล้วมีเรื่องอยากบอกเกี่ยวกับฟางโจว...วันหยุดที่ผ่านมา รปภ.โรงเรียนเช็กกล้องวงจรปิด แล้วพบว่า…”
……
ด้านฟางโจว หลังทักทายจินต้าหยงแล้ว เขาก็เข้าไปนั่งในห้องส่วนตัว
วันนี้มาคนเดียว...เริ่มเปิดคอม
เขาส่งเลขบัญชีและข้อมูลติดต่อไปที่อีเมล์ของติงจื่อฉิงก่อน
ยังไม่เริ่มเขียนทันที แต่เปิดเว็บบอร์ดจือโหย่ว
เข้าไปดูความคิดเห็นใต้กระทู้ที่โพสต์นิยายไว้เมื่อวาน
...ยังไม่ฮิต
มีคอมเมนต์แค่สามสี่สิบข้อความ ซึ่งก็ไม่เกินคาด
เพราะ ผีเป่าตะเกียง เป็นนิยายแนวล่าขุมทรัพย์ จุ
ดขายมันอยู่ที่ การผจญภัยในสุสาน กับเรื่องลี้ลับเหนือจินตนาการ
แต่ช่วงต้นเรื่อง...
ก็เหมือนหนังเอวีญี่ปุ่น
‘เปิดเรื่องช้าเหลือเกิน…’
...
ตอนนี้ยังไม่เข้าสู่เนื้อหาการล่าขุมทรัพย์จริงจัง
แต่แม้จะยังไม่ได้เข้าเรื่องสำคัญ...
ฟางโจวก็วางโครงเรื่องไว้หลายจุด สร้างปริศนาไว้อย่างดี
อย่างน้อยก็ปูโทนของเรื่องไว้เรียบร้อยแล้ว
ความคิดเห็นส่วนใหญ่ก็คล้ายๆ กัน
ส่วนใหญ่จะบอกว่า “รออ่านตอนต่อไป” เพราะเป็นแนวเรื่องที่หายาก
โชคดีที่คนยุคนี้ในเว็บยังใจเย็น ถ้าเป็นยุคก่อนที่เขาเคยเจอ...
แค่เนื้อเรื่องเดินช้าหน่อย คอมเมนต์ก็จะกลายเป็นสนามรบแล้ว
(จบบท)