- หน้าแรก
- ราชบุตรเขย โง่ อันดับหนึ่ง
- 306 - ข้ามีนามว่าเว่ยเสี่ยวเป่า
306 - ข้ามีนามว่าเว่ยเสี่ยวเป่า
306 - ข้ามีนามว่าเว่ยเสี่ยวเป่า
306 ข้ามีนามว่าเว่ยเสี่ยวเป่า
ฉินเซียงหรูกล่าวต่อไปด้วยน้ำตาที่ไหลริน “ฝ่าบาท กระหม่อมคงไม่มีอะไรจะกล่าวมากความ ขุนนางที่ก่อกบฏในกวนจงถูกลงโทษแล้ว ทรัพย์สินและเสบียงที่ได้จากการยึดทรัพย์ จะนำเข้าวังในเร็วๆ นี้
กระหม่อมขอบพระทัยฝ่าบาทที่โปรดให้คนในตระกูลของกระหม่อมได้เข้ามายังเมืองหลวง!”
เมื่อกล่าวถึงเรื่องนี้ น้ำตาของฉินเซียงหรูก็เอ่อล้นอีกครั้ง “แต่บัดนี้บุตรของกระหม่อมหายตัวไป กระหม่อมต้องการไปตามหาเขา หากหาไม่พบ กระหม่อมก็ไม่อยากจะมีชีวิตอยู่ต่อไป ขอฝ่าบาททรงโปรดอนุญาตด้วย!”
หลี่ชื่อหลงรีบประคองฉินเซียงหรูขึ้น “เซียงหรู ข้าต้องขอโทษเจ้า ข้าไม่ได้ดูแลฉินโม่ให้ดี แต่จงวางใจ ข้าจะค้นหาจนทั่วทุกที่ ต่อให้ต้องขุดลึกลงสามชั้นดิน ข้าก็จะหาตัวเขาให้พบ!”
“ขอบพระทัยฝ่าบาท กระหม่อมทูลลา!” ฉินเซียงหรูก้มคำนับ เดินออกจากตำหนักไปช้าๆ แต่พอพ้นประตูใหญ่ ก็วิ่งออกไปทันที
หลี่ชื่อหลงกอดอกครุ่นคิด เขารู้ดีว่าฉินโม่เป็นเสมือนหลักยึดเหนี่ยวของฉินเซียงหรู หากฉินโม่เป็นอะไรไป ฉินเซียงหรูคงแทบไม่อยากมีชีวิตอยู่
แม้ในใจจะเต็มไปด้วยความโศกเศร้า แต่ก็ยังคงวางตัวในฐานะขุนนางอย่างสมบูรณ์แบบ ขุนนางเช่นนี้เขาจะไม่เอ็นดูได้อย่างไร?
“ถ่ายทอดคำสั่ง ปิดล้อมทั่วทั้งมณฑลห้ามผู้คนสัญจรอย่างเด็ดขาด กระจายกำลังออกไปค้นหาในเมืองซูหนาน เจิ้ง ฮวาอิน หลันเถียน และอีกยี่สิบเขตรอบๆ เมืองหลวง
แต่งตั้งหลี่เยว่เป็นข้าหลวงพิเศษมีอำนาจตรวจค้นทุกที่ สามารถใช้ทหารในพื้นที่ได้ หากพบการต่อต้าน ให้สังหารก่อนแล้วค่อยรายงาน!”
แม้ทุกคนอาจไม่ให้ความสำคัญเท่าที่ควร แต่หลี่เยว่ต้องเอาใจใส่แน่นอน
“กระหม่อมรับบัญชา!” เกาซื่อเหลียนรีบสั่งการให้ร่างประกาศ และตามหาตัวหลี่เยว่ เมื่อพบแล้ว เขาก็ออกเดินทางทันที พร้อมด้วยองครักษ์ห้าสิบคนที่หลี่ชื่อหลงพระราชทานให้ รวมทั้งทหารอีกสามร้อยนาย
“เจ้าโง่ ข้าจะต้องหาตัวเจ้าจนพบ หากเจ้าต้องเป็นอะไรไป ข้าจะไม่ปล่อยให้พวกมันรอดไปสักคนเดียว!”
ในช่วงนี้ หลี่เยว่กลั้นน้ำตาไว้ไม่รู้กี่ครั้ง เขาไม่อาจนึกถึงชีวิตที่ไร้ฉินโม่ได้เลย
เขาโทษตัวเองที่ไม่สามารถแข็งแกร่งพอ คนที่ถูกลักพาตัวไปคือพี่น้องของเขาแท้ๆ
---
ฉินโม่รู้สึกเหมือนตนฝันยาวนาน ในความฝัน ทุกคนล้อมรอบเตียงเขาร้องไห้
หัวเขาเจ็บระบมไปหมด
เมื่อเขาลืมตาขึ้นอีกครั้ง พบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงที่นุ่มนวล หอมละมุน
ข้างๆ มีสาวใช้คนหนึ่งกำลังนอนหลับสนิท
เขาเลียริมฝีปากแห้งผาก ใคร่ครวญว่า ตนยังไม่ตาย?
