- หน้าแรก
- ก็เกิดใหม่ทั้งที ใครจะยอมเป็นคนซื่ออีกล่ะ
- บทที่ 5 สาวน้อยผู้เลอค่า
บทที่ 5 สาวน้อยผู้เลอค่า
บทที่ 5 สาวน้อยผู้เลอค่า
ฟางโจว เด็กหนุ่มผู้มีความสูงราว 185 ซม. ส่วนเรื่องหน้าตา...
ลองนึกถึงฟางอวี้หรู แล้วก็นึกถึงผู้ชายคนนั้นที่ทำให้ฟางอวี้หรูทั้งรักทั้งหลง
ด้วยยีนส์ที่ถ่ายทอดมาจากสองคนนั้น หน้าตาฟางโจวก็ไม่ต้องพูดถึงเลย
ที่โรงเรียน เขาถือเป็นหนึ่งในหนุ่มหล่อประจำโรงเรียน
เจ้าของร่างเดิมเองก็ชอบเล่นกีฬา แต่ที่แน่ๆ คือก่อนหน้านี้ไม่มีทางวิ่งห้ากิโลเมตรโดยไม่หอบแน่นอน
หรือว่านี่จะเป็นพลังแฝงจากการข้ามมิติ?
เมื่อคืนฟางโจวยังลองพยายามดูว่าจะเรียกระบบได้ไหม ก็ระบบมันเป็นของคู่กับการข้ามมิตินี่นะ
ชาติก่อนเขาเขียนนิยายแบบนี้มานับไม่ถ้วน สุดท้ายจนดึกดื่น ฟางโจวก็แน่ใจแล้วว่าไม่มีระบบบ้าอะไรทั้งนั้น
เขาคิดไปเองล้วนๆ แต่ดูจากตอนนี้ก็ใช่ว่าจะไม่ได้อะไรติดตัวมาเลย อย่างน้อยร่างกายก็แข็งแรงขึ้นล่ะน่า
กินข้าวเช้าเสร็จที่หน้าโรงเรียนแล้วก็เข้าไปข้างใน ตามความทรงจำเดินไปจนถึงห้องเรียน
ตอนนี้ก็ใกล้เวลาเริ่มอ่านหนังสือช่วงเช้าแล้ว พอเข้าห้องไปปุ๊บก็ตาลายทันที
‘ลุยให้สุดในร้อยวันสุดท้าย สู้!’
‘ทุ่มสุดตัว ใช้ความขยันเปลี่ยนชีวิต ไม่ยอมแพ้ ใช้ความมุ่งมั่นสร้างอนาคต!’
‘เหลือเวลาอีก 65 วัน...ก่อนถึงวันสอบเข้ามหาวิทยาลัย!’
ฉึบ—
โจวจิ้ง หัวหน้าห้อง เดินขึ้นไปฉีกเลข ‘5’ ออก เปลี่ยนเป็นเลข ‘4’
ทั้งๆ ที่เลขพวกนี้เอากลับมาใช้ต่อได้ แต่ไม่รู้ทำไมพวกเขาชอบฉีกออกแบบนี้
ให้ความรู้สึกกดดันเหมือนวันสิ้นโลก
พอเห็นโปสเตอร์พวกนี้ ฟางโจวก็หวนคิดถึงชีวิตตอนม.6 ในชาติก่อน ความรู้สึกนั้นกลับมาทันที
แต่ก็อดจะบ่นไม่ได้ว่า "บ้าบอชะมัด!"
เห็นป้ายเคาท์ดาวน์สอบเข้ามหาลัย ฟางโจวก็ปวดหัวขึ้นมาทันที
ข้ามมิติก็ช่างเถอะ ทำไมต้องมาอยู่ในช่วงเวลางี่เง่านี้ด้วยวะ?
ถ้าจะมา ช่วยมาหลังสอบหน่อยสิ ดีกว่าเยอะเลย
หรือถ้าจะให้เวลานานกว่านี้ จะได้ตั้งใจอ่านหนังสือซะหน่อย
แค่เหลือเวลาอีกไม่กี่วันก็ยังดี อย่างน้อยมีข้ออ้างให้นอนเฉยๆ
แต่นี่ เหลือแค่สองเดือน…
หรือว่า…จะให้เรียนรู้จากใครบางคนหรือไง
หาโอกาสผูกมิตรกับพวกเด็กเก่งของห้องไว้ แล้วพอวันสอบก็ขอลอกซะหน่อย?
