- หน้าแรก
- ราชบุตรเขย โง่ อันดับหนึ่ง
- 251 - แย่งกันส่งผู้หญิงมา
251 - แย่งกันส่งผู้หญิงมา
251 - แย่งกันส่งผู้หญิงมา
251 - แย่งกันส่งผู้หญิงมา
เมื่อครู่เขาหลบไปกินหมูย่างในห้องหนังสือ ร้านไห่ตี้เหลาออกเมนูใหม่อยู่เรื่อยๆ ช่วงนี้ฉินโม่ไม่อยู่บ้าน ฉินเซียงหรูถือเป็นช่วงเวลาที่สบายที่สุด
กินอิ่มแล้วก็ดูบัญชี ยิ่งเห็นตัวเลขในบัญชีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ก็ยิ่งยิ้มไม่หุบ
เด็กคนนี้ไม่ผิดไปจากเขาเลย ทั้งฉลาดและหาเงินเก่งจริงๆ
“ใต้เท้าฉิน พอเด็กๆ โตขึ้นก็ย่อมไม่ฟังพ่อแม่แล้ว พวกเราต่างเข้าใจ!” ชุยชิงหยวนกล่าว “บุตรชายข้าก็หาเรื่องให้ข้าปวดหัวทุกวัน จะตีจะด่าอย่างไรก็ไร้ผล!”
“เฮ้อ ข้าไม่มีหน้าจะพบพวกท่านแล้วจริงๆ!” ฉินเซียงหรูทำหน้าหม่นเศร้า “ข้าสอนลูกได้ไม่ดี เจ้าเด็กคนนี้โตมาโดยไม่มีแม่จึงไม่มีผู้ใดอบรมสั่งสอน แต่จิตใจเขาไม่เลวหรอก พวกท่านไม่ต้องกลัวไป เขาคงไม่ทำอะไรรุนแรงหรอก!”
ไม่ทำอะไรรุนแรง แต่คฤหาสน์ของเราพังหมดแล้ว!
บรรดาอาคันตุกะต่างพากันยิ้มขื่น
กงซุนอู๋จี้เข้ามากล่าวว่า “ใต้เท้าฉิน เรื่องนี้พวกเราต่างถูกคนใส่ร้ายกันทั้งนั้น พวกเราเต็มใจขอโทษ ตอนนี้พวกเราคุยกันแล้วว่าจะชดใช้เป็นเงินสองแสนตำลึง ขอให้ท่านยอมบอกเจ้าเด็กนั่นให้หยุดเถอะ!”
“ใต้เท้ากงซุน ท่านก็เห็นว่าข้านอนเจ็บอยู่บนเตียง จะลุกก็ลำบาก เจ้าเด็กนั่นเวลาคลั่งแล้วเร็วกว่ากระต่ายเสียอีก ข้าไล่ตามไม่ทันจริงๆ” ฉินเซียงหรูถอนใจ “เด็กยังอ่อนวัย เมื่อได้รับความอับอายก็ย่อมอยากระบายออก ไม่อย่างนั้นเขาจะหาเรื่องทะเลาะกับคนอื่นทุกวันได้อย่างไร?
พวกท่านต้องอดทนหน่อย อีกอย่างฝ่าบาทก็ถอดยศขุนนางของเขาไปแล้ว ตำแหน่งโหวที่เขาต่อสู้มาอย่างยากลำบากก็ถูกรีบคืนไปแล้ว ข้ารู้สึกละอายใจต่อบรรพชนเหลือเกิน ตายไปข้าก็ไม่อาจพบพวกเขาได้!”
