เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 6 วีรบุรุษช่วยเหลือสาวงาม (แบบไม่ค่อยเหมือนวีรบุรุษเท่าไหร่)

บทที่ 6 วีรบุรุษช่วยเหลือสาวงาม (แบบไม่ค่อยเหมือนวีรบุรุษเท่าไหร่)

บทที่ 6 วีรบุรุษช่วยเหลือสาวงาม (แบบไม่ค่อยเหมือนวีรบุรุษเท่าไหร่)


ตึงตึงตึง...

ระหว่างที่ฟางโจวกำลังเหม่ออยู่ เสียงโต๊ะเก้าอี้กระทบกันก็ดังขึ้นข้างๆ

เสียงน่ารำคาญจากข้างหลังดังขึ้น:

“เสือเจ้าพลัง”

“แกชนโต๊ะฉันทำไมฟะ ฉันไม่มีที่นั่งแล้ว จะอ่านหนังสือก็อ่านไม่ได้!”

ตอนนี้ฟางโจวกับถังถังนั่งอยู่แถวรองสุดท้าย ที่นั่งริมสุด

ถังถังนั่งติดผนัง ฟางโจวนั่งติดทางเดิน

โต๊ะของทั้งสองเรียงชิดกัน แต่โต๊ะข้างหลังพวกเขาไม่ได้เรียงตรงกัน

ที่นั่งของฟางโจวไม่มีปัญหาอะไร แต่โต๊ะด้านหลังของถังถังดันเลยออกมาด้านหน้าประมาณสิบกว่าซม.

เดิมทีถังถังก็ไม่ได้ตัวเล็กอะไร โต๊ะที่ยื่นมานี่ดันเข้าหลังเธอเต็มๆ จนเธอต้องขยับตัวมาข้างหน้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

เธอนั่งห่อตัวเป็นกุ้ง แต่เพื่อนร่วมชั้นด้านหลังก็ยังไม่พอใจ

พาดขาบนขาโต๊ะ เขย่าขาแบบไม่สนใจโลก จนโต๊ะกระแทกผนังเสียงดังโครม

ถังถังก็ถูกกระแทกจนโคลงเคลงไปด้วย

แถมเจ้าหลังห้องคนนั้น ‘จางเซียว’ ยังหน้าด้านฟ้องก่อนอีกต่างหาก พร้อมตะโกนเยาะเย้ย

‘เสือเจ้าพลัง’ เป็นฉายาที่หลายคนตั้งให้ถังถัง น่าจะเพราะดูการ์ตูนมากเกินไป

และคนที่เริ่มเรียกชื่อนี้เป็นคนแรก ก็คือจางเซียวนั่นเอง

เมื่อเห็นความยโสของคนด้านหลัง และความอดทนครั้งแล้วครั้งเล่าของสาวน้อยผู้ขี้อาย

ฟางโจวอดที่จะรู้สึกว่า ‘คนใจดีมักจะถูกรังแก!’

โรงเรียนมัธยมอันดับสามเป็นโรงเรียนชั้นนำของเมืองหนานอู๋ นักเรียนที่นี่ส่วนใหญ่ก็เก่งกันทั้งนั้น

แน่นอนว่าก็มีนักเรียนบางคนที่เข้ามาได้ด้วยเส้นสาย ซึ่งก็เป็นเรื่องความสัมพันธ์ส่วนตัวที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

เพื่อความสะดวกในการดูแล ทางโรงเรียนจึงรวมคนที่เข้ามาด้วยเส้นสายพิเศษไว้ในห้องเดียวกัน

รวมทั้งพวกเด็กนักเรียนมีปัญหาไว้ห้องเดียวกัน นั่นคือห้องสองของพวกฟางโจว

ระดับมัธยมปลายมี ‘ห้องพิเศษ’ ซึ่งเป็นห้องสำหรับเด็กเรียนเก่ง

คือห้องหนึ่งที่อยู่ติดกัน ฟางชิงหลินก็เรียนอยู่ห้องนี้

ส่วนห้องสองนี้มีนักเรียนหลากหลายประเภทมากกว่า

บางคน..ชอบล้อเลียนคนอื่นเป็นกิจวัตร ที่แย่คือ คนพวกนี้ยังไม่รู้ตัวว่าผิดด้วย

คิดว่าตัวเองแค่ ‘ล้อเล่น’ เป็นข้ออ้างสำหรับการกลั่นแกล้งในโรงเรียน อันนี้แหละที่น่าโมโหสุด!

ฟางโจวหันไปมองเจ้าหนุ่มขี้เก๊กข้างหลัง มือก็ค่อยๆ ม้วนหนังสือภาษาจีนเล่มใหญ่เข้าหากัน

‘จางเซียว’ ตัวเตี้ยกว่าฟางโจวนิดหน่อย ประมาณ 180 ซม. แต่หนักเกินร้อยโล

หน้ากลมๆ เต็มไปด้วยไขมัน ผมทรงสกินเฮด เวลามองใครชอบเหล่ตาใส่ ทำท่า “อย่ามายุ่งกับกู”

อ้างตัวเป็นนักเรียน จริงๆ มาโรงเรียนแค่ฆ่าเวลา

พอเห็นฟางโจวหันมา จางเซียวก็ไม่สะทกสะท้าน แถมยังพูดต่อ

“เสือเจ้าพลัง เธอช่วยเช็ดโต๊ะให้หนุ่มหล่อของเธอทุกวัน แบบนี้เรียกแฟนปะ?”

