- หน้าแรก
- ราชบุตรเขย โง่ อันดับหนึ่ง
- 253 - ความรักของพ่อที่มั่นคงดั่งขุนเขา
253 - ความรักของพ่อที่มั่นคงดั่งขุนเขา
253 - ความรักของพ่อที่มั่นคงดั่งขุนเขา
253 - ความรักของพ่อที่มั่นคงดั่งขุนเขา
หลังจากที่ฉินโม่จบภารกิจการทำระเบิด เขาก็กลับบ้านทันที
พอถึงบ้าน เขาก็รีบวิ่งเข้าห้องหนังสือของฉินเซียงหรูอย่างเร็ว “ท่านพ่อ ท่านพ่อป่วยหนักมากไหม? หรือข้าต้องรีบแจ้งทางราชสำนักให้ข้ารับตำแหน่งกว๋อกงแทนท่านเลย?”
พอเข้าประตูมาก็เห็นฉินเซียงหรูกำลังนั่งแทะหัวหมูอยู่ ฉินโม่ถึงกับอึ้ง
สายตาสบกันบรรยากาศก็เกิดความเงียบงันขึ้นมา
ฉินเซียงหรูวางหัวหมูลงอย่างเงียบๆ แล้วกล่าวขึ้นว่า “เจ้าฟังพ่ออธิบายนะ พ่อป่วยเพราะโกรธเมื่อสองสามวันที่แล้ว แต่วันนี้ดีขึ้นแล้วนี่อย่างไร
เขาว่ากันว่าเวลาเจ็บป่วยมาเหมือนขุนเขาถล่ม แต่เวลาหายป่วยเหมือนค่อยๆ ปลดเส้นไหมออกจากด้าย พ่อก็ต้องบำรุงร่างกายบ้าง เจ้าคิดว่าไม่ถูกต้องหรือ?”
ฉินโม่ยิ้มแป้น “ท่านพ่อ พูดถูกต้องที่สุดเลย!”
ฉินเซียงหรูพยักหน้าแล้วค่อยๆ วางแส้ลง “มานี่สิ ให้พ่อดูเจ้าให้หายคิดถึงหน่อย เจ้าไปอยู่ในวังคอยอยู่เป็นเพื่อนฝ่าบาททุกวันจนผอมไปเลย พ่อคิดถึงเจ้ามากนะ!”
ขณะที่กล่าว ฉินเซียงหรูก็กัดหัวหมูอีกคำ น้ำมันไหลเยิ้มออกมา
นี่เขาคิดถึงข้าจริงหรือ? ชีวิตนี้ช่างสุขสบายเสียจริง!
ฉินโม่ก็ขี้เกียจจะแย้ง “จะไม่ผอมได้อย่างไรเล่า ข้าต้องอยู่เล่นไพ่นกกระจอกเป็นเพื่อนไท่ซ่างหวงทุกวัน ข้าเบื่อแทบแย่!”
พูดจบเขาก็เอื้อมมือไปคว้าขาหมูมาจะกิน แต่โดนฉินเซียงหรูตีมือ
ฉินโม่ทำหน้ามุ่ย “ท่านพ่อ มีตั้งเยอะ ท่านกินหมดหรือ?”
“เรื่องนี้เจ้าก็อย่ามากังวลเลย” ฉินเซียงหรูจ้องเขาแล้วถามต่อ “ว่าแต่ ระเบิดมือนั่นเจ้าทำขึ้นมาได้อย่างไร? ทำไมเจ้าไม่บอกพ่อก่อน?”
เห็นพ่อที่หวงของกิน ฉินโม่ก็โกรธ “ให้ข้ากินขาหมูสักอัน ข้าจะบอก!”
“จะจะบอกไหม?” ฉินเซียงหรูทำท่าจะคว้าแส้
“ข้าทำระเบิดนั่นก็เพื่อท่านนั่นแหละ!”
“เพื่อข้า?” ฉินเซียงหรูอึ้ง “เจ้าทำระเบิดมือนั่นเพื่อจะส่งข้าขึ้นสวรรค์ แล้วเจ้าได้เป็นกว๋อกงแทนใช่ไหม?”
คำพูดนี้ทำให้ฉินเซียงหรูถึงกับกินขาหมูต่อไม่ลง
ฉินโม่ถึงกับหัวเราะ “ท่านพ่อดูท่านสิ แก่ขนาดนี้แล้ว ฝ่าบาทยังคิดอยากให้ท่านไปออกรบอีก เมื่อก่อนท่านไม่อยู่บ้านก็ว่าไปอย่าง แต่ตอนนี้ท่านแก่แล้ว ควรจะได้ใช้ชีวิตสบายบ้างไม่ใช่หรือ?
