เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

PTH28 ออกมาดูศิลาวิญญาณ

PTH28 ออกมาดูศิลาวิญญาณ

PTH28 ออกมาดูศิลาวิญญาณ


“ฮ่าฮ่าฮ่า!”

ภายในบ้านน้อยหลังหนึ่ง เสียงหัวเราะราวกับคนบ้าดังขึ้น

เว่ยสั่วเปล่งเสียงหัวเราะร่าพลางมองศิลาวิญญาณที่กองอยู่บนที่นอน

ก่อนจะไปพลับพลาหยกทอง เว่ยสั่วและคนอื่นๆนำแมงมุมใยน้ำแข็งและงูถ้ำศิลาไปขายได้ 210 ศิลาวิญญาณระดับล่าง เย่เสี่ยวเจิ้งแบ่งเอาไปเพียง 60 ก้อน หนานกงยู่ฉิง 40 ก้อน จึงเหลืออยู่ 110 ก้อน ซึ่งทั้งหมดนั้นกลายเป็นของเว่ยสั่ว

นอกจากที่ขายได้ ยังได้ศิลาวิญญาณระดับกลางมาอีก 13 ก้อน รวมกับของหลินเต้ายีอีก 2 ก้อนเป็นทั้งหมด 15 ก้อน เว่ยสั่วจึงมีศิลาวิญญาณในครอบครองเป็นจำนวนมาก

จำนวนศิลาวิญญาณที่มหาศาลที่ไม่เคยได้ครอบครอง ทำให้เว่ยสั่วอดใจไว้ไม่ไหว เปล่งเสียงหัวเราะราวกับคนบ้าออกมา

ยามนี้ชายชรายังไม่ออกมาจากโถคุมภูติ เว่ยสั่วจึงนำศิลาวิญญาณส่วนหนึ่งวางไว้รอบตัว จนทั่วห้องเรืองรองด้วยแสงจากศิลาวิญญาณ แลดูงดงาม

“ต้องเริ่มจากศิลาวิญญาณระดับกลางก่อน”

ศิลาวิญญาณระดับกลางมีปราณอัดแน่นมากกว่าระดับล่างถึงสิบเท่า เว่ยสั่วยังไม่เคยดูดซับปราณจากศิลาวิญญาณระดับกลางมาก่อน แม้จะไม่สามารถดูดซับปราณจนหมดได้ภายในหนึ่งวัน แต่เว่ยสั่วก็อยากลอง จึงกำศิลาวิญญาณระดับกลางเอาไว้ แล้วเริ่มดูดซับปราณทันที

เมื่อเริ่มดูดซับ สัมผัสได้ถึงปราณที่ค่อยๆไหลออกจากศิลาวิญญาณ ซึมผ่านฝ่ามือกระจายไปตามเส้นลมปราณทั่วร่าง ไหลเวียนเป็นจังหวะที่ราบรื่นและคงที่

วังวนภายในตันเถียนที่ก่อตัว ดูดซับปราณที่ได้มาเข้าสู่ถันเถียน ค่อยๆขยายขนาดของตนขึ้นทีละนิด หากขยายขนาดจนเต็มที่และเริ่มสร้างวังวนที่ 4 เว่ยสั่วก็จะบรรลุเขตขั้นทะเลศักดิ์สิทธิ์ที่ 4 ซึ่งจะบรรลุเมื่อใดนั้นก็ขึ้นอยู่กับเวลา

“ยอดเยี่ยม!”

เว่ยสั่วดูดซับปราณจากศิลาวิญญาณจนตะวันตกดิน ลืมตา แววตาเผยถึงความพึงพอใจ

“ศิลาวิญญาณระดับกลางให้ปราณที่มากกว่าระดับล่างจริงๆ”

ยามนี้ศิลาวิญญาณในมือเริ่มหม่นแสง ความสว่างหายไปกว่าครึ่ง หมายความว่าปราณถูกดูดซับออกไปครึ่งหนึ่ง… เขาหันมองหน้าต่าง ยามราตรีมาเยือน หัวเราะขบขันอย่างมีความสุข หยิบเอาโถคุมภูติที่อยู่ใต้เตียงออกมาแล้วเคาะเรียกชายชรา

“นี่… ตื่นได้แล้ว ออกมาดูศิลาวิญญาณพวกนี้สิ!”