“เมื่อไหร่จะช่วยเช็ดโต๊ะให้พวกเราบ้างล่ะ”

“เพื่อนร่วมชั้นก็ต้องช่วยกันดิ”

ฟางโจวยิ้มเหยียดๆ ตอนแรกก็แค่อยากหาเรื่องเบาๆ

เพราะลงไม้ลงมือมันต้องมีเหตุผลนิดนึง

ใครจะคิดว่าอีกฝ่ายเสนอชื่อมาให้ก่อนซะงั้น…ดีเลย

‘เพียะ!’

หนังสือในมือฟาดเข้าไปเต็มแรง

หนังสือที่ม้วนจนแข็งแทบจะเป็นกระบอง กระแทกเข้าหน้าจางเซียวเต็มๆ

จนอีกฝ่ายหงายหลังลงไปกองกับพื้น “ปากเหม็นแบบนี้ คิดว่าเท่หรือไง?”

หลังจากฟาดเรียบร้อย ฟางโจวก็ลุกขึ้น เดินไปข้างหลัง

ลากเพื่อนที่นั่งหลังตัวเองออกมาให้พ้นทาง

ในเมื่อจะลงมือ ก็ต้องให้มัน ‘เข็ดขยาด’ หรือไม่ก็ ‘หมดทางตอบโต้’

..ชาติก่อน เขาโตมาในหมู่บ้านทางเหนือของมณฑลเจียงหนาน

คนแถวนั้นเลือดร้อน ทะเลาะกันทีต้องใช้อาวุธตลอด   

มันกลายเป็นสัญชาตญาณพื้นฐานไปแล้ว..

ฟางโจวเดินเข้าไป จางเซียวก็ฝืนลุกขึ้นมา ชี้นิ้วใส่

แต่ยังไม่ทันได้ขู่ ฟางโจวก็คว้านิ้วนั้นแล้ว ‘หัก’ ไปอีกทางทันที

‘แกร๊ก!’ จางเซียวเจ็บจนพูดไม่ออก เทคนิคต่อสู้ระดับพื้นฐานฟางโจวก็ใช่ย่อย

คนทั่วไปถ้านิ้วโดนหักยังไงก็ทนไม่ได้

เขาควบคุมนิ้วจางเซียว ดันอีกฝ่ายติดผนัง แล้วตบไปสองที  ‘เพียะ เพียะ!’

ถึงจะยิ้ม แต่จางเซียวก็กลัวจนเย็นวาบทั้งตัว

เหตุการณ์เกิดเร็วมาก เพื่อนๆข้างหน้าเพื่งเริ่มสังเกตว่าด้านหลังมีเรื่อง พอหันกลับมาก็มองตาค้าง

เพราะฟางโจวกับจางเซียวก็ไม่ได้ต่างกันเท่าไหร่ในสายตาคนอื่น

แต่จริงๆ แล้ว.. ‘ต่างกันเยอะ’

จางเซียวคือตัวอย่างของนักเรียนเกเร พ่อของเขาเปิดบริษัทก่อสร้าง

เอาจริงก็เป็นแค่หัวหน้าคนงาน มีลูกน้องเป็นร้อย รับงานก่อสร้างเล็กๆ หรือไม่ก็รับช่วงจากบริษัทใหญ่

พนักงานส่วนใหญ่เป็นกรรมกรและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย

ยุคนี้ใครทำงานพวกนี้...ส่วนใหญ่ก็หัวร้อนมีความเถื่อนๆทั้งนั้น บางทีก็รับงานช่วยรื้อถอนบ้านพร้อมทีมงาน

เขาได้รับอิทธิพลจากพ่อ จางเซียวเลยชอบโชว์กร่างในโรงเรียน เรื่องชกต่อยมีเป็นประจำ

แต่รอบนี้บอกได้เลยว่าเจอของแข็ง!!!

ส่วนฟางโจว..ไม่ใช่เด็กดีแบบมาตรฐาน แต่ก็ไม่ใช่เด็กเกเรเต็มตัว

ถึงจะชอบทำตัวเรื่อยเปื่อย แต่เพราะแม่ ฟางอวี้หรูเป็นคนเข้มงวด

เขาก็เลยไม่กล้าทำอะไรที่มากเกินไปนัก

จางเซียวรู้ดีว่าครอบครัวฟางโจวเป็นยังไง และตัวฟางโจวเองก็ไม่ใช่คนจะยั่วโมโหได้

ที่ผ่านมาเลยต่างคนต่างอยู่ ถึงจะล้อเล่นบ้าง…แต่ไม่เคยแรงขนาดนี้

วันนี้ก็แค่จะหาเรื่องถังถังเท่านั้น ใครจะคิดว่าฟางโจวอยู่ๆจะคลั่งใส่ ทำเอาจางเซียวจ๋อยไปเลย