แต่ของคนอื่นเขามันเป็นการกลับชาติมาเกิดนะเว้ย รู้ล่วงหน้าได้ว่าจะอยู่สนามสอบเดียวกับเด็กเก่ง
ส่วนเรานี่ ‘ข้ามมิติ’ เถอะ! ที่สำคัญฟางโจวก็ทำเรื่องแบบนั้นไม่ลงหรอกต่อให้กลับชาติมาเกิดก็เถอะ!
เหลืออีกตั้งเดือนหนึ่ง! เอาเวลาไปทำเรื่องอื่นดีๆ ไม่ดีกว่าเหรอ!
‘ช่างมันเถอะ’
‘จะยังไงก็ช่างแม่งละกัน!’
ฟางโจวปล่อยวาง แต่ก็นะไม่เหมือนกับพวกข้ามมิติหรือเกิดใหม่คนอื่นที่ต้องเริ่มต้นจากศูนย์
เราอุตส่าห์ข้ามมิติมาเป็น ‘ทายาทมหาเศรษฐี’ นะเฮ้ย! ต่อให้จะไม่เอาไหนยังไง ทรัพย์สมบัติบ้านก็เป็นหมื่นล้าน
อย่างน้อยคงไม่ปล่อยให้อดตายหรอกมั้ง ที่บ้านมีปลาเค็ม*อยู่แล้วหนึ่งตัว จะเป็นไรถ้าจะมีอีกตัว
ฟางโจวมีใจที่สงบนิ่ง ชาติที่แล้วเขาก็เป็นคนแบบนี้อยู่แล้ว
ไม่คิดจะรวยล้นฟ้า ไม่หวังจะเป็นเจ้าของกิจการขนาดใหญ่ แค่พอกินพออยู่ก็โอเคละ
พอนึกแบบนี้ ใจก็สงบลงเยอะ
เสียดายที่เรียนอยู่สายวิทย์ เพราะชาติก่อนเขาเป็นพวกเพ้อฝันดราม่าหนักๆ
สมัยมัธยมยังแต่งกลอนลงพื้นที่ QQ เพื่อโชว์เหนืออยู่เลย
พอขึ้นม.ปลาย ก็ยังคงศึกษากวีนิพนธ์และวรรณกรรมโบราณไม่หยุด
ต่อมาก็เขียนนิยายออนไลน์มาหลายปี พื้นฐานวรรณกรรมมีพร้อม ดังนั้นภาษาจีนน่าจะไม่ใช่ปัญหา
ทำงานอยู่บริษัทข้ามชาติ เวลาทำงานก็ต้องใช้ภาษาอังกฤษบ้างอย่างน้อยอังกฤษในระดับใช้งานทั่วไปยังพอไหว
ถ้าอาศัยเวลาที่เหลือพยายามอีกหน่อย สอบติดวิทยาลัยยังพอมีหวังอยู่บ้าง
แม้จะข้ามมิติมา แต่ฟางโจวก็ไม่ได้เพ้อฝันว่าจะต้องเข้ามหาวิทยาลัยดังให้ได้—ชีวิตน่ะ ขอแค่มีความสุขก็พอ
เขาก้มมองโต๊ะเรียนของตัวเอง สูดจมูกนิด
หือ?...มีกลิ่นแอลกอฮอล์อ่อนๆ ลอยมา
โต๊ะเรียนสะอาดมาก พื้นโต๊ะยังเย็นๆ อยู่นิดๆ ด้วย
ชัดเลย! เพิ่งมีคนเช็ดไปหมาดๆ
ฟางโจวเหลือบมองไปข้างๆ อย่างแปลกใจ หรือจะเป็นเธอ?
