- หน้าแรก
- ราชบุตรเขย โง่ อันดับหนึ่ง
- 254 - แวะไปประจำ
254 - แวะไปประจำ
254 - แวะไปประจำ
254 - แวะไปประจำ
ทุกคนต่างอึ้งไป ไม่เข้าใจว่าทำไมฉินโม่ถึงถามถึงเรื่องนี้
“คุณชาย ท่านต้องการ…” พวกคนรับใช้มองดูแผ่นกระดานที่วางอยู่ตรงหน้าเขา บนกระดานนั้นมีแผ่นกระดาษและในมือเขาถือพู่กัน ทุกคนไม่เข้าใจสิ่งที่เขาต้องการนัก
“พวกเจ้าจำรูปลักษณ์ของแม่ข้าได้หรือไม่!” ฉินโม่สั่งให้คนเฝ้าปากทาง “กล่าวเสียงเบาๆ หน่อยล่ะ อย่าให้ท่านพ่อรู้เรื่องนี้”
“ข้ายังพอจำได้ว่านายหญิงเคยมีดวงตากลมโต คิ้วโค้งสวย ปากเล็ก และจมูกโด่ง ร่างกายผอมบาง”
“ข้าก็จำได้ ท่านมีลักยิ้มด้วยนะ ตอนยิ้มน่ารักมากเลย!”
“ไม่ใช่หรือ ข้าจำได้ว่ามีลักยิ้มสองข้าง!” ทุกคนกล่าวกันจ้าละหวั่นจนสถานการณ์ดูจะวุ่นวายเล็กน้อย ฉินโม่เลยต้องบอกว่า “กล่าวทีละคน พ่อบ้าน ท่านพูดก่อน!”
ฉินโม่ได้แต่ปวดหัว เพราะคำอธิบายจากคนเหล่านี้ไม่ได้ทำให้เห็นภาพชัดเจนเท่าไหร่
เขาจึงต้องแยกส่วนประกอบต่างๆ ของใบหน้าออกมาแล้วค่อยรวบรวมสรุปสิ่งที่ตรงกันมากที่สุดเข้าไว้ด้วยกัน
กล่าวตามตรง แม่ของฉินโม่จากไปนานกว่าสิบปีแล้ว ในยุคนี้ไม่มีภาพถ่าย คนจึงถูกลืมได้ง่าย
เขาลงแรงทั้งบ่ายจนวาดภาพสมบูรณ์ไม่ได้ แต่คำบอกเล่าของคนในบ้านทำให้เขาพอมีโครงร่างคร่าวๆ ในใจ
ยามค่ำคืน เมื่อทุกคนหลับใหล ฉินโม่ก็ยังคงวาดภาพอยู่ในห้องหนังสือ กระดาษที่ใช้แล้วถูกกองไว้ข้างกาย
จู่ๆ ชูรุ่ยก็เข้ามาพร้อมน้ำชาบำรุง “คุณชาย ฟ้ามืดแล้ว พักผ่อนก่อนเถิด”
ฉินโม่ยืดแขนบิดขี้เกียจเล็กน้อยพร้อมดื่มน้ำชา
ชูรุ่ยมองภาพของเขาด้วยความสนใจ “คุณชาย นี่คือนายหญิงแม่ใช่หรือไม่?”
“ใช่ ลักษณะโดยรวมก็ประมาณนี้”
ฉินโม่ที่แทบใช้แขนไม่ไหวเพราะวาดภาพทั้งวัน ก็พอใจกับภาพที่ได้
“ท่านงดงามเหลือเกิน สมแล้วที่คุณชายหน้าตาดีเช่นนี้!” ชูรุ่ยกล่าวด้วยหน้าแดงก่ำ
ฉินโม่อาจไม่ได้จัดว่าหล่อ แต่ในสายตาของชูรุ่ยที่รักเขาหมดใจ ย่อมเห็นว่าเขาคือชายที่หล่อเหลาที่สุด
เขายิ้มเก็บภาพไว้ ตั้งใจจะให้คนในบ้านช่วยตรวจสอบรายละเอียดพรุ่งนี้ก่อนลงสี
โชคดีที่ฉินโม่เคยเรียนศิลปะวาดภาพมา มิฉะนั้นเขาคงต้องใช้จินตนาการอย่างเดียว
“ไปเถอะ พักผ่อนกันได้แล้ว!”
เขาจับมือชูรุ่ยแล้วเดินเข้าห้องไปด้วยรอยยิ้ม
อย่าเพิ่งคิดเลยไปไหน เพราะเขาเพียงแค่กอดและจูบกันเล็กน้อย ก่อนจะเอนศีรษะลงบนตักของชูรุ่ย ให้นางค่อยๆ นวดจุดที่ขมับเบาๆ เท่านั้น
ฉินโม่ถอนหายใจอย่างมีความสุข ชีวิตที่เขาปรารถนาก็คือชีวิตเรียบง่ายแบบนี้
เช้าวันถัดมา เขาตื่นเช้าอย่างน้อยครั้งได้ “ท่านพ่อข้าไปไหนแล้ว?”