ซึ่งความจริง..ฟางโจวเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องทำขนาดนี้

ข้อแรก..มีจิตสำนึกความยุติธรรม? ×

ข้อสอง..รู้ถึงสถานะครอบครัวของถังถังเลยอยากแสดงไมตรีจิต? ×

ข้อสาม..ค้นพบสาวน้อยผู้เลอค่า เลยอยากจีบ? ×

หรือสุดท้าย..แค่เบื่อๆ อยากหาเรื่องระบายอารมณ์ ✓

ใช่! เขาแค่รู้สึกอารมณ์ไม่ดี อยากระบาย อยากหาเรื่อง!

ตอนนั้นเอง...เสียงตวาดก็ดังมาจากประตูห้องเรียน

“วุ่นวายอะไรกัน! พวกนายสองคน ออกมาข้างนอก! เลย

อีกแค่สองเดือนก็จะสอบเข้ามหาวิทยาลัย ยังจะมาทะเลาะกันอีก ไปห้องพักครูเดี๋ยวนี้!”

“ส่วนคนอื่นๆ กลับไปนั่งที่ อ่านหนังสือต่อ!”

พอเห็นคนที่ยืนอยู่ตรงประตู ทุกคนรีบกลับไปนั่งที่เรียบร้อย

คนนั้นคือครูซงเต๋อเจียง ครูหัวหน้าฝ่ายระดับชั้นมัธยมปีที่ 6 ฉายา ‘ซงหน้าดำ’

ปกติก็หน้าเครียดจนใครเห็นก็เสียวสันหลัง

วันนี้เป็นวันเสาร์ นักเรียนระดับอื่นหยุด มีแต่ชั้นมัธยมปีที่ 6 ที่มาโรงเรียนเท่านั้น

อีกแค่สองเดือนจะสอบเข้ามหาวิทยาลัย ครูกับนักเรียนทุกคนต่างเครียดขั้นสุด

‘ซงหน้าดำ’ ก็มักจะวนมาดูห้องเรียนอยู่บ่อยๆ และบังเอิญวันนี้ ก็มาเจอนักเรียนตีกันพอดี

ฟางโจวกับจางเซียวถูกพาออกไปที่ระเบียง ซงหน้าดำถามสองสามคำ แล้วก็พาเดินตรงไปห้องพักครู

ในห้องเรียนก็เริ่มซุบซิบกันทันที:

“เกิดอะไรขึ้นเนี่ย ฟางโจวกับจางเซียวไปตีกันได้ไง?”

“ไม่รู้สิ ปกติก็ไม่ได้มีเรื่องอะไรกันนี่นา อยู่ดีๆ จะมีปัญหาอะไร?”

“แต่ไม่คิดเลยนะ ว่าฟางโจวจะดุขนาดนี้ จางเซียวสู้ไม่ได้เลย”

“นั่นดิ ปกติก็เงียบๆ แฮะ”

เพราะเรียนห้องเดียวกัน ทุกคนก็พอรู้ว่าใครบ้านเป็นยังไง

แม้แม่ของฟางโจว—ฟางอวี้หรู—จะไม่ค่อยสนใจเรื่องลูกนัก

แต่เรื่องบางอย่างก็ปิดไม่มิด ทุกคนรู้ว่าบ้านฟางโจวจัดว่าเป็นชนชั้นสูงในห้องรียน

มีคนเห็นถังถังที่ยังนั่งเหม่ออยู่ เลยถามว่า “ถะ...ถังถัง เมื่อกี้มันเกิดอะไรขึ้นน่ะ?”

พวกเขานั่งโต๊ะเดียวกัน ถังถังน่าจะรู้ว่าเกิดอะไร แต่ตอนนี้ ถังถังยังอยู่ในสภาพงงๆ

เด็กสาวที่ปกติขี้อาย ขี้กลัว แค่จะพูดกับคนอื่นยังเบาเหมือนเสียงยุง จะเคยเห็นอะไรแบบนี้ที่ไหนกัน

ตอนที่ฟางโจวลงมือกับจางเซียว ถังถังทั้งตัวก็สั่นไปหมด จนเพื่อนข้างๆถามถึง ถังถังเลยเริ่มได้สติ

ในใจเธอเต็มไปด้วยความรู้สึกแปลกๆ  ‘ฟางโจวทำเพื่อตัวเธอ?’

เธอเงยหน้ามองเพื่อนข้างๆ มือกำแน่น เหมือนกำลังรวบรวมความกล้า ไม่สนคำถามของเพื่อนเลยซักนิด

แทรกตัวผ่านฝูงชนออกจากห้องเรียน รีบตรงไปที่ห้องพักครู

(จบบท)

จบบทที่ บทที่ 6 วีรบุรุษช่วยเหลือสาวงาม (แบบไม่ค่อยเหมือนวีรบุรุษเท่าไหร่)

คัดลอกลิงก์แล้ว