“เรื่องนี้ฝ่าบาทยุติธรรมมากเกินไป” ไต้เว่ยกล่าวด้วยความเคร่งขรึม “ต่อให้ฉินโม่โดนรังแก เขาก็ระบายความโกรธมาที่พวกเราหมดแล้วจึงไม่น่าจะถูกถอดยศเช่นนี้ ใต้เท้าฉินท่านช่วยกล่อมฉินโม่เถอะ เราจะขอความเห็นใจจากฝ่าบาทคืนตำแหน่งให้เขาเอง”
“เฮ้อ ปล่อยไปเถอะ ลูกข้าคงไร้คุณธรรมเกินกว่าจะมีตำแหน่งในราชสำนักได้ ให้เขาเป็นเพียงสามัญชนดีกว่าจะได้ไม่ก่อปัญหาอะไรขึ้นอีก”
ทุกคนถึงกับอยากร้องไห้ เพราะเมื่อฉินโม่ไร้ตำแหน่ง เขาจะยิ่งไร้ขีดจำกัด!
ใครจะรู้ว่าเมื่อไหร่ฉินโม่จะกลับมาอีก และคราวหน้าจะฆ่าทั้งครอบครัวพวกเขาหรือไม่?
“ใต้เท้าฉิน ที่จริงนี่ก็เพราะพวกเราไม่ได้คุยกับฉินโม่ให้ดีจนเขาเข้าใจผิด การระเบิดบ้านเราให้เขาได้ระบายโทสะก็นับว่าเป็นผลดี” หวังฉางจื่อเสนอว่า “เอาอย่างนี้ไหม ให้เขาไปรับตำแหน่งรองเสนาบดีกรมโยธา ผ่านไปสักสิบปีแปดปีจะขึ้นเป็นเสนาบดีแล้ว!”
“จริงด้วย ท่านหวังพูดถูก” ลู่ปี้อิงประมุขตระกูลลู่กล่าวเสริม “ทางตระกูลข้ามีบุตรีที่งดงามทั้งกิริยาท่าทาง อายุสิบเจ็ด หน้าตางดงาม เฉลียวฉลาด เหมาะจะเป็นคู่ชีวิตของฉินโม่ ให้เขารับเป็นอนุภรรยาสักคนจะได้มีทายาทสืบตระกูลฉินต่อไป”
ดวงตาฉินเซียงหรูเป็นประกายขึ้น บุตรีจากตระกูลใหญ่เชียวนะ
แบบนี้ไม่เลว!
แต่ในไม่ช้า ฉินเซียงหรูก็ได้สติ
ไม่ได้สิ นี่เป็นแผนยั่วยวนแน่แท้!
แม้ว่าคนส่วนมากจะเห็นเป็นเกียรติที่ได้แต่งกับบุตรีจากตระกูลใหญ่ แต่การแต่งเช่นนี้เท่ากับยอมเป็นลูกเขยให้กับตระกูลเหล่านั้น หากมีผลประโยชน์สองด้าน แม้จะดี แต่แน่นอนว่าย่อมเสี่ยงต่อการเสียความไว้วางใจจากฝ่าบาท
ทิ้งแตงโมไปคว้าเมล็ดงา ฉินเซียงหรูไม่มีวันทำแน่นอน
“ขอบคุณท่านลู่ เจ้าหนูนั่นมีภรรยาเอกคือองค์หญิงจิ่นหยาง ภรรยาลองก็เป็นบุตรตรีของไฉ่โหว หากให้บุตรีท่านแต่งเข้าบ้านเป็นอนุเรื่องนี้จะไม่ทำร้ายเกลียดท่านหรือ?”
ลู่ปี้อิงขมวดคิ้ว แน่นอนว่าหลานสาวของเขาไม่มีทางที่จะเทียบกับองค์หญิงได้ ให้เป็นภรรยาลองยังพอจะพิจารณา แต่ให้เป็นอนุภรรยานับว่าเสื่อมเสียศักดิ์ศรีวงศ์ตระกูลอย่างแท้จริง
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับว่าเป็นบ้านไหน
เพราะตระกูลฉินคือเศรษฐีอันดับหนึ่งแห่งแผ่นดิน หากได้เกี่ยวข้องกับตระกูลฉินขอเพียงพวกเขาได้รับหุ้นจากการค้าชนิดใดชนิดหนึ่งก็เพียงพอที่จะทำให้ทุกคนน้ำลายสอแล้ว!
