เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 22 เกิดเรื่องใหญ่ขึ้นแล้ว

บทที่ 22 เกิดเรื่องใหญ่ขึ้นแล้ว

บทที่ 22 เกิดเรื่องใหญ่ขึ้นแล้ว


พอกลับมาถึงบ้านเช่าก็เที่ยงพอดี

ฟางโจวหิ้วของพะรุงพะรังเต็มสองมือ

ทั้งของใช้ในบ้านทั้งวัตถุดิบสำหรับทำอาหาร

ถุงพาดบ่าพาดแขน มืออีกข้างยังอุ้มกล่องใส่รองเท้าไว้แน่น

----------

พอวางของลงเรียบร้อย

เขาหยิบเอามุ้งตาข่ายที่ม้วนไว้มาคลี่ในลานบ้าน หาหลักไม้สี่อันปักไว้ริมกำแพงให้เป็นสี่มุม

สร้างเป็นกรอบสี่เหลี่ยมแล้วพันตาข่ายกับหลักไม้ ทำเป็นคอกง่ายๆ

จากนั้น—

เขาหยิบกล่องรองเท้ามา เปิดกล่องให้เอียงลงช้าๆ

ลูกเจี๊ยบตัวน้อยสีเหลืองกลิ้งลงมา

“จี๊บๆ” พวกมันร้องออกมาเบาๆ เหมือนยังมึนงงกับโลกใบใหม่

แต่ไม่นาน—

ก็เริ่มคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมใหม่ พากันเดินย่ำไปมาในคอกอย่างสนุกสนาน

----------

“พี่ชาย นี่อะไรเหรอคะ”

ข้างๆ  เยว่เยว่จ้องมองลูกเจี๊ยบในคอกตาเป็นประกาย

สีหน้าทั้งตื่นเต้นทั้งอยากเล่นเต็มที่ ถามฟางโจวเสียงเจื้อยแจ้ว

จริงๆ ตอนฟางโจวกลับมา เธอก็มองลงมาจากชั้นบนแล้ว

ถึงจะรู้สึกดีจากที่เจอกันเมื่อวาน แต่เพราะเป็นเด็กขี้อายเลยยังไม่กล้าเข้าหาใครง่ายๆ

ได้แต่เฝ้ามองเขาทำโน่นนี่อย่างเงียบๆ

----------

จนกระทั่งเห็นเจ้าก้อนขนกลิ้งๆ เดินดุ๊กดิ๊กอยู่ในคอก ก็ทนไม่ไหว

รีบลงมาดูใกล้ๆ ตาโตจ้องลูกเจี๊ยบไม่กะพริบ ย่าโจวก็เลยตามลงมาด้วย

พอเห็นฟางโจวถึงกับซื้อลูกเจี๊ยบมาเลี้ยงในบ้าน สายตาก็ทั้งประหลาดและเข้าใจ

ในฐานะหญิงชราจากหนานอู๋ที่ใช้ชีวิตในเมืองใหญ่

ลูกเจี๊ยบอายุไม่กี่วันแบบนี้ เธอก็ไม่ได้เห็นมานานแล้ว นับประสาอะไรกับเยว่เยว่

----------

ฟางโจวมองเยว่เยว่แล้วพูดว่า

“นี่คือ ลูกเจี๊ยบ”

“เยว่เยว่ช่วยพี่เฝ้าไว้นะ อย่าให้พวกมันวิ่งหนีออกไป เดี๋ยวพี่จะไปหาอะไรให้ลูกเจี๊ยบกินหน่อย”

เด็กน้อยจ้องเจ้าก้อนขนแล้วแทบจะปีนเข้าไปในคอกด้วยซ้ำ พอได้ยินแบบนั้นก็พยักหน้ารัวๆ

น่ารักมากเลย!

----------

ฟางโจวกลับเข้าบ้าน ฉีกใบผักกาดหอมสองสามใบหั่นละเอียด คลุกกับข้าวฟ่าง

อาหารง่ายๆ สำหรับลูกเจี๊ยบก็เรียบร้อย เขายกออกมา เทใส่จานในคอกด้วยมือเปล่า

ลูกเจี๊ยบพากันรุมทันที...