ทำให้เขานึกถึงบางอย่างขึ้นมาได้
เหมือนหลังจากได้นั่งข้างเธอ โต๊ะเขาก็สะอาดขึ้นทุกวัน
คนข้างๆ เหมือนจะรู้สึกได้ถึงสายตาที่มองมา รีบก้มหน้าห่อไหล่
ทำท่าเหมือนจะฝังตัวเองเข้าไปในหนังสือ
แต่ด้วยร่างกายที่ค่อนข้างอวบ…
เลยยิ่งดูพิลึกเข้าไปใหญ่
“ขอบคุณนะ” ฟางโจวพูดขึ้นมา
สายตาตกใจหันขวับกลับมามอง พอเห็นฟางโจวจ้องอยู่ เด็กสาวคนนั้นก็หลบสายตาไปทันที
คงไม่คิดว่าเขาจะพูดขอบคุณ เธออายหน้าแดงก่ำ
ลังเลอยู่พักหนึ่งก่อนจะตอบเบาๆ “มะ..ไม่เป็นไร” เสียงเบามาก แทบไม่ได้ยิน
ฟางโจวก็แค่ยิ้ม ไม่พูดอะไรต่อ แต่ในหัวก็ผุดข้อมูลของเพื่อนร่วมห้องคนนี้ขึ้นมา
อดจะรู้สึกบางอย่างไม่ได้ มันนึกภาพไม่ออกเลยว่า
เด็กสาวที่มีรถปอร์เช่คาเยนกับโรลส์รอยซ์แฟนทอมผลัดกันมารับส่งโรงเรียน
จะเป็นคนที่ขี้อายและขี้กลัวได้ขนาดนี้ แถมยังโดนล้ออยู่บ่อยๆด้วย
‘คงเป็นเพราะรูปร่างของเธอ ทำให้ไม่มั่นใจสินะ’
ฟางโจวลูบคาง พลางมองเพื่อนร่วมห้องที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยสนใจมากขึ้นอีกนิด
เธอชื่อ ถังถัง
ผมยาวคลุมไหล่ปิดหน้าส่วนใหญ่ไว้ เหมือนเป็นตาข่ายป้องกันตัวเอง
เธอมีส่วนสูง 170 กว่าๆ ไม่ถึง 175 ซม. ฟางโจวเทียบกับตัวเองแล้วประมาณนี้
เสียดาย...น้ำหนักน่าจะเกิน 75 กิโล
ถ้าเป็นผู้ชาย น้ำหนักกับส่วนสูงแบบนี้ถือว่าธรรมดา
แต่พอเป็นผู้หญิงก็เด่นขึ้นมาทันที
เสื้อชีฟองแขนค้างคาวสีเหลืองนวล กางเกงขากว้าง รองเท้าผ้าใบสีขาว การแต่งตัวมีรสนิยมมาก
อย่างน้อยก็ช่วยปกปิดจุดด้อยของรูปร่างได้ดี
ฟางโจวไม่ใช่สายแฟชั่น ไม่รู้จักแบรนด์ผู้หญิงหรอก แต่ก็พอเดาได้จากฐานะทางบ้านของถังถัง
เสื้อผ้าเธอคงราคาไม่ธรรมดา โลโก้บนเสื้อฟางโจวเคยเห็นที่เสื้อของฟางชิงหลินเหมือนกัน
ในโรงเรียน เธอแทบไม่มีตัวตน แถมยังโดนล้อบ่อยๆ ในช่วงวัยหนึ่งของคนเรา จะไขว่คว้าความเป็นตัวของตัวเอง
อยากให้คนอื่นยอมรับ ทำให้มองข้ามความเห็นอกเห็นใจไป
แม้ในใจไม่ได้เป็นแบบนั้น แต่เพื่อแสดงความเป็นตัวเอง หรือเพื่อตามกระแส ก็จะล้อเลียนคนที่ "แตกต่าง" โดยไม่รู้ตัว
ถังถังคือตัวอย่างของเหยื่อในสถานการณ์แบบนั้น เพราะรูปร่างของเธอ
เมื่อก่อน เจ้าของร่างเดิมแม้จะไม่ได้ล้อเลียนเธอ แต่ลึกๆ ก็คิดไม่ต่างจากคนอื่นเท่าไหร่
แต่ถ้ามองด้วยสายตาของคนวัยสี่สิบ…
ส่วนสูงเกินร้อยเจ็ดสิบ ผิวขาวนวล ดวงตาโต ขนตายาว แววตาใสเป็นประกายเหมือนพูดได้
สาวอวบบ้าอะไรกัน นี่มัน “สาวน้อยผู้เลอค่า” ต่างหาก!
คุณหยวน ราชาแห่งบ่อปลาเคยพูดไว้:
“เลือกผู้หญิงหุ่นบางเพื่อหน้าตา เลือกผู้หญิงอวบเพื่อตัวเอง”
ฟางโจวตอนนี้อยู่ในวัยชายกลางคน ประสบการณ์ที่ผ่านมาทำให้เขาก็มั่นใจรู้สึกสัมผัสได้:
ถังถังที่รูปลักษณ์แบบนี้ ผิวขาวนวลเป็นแต้มบวกมาตั้งแต่เกิด ยังมีพื้นฐานใบหน้าที่งดงามอีก
ช่วงมัธยมอาจไม่ค่อยโดดเด่น แต่พอขึ้นมหาวิทยาลัยก็ต่างกันสิ้นเชิง
สภาพแวดล้อมใหม่ทำให้เธอเองก็จะเปลี่ยนไปด้วย
แค่ลดได้ซักสิบห้ากิโลก็จะเป็นสาวอวบในฝันที่เหนือกว่าพวกสาวผอมเพรียวเลยทีเดียว
(จบบท)
*ปลาเค็ม ในภาษาจีนหมายถึง คนขี้เกียจ คนไม่มีความทะเยอทะยาน