เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

PTH27 สนิทสนมราวกับพี่น้อง

PTH27 สนิทสนมราวกับพี่น้อง

PTH27 สนิทสนมราวกับพี่น้อง


600 ศิลาวิญญาณระดับล่าง!

ในอดีตที่ผ่านมา เว่ยสั่วขวนขวายหาศิลาวิญญาณอย่างยากลำบาก แม้ช่วงหลังจะสร้างยันต์เพลิงแล้วนำไปขายได้ แต่ยันต์เพลิง 30 แผ่นขายได้เพียง 15 ศิลาวิญญาณระดับล่างเท่านั้น

สำหรับผู้ฝึกตนไร้สังกัด ศิลาวิญญาณระดับล่าง 400 ก้อนมีมูลค่ามหาศาลจนสามารถเข่นฆ่าแย่งชิงได้

ส่วนหยกเย็น หากหนาสักหน่อยก็คงหาทางคิดฮุบเอาทั้งหมดเป็นของตน

เมื่อเข้าใจเช่นนี้เว่ยสั่วก็เริ่มเข้าใจหลินเต้ายี มันอยู่เขตขั้นทะเลศักดิ์สิทธิ์ที่ 5 ที่มันคิดหักหลังก็เพื่อจะครอบครองทุกสิ่งเป็นของตน หากได้ครอง มันจะกลายเป็นผู้มั่งคั่งในแคว้น และในอนาคตอาจกลายเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด แต่โชคร้ายที่มันไม่เป็นไปดังหวัง มันบังเอิญพบกับเว่ยสั่วผู้ครอบครองยันต์เพลิงจำนวนมาก

“พวกท่านคิดว่ายังไง?” เว่ยสั่วหันไปกล่าวกับคนอื่นๆ สำหรับเขาแล้ว เขาสามารถสร้างยันต์ไปขายเอาศิลาวิญญาณได้ ทั้งยังมีศิลาวิญญาณที่ได้จากหลินเต้ายี จึงยังไม่ขาดแคลนศิลาวิญญาณ สามารถรอการประมูลได้

“ข้าไม่มีปัญหา ยังไงซะข้าก็ยังอยู่ที่นี่ต่ออีกสักระยะ ย่อมรอการประมูลได้” หนางกงยู่ฉิงกล่าวพลางหันมองเย่เสี่ยวเจิ้งและเย่กู่เว่ย “พี่เย่...น้องเย่… พวกท่านคิดว่ายังไง?”

“ให้น้องเว่ยสั่วตัดสินใจเถอะ ข้าไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว” เย่เสี่ยวเจิ้งกล่าว

“ท่านนี่ใจกว้างจริงๆ” เมื่อเห็นสายตาที่เย่เสี่ยวเจิ้งมองเว่ยสั่ว ผู้ดูแลร้านก็พยักหน้า “เช่นนั้น หยกเย็นชิ้นนี้ทางเราจะนำขึ้นประมูลให้”

“แต่พวกท่านช่วยรอสักเดี๋ยว” ผู้ดูแลร้านกล่าวรั้ง ก่อนจะเรียกผู้เยาว์คนหนึ่งเขามา มันพอใจกับผลลัพธ์ในการเจรจาครั้งนี้มาก ด้วยที่พลับพลาหยกทองขึ้นชื่อเรื่องสมบัติ การได้เปิดประมูลหยกเย็นที่หาได้ยากแบบนี้ ยิ่งจะทำให้ชื่อเสียงของร้านเลื่องลือ ทั้งยังทำกำไรได้มากขึ้น

ไม่นานผู้เยาว์คนหนึ่งก็เดินเข้ามาพร้อมกับถาดใบหนึ่ง สิ่งที่อยู่บนถาดทำให้เว่ยสั่วต้องกลืนน้ำลาย

ศิลาวิญญาณ 60 ก้อน!

ศิลาวิญญาณเหล่านี้แม้ดูคล้ายศิลาวิญญาณระดับล่าง แต่กลับมีสีเหลือง

“นี่มัน!” เย่เสี่ยวเจิ้งดวงตาเบิกกว้าง

“เหตุที่พลับพลาหยกทองของเราไม่เป็นสองรองผู้ใดในเมือจิตวิญญาณสูงดแห่งนี้ก็เพราะชื่อเสียง” ผู้ดูแลร้านกล่าวอย่างภาคภูมิ “ศิลาวิญญาณเหล่านี้มีมูลค่า 600 ศิลาวิญญาณระดับล่าง พลับพลาหยกทองของเราจะจ่ายส่วนนี้ให้พวกท่านก่อน หลังงานประมูลทางเราจะจ่ายส่วนที่เหลือให้พวกท่านอีกครั้ง”

“พลับพลาหยกทองดำเนินการค้าอย่างตรงไปตรงมา นำศิลาวิญญาณมาให้คู่ค้าก่อนส่วนหนึ่ง ไม่แปลกใจที่เหตุใดพลับพลาหยกทองถึงมีชื่อเสียงโด่งดัง” เว่ยสั่วขบคิด จ้องมองศิลาวิญญาณระดับกลางด้วยดวงตาเป็นประกาย แต่เมื่อสังเกตุเห็นชิ้นหยกที่สลักคำว่า ‘สี่’ เอาไว้ จึงกล่าวถามด้วยความประสงสัย “หยกพวกนี้คืออะไร?”