ข้ากลัวว่าวันใดท่านถูกเรียกไปอีก แต่ถ้าท่านมีระเบิดพวกนี้ไว้ ก็จะป้องกันตัวได้ ข้าบอกตรงๆ เลยนะ ถ้าไม่ใช่เพราะพวกเขารังแกท่าน ข้าจะไม่ยอมเอาระเบิดมือออกมาแน่ ใครหน้าไหนบังอาจรังแกท่าน ข้าจะระเบิดพวกมันให้เละ!”
ฉินเซียงหรูมองบุตรชายด้วยความรู้สึกซาบซึ้งจนดวงตาแดงเรื่อ
“พี่น้องร่วมกันล่าเสือ พ่อลูกออกรบเคียงบ่าเคียงไหล่ เจ้าเด็กของข้า โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว”
เขากลั้นความซาบซึ้งไว้ก่อนจะฉีกขาหมูอันหนึ่งส่งให้ฉินโม่ “เอ้า อย่าโกรธเลย พ่อเข้าใจผิดเจ้า”
ฉินโม่ทำท่าฮึดฮัด “ไม่เอา! ขาหมูแค่อันเดียวจะให้ข้าหายโกรธได้อย่างไร!”
ฉินเซียงหรูคิดสักพัก ก่อนจะดึงขาหมูอีกอันส่งให้ ฉินโม่ทำท่ามองแค่นิดหนึ่งแล้วหยิบสองขาหมูมากิน “อย่างนี้ยังพอไหวหน่อย”
ฉินเซียงหรูหัวเราะ “ตอนเจ้าพึ่งเกิดใหม่ๆ ทุกคนต่างก็คิดว่าเจ้าคงไม่รอดชีวิต ตอนนั้นฝ่าบาทยังเป็นเพียงท่านอ๋อง ก็ถึงขั้นขอให้หมอหลวงมาดู แต่หมอหลวงบอกว่าเจ้าคงมีชีวิตไม่ถึงร้อยวัน
มารดาของเจ้าก็อุ้มเจ้าไปร่ำไห้อ้อนวอนขอความช่วยเหลือจากทุกที่ น้ำตาท่วมทุกวัน ส่วนข้าไม่เคยเชื่อเรื่องโชคชะตา แต่ข้าก็ยังเชื่อมั่นว่าบุตรชายของข้าไม่มีทางอายุสั้นแน่นอน!
ข้าเฝ้าเจ้าทุกวันทุกคืน แล้วเจ้าเดาว่าเป็นอย่างไร? เจ้ารอดมาได้ร้อยวัน แล้วหลังจากนั้นก็ยิ่งกินเยอะขึ้นทุกที เสียงร้องก็ดังขึ้นจนมารดาเจ้ารับมือไม่ไหว ข้าต้องจ้างแม่นมถึงสามสี่คน ถึงจะทำให้เจ้าอิ่มได้”
เมื่อได้ยินฉินเซียงหรูเล่าความหลัง ฉินโม่ก็ถามขึ้น “ท่านพ่อ ท่านแม่เป็นคนอย่างไร?”
“แม่เจ้าเป็นผู้หญิงที่ดีที่สุดในโลกใบนี้ สิ่งเดียวที่พ่อรู้สึกผิดก็คือการทำให้แม่เจ้าต้องจากไป ทุกคนต่างบอกว่าพ่อเป็นยอดขุนศึก แต่พ่อไม่อยากเป็นขุนศึก พ่อแค่อยากให้แม่เจ้ามีชีวิตอยู่ เราจะได้ใช้ชีวิตครอบครัวอย่างมีความสุขโดยไม่ต้องร่ำรวยใหญ่โต”
เมื่อนึกถึงภรรยาที่จากไป ฉินเซียงหรูยังคงรู้สึกเศร้าสร้อย ไม่อยากกินขาหมูอีก “ลูกเอ๋ย บทกลอน”เพลงของมารดา“ที่เจ้าประพันธ์นั้นงดงามมาก หากแม่เจ้ายังอยู่ ทุกปีนางคงจะตัดเย็บเสื้อผ้าให้เจ้าเป็นคนแรก”
“ข้าให้แม่เจ้าพยายามทนต่ออีกหน่อย แต่นางบอกว่าน่าเสียดายนัก อยากจะได้เห็นโม่เอ๋อเติบโต”
ฉินเซียงหรูเงยหน้า น้ำเสียงสั่นเครือ “พูดจบคำนี้ นางก็จากโลกไป ทิ้งข้าและเจ้าไว้เบื้องหลัง”
ฉินโม่เองก็รู้สึกเหมือนขาหมูในมือจืดชืดลงไป “ท่านพ่อ แม่ข้าหน้าตาเป็นอย่างไรหรือ?”