"ใต้เท้าฉิน ชายมีภรรยาหลายคนเป็นเรื่องปกติ บุตรีตระกูลลู่ยินดีเป็นภรรยารองของฉินโม่!" ลู่ปี้อิงเอ่ยด้วยความตั้งใจ
การได้ใกล้ชิดฉินโม่ย่อมนำมาซึ่งประโยชน์มหาศาล หากได้เข้าถึงสูตรทำระเบิดมือ ผลประโยชน์นั้นคงมิอาจนับได้!
ตระกูลหวังและตระกูลชุยเริ่มเข้าใจเช่นกัน "มีแต่ตระกูลลู่มีหญิงสาวรึ? ตระกูลหวังของข้าไม่มีหญิงสาวหรืออย่างไร?"
"บุตรีของตระกูลข้าก็ฉลาดล้ำเลิศ ข้ามีหลานสาวอายุสิบหกปีที่ยังไม่ได้แต่งงาน ยินดีเป็นภรรยารองให้ฉินโม่!" ชุยชิงหยวนกล่าวด้วยเสียงกร้าว
เมื่อเห็นทั้งสามคนแย่งกันจะยกบุตรีให้ฉินโม่ กงซุนอู๋จี้ถึงกับพูดไม่ออก
ส่วนไต้เว่ยนั้นถึงกับคิดในใจ ‘ยุคนี้มันอย่างไรกันแน่ โดนระเบิดบ้านแล้วยังแย่งกันส่งหญิงมาให้เขา นี่มันไร้ศักดิ์ศรีสิ้นดี!’
โหวเกิงเหนียนถึงกับกัดฟันแน่นด้วยความอิจฉา ตำแหน่งราชบุตรเขยสักคนตระกูลของเขายังหามาไม่ได้ ตอนนี้ผู้คนกลับพยายามมอบบุตรสาวของตัวเองให้เป็นภรรยารองและอนุรัลยาของฉินโม่!
ยิ่งพวกเขาแย่งกันมากเท่าไหร่ ฉินเซียงหรูยิ่งไม่อยากตอบรับมากเท่านั้น
‘เจ้าแก่พวกนี้ช่างมีเจตนาไม่ดีเลยจริงๆ’
"เฮ้อ เป็นไปไม่ได้หรอก บุตรชายของข้ายังไม่ได้แต่งองค์หญิงเข้าบ้านเลยพวกท่านจะยัดเยียดหญิงสาวให้เขา มันไม่สมเหตุสมผล!" ฉินเซียงหรูกล่าวพร้อมหัวเราะขื่น "ขอบคุณในน้ำใจของทั้งสามท่าน ข้ารับรู้แล้ว"
เมื่อเห็นฉินเซียงหรูยังคงปฏิเสธ ทุกคนก็หมดหนทาง
จะให้พวกเขาคุกเข่าลงต่อหน้าจิ้งจอกเฒ่าตัวนี้จริงๆ หรือ?
ในจังหวะนั้นเอง ชุยหยวนถึงกับทรุดตัวลงคุกเข่าต่อหน้าฉินเซียงหรู "ใต้เท้าฉิน ข้าขออภัยท่าน โปรดขอให้ฉินโม่หยุดเถิด พวกเราจะทำทุกวิถีทางเพื่อหาตัวคนร้ายและให้คำตอบแก่ฉินโม่!"
ลู่เซิ่งเองก็ถึงกับคุกเข่าลง "ขอร้องท่าน ใต้เท้าฉิน!"
ถัดมา หวังเหริน รองเสนาบดีจากตระกูลหวังก็คุกเข่าตามไปด้วย "ใต้เท้าฉิน ขอร้องอย่าให้ฉินโม่ระเบิดบ้านพวกเราอีก บ้านข้าพังไม่เหลือแล้ว!"