เยว่เยว่เดินอ้อมๆ มาหาเขา มือเล็กๆ จับชายเสื้อไว้

สายตาจ้องอาหารในมือเขา ตื่นเต้นจนแทบจะขอแบ่ง

แววตาเต็มไปด้วยตื่นเต้น อยากลองให้อาหารบ้าง

ย่าโจวข้างๆ เห็นเข้า อ้าปากเหมือนจะพูดอะไร

แต่ฟางโจวส่ายหน้าเบาๆ

----------

รอจนลูกเจี๊ยบกินเสร็จ พากันวิ่งกลับมารุมเขาอีกครั้ง

เยว่เยว่รวบรวมความกล้าถามเสียงแผ่วว่า

“พี่ชาย”

“หนูให้อาหารลูกเจี๊ยบบ้างได้มั้ยคะ…”

ฟางโจวแกล้งทำเป็นเพิ่งนึกได้ ยื่นชามใบเล็กให้เด็กน้อยแล้วพูดว่า:

“แน่นอนอยู่แล้ว”

“ค่อยๆ โรยลงในจาน หรือจะโรยบนพื้นก็ได้”

“อ้อ เดี๋ยวค่อยเติมน้ำให้ลูกเจี๊ยบด้วยนะ”

เยว่เยว่พยักหน้ารัวๆ

----------

นี่เป็นวันที่มีความสุขที่สุดเลย! เธออดพูดไม่ได้ว่า

“ลูกเจี๊ยบน่ารักมากเลย สวยด้วย”

ฟางโจวพยักหน้ารับ:

“อืม”

“ถ้าเอาไปตุ๋นล่ะก็ หอมแน่ๆ”

ห๊ะ???

ย่าโจวกับเด็กน้อยหันมามองฟางโจวทันที

เยว่เยว่ถึงกับบังคอกไว้:

“พี่ชาย เราอย่ากินลูกเจี๊ยบเลยนะ ดูสิ..พวกมันน่ารักแค่ไหน แถมตัวเล็กนิดเดียวเอง”

“ตั้งสิบตัวแน่ะ เหลืองอร่ามเหมือนพระอาทิตย์น้อยๆ”

----------

ฟางโจวแค่จะแกล้งเด็กนิดหน่อย

เลยพูดต่อว่า:

“สิบดวง งั้นโลกไม่ร้อนตับแตกเหรอ”

“เมื่อก่อนในสมัยโบราณมีตำนานนะ บอกว่าเคยมีสิบดวงอาทิตย์ขึ้นมาพร้อมกัน ทำให้โลกแห้งแล้งจนคนอยู่ไม่ได้ สุดท้ายมีคนชื่อโฮ่วอี้ต้องมายิงพวกมันลงมา ทีละดวง—เยว่เยว่เคยได้ยินเรื่องนี้มั้ย”

เด็กน้อยส่ายหัว

แต่ก็โดนเรื่องเล่าเขาดึงดูดเข้าแล้ว

พระอาทิตย์สิบดวงเหรอ? ฟังดูมหัศจรรย์มาก!

----------

ฟางโจวยังเล่าไปเรื่อย:

“โฮ่วอี้นะ เป็นนักยิงธนูระดับปรมาจารย์เลย เสียอย่างเดียว เขาแค่ตัวเล็กไปหน่อย”

“ภรรยาเขาชื่อฉางเอ๋อ รู้จักมั้ย ที่อยู่ในวังจันทรา เธอก็เป็นนักเวทย์หญิงระดับตำนานเลยนะ”

“โฮ่วอี้เก่งมาก ตอนเห็นพระอาทิตย์สิบดวงขึ้นมาแผดเผาโลก ก็เลยคิดจะยิงมันลงมาให้หมด…”

----------

ทั้งสามคนยืนล้อมคอกลูกเจี๊ยบอยู่ในลานบ้าน

ย่าโจวยืนอยู่ข้างๆ

ฟางโจวเล่านิทานแปลกๆ ให้เด็กหญิงฟังอย่างใจเย็น

จากโฮ่วอี้ยิ่งอาทิตย์ ถึงไก่ตัวผู้ขี้โอ่

จากนั้นก็เล่าไปถึงที่มาของสำนวน "ได้ยินไก่ขันก็ลุกขึ้นฝึกวิชา"…

เด็กน้อยฟังอย่างตั้งใจ สีหน้าตามอารมณ์เรื่องเล่าไปด้วย

มือหนึ่งให้อาหารลูกเจี๊ยบ อีกมือเติมน้ำ

แถมยังต้องคอยห้ามลูกเจี๊ยบไม่ให้ทะเลาะกัน วุ่นสุดๆ

----------

ภาพในลานบ้านตอนนี้ กลับดูอบอุ่นเหลือเกิน

แต่พอเที่ยงแดดเริ่มแรงขึ้น เด็กน้อยก็สังเกตว่าลูกเจี๊ยบไม่มีที่ร่ม

เงยหน้าบอกฟางโจวว่า:

“พี่ชาย ลูกเจี๊ยบต้องร้อนแน่ๆ เราหาที่ร่มให้พวกมันเถอะนะ!”