“เป็นใบผ่านทางให้พวกท่านเข้าร่วมงานประมูล... อักษรสี่ที่เห็นเป็นตัวยืนยันว่าพวกท่านทั้งสี่มีสิทธิ์เข้าร่วมชมงานประมูลเพื่อดูว่าหยกเย็นของพวกท่านประมูลได้ราคาเท่าใด” ผู้ดูแลร้านกล่าวอธิบาย “เมื่อพวกท่านเข้าร่วมงานแล้ว นอกจากชมราคาหยกเย็นของพวกท่าน พวกท่านยังสามารถร่วมประมูลของชิ้นอื่นที่สนใจได้ อีกอย่างยังสามารถเข้าชมการผลิตยันต์ของทางเราได้ เพียงแต่มีกฏอยู่ว่า หากงานประมูลจบลง พวกท่านต้องออกจากบริเวณงานปรระมูลทันที ไม่อย่างนั้นพวกท่านต้องเสีย 10 หยกศิลาวิญญาณระดับล่างเพื่อชมงานต่อ… ในวันประมูลจะมีกระจายข่าวไปทั่วทั้งเมือง แต่จะมีก็เพียงผู้ที่ยอมจ่ายศิลาวิญญาณเท่านั้นที่จะได้รู้รายละเอียดของงานประมูล”

“พลับพลาหยกทองไม่ธรรมดาจริงๆ” เว่ยสั่วรู้ว่าต้องจ่าย 2 ศิลาวิญญาณเพื่อให้ทราบรายละเอียดของงานประมูล แต่ยามนี้ได้สิทธิ์ให้เข้าเข้าร่วมฟรี เขาย่อมดีใจ

“หากคราวหน้าพวกท่านมีของดีแบบนี้อีก ขอให้นำมาขายยังพลับพลาหยกทองของเรา พวกเราจะให้ราคาพวกท่านอย่างงามแน่นอน” ผู้ดูแลร้านยิ้มพลางกล่าว หลังจากกล่าวบางสิ่งเล็กน้อย เว่ยสั่วและคนอื่นๆก็ออกจากพลับพลาหยกทองไป

ทุกคนแบ่งสรรค์ศิลาวิญญาณระดับกลางคนละ 15 ก้อน

เย่เสี่ยวเจิ้งและเย่กูู่เว่ยต้องกลับไปยังเมืองจันทราร่วงโรย เว่ยสั่วและหนานกงยู่ฉิงจึงไปส่งทั้งสองที่ข่ายอาคมเคลื่อนย้ายใต้ของเมือง

“น้องเว่ยสั่ว คนเช่นเจ้าหาได้ยาก ข้านับถือเจ้าเป็นสหาย หากวันใดเจ้ามีเวลาว่าง ก็มาเยี่ยมเยียนพวกข้าได้ที่เมืองจันทราร่วงโรย”

“พี่เย่ หากท่านมาเยือนเมืองจิตวิญญาณสูงสุดก็แวะมาเยี่ยมข้าบ้าง...”

ฉากร่ำลาเป็นภาพที่น่าจดจำและงดาม หากเป็นผู้อาวุโสเขียวของเว่ยสั่วได้เห็นคงมึนงง เพราะด้วยนิสัยของเว่ยสั่ว เมื่อได้ศิลาวิญญาณมามากขนาดนี้ย่อมรีบกลับบ้าน ไม่มาเสียเวลากับการร่ำลาเย่เสี่ยวเจิ้งที่เพิ่งพบเจอไม่กี่วัน แต่เหมือนคนสนิทกันเป็นสิบปี

แต่หากได้รู้จักปูมหลังของเว่ยสั่วจะรู้ว่าเหตุใดเขาจึงทำเช่นนี้

เว่ยสั่วกอดลาเย่เสี่ยวเจิ้งและเย่กู่เว่ย ราวกับทั้งสามเป็นพี่น้องคลานตามกันมา น้ำตาแห่งความปิติไหลริน

“ได้กอดสาวงามมีความสุขขนาดนั้นเลยเหรอ?” เมื่อเย่เสี่ยวเจิ้งและเย่กู่เว่ยจากไป หนางกงยู่ฉิงที่ยืนอยู่ข้างๆก็กล่าวขึ้น

“มีความสุขอะไรกัน?” เว่ยสั่วหน้าแดงด้วยความอาย แต่แล้วนางก็กล่าวบางอย่างขึ้น

“เข้าร่วมเถี่ยเซ่อกับข้าหรือเปล่า?” นางยิ้มพลางกล่าว

“เข้าร่วมเถี่ยเซ่อ?” เว่ยสั่วดวงตาเบิกกว้าง

“มีข้าเป็นคนแนะนำ ไม่มีปัญหาอะไรหรอก”

“เถี่ยเซ่อเป็นแค่กลุ่มของผู้ฝึกตนไร้สังกัด ไม่ได้มีเงื่อนไขหรือข้อจำกัดเหมือนนิกาย หากเจ้าเข้าร่วม เจ้าจะได้รับความคุ้มครองและสิ่งต่างๆอีกมากมาย”

เท่าที่นางเข้าใจ เว่ยสั่วไม่สมควรปฏิเสธคำเชิญของนาง เพราะผู้ฝึกตนไร้สังกัดส่วนใหญ่ในเมืองจิตวิญญาณสูงสุดจะเข้าร่วมกับเถี่ยเซ่อ แต่เว่ยสั่วกลับส่ายหน้าพลางกล่าว “ขอบคุณแม่นางที่หวังดี ข้าอิสระมากกว่า”

“เขาเป็นคนยังไงกัน?”

นางจ้องมองแผ่นหลังของเว่ยสั่วที่เดินจากไป หวนนึกถึงยามที่เว่ยสั่วแอบมองเรือนร่างของตน ใบหน้าแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย

นางก้มมองป้ายในมือ รอยยิ้มที่งดงามกลับมาที่ใบหน้าอีกครั้ง “เว่ยสั่ว เจ้าเป็นใครข้าต้องรู้ให้ได้!”...

จบบทที่ PTH27 สนิทสนมราวกับพี่น้อง

คัดลอกลิงก์แล้ว