เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 24 การรับมือของโรงเรียน

บทที่ 24 การรับมือของโรงเรียน

บทที่ 24 การรับมือของโรงเรียน


ในลานบ้าน

ตรงรั้วมีไม้กระดานกับเสาไม้วางพิงอยู่สองสามชิ้น

เมื่อกี้น้องเยว่เยว่เพิ่งบอกว่า ‘บ้านของลูกเจี๊ยบไม่ปลอดภัย’

ย่าโจวเลยช่วยหาไม้กับเครื่องมือให้

ฟางโจวตัดสินใจจะลงมือทำเล้าไก่จริงจัง

ลานบ้านมันก็ดีตรงนี้แหละ อยากได้ของอะไรแปลกๆ ก็มักจะหาได้

อีกหน่อยทำเตาย่างตั้งไว้ตรงนี้ จะปิ้งบาบีคิวหรือย่างเนื้อกันหน้าบ้านก็ไม่มีปัญหา

พอรู้ว่าจะทำบ้านให้ลูกเจี๊ยบ เด็กน้อยก็ยิ่งตื่นเต้น วิ่งไปวิ่งมาอยากช่วยตลอด

ย่าโจวกลัวว่าเธอจะชนโดนอะไรเข้า เลยรีบเตือน

ฟางโจวโบกมือปัด

“ไม่เป็นไรครับ”

“ให้ช่วยแค่ส่งไม้ ส่งเครื่องมือก็พอแล้ว”

เห็นฟางโจวพูดแบบนี้ แถมเด็กน้อยก็กะตือรือร้นมาก

ย่าโจวก็เลยไม่ได้ขัด แต่อยู่ใกล้ๆ คอยระวังอยู่ข้างๆ

...

แค่ทำเล้าไก่ ไม่ต้องมีแบบแปลนให้วุ่นวาย

ฟางโจวในชาติก่อนทำงานสารพัด ทักษะช่างไม้และเครื่องมือต่างๆก็พอไหว

ตอนนี้กำลังจับมือกับเยว่เยว่ช่วยกัน

“ต้องใช้ไม้ยาวๆ หน่อย เอาอันที่อยู่ข้างเท้าเยว่เยว่นั่นแหละ”

“โอเค อันนี้ใช่ไหมคะ แล้วเอาอะไรอีก”

“ค้อน ตะปู”

“……”

“เพื่อนเยว่เยว่ ช่วยส่งไม้กระดานแผ่นใหญ่ที่สุดมาให้ด้วย ทหารเยว่เยว่ ระวังตัวด้วย”

“รับทราบ ผู้บัญชาการ! ข้าน้อยจะรีบนำวัสดุไปให้เดี๋ยวนี้!”

...

ให้ตายสิ

เจ้าตัวเล็กช่วยด้วยความกระตือรือร้นแบบสุดๆ มีอารมณ์ร่วมจัดเต็ม

ย่าโจวเองก็อดยิ้มตามไม่ได้

...

ท้ายที่สุด

เล้าไก่ที่ออกมา…หน้าตาเหมือนโดนหมากัด ไม่สวยเอาซะเลย

แต่เป็นผลงานที่สองคนช่วยกันทำทั้งคู่ก็พอใจมาก

เยว่เยว่ถึงขั้นวิ่งขึ้นไปเอาสีจากชั้นบนมา ระบายเล้าไก่ซะหวานแหวว

แถมวาดรูป เปปป้าพิกตัวโปรดลงไปด้วย

สีชมพูสดเหมือนไดร์เป่าผมเลยนะ…

...

ตอนฟางโจวกับเยว่เยว่ยืนมองผลงานด้วยสายตาเปี่ยมสุขนั้นเอง:

บรรยากาศในห้องผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมอันดับสาม

กลับตึงเครียดถึงขีดสุด!