แล้วที่นี่คือที่ไหน?
เขาควบคุมสติ หัวที่มึนงงเริ่มผ่อนคลายลงเล็กน้อย แต่สะโพกและขาขวายังปวดระบม ท้องร้องด้วยความหิว “เฮ้ น้องสาวคนสวย ตื่นเถอะ…”
สาวใช้คนนั้นลืมตาขึ้นอย่างงุนงง “อ้อ คุณชายฟื้นแล้ว...อ๊า! คุณฟื้นแล้ว!”
นางอุทานด้วยความตกใจและวิ่งออกไปตะโกน “คุณหนูๆ เขาฟื้นแล้ว!”
สาวใช้วิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งฉินโม่ให้นั่งงงอยู่บนเตียง
เขาสำรวจไปรอบๆ บรรยากาศที่นี่ไม่น่าจะเป็นที่ซ่อนของโจร แต่ก็ไม่ควรประมาท
เมื่อมองดูเสื้อผ้าตน พบว่าถูกเปลี่ยนทั้งตัวแล้ว “เวรเอ๊ย! กล่องกลอุบายพันพิษของข้าหายไปแล้ว!”
แม้จะเสียดาย แต่เขาก็รู้สึกว่าตนเองรอดมาได้ก็นับว่าโชคดีมากแล้ว
เขาทนความเจ็บลุกขึ้น หยิบกาน้ำข้างๆ ขึ้นมาดื่มโดยไม่สนใจว่ามีพิษหรือไม่ เพราะถ้าคนช่วยเขาฟื้น พวกนั้นคงไม่ใส่น้ำพิษในกาน้ำ
ทันใดนั้นเขาได้ยินเสียงฝีเท้าจากด้านนอก จึงรีบหยิบกรรไกรข้างๆ มาเตรียมตัว และกลับไปนอนบนเตียง ทำทีอ่อนแรง
เสียงฝีเท้าหนักแน่นเข้ามาใกล้ สาวใช้คนนั้นนำสตรีคนหนึ่งเข้ามา พร้อมกับชายวัยสี่ห้าสิบปีตามมาด้วย
“คุณหนู เขาฟื้นแล้วค่ะ!”
ฉินโม่เงยหน้าขึ้นมองและถึงกับตะลึง ผู้หญิงคนนี้…ช่างงดงามยิ่งนัก
ทั้งผิวขาวราวหิมะ ผิวกายราวกับหยก ความงามดั่งเทพธิดาที่ทำให้จิตใจหวามไหว นี่ไม่ใช่คำกล่าวเกินจริงสำหรับนางเลย
“โอ้โห… ตายแน่ คราวนี้คงได้ตายจริงๆ แล้วสินะ!”
เขากล่าวออกมาอย่างตื่นเต้น “เทพธิดาผู้มีเมตตา เป็นท่านช่วยชีวิตข้าไว้หรือ?”
หญิงสาวขมวดคิ้วเล็กน้อย “คนรับใช้ของข้าซื้อถ่านผ่านไปเจอเจ้าล้มอยู่ในพุ่มไม้ข้างทาง เจ้าได้สลบไปแล้วสองวันสองคืน”
เสียงของนางช่างอ่อนหวานราวกับธารน้ำใส ทำให้หัวใจสดชื่นราวกับน้ำผึ้ง
ฉินโม่ก้มศีรษะลงเล็กน้อย กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงใจ “ขอขอบคุณท่านเทพธิดาผู้มีเมตตา คนงามก็ใจงาม”
“อืม ไหลฝู มาดูอาการเขาหน่อย” หญิงสาวกล่าว
ชายผู้มากวัยกว่าเปิดกล่องยา ยกผ้าห่มขึ้นแล้วพยายามจะเลิกขากางเกงฉินโม่ขึ้น
“ลุง ท่านทำอะไรน่ะ?” ฉินโม่มองอย่างระแวง
“จะทำแผลให้เจ้าอย่างไร เจ้าถูกลูกศรยิงที่ขา ข้าช่วยดูดพิษให้ ตอนนั้นเจ้าไข้ขึ้นสูงถึงสองวัน ข้าเองก็คิดว่าเจ้าคงรอดยาก แต่เช้านี้ไข้เจ้าลดแล้ว” ไหลฝูกล่าว
“ท่านช่วยดูดพิษ?” ฉินโม่มองไหลฝูที่มีฟันเหลืองจัด รู้สึกสะอิดสะเอียนขึ้นมา
“ใช่แล้ว ไม่ต้องกลัว ข้าจะดูแผลให้พร้อมกับใส่ยาด้วย ไม่อย่างนั้นแผลอาจจะอักเสบได้!”
