เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

405 - คนเราต้องรู้จักประเมินตัวเอง

405 - คนเราต้องรู้จักประเมินตัวเอง

405 - คนเราต้องรู้จักประเมินตัวเอง


405 - คนเราต้องรู้จักประเมินตัวเอง

เช้าวันรุ่งขึ้น ฉินโม่ถูกปลุกขึ้นแต่เช้าตรู่

“ท่านลุงเกา ทำไมท่านถึงมาที่นี่เช้าแบบนี้?”

“โอ้ ฝ่าบาทให้ข้ามาตามเจ้าเข้าวังนะ เมื่อวานเจ้าให้สวีเชวียเผยแพร่สิบหกข้อกฎเกณฑ์ในเมืองหลวง ฝ่าบาทอยากรู้ว่าเจ้าคิดจะทำอย่างไรต่อไป”

“เรื่องแค่นี้เองหรือ ลุงเกา ข้าขอนอนต่ออีกหน่อยได้ไหม ตอนนี้ข้ายังง่วงอยู่เลย!”

“เจ้าตัวดี ฝ่าบาทกำลังรอคำตอบจากข้าอยู่เลยนะ” เกาซื่อเหลียนกล่าว “ถ้าไม่ได้จริงๆ เจ้าบอกข้ามาสักหน่อย ข้าจะไปบอกต่อก็ยังดี”

ฉินโม่เกาศีรษะ “ท่านก็ไปบอกพระบิดาว่า ข้าตั้งใจจะทำให้เมืองหลวงปราศจากโจรและปลอดภัยแม้ยามวิกาล”

เกาซื่อเหลียนกล่าว “แต่ในเมืองหลวงมีการห้ามออกนอกเคหสถานในเวลากลางคืนนะ”

ฉินโม่กล่าว “ข้าคิดว่าการห้ามออกนอกเคหสถานตอนกลางคืนมันไม่ถูกต้องเสียเลย ตอนกลางคืนไม่มีอะไรให้ทำมากอยู่แล้ว ใครๆ ก็นอนกันหมด จะดีกว่าไหมถ้าให้ทุกคนได้ออกมาทำกิจกรรม จะได้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจด้วย”

เกาซื่อเหลียนพยักหน้า เขาคุ้นเคยกับคำกล่าวที่ไม่คาดคิดของฉินโม่เสียแล้ว แม้คำกล่าวของเขาจะฟังเหมือนกล่าวเกินจริงไปบ้าง แต่ภาพที่วาดไว้นั้นก็ชวนให้คาดหวัง

“อีกอย่างนะ ผ้าอนามัยที่เจ้าผลิตน่ะ ขายดีมากเลยในวัง ทุกวันคนในวังสามพันกว่าคนซื้อวันละสองสามแผ่น รวมแล้ววันละเกือบเก้าพันแปะ ราคาสองอีแปะแต่ก็สามารถทำเงินได้มากกว่าห้าหกพันตำลึงต่อเดือน ยังไม่นับสตรีในวังอีกสองหมื่นกว่าคน เดือนที่แล้วเกือบทุกคนมารับสินค้าจากข้าไปห่อใหญ่สิบห้าตำลึง รวมเป็นเงินอีกสามพันตำลึงต่อเดือน พวกข้าใช้ชื่อเจ้าส่งให้พวกนางเลยนะ พวกนางกำนัลในวังชอบกันใหญ่” เกาซื่อเหลียนกล่าวพลางส่งเงินมาให้ “เงินนี่ ข้าส่งให้เจ้าหมดเลยนะ!”

“ลุงเกา ข้าเคยบอกแล้วไม่ใช่หรือว่าเงินที่ได้จากวังเราหารกันคนละครึ่ง ข้าไม่ได้คิดจะหากำไรจากวังหรอก” ฉินโม่กล่าว

“ไม่ได้หรอก ของที่เจ้าทำมาน่ะใช้ดีมาก ข้ารับรู้ถึงความกตัญญูของเจ้าในใจ แต่ข้าก็มีสองคำจะเตือนเจ้าไว้เช่นกัน เจ้าก็ทำหน้าที่ของเจ้าไปเถอะ ไม่ต้องยุ่งเรื่องอื่น หน้าที่ใหม่ไม่ต้องรีบสอดมือไปยุ่ง ทำแค่ที่จำเป็นพอ ที่ในวังตอนนี้ก็มีเรื่องซับซ้อน อย่าได้ผลีผลามเข้าไปยุ่ง เข้าใจไหม?”

“เข้าใจแล้ว ท่านลุง!”