#ในห้องทำงาน

หลี่ปิงกับเสี่ยวจาง—รปภ. ประจำโรงเรียนอยู่กันพร้อม

ผู้อำนวยการหวูที่มีผมหงอกแซมข้างขมับ อายุราวห้าสิบกว่าแต่ยังดูมีราศีมาถึงแล้ว

หัวหน้าฝ่ายปกครองก็มาด้วย และยังมีครูซุนเจี๋ยหลินอีกคน

แต่เดิมวันหยุดสุดสัปดาห์ ครูซุนอยู่บ้านดูแลลูก

แต่โทรศัพท์จากผู้อำนวยการทำให้เธอต้องรีบมาโรงเรียนด่วน

น้ำเสียงของเขาจริงจังมาก

พอเธอมาถึง ทุกคนก็รวมตัวกันอยู่ในห้องเรียบร้อยแล้ว

ผู้อำนวยการหวูไม่พูดพล่าม เขาโบกมือเรียกทันทีที่เห็นครูซุน

“ครูซุน มาดูนี่หน่อย”

“คนในคลิปนี่ใช่ฟางโจว นักเรียนในห้องของคุณรึเปล่า?”

ครูซุนเดินเข้าไปด้วยความสงสัย แต่พอเห็นภาพบนหน้าจอ

สมองก็เหมือนหยุดชะงัก “บึ้ม” ไปชั่วขณะ

สักพักใหญ่ถึงค่อยได้สติ แล้วพูดเสียงแผ่ว

“…ใช่ค่ะ เขาคือฟางโจว”

“วันศุกร์ที่ผ่านมาเขาถูกเรียกมาที่ห้องพักครู มีครูบางคนบอกว่าเห็นเขาตกลงมาจากต้นไม้ เสื้อผ้าก็ขาดหมด ฉันก็เลยโดนสั่งให้ดูแลเขาให้เข้มงวดขึ้น”

“ตอนนั้นฉันโทรให้คุณพ่อเขามารับกลับบ้านเองด้วยซ้ำ…”

“ไม่คิดเลยว่า เขาไม่ได้ตกจากต้นไม้…”

บรรยากาศเงียบงัน

ครูซุนรู้สึกทั้งเศร้า ทั้งสับสน ทั้งสำนึกผิด:

ถึงฟางโจวจะไม่ใช่เด็กเรียนดี แต่ก็ไม่เคยสร้างปัญหาให้ใคร ไม่เกเร ไม่หัวแข็ง ไม่เคยรังแกเพื่อน บางทีอาจจะดีกว่าพวกเด็กบ้านรวยหลายคนด้วยซ้ำ แถมยังหน้าตาดีอีกต่างหาก ครูซุนก็แอบเอ็นดูเขาไม่น้อย

ไม่เคยคาดคิดเลยว่า

เด็กหนุ่มที่ดูสดใสร่าเริงแบบนั้น จะทำเรื่องแบบนี้ออกมาได้

เมื่อยืนยันตัวตนเสร็จ ผู้อำนวยการหวูถอนหายใจเฮือกยาว

เขาถามขึ้น

“แล้วช่วงนี้ที่บ้านฟางโจวมีเรื่องอะไรใหญ่ๆ เกิดขึ้นไหม หรือในโรงเรียน เขามีปัญหากับใครรึเปล่า จนถึงขั้นต้องทำแบบนี้?”

มีอะไรไปกระตุ้นเขารึเปล่า?