----------

ผ่านไปครึ่งวันของการเป็นพี่เลี้ยงลูกเจี๊ยบของฟางโจว

ตอนนี้เขาก็สามารถเข้าไปอยู่ในรายชื่อคนดีของเยว่เยว่ได้สำเร็จ

เด็กน้อยพูดคุยกับเขาอย่างเป็นกันเอง

ฟางโจวพยักหน้า:

“ไปหาเอากล่องมาสักใบ ทำเป็นบ้านให้พวกมันก็ได้แล้ว”

เขาหากล่องกระดาษมาใบหนึ่ง ช่วยเจาะช่องให้ลูกเจี๊ยบเข้าออก พร้อมทำหน้าต่างระบายอากาศ

จากนั้นฟางโจวก็กลับเข้าห้องนอน

เยว่เยว่ที่ยังอาลัยอาวรณ์ถึงเหล่าลูกเจี๊ยบ ก็ถูกย่าโจวพากลับขึ้นชั้นบน

ระหว่างที่ฟางโจวหลับสนิท—  อีกหลายคนกลับไม่ได้นอนอย่างสงบ

----------

ในอพาร์ตเมนต์หรูแห่งหนึ่ง หญิงสาวในชุดนอนสายเดี่ยวผ้าไหมตื่นเพราะเสียงกริ่งประตู

เธอบิดขี้เกียจพลางเดินไปเปิดประตู ดูผ่านตาแมว เห็นว่าเป็นเพื่อนสนิท ถึงยอมเปิดประตู

แถมบ่นในทันที:

“พี่เหยา พี่นี่พลังเหลือเฟือจริงๆ”

“เพิ่งบ่ายโมง พี่ตื่นแล้วแถมยังมาถึงห้องหนูอีก”

“แต่หนูยังนอนไม่พอเลยนะ พี่ตามสบายเลย หนูง่วงจะแย่ จะไปนอนต่อแล้ว!”

สองคนนี้—

ก็คือสองสาวคู่หูที่ทำโทรศัพท์หายเมื่อเช้านั่นเอง

เป่ยชิงเหยาจับมือจ้าวเสี่ยวถงแล้วพูดอย่างหมดแรง:

“ไม่ต้องนอนต่อแล้ว”

“เกิดเรื่องใหญ่แล้ว รู้รึยัง แล้วมือถือเธออยู่ไหน?”

----------

จ้าวเสี่ยวถง ยังงัวเงีย มองหามือถือในห้องนั่งเล่นแล้วเจอว่ากำลังชาร์จอยู่บนโต๊ะกาแฟ

เธอถอดปลั๊กออก นั่งทิ้งตัวลงบนโซฟา

กดเปิดเครื่องไปพลาง ถามเพื่อนสาวว่าเกิดอะไรขึ้น

เป่ยชิงเหยาได้แต่ส่ายหน้า ไม่รู้จะอธิบายยังไง บ่นว่า:

“เธอปิดเครื่องเลยสบายไปเลย”

“พวกนั้นติดต่อเธอไม่ได้ เลยมาหาฉันแทน ฉันเลยโดนปลุกแต่เช้า”

“รีบเปิดมือถือดูเลย เดี๋ยวก็รู้เองว่าเกิดอะไร”

จ้าวเสี่ยวถงทำหน้างง

แต่พอมือถือเปิดติด เสียงแจ้งเตือนก็ดังไม่หยุด

เธอหน้าเหวอ ไม่ทันได้ถามต่อ แล้วรีบเช็คมือถือทันที

ข้อความ 99+ ข้อความ

ข้อความวีแชต 99+ ข้อความ

แจ้งเตือนโมเมนต์ ก็ 99+ โพสต์

!!!...

เธอจำได้ว่าไม่ได้โพสต์อะไรน่าสนใจช่วงนี้ แล้วทำไมมีคนมากดคอมเมนต์เยอะขนาดนี้?

เธอรีบกดเปิดโมเมนต์ดู

ชื่อโปรไฟล์ในโมเมนต์ของเธอก็ตลกๆหน่อยว่า:

‘ในรายชื่อเพื่อนของคุณ มักจะมีคนที่ซ่อนตัวอยู่เหมือนคนตาย โผล่มาให้เห็นบ้างเป็นพักๆ แล้วก็เปลี่ยนป้ายหลุมศพของตัวเองไปเรื่อย’

— สะท้อนตัวตนของเธอได้ดีทีเดียว

----------

แต่ตอนนี้จ้าวเสี่ยวถงเห็นว่ามีคนมากดเมนต์โพสต์เธอหลายร้อยคอมเมนต์ ใบหน้าก็ซีดทันที

เธอเดาได้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น:

“ไอ้เวรเอ๊ย! ต้องเป็นไอ้โง่นั่นเมื่อคืนแน่ๆ”

“ถ้าฉันรู้ว่าไอ้หมาตัวไหนทำแบบนี้นะ ฉันจะบี้มันให้ตายเลย…”  เธอยังด่าไม่หยุด

มือถือก็ดังขึ้นอีก  เห็นชื่อที่โชว์ว่า ‘แม่’ โทรเข้า สีหน้าเธอก็เปลี่ยนทันที

(จบบท)

จบบทที่ บทที่ 22 เกิดเรื่องใหญ่ขึ้นแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว