เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

252 - ให้ฉินโม่เลือกเอง

252 - ให้ฉินโม่เลือกเอง

252 - ให้ฉินโม่เลือกเอง


252 - ให้ฉินโม่เลือกเอง

กลุ่มขุนนางเดินเข้าวัง ต่างพากันร้องไห้อย่างโหยหวนเมื่อพบหน้าฮ่องเต้

ไต้เว่ยทำเกินกว่าใคร กลิ้งลงไปบนพื้นโคลนจนใบหน้าเต็มไปด้วยคราบดินเปื้อนโคลน ร้องครวญว่า “ฝ่าบาท กระหม่อมแทบไม่ได้มาพบฝ่าบาทอีกแล้ว!”

หลี่ซื่อหลงปวดหัวกับเสียงคร่ำครวญเหล่านี้ “พอเถอะ หยุดร้องสักที ศีรษะข้าปวดไปหมดแล้ว พวกเจ้าทำไมอยู่ในสภาพนี้กันหมด?”

เขาทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้

“ฝ่าบาท โปรดให้คนควบคุมฉินโม่เถิด เขาใช้ระเบิดมือทำลายบ้านกระหม่อมจนพังยับ ในฤดูหนาวเช่นนี้ คนในบ้านนับร้อยต่างทนหนาวเย็นไม่มีที่อยู่ แม้แต่เด็กทารกก็ต้องทนความหนาวไม่รู้ว่าจะมีชีวิตรอดไปหรือไม่” ไต้เว่ยกล่าว

“เฮ้อ ฉินโม่เกินไปจริงๆ!” หลี่ซื่อหลงแสร้งทำท่าโกรธ “แต่พวกเจ้าก็เหมือนกัน เหตุใดเขาถึงต้องระเบิดบ้านพวกเจ้า? พวกเจ้าไม่รู้อะไรบ้างเลยหรือ? ที่เขาต้องการก็แค่คำขอโทษและต้องการหาคนร้ายให้เจอ มันยากขนาดนั้นหรือ?

อีกอย่าง พวกเจ้าช่างเกินไปจริงๆ ส่งคนไปลอบฆ่าเขยของข้า แม้ข้าจะเชื่อว่าไม่ใช่ฝีมือพวกเจ้า แต่พวกเจ้าก็ไม่รู้หรืออย่างไรว่าองค์หญิงจิ่นหยางร้องไห้ทุกวันจนดวงตาแดงหมดแล้ว?”

“ฝ่าบาท พวกกระหม่อมไปขอขมาที่บ้านตระกูลฉินแล้ว พวกกระหม่อมไม่ได้ส่งใครไปฆ่าฉินโม่ พวกกระหม่อมบริสุทธิ์” ลู่ปี้อิงกล่าว “พวกกระหม่อมต่อให้ไม่ได้ทำความผิดแต่ก็ยินดีที่จะชดใช้เงินทองให้กับฉินโม่ ฝ่าบาทโปรดให้ฉินโม่หยุดมือเถิด!”

ขุนนางทุกคนคุกเข่าลงและร้องขอพร้อมกัน “ขอฝ่าบาททรงโปรดให้ฉินโม่หยุดมือเถิด!”

“เฮ้อ ข้าไม่แน่ใจนักว่าเจ้าเด็กนั่นยังโกรธอยู่หรือไม่ ตอนนี้เขาเพิ่งทำระเบิดมือมาอีกชุดหนึ่ง แม้ข้าจะเก็บไว้แล้ว แต่หากพวกเจ้ายังไปยั่วโทสะเขา อาจจะทำอีกสักหลายร้อยลูก ข้าอยากช่วยพวกเจ้าก็เกรงว่าจะไม่ทันการ!”

ทุกคนถึงกับหน้าถอดสี

“ฝ่าบาท มิอาจควบคุมฉินโม่ได้หรือ?”

“ควบคุมได้อยู่ แต่ถ้าเขาโกรธจนไม่ยอมทำระเบิดให้ล่ะ? ในทั้งแผ่นดินต้าเฉียนมีเพียงเขาที่ทำระเบิดได้ ระเบิดใช้ในการศึก ข้าเองก็ยังอยากให้เขาทำเพิ่มเพื่อส่งไปชายแดน!” หลี่ซื่อหลงกล่าวด้วยท่าทางลำบากใจ “ถ้าเช่นนั้น หาไม่พบตัวคนร้าย พวกเจ้าก็อดทนไปก่อนจะดีไหม?”

“ฝ่าบาท ระเบิดมืออันตรายมาก ฉินโม่ก็ยังเป็นหนุ่มอารมณ์รุนแรง ขอทรงโปรดยึดสูตรการทำระเบิดมาเก็บไว้ที่ราชสำนักด้วย” กงซุนอู๋จี้กล่าวด้วยความเคารพ

“ข้าก็มีความคิดนั้น จึงตั้งหน่วยงานใหม่ขึ้น ให้อ๋องแปดมารับตำแหน่งเป็นเจ้ากรมเพราะเขาสนิทกับฉินโม่ดี ตอนนี้เขาเรียนรู้วิธีทำระเบิดมาแล้ว แต่ยังไม่คล่องนัก” หลี่ซื่อหลงกล่าว “ถ้าอย่างนั้นทนกันหน่อยจนกว่าเขาจะคล่องได้ไหม?”

ขณะที่พวกเขายังต้องการจะกล่าวต่อ หลี่ซื่อหลงก็ทำสีหน้าขุ่นเคือง “พวกเจ้าคิดหรือว่าข้าไม่โกรธ? เอาจริงๆ ฉินโม่เป็นเขยของข้า และมีผลงานใหญ่โต พวกเจ้าคิดว่าจะให้ชดใช้เงินแล้วจบหรือ?

ถ้าวันใดขัดใจพวกเจ้า พวกเจ้าจะกล้าลอบสังหารไท่จื่อด้วยหรือไม่?”

ขุนนางทั้งหลายถึงกับหน้าถอดสี “ฝ่าบาท พวกกระหม่อมมิกล้า!”

“เหอะ! พวกเจ้าแค่ไม่กล้า แต่ใช่ว่าไม่คิด!”

หลี่ซื่อหลงกล่าว “พวกเจ้าสมคบกันรังแกเขยของข้า แล้วยังจะให้ข้าจับตัวเขาอีก นี่มันสมควรแล้วหรือ?

เขาเป็นแค่เด็กใสซื่อคนหนึ่ง พวกเจ้าก็ยังทนไม่ได้หรือ? เขาก็แค่ตรวจสอบบัญชี แต่หากพวกเจ้าไม่มีจุดบกพร่อง เขาจะหาพบได้หรือ? ข้ายังไม่ฆ่าพวกเจ้าก็นับว่าดีแค่ไหนแล้ว อย่าบีบบังคับข้ามากกว่านี้!”

ตระกูลหลี่เข้าครอบครองแผ่นดินได้ก็เพราะความช่วยเหลือของเหล่าตระกูลใหญ่ในเมืองหลวง แม้ว่าหลี่ซื่อหลงจะไม่พอใจตระกูลใหญ่เหล่านี้ แต่เขาก็รู้ว่าทุกคนที่อยู่ที่นี่ต่างควบคุมเศรษฐกิจและการเมืองของต้าเฉียนอยู่ในมือ การกวาดล้างพวกเขาทั้งหมดจะทำให้อาณาจักรกลายเป็นอัมพาต ซึ่งเขาก็ไม่อยากบีบคั้นทุกคนไปมากกว่านี้

“เช่นนั้นเถิด พวกเจ้าทุกคนต่างอยู่ในตำแหน่งเดิมของตัวเองมาหลายชั่วอายุคนแล้ว ควรจะสลับผลัดเปลี่ยนกันไปควบคุมกรมกองอื่นบ้าง อีกอย่างหากพวกเจ้ายังไม่สามารถค้นหาตัวคนร้ายภายในสิ้นเดือนนี้ได้ก็อย่าหาว่าค่าไร้ความปรานี!”

ทุกคนรู้สึกถึงความเย็นวาบบนต้นคอ

กงซุนอู๋จี้ร้อนใจยิ่งนัก ‘เหตุใดฮองเฮาถึงยังไม่มาสักที?’

ไต้เว่ยพอจะเข้าใจแล้วว่าฮ่องเต้ตั้งใจเล่นงานพวกเขาอย่างจริงจัง ในตอนนี้ทหารที่ถูกระดมเข้าสู่เมืองหลวงก็เพื่อระงับความวุ่นวายโดยตรง การย้ายพวกเขาออกจากตำแหน่งเดิมแม้ว่าไม่ใช่การลดตำแหน่งลง แต่ก็เป็นการลดอำนาจของตระกูลใหญ่อย่างชัดเจน

อย่างไรก็ตามด้วยทหารที่กระจายตัวอยู่ทุกซอกทุกมุมของเมืองหลวง พวกเขาทำได้เพียงยอมรับสภาพที่เกิดขึ้นเท่านั้น

ทั้งกลุ่มสบตากัน แล้วสรรเสริญความปรีชาสามารถของฮ่องเต้ก่อนจะขอตัวออกจากตำหนักไท่จี๋ไป

การต่อสู้ครั้งนี้จบลงด้วยความพ่ายแพ้อย่างสิ้นเชิง

“กลับไปหาคนรับผิดชอบแทนเราเถอะ ไม่ฆ่าคนบ้างเรื่องนี้คงไม่สงบลงง่ายๆ ของกำนัลก็เตรียมไว้ดีๆ ส่งไปที่บ้านตระกูลฉิน เตรียมให้มากหน่อย อย่าเสียดายจนเกินเหตุ สองล้านตำลึงเรายังทุ่มไปแล้ว จะเสียอีกสักไม่กี่แสนก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่” ไต้เว่ยถอนหายใจ

“จ้าวกว๋อกง เหตุใดฮองเฮายังไม่เรียกตัวท่านเข้าพบสักที?” ชุยหยวนอดที่จะสอบถามไม่ได้

กงซุนอู๋จี้ถอนหายใจ “ดูเหมือนว่านางคงลืมความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องไปแล้ว”

เงาแห่งความพ่ายแพ้คอยวนเวียนอยู่ในใจของทุกคน

“ที่จริงความคิดของท่านประมุขตระกูลลู่ก็ถูกอยู่ การฆ่าเขานั้นทำไม่ได้ มีแต่ต้องดึงตัวฉินโม่มาเป็นพวกเราให้ได้เท่านั้น” หวังฉางจื่อกล่าว “หากมองข้ามความดื้อรั้นของเขาไป ฉินโม่ก็มีข้อดีไม่น้อย ถ้าได้มาอยู่ข้างเรา ก็มีแต่จะได้ประโยชน์มหาศาล”

ชุยชิงหยวนพยักหน้า “แต่ตำแหน่งภรรยารองมีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น คนอื่นแต่งเข้าไปก็ต้องเป็นอนุภรรยายังหลีกเลี่ยงไม่ได้”

ลู่ปี้อิงกล่าว “ท่านทั้งหลาย ให้ความอัปยศนี้ตกอยู่กับตระกูลลู่เถอะ!”

“เอ๊ะ ประมุขตระกูลลู่ คำนี้ไม่ถูกต้องนะ ตระกูลข้ามีบุตรีมากมาย ส่วนท่านมีเด็กหญิงเพียงคนเดียว ความอัปยศอดศูนย์นี้มอบให้กับตระกูลของข้าดีกว่า” หวังฉางจื่อกล่าว

“พอเถอะ อย่าทะเลาะกันเลย ให้ตระกูลชุยรับภาระนี้เถอะ!” ชุยชิงหยวนเอ่ยขึ้นบ้าง

สามคนทะเลาะกันอีกรอบ โหวเกิงเหนียนโกรธแค้นอย่างถึงที่สุดจนอดไม่ได้ที่จะคำรามออกมา “พวกเจ้าไม่มีศักดิ์ศรีกันบ้างเลยหรือ?”

“เจ้ารู้หรือไม่? ถ้าไม่เข้าไปในถ้ำเสือ จะได้ลูกเสือมาได้อย่างไร?”

“โหวกว๋อกง ท่านไม่มีบุตรีอย่ามากล่าวเลย ให้พวกข้ารับความลำบากนี้ ผลประโยชน์ก็จะได้ร่วมกัน ท่านเองก็จะได้รับผลประโยชน์นั้นด้วย!”

โหวเกิงเหนียนโกรธแค้นจนต้องเดินหนีไปเป็นคนแรก

กงซุนอู๋จี้ที่ไม่มีบุตรีเช่นกันก็จากไปเงียบๆ

ไต้เว่ยก็ไม่มีหลานสาวในตระกูลแต่นึกขึ้นได้ว่าสายตระกูลรองของเขายังมีหลานสาวอีกหลายคน จึงรีบกลับบ้านไปเขียนจดหมายถึงดินแดนบรรพชนที่อยู่นอกเมืองหลวงให้ส่งเด็กสาวเข้ามา

สามตระกูลทั้งชุย ลู่ และหวัง ทะเลาะกันไม่หยุดเพราะต่างก็ต้องการผลประโยชน์จากตระกูลฉิน

การสละหญิงสาวหนึ่งคนเพื่อแลกกับผลประโยชน์มหาศาลนั้นใครจะยอมละทิ้งโอกาส

สุดท้าย หลังจากทะเลาะกันไปมาก็ยังหาข้อสรุปไม่ได้

“พอเถอะ อย่าทะเลาะกันแล้ว แข่งกันอย่างยุติธรรม ให้ฉินโม่เลือกเองเถิด!”

………….

จบบทที่ 252 - ให้ฉินโม่เลือกเอง

คัดลอกลิงก์แล้ว