“นายท่านไปเข้าเฝ้าฝ่าบาทแล้ว นายท่านยังสั่งไว้ด้วยว่าอย่าให้คุณชายออกไปไหน เพราะพรุ่งนี้เป็นวันแต่งงานของเยว่อ๋อง ให้พักผ่อนอยู่ที่บ้านดีๆ เพราะจะมีคนจากวังมาสอนกฎระเบียบ และพรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าด้วย!” เสี่ยวหลิวกล่าว
ฉินโม่เกาศีรษะ วันนี้หลี่เยว่คงจะยุ่งจนไม่มีเวลามาหา เพราะก่อนวันแต่งงานเขาต้องเตรียมการมากมาย
อย่างไรก็ตาม ในฐานะเพื่อน เขาตั้งใจจะเตรียมของขวัญพิเศษที่ไม่เหมือนใครไว้ให้หลี่เยว่
ช่วงเช้า เขารวบรวมคนในบ้านมาช่วยตรวจสอบภาพร่างจนเสร็จ
เขากำลังจะไปหาหลี่หยงเมิ่งและคนอื่นๆ แต่แล้วคนจากวังหลวงก็มาเสียก่อน คนที่มาคือหัวหน้านางกำนัลของกงซุนฮองเฮา
เขาจำต้องทนฟังอยู่ครู่หนึ่งก็ทนไม่ไหว “พอเถอะ ข้าไม่ได้แต่งงานเสียหน่อย ข้าแค่ต้องจูงม้าต้อนรับแขก จะให้ข้าจำกฎมากมายไปทำไม กลับไปเถิด แล้วบอกพระมารดาของข้าด้วยว่าพรุ่งนี้ข้าจะไม่ทำพลาดแน่!”
นางกำนัลของฮองเฮาทำอะไรไม่ได้ เพราะฉินโม่เป็นที่รู้กันว่าดื้อรั้น เมื่อเขาตัดสินใจแล้วใครจะกล่าวก็ไร้ผล จึงได้แต่จำใจจากไป
เมื่อมาถึงร้านหม้อไฟตระกูลฉิน ฉินโม่เรียกหลี่หยงเมิ่งและพวกเข้ามาพูดคุย “พี่น้องทั้งหลาย พรุ่งนี้เป็นวันแต่งงานของหลี่เยว่กับน้องสาวข้า เรามาคิดกันหน่อยว่าเราจะเตรียมอะไรให้พวกเขาบ้าง!”
เฉิงต้าเป่าเกาศีรษะ “ท่านพ่อข้าจัดการให้เรียบร้อย ข้าคงไม่ต้องทำอะไรแล้วกระมัง!”
“พ่อของเจ้าก็ส่วนพ่อของเจ้าสิ แต่พวกเราคือเพื่อนกันไม่มีไม่ได้” ฉินโม่ถลึงตาใส่เฉิงต้าเป่า “ถ้าเจ้าไม่เตรียมอะไรไว้ รอวันแต่งของเจ้า ข้าก็จะไม่เตรียมอะไรให้เหมือนกัน!”
เฉิงต้าเป่ารีบจับมือฉินโม่ไว้ “อย่าเลยน่า ข้าล้อเล่น!”
“ถ้าอย่างนั้นเรามาคิดกันหน่อยว่าเราควรเตรียมอะไรบ้าง ขนมเค้กแต่งงานต้องมีแน่ๆ วันเกิดของพระมารดาใช้เค้กเก้าชั้น ส่วนของหลี่เยว่ให้แปดชั้น จะได้ดูเล็กกว่านิดหน่อย!”
“ข้าเองก็คิดไม่ออกว่าจะเตรียมอะไร” หลี่หยงเมิ่งกล่าวขึ้น “เจ้าเป็นคนคิดก็แล้วกันพวกเราก็แค่ทำตาม!”
“พรมแดงคงไม่ทันแล้ว แล้วตอนนี้หิมะก็ยังไม่ละลายด้วย ดูจากอากาศแบบนี้ พรุ่งนี้อาจจะมีหิมะตกอีก”
ฉินโม่ลูบคางครุ่นคิด “ถ้าอย่างนั้นก็ตกแต่งด้วยริบบิ้นสีแดงให้มากๆ ไว้ผูกตามทางที่พวกเขาเดินผ่าน ข้ายังเตรียมดอกไม้ไฟไว้ด้วย ของแบบนี้ตอนกลางคืนสวยมาก!”