ไม่ว่าจะฐานะผู้อาวุโสหรือตำแหน่งทางราชการ การที่พวกเขาซึ่งเป็นเด็กรุ่นหลังคุกเข่าต่อฉินเซียงหรูไม่ถือว่าเป็นเรื่องเสียศักดิ์ศรีแต่อย่างใด แต่แน่นอนว่าจิตใจของทุกคนยังคงเต็มไปด้วยความโกรธแค้น
ฉินเซียงหรูรู้สึกพึงพอใจในใจเต็มที่ แต่ก็ทำเป็นฝืนยกตัวขึ้นอย่างอ่อนแรง "ลุกขึ้นเถิด ข้าสอนลูกไม่ดี ทำให้ท่านต้องเดือดร้อน! แต่ตอนนี้ข้าเองก็ออกจากบ้านไปไม่ได้แล้ว อย่างไรพวกท่านก็เข้าวังเพื่อขอร้องให้ฝ่าบาทจับตัวเด็กน้อยนั้นขังคุกสักหลายวันก็แล้วกัน อย่างน้อยก็ให้เขาได้สำนึกตัวบ้าง!"
ทุกคนถึงกับกัดฟันแน่นด้วยความโกรธ
มันน่าหงุดหงิดเสียจริง!
ฉินเซียงหรูนั้นแข็งแรงดีอยู่ชัดๆ เมื่อครู่นี้ก็ยังแอบกินข้าจนกระทั่งใบหน้าเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำมัน ตอนนี้กลับป่วยไข้ขึ้นมาแล้ว จะให้ทุกคนยอมรับได้อย่างไร
กงซุนอู๋จี้ถอนใจกล่าวว่า "ฝ่าบาทคงปวดหัวกับเรื่องนี้แน่นอน เห็นทีคงต้องไปขอร้องฮองเฮาแล้ว!"
ตัวเขาแม้ว่าจะเป็นพี่ชายของฮองเฮา แต่ในปัจจุบันความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องค่อนข้างจืดจางลงมาก หากไม่มีความจำเป็นเขาจะไม่ไปเข้าเฝ้าน้องสาวของตัวเองอย่างเด็ดขาด
แต่จากที่เห็นฉินโม่มีความเคารพต่อฮองเฮาอย่างมาก ตัวอย่างเช่นบ้านของเขาในวันนี้ก็เพียงถูกระเบิดโยนใส่ประตูบ้านพังทลายเท่านั้น เมื่อเทียบกับบ้านหลังอื่นที่กำแพงและอาคารหลักถูกระเบิดทิ้งนับว่าฉินโม่ยังปราณีอยู่ไม่น้อย
เกรงว่าฉินโม่เองก็คงกังวลว่าจะอธิบายกับฮองเฮาไม่ได้ จึงไม่ได้ลงมืออย่างรุนแรง
แต่อย่างไรก็ดีพวกเขานับว่าพ่ายแพ้โดยสมบูรณ์แล้ว
มองเผินๆ เหมือนแพ้ฉินโม่ แต่ความจริงแล้วพ่ายแพ้ฝ่าบาทและกลุ่มแม่ทัพนายกอง!
คงต้องถอยกลับไปก่อนสักระยะ
"ท่านทั้งหลายเดินทางโดยสวัสดิภาพเถิด ข้าป่วยหนักคงส่งได้เพียงเท่านี้!" ฉินเซียงหรูกล่าวด้วยเสียงอ่อนระโหยโรยแรงราวกับใกล้สิ้นใจ
หลังจากที่พวกเขาจากไปแล้ว ฉินเซียงหรูก็พลิกตัวอย่างกระฉับกระเฉง หยิบหมูย่างที่กินไม่หมดออกจากตู้แล้วลงมือกินอย่างอร่อย "เฮ้อ น่าเสียดายนัก ถ้าได้แต่งหญิงสาวจากตระกูลใหญ่สักสามคนก็คงดี!"
……………