“แม่เจ้าเป็นผู้หญิงที่อ่อนโยนที่สุดในโลกใบนี้ นาง…นาง…”
ฉินเซียงหรูพูดไม่ออก มือเปื้อนน้ำมันทั้งสองยกขึ้นปิดใบหน้า เขาไม่อยากให้ฉินโม่เห็นน้ำตาของตน เมื่อกล่าวถึงภรรยาผู้ล่วงลับ มันก็มีแต่จะยิ่งเพิ่มความเศร้า
“ช่างมันเถอะ กล่าวไปก็มีแต่จะเศร้า ตอนนี้เจ้าก็โตแล้ว ข้านับว่าไม่ทำให้นางผิดหวัง”
ใบหน้าของเขามันวาว ฉินโม่จึงแยกไม่ออกว่านั่นคือน้ำตาหรือน้ำมันกันแน่
“ว่าแต่ เจ้าคิดจะระเบิดพวกเขาจนตายหมดหรือ?” ฉินเซียงหรูสูดจมูกแล้วถาม “พวกขุนนางใหญ่เหล่านั้นใช่ว่าจะเล่นด้วยง่ายๆ ถ้าเจ้ากดดันคนเหล่านี้จนถึงขีดสุดรับรองว่าพวกเขาจะต้องตอบโต้กลับมาอย่างแน่นอน”
“ข้าไม่ได้โง่ถึงขนาดนั้น ข้าก็แค่จะขู่ให้พวกเขาเกรงใจหน่อย แล้วก็ได้ประโยชน์เรียกร้องผลประโยชน์ให้กับตัวเอง!”
ฉินเซียงหรูพยักหน้า “แบบนี้ค่อยสมเหตุสมผลหน่อย ฝ่าบาทคงคิดเช่นนี้เช่นกัน ตอนนี้จังหวะยังไม่เหมาะเท่าไหร่”
“ท่านพ่อไม่ต้องห่วงนะ ข้าตกลงกับฝ่าบาทแล้ว เขาเก็บระเบิดมือส่วนใหญ่ไว้ อีกทั้งได้ตั้งหน่วยงานใหม่ขึ้นโดยมีหลี่เยว่เป็นหัวหน้า ส่วนข้าเป็นที่ปรึกษาและรองหัวหน้า ทีนี้หยงเมิ่งกับต้าเป่าพวกนั้นจะได้เข้ามาทำงานด้วย!”
ฉินเซียงหรูพยักหน้า “ระเบิดมือเป็นอาวุธสองคม เจ้าอย่าไปข้องแวะด้วยล่ะ เข้าใจไหม? พ่อยังอยากให้เจ้ามีชีวิตอยู่จนถึงวันที่ส่งข้าไปหาแม่เจ้า!”
ฉินโม่โบกมืออย่างรำคาญ “รู้แล้ว รู้แล้ว ท่านนี่ขี้บ่นจริง!”
“ตอนนี้พ่อเป็นเสนาบดีกรมคลัง คนมากมายอิจฉาตาร้อน พ่อไม่ทำก็ไม่ได้ ในเมื่อเป็นราชโองการ เห็นได้ชัดว่าฝ่าบาทต้องการใช้ประโยชน์จากความรู้ความสามารถของเจ้าในเรื่องนี้”
“ถ้าไม่อยากทำก็ไม่ต้องทำสิ!”
“เป็นเจ้าก็พูดง่ายสิ ใครจะกล้าขัดฝ่าบาท? ตำแหน่งนี้ทำดีไปก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าทำได้ไม่ดีมันก็จะกลายเป็นเผือกร้อนที่ไม่มีใครอยากแตะ!” ฉินเซียงหรูถอนหายใจ “ตอนนี้เจ้าเกี่ยวข้องกับเยว่อ๋อง พวกเจ้าเป็นพี่น้องที่ดีข้าไม่สามารถแยกพวกเจ้าออกจากกันได้ ถ้าพ่อสอดมือเข้าไปยุ่งเกี่ยวเรื่องนี้มากเกินไปมีแต่จะทำให้เรื่องราวยุ่งเหยิงมากขึ้น”
เมื่อออกจากห้องหนังสือ ฉินโม่ก็ถอนหายใจ “ทุกสิ่งที่ข้าทำ ท่านพ่อคอยสนับสนุนอย่างเงียบๆ อยู่เบื้องหลังเสมอ”
เขารู้สึกถึงความรักที่มั่นคงและลึกซึ้งของบิดา จึงตัดสินใจมอบของขวัญให้กับบิดา!
เขารวบรวมผู้สูงอายุในตระกูลฉินทั้งหมดมาอยู่พร้อมหน้า
หัวหน้าคนรับใช้ถามขึ้น “คุณชาย ท่านมีอะไรจะให้พวกข้ารับใช้หรือ?”
“พ่อบ้าน พวกเจ้าลองนึกดีๆ แม่ข้าหน้าตาเป็นอย่างไร!”
…………….