ครูซุนเงียบไปครู่ ก่อนตอบ

“สองสามวันก่อน ฟางโจวมีปัญหากับเพื่อนในห้องเล็กน้อย”

“และเขายังบอกฉันว่าพ่อแม่หย่ากันแล้ว ฉันก็โทรเช็กกับพ่อของเขา ก็ยืนยันว่าจริง…อาจจะเกี่ยวข้องกันก็ได้”

ถึงจะเป็นเรื่องส่วนตัว แต่ในสถานการณ์แบบนี้ ครูซุนก็ไม่อาจปิดบัง

หัวหน้าฝ่ายปกครองที่ได้ดูคลิปเมื่อครู่ ถึงกับหน้าซีด ตอนนี้เพิ่งเริ่มตั้งสติได้

เขามองไปรอบห้อง แล้วเงยหน้าขึ้นพูดเสียงเบา

“ท่านผู้อำนวยการ…”

“อย่างน้อยตอนนี้ก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น”

“แถมฟางโจวก็ไม่ได้พูดเรื่องนี้กับใคร น่าจะไม่อยากให้ใครรู้”

“หรือว่า…”

“เราจะทำเป็นไม่รู้เรื่องไป?”

“ช่วงนี้เพิ่งซ่อมระบบไฟ อาจจะทำให้กล้องแถวนั้นเสียพอดีก็ได้”

ผู้อำนวยการหวูหันไปมองหัวหน้าฝ่ายปกครอง รู้ว่าเขาหมายถึงอะไร

เขาขมวดคิ้วคิดสักพักก่อนจะส่ายหน้า

“แค่ครั้งนี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น…ไม่ได้แปลว่าจะไม่มีคราวหน้า”

“เรื่องนี้ต้องจัดการ ไม่ใช่ปิดบัง”

“ถ้าไม่ลงมือเลย ใครจะรู้ว่าคราวหน้าจะเกิดอะไรขึ้นอีก”

“ครูซุน”

“นักเรียนคนนี้อยู่ในห้องคุณ คุณย่อมเข้าใจเขาดีที่สุด”

“ตอนที่ให้คุณเป็นครูประจำชั้น ก็เพราะเชื่อว่าคุณสื่อสารกับนักเรียนได้ดี ด้านความคิดฟางโจว ฝากคุณดูแลด้วย”

“ให้เขารู้ว่า มีปัญหาอะไรก็พูดได้ อย่าเก็บไว้คนเดียว”

“แต่ก็ต้องระวังวิธีพูดให้ดี อย่าให้เขาต่อต้าน หรือรู้สึกโดนกดดัน”

“เน้นปลอบใจเป็นหลัก”

“ส่วนทางคุณพ่อของเขา เดี๋ยวฉันจะเป็นคนติดต่อเอง”

“ลองคุยดูก่อน”

“ถ้าไม่ได้จริงๆ…ก็คงต้องให้เขาพักอยู่บ้านสักระยะ”

หัวใจของครูซุนกระตุกวูบ

เธอรู้ว่าผู้อำนวยการก็จนปัญญาเหมือนกัน

นักเรียนในโรงเรียนมีเป็นพัน จะไปดูแลจิตใจทุกคนให้ทั่วถึงก็ไม่ไหว

ถ้ามีคนคนหนึ่งคิดสั้นจริงๆ ทางโรงเรียนก็มักจะแนะนำให้ครอบครัวรับกลับไปดูแลเอง

แค่ไม่สั่งตรงๆ

เพราะบ้านฟางโจวคงมีสถานะพิเศษ

ออกจากห้องผู้อำนวยการแล้ว หัวของครูซุนยังมึนงงไม่หาย

ทำไมฟางโจวถึงทำแบบนั้น?

เธอเองก็มีลูก

ตอนเห็นคลิปที่เขากระโดดจากชั้นหกลงมาโดยไม่ลังเล หัวใจของเธอก็แทบหยุดเต้น

จะรู้สึกสิ้นกวังมากแค่ไหน ถึงเลือกแบบนี้?