“เคาะอยู่ได้น่ารำคาญ”

ชายชราปรากฏกายออกมาจากโถคุมภูติ

“เจ้าไปได้ศิลาวิญญาณพวกนี้มาจากไหน!?”

เมื่อเห็นศิลาวิญญาณจำนวนมากกองอยู่บนที่นอน ดวงตาชายชราเบิกกว้าง เดิมทีชายชราไม่รู้ว่าเว่ยเรียกตนเองออกมาทำไม แต่ตอนนี้เข้าใจแล้ว ศิลาวิญญาณที่กองอยู่ตรงหน้า มูลค่ารวมกันมากกว่า 300 ศิลาวิญญาณระดับล่าง

“ข้าสังหารคนแล้วได้ศิลาวิญญาณพวกนี้มา” เว่ยสั่วยิ้มพลางกล่าว “ข้าใช้ยันต์เพลิงของข้าสังหารเขตขั้นทะเลศักดิ์สิทธิ์ที่ 5 เลยนะ”

“สังหารชิงของ! เจ้าทำได้ยังไง!” ชายชราเริ่มตระหนก “เจ้ารู้หรือเปล่าว่ามันเป็นใคร? มีที่มายังไง? การสังหารเพื่อชิงของไม่ใช่เรื่องดี… เมื่อสองหมื่นปีก่อน มีผู้ฝึกตนเขตขั้นแก่นทองคำอยู่คนหนึ่งต้องพิษจากอสูร แต่มันผู้นั้นกินบางสิ่งเข้าไปทำให้ขับพิษออกมาได้ ซ้ำยังแข็งแกร่งขึ้นจากเดิม ต่อให้เป็นเขตขั้นแก่นทองคำที่ 2 ยังสู้ไม่ได้ วันหนึ่งมันไปผิดใจกับผู้ฝึกตนเขตขั้นแก่นทองคำที่ 2 แล้วพลั้งมือสังหาร ญาติของผู้ที่ถูกสังหารที่ทรงพลังยิ่งกว่าก็ตามมาสังหารคืน… ตัวเจ้าที่อยู่เพียงเขตขั้นทะเลศักดิ์สิทธิ์ที่ 3 ทำไมถึงกล้าสังหารศัตรูระดับสูงขนาดนั้น?”

ชายชรากล่าวด้วยสีหน้าเค่งเครียดจริงจัง ราวกับว่าอีกไม่นานจะมีคนตามมาสังหารเว่ยสั่ว แต่เขากลับหัวเราะขบขัน “ท่านไม่ต้องกังวลไป เจ้านั่นเป็นแค่ผู้ฝึดตนไร้สังกัดทั่วไป มันทรยศข้าจึงถูกสังหาร หากข้าไม่สังหารมัน มันก็เป็นฝ่ายสังหารข้าเอง”

“เกิดเรื่องอะไรขึ้น?” ชายชราขมวดคิ้ว

เว่ยสั่วเล่าเรื่องราวที่ประสบมาให้ชายชราฟังทั้งหมด เรื่องที่หลินเต้ายีชักชวนตนไปล่าแมงมุมใยน้ำแข็ง แต่สุดท้ายหลินเต้ายีกลับทรยศ ทั้งสองฝ่ายจึงต่อสู้กันแล้วจบด้วยหลินเต้ายีถูกยันต์เพลิงสังหาร

“เจ้านี่มันโง่จริงๆ ระดับพลังแค่นี้ทำไมกล้าไปกับคนแปลกหน้า ออกล่าอสูรกับพวกมัน” ชายชราตำหนิ “มีเจ้านายของข้าสองคนออกไปล่าสังหารอสูรกับคนแปลกหน้าเหมือนเจ้า สุดท้ายก็ถูกสังหารตายทั้งคู่… หากเจ้าไม่อยากเป็นคนที่สามก็อย่าได้เชื่อใจคนแปลกหน้าเด็ดขาด”