“เจ้าหมายถึงอะไรนะ ดอกไม้ไฟ?” ทุกคนหันมองฉินโม่ด้วยความสงสัย
“ก็เหมือนระเบิดมือนั่นแหละ แต่ทำให้พลังทำลายน้อยลง พอมันระเบิดบนฟ้าจะสวยมาก ไม่ต้องห่วง มันไม่ทำอันตรายใคร!” ฉินโม่บอกไป
ทุกคนถึงได้ถอนหายใจด้วยความโล่งอก หลิวหรูเจี้ยนยิ่งรู้สึกขอบคุณ “หรูอวี้โชคดีที่มีพี่ชายเช่นเจ้า!”
ฉินโม่โบกมืออย่างถ่อมตัว “นี่ไม่ใช่อะไรเลย บุรุษยังมีโอกาสแต่งภรรยาได้หลายครั้ง แต่สตรีส่วนใหญ่ในชีวิตนี้แต่งงานได้เพียงครั้งเดียว จะให้ยอมให้นางเสียหน้าไม่ได้ ท่านอาหลิวก็ไม่มีโอกาสได้กลับมาร่วมงานแต่งของบุตรี ในฐานะพี่ชายพวกเราก็ต้องทำหน้าที่แทนบิดาด้วย!”
หลิวหรูเจี้ยนพยักหน้าอย่างซาบซึ้ง ใจจริงเขาคิดอยู่แล้วว่าฉินโม่เป็นคนจริงใจ นิสัยดี มีน้ำใจไมตรี การได้เป็นพี่น้องกับคนเช่นนี้ทำให้รู้สึกมีความสุขอย่างมาก
“แต่ว่าทั้งหมดนี้ดูจะยังธรรมดาไปนิด” ฉินโม่กล่าวขึ้น
โต้วอี้อ้ายถามขึ้น “เจ้ายังจะเตรียมอะไรพิเศษอีก?”
“ข้าเตรียมเพลงไว้เพลงหนึ่ง จะสอนพวกเจ้าด้วยดีไหม?”
“จะเหมือนเพลงที่เราร้องวันเกิดของฮองเฮาหรือเปล่า?” ไช่หรงถาม
“ก็คล้ายๆ กัน แต่ว่าเพลงนี้ยากหน่อย”
“ไม่เป็นไร เจ้าสอนพวกเรามาเถอะ!” ทุกคนมั่นใจเต็มที่ วันเกิดของฮองเฮานั้นพวกเขาร้องกันไปสองเพลง ตอนนี้เพลงพวกนั้นหากบ้านไหนจัดงานเลี้ยงแล้วไม่ร้อง ถือว่าไม่มีหน้ามีตาเลย เจ้าของงานยังรู้สึกอายด้วยซ้ำ!
“เอาล่ะ ถ้าอย่างนั้นพวกเจ้ามายืนเข้าแถวเรียงกันก่อน”
ทุกคนรีบยืนเรียงแถวทันที
“ดี ถ้าอย่างนั้นข้าจะร้องหนึ่งท่อนแล้วพวกเจ้าร้องตาม” ฉินโม่เคลียร์เสียง “ดอกไม้เบ่งบานในฤดูใบไม้ผลิ พัดพาความเศร้าในฤดูหนาวไป”
ทุกคนร้องตาม แต่ทำนองกลับเพี้ยนเสียจนคนละเรื่องไปเลย
ฉินโม่พยายามกลั้นความคิดที่จะต่อยพวกเขา เขาลองสอนใหม่อีกสองรอบแต่ก็พบว่าเพลงนี้ยากเกินไป
อีกทั้งฟังดูไม่ค่อยเหมาะกับเสียงชายหนุ่มสักเท่าไหร่
“พอเถอะ พวกเจ้าเลิกร้องเถอะ ขืนร้องต่อไปแม้แต่สุนัขยังต้องอาเจียนออกมา!” ฉินโม่กอดอกกล่าว “เพลงนี้ให้พวกเจ้าร้องไม่ได้หรอก มันฟังแล้วแย่เกินไป งานมงคลมีพวกเจ้ามาร้องเพลงนี้ยิ่งทำให้ดูกระอักกระอ่วน!”
“แล้วเอาอย่างไรดีล่ะ?” เฉิงเสี่ยวเป่าถาม
“พวกเจ้ารู้จักใครที่ร้องเพลงเพราะบ้าง? ที่พอจะเล่นดนตรีได้ด้วยก็ยิ่งดี” ฉินโม่ถาม
โต้วอี้อ้ายตอบออกมาทันที “มีสิ ที่หอนางโลมเทียนเซียงน่ะ สาวๆ ร้องเพลงเพราะมากเลย แต่ละคนยังงดงามอีกด้วย ตอนที่ข้ายังไม่ได้แต่งงาน ข้าแวะไปที่นั่นเป็นประจำ!”
………………