เขาม้วนขากางเกงของฉินโม่ขึ้น สาวใช้และคุณหนูต่างก็หันหน้าหนี ไหลฝูตรวจดูแผล “เจ้าโชคดีที่ลูกศรไม่โดนกระดูกหรือเส้นเอ็น ไม่เช่นนั้นคงไม่รอด”
เขาคว้าสมุนไพรสีดำออกมาจากกล่องยาและปิดลงบนแผล จากนั้นกล่าวว่า “เรียบร้อย ทายาต่อไปเรื่อยๆ ล่ะ พิษยังไม่หมด อาจต้องใช้เวลาอีกสามถึงสี่วัน”
“อืม พวกเจ้าออกไปเถอะ” หญิงสาวกล่าว
หลังจากไหลฝูออกไป หญิงสาวถามฉินโม่ว่า “เจ้าชื่ออะไร เป็นคนที่ไหน ทำไมถึงใส่เกราะแล้วโดนยิงล้มลงข้างทาง?”
“เฮ้อ เรื่องนี้กล่าวไปก็ยาว แต่ท่านเทพธิดา ข้าอยากถามว่านี่คือที่ใด? ยังอยู่ในเมืองหลวงหรือไม่?”
“ที่นี่อยู่ห่างจากเมืองหลวงกว่าห้าสิบลี้”
ไกลขนาดนี้เชียว?
ในหิมะเย็นเยียบขนาดนี้แล้วเขายังรอดมาได้ นับว่าโชคดีจริงๆ
“รีบตอบคำถามคุณหนูของพวกเรามาเถอะ!” สาวใช้กล่าวแทรก
“โอ้ๆ ข้านามว่า*เว่ยเสี่ยวเป่า คราวนี้ข้าเข้ามาในเมืองเพื่อมาพึ่งพาญาติ เหตุที่ข้าถูกยิงก็เพราะถูกชายชื่อ**ไห่ต้าฝูตามล่า ชายผู้นั้นชั่วร้ายยิ่งนัก เขาถือดาบหั่นแตงสองเล่ม ไล่ตามข้าตั้งแต่เจียงหนานเลยทีเดียว!”
ในแววตาของหญิงสาวมีประกายขบขัน “แล้วไห่ต้าฝูคนนี้ทำอาชีพอะไร?”
“เขาเป็นลูกน้องคนสนิทของขุนนางท้องถิ่น ข้าไม่อยากระบุชื่อเพื่อไม่ให้พวกท่านลำบาก ชายผู้นั้นมีวิชา ***ฝ่ามือละลายกระดูก ถ้าตบใครด้วยฝ่ามือภายในไม่กี่วัน กระดูกของคนผู้นั้นจะแตกละเอียดตาย ข้าถึงต้องหนี!”
“ดูจากที่เจ้ากล่าว ก็ไม่มีความจริงสักนิด ข้าว่าเจ้าต้องเป็นนักโทษหนีคดี ข้าจะส่งคนไปแจ้งทางการเดี๋ยวนี้” หญิงสาวกล่าวอย่างเย็นชา
“เทพธิดา ข้านามว่าเว่ยเสี่ยวเป่าจริงๆ ข้าไม่ได้โกหก ถ้าข้าโกหกก็ขอให้ไม่ใช่คนดี!”
“ฮึ เจ้าไม่ใช่คนดีตั้งแต่แรกแล้ว!”
หญิงสาวกล่าวเสียงเย็น “เก็บของแล้วออกไปเสีย ซี่เอ๋อ นำของเขามาแล้วไล่เขาไป!”
“รับทราบ คุณหนู!”
สาวใช้มองฉินโม่อย่างดูถูก “เจ้านี่เต็มไปด้วยคำโกหก คุณหนูไม่ควรช่วยเจ้า ปล่อยให้ตายอยู่ในหิมะเสียยังจะดีเสียกว่า!”
……………
*เว่ยเสี่ยเป่าคืออุ้ยเสี่ยวป้อ ตัวละครเอกในนิยายของกิมย้ง
**ไห่ต้าฝูเป็นขันทีรับใช้จักรพรรดิซุ่นจื้อ อุ้ยเสี่ยวป้อจับพลัดจับผลูกลายไปเป็นขันทีรับใช้ส่วนตัวของไห่ต้าฝู
***ฝ่ามือสำลีละลายกระดูกเป็นวิชาประจำตัวของไทเฮาปลอมซึ่งในอดีตเคยลอบสังหารพระมารดาของจักรพรรดิคังซีมาแล้ว