“ก็ได้ จากนี้ไปข้าจะไปกับแค่คนที่ไม่สังหารข้าก็แล้วกัน” เว่ยสั่วกล่าวถูจมูก

“เจ้าจำไว้ให้ดี หลายปีผันผ่าน ผู้คนในยุคก่อนที่ยังไม่ตายก็จะทรงพลังยิ่งขึ้น แต่นั่นไม่ใช่เพราะพวกมันแข็งแกร่งเพียงอย่างเดียว ขุมกำลังของพวกมันก็แข็งแกร่งด้วย เพราะฉะนั้นเจ้าต้องระวังตัวให้ดี” เมื่อเห็นว่าเว่ยสั่วไม่ต่อต้านในสิ่งที่บอก ชายชราจึงถือโอการสอนไปด้วย

สิ่งที่ได้มาจากการเดินทางไปล่าแมงมุมใยน้ำแข็ง เว่ยสั่วขายสิ่งที่ตนเองไม่ได้ใช้ไปทั้งหมด เหลือไว้เพียงสิ่งที่ได้ใช้เท่านั้น

“นั่นอะไร” ชายชราเห็นสิ่งอื่นนอกจากศิลาวิญญาณจึงกล่าวถาม

“ผลหมอกน้ำแข็งที่เกิดบนหยกเย็น”

“เจ้าหยิบกล่องหยกใบนั้นมาให้ข้าดูหน่อย” ชายชราเห็นกล่องหยกที่เว่ยสั่วเก็บมาด้วย

“ทำไมเหรอ? มันก็แค่กล่องหยกขาวธรรมดา!” เว่ยสั่วรู้ว่าชายชราสมควรรู้บางสิ่ง จึงรีบเอากล่องหยกที่เก็บมาได้ไปให้ชายชรา

ชายชราจ้องมองอักขระที่สลักเอาไว้บนกล่องอย่างตั้งใจ ผ่านไปครู่จึงกล่าวกับเว่ยสั่ว “เจ้าไปเก็บหญ้าธูปเงินข้างนอกมาใส่ไว้ในนี้”

“เอาหญ้าธูปเงินมาใส่ไว้ในกล่อง?” เว่ยสั่วไม่เข้าใจเจตนาของชายชรา แต่ก็เร่งไปเก็บหญ้าธูปเงินจากข้างนอกมาใส่ไว้ในกล่องหยกตามที่ชายชราบอก “ท่านรู้อะไรแล้วไม่ได้บอกข้า?”

“ข้าคิดว่ากล่องใบนี้น่าจะเป็นสมบัติที่ไม่ธรรมดา” ชายชรากล่าว

“ยังไง?”

“มันน่าจะเป็นสมบัติประเภทที่สามารถกับรักษาและคงสภาพของสมุนไพรได้ ไม่ปล่อยให้ปราณสมุนไพรหายไป ที่มันทำแบบนั้นได้ก็เพราะหยกที่นำมาสร้าง”

“ข้าเข้าใจว่ามันไม่มีประโยชน์อะไรแท้ๆ”

“เจ้ามันไร้ประสบการณ์” ชายชรากล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง “เจ้ารู้หรือเปล่าว่าสมุนไพรหรือแก่นอสูร หากเจ้าเก็บไว้กับตัว ไม่นานปราณที่อยู่ภายในจะสูญสลาย กลายเป็นเพียงของไร้ค่า แต่กล่องใบนี้ช่วยให้เจ้าเก็บรักษาปราณภายในสมุนไพรหรือแก่นอสูรได้… หากเจ้าได้สมุนไพรล้ำค่าหรือแก่นอสูรที่ทรงพลังมา ไม่มีสิ่งที่ช่วยคงสภาพของพวกมันเอาไว้ ปราณที่อยู่ภายในก็จะสลายไป จากของล้ำค่ากลายเป็นของไร้ค่า”

“ถ้าเป็นอย่างที่ท่านว่า แสดงว่ากล่องใบนี้มีประโยชน์มาก” เว่ยสั่วราวกับคิดบางอย่างออกก่อนจะหัวเราะขึ้น “ไหนๆท่านก็มีประสบการณ์แล้ว ช่วยข้าเปลี่ยนของไร้ค่าให้กลายเป็นของมีค่าแล้ว… ท่านช่วยข้าดูหน่อยสิว่าจะคลายผนึกผนึกยันต์พวกนี้ได้ยังไง?”...

จบบทที่ PTH28 ออกมาดูศิลาวิญญาณ

คัดลอกลิงก์แล้ว