ไม่น่าจะเป็นแค่เรื่องพ่อแม่หย่ากัน อาจมีอะไรซ่อนอยู่อีก

เช้าวันจันทร์

ฟางโจวตื่นแต่เช้า ท้องฟ้ายังสลัว

เขาออกมาที่ลานบ้าน พบว่าลูกเจี๊ยบออกจากเล้าไก่แล้ว

กำลังเดินเล่นคุ้ยเขี่ยอยู่ในรั้ว ดูคึกคักมีชีวิตชีวามาก น่าจะเริ่มชินกับชีวิตใหม่แล้ว

ฟางโจวเตรียมอาหารไก่ไว้ ย่าโจวก็ออกมา

เขาเลยฝากย่าโจวให้ช่วยดูแลตอนกลางวัน

ย่าโจวรับคำด้วยรอยยิ้ม แววตาเต็มไปด้วยความซาบซึ้ง

เธอเข้าใจดีว่าทำไมฟางโจวถึงซื้อเจี๊ยบมาเลี้ยงทันทีแบบนั้น

เธอประหลาดใจกับความละเอียดอ่อนของเด็กหนุ่ม

ที่สามารถมองเห็นถึงความผิดปกติของเยว่เยว่

และยังหาทางคลี่คลายให้ได้อีก...เขาใส่ใจจริงๆ

ฟางโจววิ่งไปโรงเรียน แวะกินข้าวเช้าไปด้วยระหว่างทาง

พอถึงห้อง เขาก็หยิบหนังสือที่ยืมจากบ้านถังถังออกมา

เปิดหนังสือเรียนภาษาจีนของ ม.4 ขึ้นอ่านทันที

ในเมื่อพนันไว้กับฟางชิงหลินแล้ว ฟางโจวก็ต้องจริงจังหน่อย

พวกความรู้เชิงภาษา การเขียนเรียงความ การแต่งประโยค—พวกนี้เขาไม่กลัวหรอก

แต่เนื้อหาในหนังสือเรียนนี่สิ เขาจำได้แต่พวกบทคลาสสิกทั้งหลาย

แต่ในหนังสือเรียนจริงๆ มีแต่บทความที่นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก

เป็นแนวแบบ ‘อ๋อ’ ‘ใช่’ เคยเรียนนะ ม.ปลายมีบทนี้นี่หว่า" ประมาณนั้น

แต่จะให้นึกขึ้นมาเอง บอกเลยว่ายาก

สิ่งที่ฟางโจวต้องทำ คือรีบเติมเต็มความจำในส่วนนั้นให้ครบ

ตอนนี้ถ้าให้ไปสอบภาษา เขาคงทำได้ราว 120 คะแนน

ส่วนฟางชิงหลินก็อยู่ในระดับเหนือกว่าเช่นกัน

สามปี มีหกเล่ม สอบรอบสองจะเริ่มศุกร์นี้แล้ว

โชคดีที่ความจำของเขาตอนนี้ได้เสริมทักษะจากพลังข้ามมิติ

กลายเป็นพวกความจำเทพ อ่านรอบเดียวก็แทบจะท่องได้ ไม่งั้นงานงอกแน่...

ตอนนี้ก็แค่อาศัยความอุตสาหะแบบบดเต้าหู้...

เพื่อนๆอื่นเห็นฟางโจวมาถึงห้องเรียนแต่เช้า แล้วนั่งอ่านหนังสือ…

ทุกคนก็อึ้งไปหมด!

“ฟางโจวช่วงนี้แปลกๆ นะ จู่ๆ ก็ตั้งใจเรียนขึ้นมา จะปั่นเกรดกลับมาในสองเดือนเนี่ยนะ?”

ใครจะเชื่อว่าคนอย่างฟางโจวจะฟื้นจากความตกต่ำภายในสองเดือน?

...

ถ้าเป็นจริงขึ้นมา

บรรดาเด็กเรียนทั้งหลายคงจะทนไม่ได้แน่ ความทุกข์สามปีต้องสูญเปล่าเหรอ?

ขณะที่ฟางโจวนั่งอ่านหนังสือเงียบๆ อย่างตั้งใจ

ถังถังก็เดินเข้าห้องมาพร้อมกระเป๋าใบเล็กของเธอ

(จบบท)

จบบทที่ บทที่ 24 การรับมือของโรงเรียน

คัดลอกลิงก์แล้ว