“อีกอย่าง เจ้าต้องระวังอู่เช่อ เขาจับตามองเจ้าอยู่ตลอด ไม่ใช่เพราะฝ่าบาท ฝ่าบาทรักเจ้าเหมือนบุตร ไม่มีทางทำเรื่องแบบนั้นหรอก แต่เจ้าทำให้เขาไม่พอใจหลายครั้งแล้ว เขาจึงอาฆาตเจ้าอยู่”

“เจ้าตัวเจ้าเล่ห์ ข้ารู้ว่าเขาไม่มีทางเป็นคนดีได้แน่!”

“อย่ากลัว ฟังข้าไว้ ข้าจะช่วยจัดการเอง ถ้าเขากล้าทำอะไรเจ้าล่ะก็ ข้าจะกำจัดเขาออกไปทันที” เกาซื่อเหลียนกล่าวพลางลูบศีรษะฉินโม่ “ข้ากลับก่อน นอนต่อเถอะ!”

ฉินโม่ไม่ง่วงแล้ว “ท่านลุง เดี๋ยวก่อน ข้ามีของดีให้ท่านลองชิม!”

ฉินโม่หยิบใบชาที่คั่วเมื่อวานออกมาจากตู้ “นี่เรียกว่าชาปี้หลัวชุน ข้าทำเอง ถ้าท่านรู้สึกเหนื่อยก็แค่หยิบใส่ถ้วยแล้วรินน้ำร้อนลงไป”

“ไม่ต้องต้มเลยหรือ?”

“ไม่ต้องเลย รสชาติดีกว่าชาต้มเยอะ ท่านลองดูเถอะ”

“ดี ข้าจะไม่เกรงใจล่ะนะ” เกาซื่อเหลียนยิ้ม เขาชอบความสัมพันธ์อันเป็นกันเองเช่นนี้ อย่างน้อยที่สุดจนถึงตอนนี้ฉินโม่ก็ไม่เคยขอความช่วยเหลืออะไรจากเขาเลย

หลังส่งเกาซื่อเหลียนออกไปแล้ว ฉินโม่ก็รู้สึกไม่ง่วง เขาแต่งตัวแล้วเดินไปที่ร้าน “เหยียวเถียวซูหนี่”

ร้าน “เหยียวเถียวซูหนี่” เป็นร้าน “ขายเสื้อผ้าสตรี” ที่ฉินโม่เปิดขึ้นมา โดยมีพนักงานในร้านเป็นคนของสำนักเหมู่บ้านตระกูลฉินทั้งหมด

“คุณชาย ท่านมาแล้ว!” เกาเหยาเดินเข้ามา ทันใดนั้นฉินโม่ก็มองตาค้าง “เสี่ยวเกา ชุดสตรีนี่เหมาะกับเจ้ามากนะ เสียดายที่เจ้าเป็นผู้ชาย!”

ฉินโม่กลืนน้ำลาย รู้สึกไม่กล้ามองจริงๆ ตั้งแต่เขาให้เกาเหยามาดูแลร้าน “เหยียวเถียวซูหนี่” ก็เพราะเห็นว่าเกาเหยาเป็นเหมือนหญิงครึ่งชาย ในยุคสมัยนี้ การที่ผู้ชายเป็นเจ้าของร้านขายเสื้อผ้าผู้หญิงไม่ค่อยสะดวกนัก ในขณะที่ผู้หญิงจำนวนมากก็ขาดความรู้เรื่องการจัดการและการทำบัญชี

เกาเหยาก้มหน้าพลางหน้าแดงเล็กน้อยด้วยความเขินอาย “คุณชาย เชิญเข้ามาได้เลย ตอนนี้ลูกค้าในร้านยังไม่เยอะนัก แต่อย่าเดินไปทั่ว หลายคนกำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่”

ฉินโม่พยักหน้า หยิบสมุดบัญชีขึ้นมาดู “ธุรกิจดีทีเดียว ขายได้พันห้าร้อยตำลึงในครึ่งเดือนหรือ?”

“ใช่แล้ว ฮูหยินที่มียศต่างๆ ชอบเสื้อผ้าในร้านเรามาก โดยเฉพาะภรรยาของเอ้อกว๋อกงเอ้อกว๋อกงและอ๋องเฟยของเฉิงอ๋อง ทั้งสองท่านมาเป็นประจำ บุตรีหลายคนของพวกนางก็ชอบมาที่นี่เพราะมีตัวอย่างให้เห็น บอกว่าเสื้อผ้าของเราสวมใส่สบายกว่าผ้ารัดหน้าท้องและชุดชั้นในแบบเก่าๆ”

“แล้วอย่างไรอีก?” ฉินโม่ถาม

“เอ่อ…และยังมีเรื่องที่ฮูหยินเหล่านั้นบอกว่าเสื้อผ้าของเรามีเสน่ห์เป็นพิเศษ ภรรยาของเอ้อกว๋อกงบอกว่า กว๋อกงเองก็ชอบเสื้อผ้าของเรามาก ถึงกับชอบฉีกเล่นเสียด้วย” เกาเหยาหน้าแดงจนแทบไม่กล้ามอง

ฉินโม่กลืนน้ำลายอีกครั้ง หัวเราะแห้งๆ “ไอ้แก่นั่น ท่าทางจะชอบอะไรแปลกๆ สินะ!”

ฉินโม่คิดอยู่ในใจ นี่ถ้ามีถุงน่องเข้ามาขายที่ต้าเฉียน คงทำกำไรเป็นกอบเป็นกำ เขาตั้งใจว่าจะพยายามหาวิธีประดิษฐ์เครื่องทอถุงน่องให้ได้ แม้ตัวเขาเองจะไม่เชี่ยวชาญด้านนี้ แต่ก็ได้แต่หวังพึ่งคนงานมากมายของตระกูลฉินน่าจะมีใครค้นหาวิธีได้

“นี่ถือว่ายังไม่เท่าไหร่ อ๋องเฟยของเฉิงอ๋องสั่งถึงร้อยชุด พร้อมวางมัดจำห้าร้อยตำลึงเมื่อวานด้วย และผ้าอนามัยของเราก็ขายดีเช่นกัน ทั้งหมดนี้ต้องยกความดีความชอบให้กับภรรยาของเอ้อกว๋อกงและอ๋องเฟยของเฉิงอ๋องที่ช่วยโฆษณาให้”

ฉินโม่ลูบคาง เห็นได้ชัดว่าภรรยาของทั้งสองนั้นเป็นเจ้าแม่วงแฟชั่นของยุคนี้อย่างแท้จริง

“นอกจากนี้ องค์หญิงสามและองค์หญิงหกก็แวะมาเป็นประจำด้วย” เกาเหยากล่าวเสริม

ฉินโม่ถอนหายใจ พี่สามของเขานับแต่หมั้นหมายไปแล้วก็แทบไม่ได้เจอหน้าเลย

ทันใดนั้น เสียงหนึ่งดังขึ้น “ฉินโม่เจ้าคนโง่ วันนี้ข้าจะจัดการเจ้าให้ได้!”

ฉินโม่หันไปยิ้ม “อ้าว เจ้าเองหรือ!”

เขามองนางตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า “ใส่เสื้อผ้าของร้านเราสบายดีไหม? แต่ข้าอยากจะเตือนหน่อยนะ คนเราต้องยอมรับตัวเอง เจ้าอัดของไว้ข้างในเยอะขนาดนี้ ไม่หนักบ้างหรือ?”

คำกล่าวของฉินโม่ทำให้ความมั่นใจที่หลี่จิ้งหยาเพิ่งสะสมไว้พังทลายในพริบตา นางเม้มปากแน่น “เจ้า เจ้า…ไอ้โง่! เจ้ามันบ้า! เจ้ารังแกข้าตลอด ข้าจะสู้กับเจ้า!”

นางพุ่งเข้าไปดึงทึ้งฉินโม่อย่างไม่คิดชีวิต ฉินโม่แค่หยอกล้อ ไม่คิดว่านางจะโกรธถึงขั้นนี้ จึงผลักนางออกไปเบาๆ

หลี่จิ้งหยาก้าวถอยหลังไปสองก้าว ก้มลงมองเห็นว่าเสื้อของนางยุบลงไป

ฉินโม่ยิ้มแห้งๆ “คือว่า ข้าไม่ได้ตั้งใจจริงๆ นะ!”

หลี่จิ้งหยาถึงกับน้ำตาไหลออกมาทันที “เจ้าโง่ฉิน! รู้จักแต่จะรังแกข้า”

นางโกรธจัด พุ่งเข้ามางับแขนของฉินโม่เต็มแรง “ข้าจะกัดเจ้าให้ตาย!”

ฉินโม่สะดุ้งด้วยความเจ็บ “ปล่อยเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นข้าจะโกรธจริงๆ แล้วนะ!”

“สมควรแล้ว ใครให้เจ้ารังแกข้า ใคให้เจ้ารังแกข้า!” หลี่จิ้งหยาตะโกนด้วยความโมโห

ฉินโม่ไม่ปล่อยให้นางทำตามใจ จึงจับปากนางบีบออก หลี่จิ้งหยารู้สึกเจ็บจึงยอมปล่อยมือ ฉินโม่จับนางแน่นและฟาดเบาๆ ไปที่หลังของนาง “คราวหลังอย่ามากัดอีกนะ จำบทเรียนไว้ ไม่อย่างนั้นจะโดนฟาดอี

............

ฝากนิยายครับ เป็นนิยายตลกยุคหลี่ซื่อหมินราชวงศ์ถัง สุภาพบุรุษผู้ว่างงานแห่งรัชศกเจิ้งกวน

จบบทที่ 405 - คนเราต้องรู้จักประเมินตัวเอง

คัดลอกลิงก์แล้ว